ตอนที่ 239 มันกำลังจะออกมา

ประเทศบราซิล แถวสลัมโรซิเนียน บ้านเดี่ยวให้เช่าราคาถูก.

การตกแต่งภายในบ้านหลังเก่านั้นเรียบง่าย ผนังก็ลอกออกเนื่องจากความเก่าแก่ แต่เฟอร์นิเจอร์กลับวางเป็นระเบียบเรียบร้อย

ภายใต้แสงแวววาวที่สาดเข้ามาผ่านหน้าต่างกระจก บนพรมสี่เหลี่ยมผืนเล็ก ๆ มีชายหนุ่มผมหยิกนั่งชันเข่าอยู่ที่นั่น

เขาควบคุมการหายใจอย่างสม่ำเสมอและคอยฝึกเทคนิคการกำหนดลมหายใจแบบโยคะของอินเดียซึ่งเป็นการหายใจในช่องท้องเพื่อชะลอการเต้นของชีพจรซึ่งจะช่วยปรับร่างกายและจิตใจของเขาให้คงที่

หลังจากหลับตาลงไม่นานการมองเห็นของเขาก็ทะลุเข้าไปในความมืดมิดและที่นั่นมีสัตว์ประหลาดตัวสีเขียวติดอยู่ในกรงจิตใต้สำนึก มันร้องคำรามและอารมณ์ของมันในตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

เซลล์ที่ทรงพลังซึ่งเต็มไปด้วยสายเลือดยีนสีเขียวกำลังกัดกร่อนเซลล์เม็ดเลือดแดงอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว

'หึหึ……..'

ชายหนุ่มผมหยิกเริ่มหอบหายใจรุนแรงใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวหน้าผากของเขาปูดโปนและเหงื่อเย็นไหลออกจากร่างกาย แม้จะพยายามอย่างเต็มที่ในการปราบปราม แต่ก็ยังคงใกล้จะสูญเสียการควบคุมร่างกาย …

“อย่าออกมา!”

ชายหนุ่มผมหยิก คำรามพร้อมกับลืมตาขึ้น ในตอนนี้มือของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อไคลและเขากำหมัดเอาไว้แน่น

เขารีบมองไปที่ข้อมือซ้ายซึ่งมีนาฬิกาที่คอยตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ จำนวนที่สูงกว่า 200 เริ่มลดลงเรื่อย ๆ จนมาถึงค่าสำหรับคนปกติ

“ฟู่ว สำเร็จ” ชายหนุ่มผมหยิก พ่นลมหายใจพร้อมกับเผยรอยยิ้ม

เขาซ่อนตัวอยู่ในบราซิลมานานกว่า 3 ปีแล้ว หลังจากเชี่ยวชาญการผสมผสานโยคะโบราณให้เข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันตราบใดที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ เขาจะไม่กลายเป็น ฮัค ที่รู้จักแต่การทำลายล้าง

ตอนนี้เป็นเวลากว่า 100 วันแล้วที่เขาไม่ได้กลายร่างเป็น ฮัค นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายในครั้งนั้น!

เวลานี้เขาไม่รู้ว่าทำไม ฮัค ที่เงียบสงบมาโดยตลอดกลับกระสับกระส่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มมีสติแยกตัวออกไปและมองไปที่ไหนสักแห่งในตะวันตก

ตะวันตกคือสหรัฐอเมริกา

บ้านเกิดของเขาที่มีคนรักและสถานที่ให้คิดถึง แต่เขาไม่สามารถกลับไปที่นั่นได้

อย่างไรก็ตามในช่วง 2 วันที่ผ่านมาชายหนุ่มผมหยิกมีความรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากราวกับว่าที่สหรัฐฯมีอะไรดึงดูด ฮัค และความโกรธของ ฮัค ก็ใกล้ถึงจุดวิกฤต

“ ไม่ว่าจะยังไงฉันจะไม่ปล่อยให้นายออกมาและจะไม่ปล่อยให้นายกลับไปที่นิวยอร์กสหรัฐอเมริกา!”

