ตอนที่ 227 ไอรอนแมน ถือกำเนิด!

การที่ สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ หายไปจากสายตาของสาธารณชนเป็นเวลากว่า 63 ปี กลับกลายเป็นว่าเขาเดินทางออกจากโลกมุ่งหน้าสู่อวกาศ เพื่อตรวจสอบการมีอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างดาวด้วยลำพังเพียงคนเดียวและระบุว่าศัตรูของมนุษยชาติในอนาคตคือมนุษย์ต่างดาว!

ข่าวนี้เป็นข่าวสำคัญที่ทำให้ผู้คนทั่วทั้งโลกในศตวรรษที่ 21 ตกตะลึง!

ในตอนเช้าเมืองเศรษฐกิจของอเมริกาอย่างเมืองนิวยอร์ก ผู้คนเริ่มแย่งชิงหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์

พนักงานออฟฟิศที่เคยไปทำงานเช้าๆต่างพากันหยุดอ่านหนังสือพิมพ์ ณ.บนท้องถนนหรือแม้แต่ตรอกซอกซอย เมื่อพวกเขายิ่งอ่านก็ยิ่งตกใจและเป็นกังวล เนื่องจาก นิวยอร์กไทมส์ เสนอแต่ความจริง ดังนั้นจึงทำให้ประชาชนเกินครึ่งเชื่อข่าวนี้โดยปริยาย

ในเช้าวันนี้ผู้คนในนิวยอร์กกว่า 80% มาทำงานสาย แม้ว่าพวกเขาจะไปที่บริษัทแล้วแต่พวกเขาก็ยังพูดคุยเกี่ยวกับข่าวนี้กับเพื่อนร่วมงาน

หลังจากช่วงเช้าเมื่อสื่อออนไลน์เผยแพร่ข่าวสารจากนิวยอร์กไทมส์ออกไป มันก็เหมือนกับพายุนิวเคลียร์ที่พัดถล่มไปทั่วโลกและทำให้โลกสั่นสะเทือน!

การกลับมาของสัญลักษณ์แห่งสันติภาพนั้นสมควรได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก แต่ข่าวสารที่เขานำกลับมานั้นน่าตกใจยิ่งกว่า!

มนุ๋ษย์ต่างดาวที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยกว่าโลกจะทำการรุกรานมนุษยชาติในอนาคต …

ในเวลาเพียงครึ่งวันข่าวนี้ได้กลายเป็นจุดสนใจของการถกเถียงกันไปทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงจำนวนนับไม่ถ้วนลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นและบางคนก็คัดค้านเกี่ยวกับเรื่องนี้

บางคนแนะนำให้สร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรกับมนุษย์ต่างดาวล่วงหน้า บางคนแนะนำให้ประเทศต่างๆจัดทำแผนเพื่อจัดการกับการรุกรานของมนุษย์ต่างดาวโดยเร็วที่สุด และผู้นำบางประเทศบอกว่าข่าวนี้เป็นเพียงข่าวลือและต้องพา ไคล์ มาซักถามถึงข้อเท็จจริง

สำหรับประเด็นสุดท้ายประชาชนทั่วไปได้ตะโกนคำราม:“ ผู้นำโง่ไร้สมอง!”

ย้อนกลับไปในช่วงประวัติศาสตร์! ซึ่งเป็นช่วงที่มืดมนและวุ่นวายที่สุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 ครั้งหนึ่ง ไคล์ ได้ทำให้ญี่ปุ่นยอมจำนน ความโหดเหี้ยมอำมหิตของเขาที่มีต่อศัตรูได้กลายเป็นตำนานที่ทรงพลังที่สุดของมนุษยชาติหรือที่เรียกว่า 'สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ฮีโร่ผู้อยู่ยงคงกระพัน'!

ต้องการพา ไคล์ มาซักถาม? สมองมีปัญหาใช่มั้ย? ไปเอาความกล้าเช่นนั้นมาจากไหน?

สื่อและองค์กรวิทยาศาสตร์มากมายของประเทศต่างๆไม่กล้าสร้างปัญหาให้ ไคล์ อย่างแน่นอน พวกเขาได้ติดต่อฝ่ายรัฐสภาและกองทัพของสหรัฐฯผ่านวิธีการต่างๆเพื่อตรวจสอบความเป็นจริงในเรื่องนี้

ไม่นานพวกเขาก็ได้รับข่าวจากวงใน

หน่วยงานต่างๆของสหรัฐฯได้ประชุมระดับสูงเมื่อคืนที่ผ่านมาและหารือกันจนถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น

สหรัฐฯและประธานาธิบดีต่างก็สงวนท่าทีและไม่ยอมรับว่าเรื่องนี้คือความจริงและไม่ได้ชี้แจงต่อสาธารณชน

ในความเป็นจริงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯกระตือรือร้นที่จะระงับเรื่องนี้เอาไว้และป้องกันไม่ให้คนในชาติกังวลพวกเขากลัวว่าเศรษฐกิจจะถดถอยและอัตราการก่ออาชญากรรมจะเพิ่มสูงขึ้น

ปัญหาคือ ไคล์ เป็นคนเดียวที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมและไม่อาจห้ามปรามเพื่อไม่ให้พูดถึงเรื่องมนุษย์ต่างดาวนอกโลกได้ และถ้าหากมีการรุกรานของมนุษย์ต่างดาวในอนาคตจริงพวกเขาจะกลายเป็นคนบาปในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติในทันที!