ชายหนุ่มผมหยิกหายใจเข้าลึก ๆ สงบสติอารมณ์พร้อมกับซับเหงื่อด้วยผ้าขนหนูและปรับอารมณ์เพื่อฝึกโยคะแบบอินเดียต่อไป

ภายในจิตใจของเขา สัตว์ประหลาดตัวสีเขียวยังคงร้องคำราม

“ใครกล้ายั่วโมโห ข้าจะทำลายมัน ทำลายสวรรค์และทำลายล้างโลก!”

……………………...

เหนือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่มีเครื่องบินขนส่งขนาดยักษ์ของอเมริกาบินไปในทิศทางของประเทศบราซิล

ภายในห้องโดยสารมีทหารติดอาวุธ นั่งเงียบๆตามแถวการจำแนกประเภทของการปฏิบัติการเปลี่ยนเป็นการช่วยเหลือและการส่งกำลังสนับสนุน แม้ว่าอันตรายจากภารกิจจะลดลงอย่างมาก แต่ก็ทำให้เกิดความไม่พอใจเล็กน้อยในหมู่ทหารชั้นยอดเหล่านี้

แน่นอนว่าหากพวกเขารู้ว่าศัตรูประเภทไหนที่พวกเขากำลังจะเผชิญหน้าพวกเขาก็คงไม่คิดเช่นนี้

ในบางครั้งทหารติดอาวุธก็เงยหน้าขึ้นและจ้องมองไปที่ ไคล์ ซึ่งกำลังนั่งหลับตาอยู่

ใบหน้าหล่อเหลาของเขาไร้ซึ่งการแสดงออก แต่อารมณ์ที่อยู่ภายในสงบน้อยกว่าที่คิด เครื่องบินขนส่งเข้าใกล้จุดหมายปลายทางที่ประเทศบราซิล ความปรารถนาที่จะต่อสู้ก็เหมือนไฟที่ลุกโชนและยิ่งเผาไหม้มากเท่าไหร่มันก็ยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น!

เสือ 2 ตัวไม่สามารถอยู่ในถ้ำเดียวกันได้

หากเปรียบโลกเป็นถ้ำ เขาและ ฮัค ก็เป็นดั่งเสือ!

ไคล์ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนและความปรารถนาที่จะชนะของเขานั้นรุนแรงมาก หลังจากที่เขาได้รับการ์ดยีนของโปรตอส แล้ว เขาก็ต้องการรู้ถึงระดับความแข็งแกร่งของตัวเขา!

"คุณไคล์ คุณต้องการสู้กับ ฮัค คนเดียวจริงๆหรือ” นายพลรอส ลดเสียงลงและเอ่ยขึ้นอย่างกังวล

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อในสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ แต่ ฮัค มันทรงพลังเกินไป! แข็งแกร่งมากจนเขาไม่กล้าแจ้งเรื่องนี้ให้ทหารชั้นยอดได้ล่วงรู้ว่าพวกเขากำลังจะไปสู้กับสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว!

“อืม แค่ฉันคนเดียว” ไคล์ พยักหน้าพร้อมกับลืมตาขึ้นเผยให้เห็นแสงสีทองที่เปล่งประกายแวววาว

ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดของโลก? ฉันเองก็อยากจะรู้ว่ามันจะแน่สักแค่ไหน!

………...

ประมาณ 3 ทุ่ม.

ในพื้นที่สลัมของบราซิลซึ่งแตกต่างจากเมืองใหญ่ที่พลุกพล่านพื้นที่นี้อยู่ติดกับโรงงาน ชาวบ้านในท้องถิ่นที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันก็พากันเข้านอน

ในเวลานี้ยานพาหนะลึกลับหลายคันจอดอยู่ในตรอกซอกซอยในเขตพื้นที่ทดแทน

รถลายพรางกันกระสุนคันหนึ่งมีไฟส่องสว่างและด้านในมีพื้นที่กว้างขวางติดตั้งเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆและมีหน้าจอมอนิเตอร์แยกหลายๆจอ

นายพลรอส หยิบหูฟังและเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาสวมและมองไปที่ ไคล์ ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามเขา “ ไม่มีอะไรผิดปกติ บรูซ แบนเนอร์ อยู่ในบ้านเช่าของเขา”

ไคล์ พยักหน้าและเอ่ยขึ้นว่า:“ บอกให้ทหารเตรียมพร้อมเข้าไปในบ้านของเป้าหมายหากเขาอยู่ในร่างมนุษย์ให้ทำการจับกุมในทันที และให้บางทีมเตรียมอพยพผู้คนออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด ที่นี่มีคนเยอะเกินไปมันไม่เหมาะสำหรับการต่อสู้ “”

นายพลรอส พยักหน้าอย่างเชื่อฟังและเขาก็ออกคำสั่งในทันที“ ทหารชั้นยอดที่มีอาวุธปืนกระสุนอัมพาตให้แอบลอบเข้าไปในบ้านของเป้าหมาย!”

เมื่อได้รับคำสั่งประตูของรถคันที่เหลือก็เปิดออกทันที ทหารชั้นยอดที่มีอาวุธครบมือเกือบ 10 นายเดินเข้ามาในซอย

พวกเขาคู่ควรกับคำว่าทหารชั้นยอด ภายใต้ความมืดในเวลากลางคืนไม่มีใครพบเห็นความเคลื่อนไหวและร่องรอยของพวกเขา

เอ็มมี่ รีบวิ่งไปแถวหน้าในซอยแคบๆ และไปที่ชั้นล่างของที่พักของเป้าหมายอย่างเงียบเชียบ

“แฮร่!”

สุนัขตัวใหญ่สีดำ ที่กำลังหมอบอยู่ชั้นล่างส่งเสียงขู่ เมื่อ เอ็มมี่ เห็นเช่นนั้นก็เล็งยิงกระสุนอัมพาตเข้าที่คอของสุนัขตัวใหญ๋สีดำอย่างแม่นยำทำให้มันนอนลงบนพื้นโดยไม่มีเสียงใด ๆ

เอ็มมี่ โบกมือไปข้างหน้าและเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ข้างหลังเขาก็รีบเดินเข้าไปในบ้านแล้วขึ้นบันไดไปที่ชั้น 3

'ปัง! '

ประตูห้องเดี่ยวของเป้าหมายถูกถีบ เอ็มมี่ รีบเข้าไปในห้องพร้อมกับยิงปืนไฟฟ้าไปที่เตียง!

หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีการกระทำนี้ควรจบลงที่นี่

เอ็มมี่ เลิกคิ้วและตระหนักดีว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขามองไปที่เตียงและพบว่ามีเพียงแค่หมอนวางอยู่

“ เป้าหมายหนีไปแล้ว!” เอ็มมี่ เอ่ยรายงาน

“ไล่ตาม!”

เสียงของ นายพลรอส ดังขึ้นที่เครื่องวิทยุสื่อสาร

เหล่าทหารชั้นยอดรีบแกะรอยไล่ตามไปที่ชั้นล่างและไม่นานก็พบชายหนุ่มผมหยิกสวมชุดสีแดงถือกระเป๋านักเรียนวิ่งหนีไปทางท้ายซอย!

ราวกับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากความโกรธของเขาปะทุขึ้นมา เขาจึงเลือกวิ่งไปยังทิศทางของโรงงานปิด!

ในเวลาเดียวกัน.

ในรถบัญชาการ ไคล์ ไม่สามารถนั่งนิ่งๆได้อีกต่อไป เขาลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเอื้อมมือไปเปิดประตูรถโดยตรง

นายพลรอส มองเขาด้วยความประหลาดใจ“ คุณไคล์ คุณกำลัง..…”

“ มันกำลังจะออกมา”

ไคล์ พูดเพียงแค่นี้อย่างใจเย็นแล้วก้าวออกจากรถบัญชาการ