ภายใต้แรงผลักดันจากความตั้งใจของ ไคล์ วงล้อแห่งยุคได้เริ่มหมุนไม่มีใครกล้าปิดกั้นทำได้แค่เพียงยอมรับและหามาตรการรับมือเท่านั้น

ความเงียบของฝ่ายสหรัฐฯเป็นการบอกอ้อมๆว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง

ในกรณีนี้สื่อทั่วโลกได้เริ่มรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังและเปิดการสนทนาแสดงความคิดเห็น

เมื่อรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ถึงเวลาเตรียมแสงเพื่อฝ่าความมืดและร่มเพื่อกันน้ำฝน

สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ไคล์ คือลำแสงที่ส่องผ่านความมืด แล้วร่มล่ะอยู่ที่ไหน?

ท่ามกลางความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งโลก บุรุษเหล็กที่มีสีแดงทองก็ถือกำเนิดขึ้น!

เพียงไม่ถึงครึ่งวัน.

ไอรอนแมน บินเหนือเสียงจากสหรัฐอเมริกาไปยังตะวันออกกลางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อจัดการผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลางและช่วยชีวิตพลเรือนในท้องถิ่น

เกราะเหล็กของ ไอรอนแมน สามารถเพิกเฉยต่อกระสุนปืนแม้แต่ ปืนใหญ่จักรเกอร์นาต และขีปนาวุธก็ไม่สามารถหยุดการก้าวเดินของเขาได้!

คนในพื้นที่ต่างพากันเรียกเขาว่า 'ไอรอนแมน'

ไอรอนแมน ปรากฏตัวในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของยุคนี้และบุกเข้าไปในหัวใจของผู้คนที่หวาดกลัวมนุษย์ต่างดาว

การถือกำเนิดของ ไอรอนแมน ทำให้คนทั่วไปเข้าใจสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจน

สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ไคล์ เป็นฮีโร่ในตำนานเพียงคนเดียวที่โลกยอมรับในขณะนี้ ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่เพียงพอ - ต้องมีคนที่มีความสามารถและมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น เพื่อยืนหยัดและเป็นฮีโร่เพื่อหยุดยั้งหายนะและแรงกดดันในอนาคต!

ปีนี้คือ 2008

ในอนาคตไม่ควรเป็นยุคมืดแห่งความสิ้นหวังและจุดจบมันควรจะเป็นยุคแห่งแสงสว่างและความหวัง!

ไม่กี่คนที่รู้

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในตะวันออกกลางแล้ว ไอรอนแมน ก็กลับไปที่สหรัฐอเมริกาและถูกค้นพบโดยหน่วยป้องกันทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯ

และคิดว่ามันเป็นยานบินที่ไม่ปรากฏสัญชาติ ผู้พันโรดส์ ในฐานะผู้บัญชาการฐานทัพได้ส่งเครื่องบินรบ F12 จำนวน 2 ลำ เข้าสกัดกั้นและทำการค้นหา หลังจากเครื่องบินรบได้เผชิญหน้ากับ ไอรอนแมน กลางอากาศ เครื่องบินรบลำหนึ่งได้รับความเสียหายที่ปีกและร่วงหล่นลงไปที่พื้น

และเมื่อ ผู้พันโรดส์ รู้ตัวตนที่แท้จริงของ ไอรอนแมน เขารู้สึกตกใจมากและต้องการปกปิดเหตุการณ์นี้ด้วยการแทรกแซงทางทหาร

ในเวลาเดียวกัน.

ในห้องไต่สวนลับของ CIA นิวยอร์ก หุ่นเหล็กสีเงินตัวใหญ่ได้บุกเข้าไปยิงเจ้าหน้าที่ CIA มากกว่าหนึ่งโหลอย่างไร้ความปราณีและยังสังหารผู้ก่อการร้ายที่ลอบทำร้าย สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เมื่อคืนที่ผ่านมา

ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในที่เกิดเหตุบอกว่า หุ่นเหล็กสีเงิน ได้ระเบิดทำลายกำแพงอย่างรุนแรงและได้บินหนีออกไป

การถือกำเนิดของ ไอรอนแมน และการเกิดขึ้นของ หุ่นเหล็กสีเงิน มันไปไกลเกินกว่าความเข้าใจระดับโลกเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฮเทคขั้นสูงเปรียบเสมือนการตอกย้ำเรื่องมนุษย์ต่างดาว ความเข้าใจในเทคโนโลยีของมนุษย์โลกถูกยกระดับขึ้นใหม่!

ในขณะเดียวกันในส่วนลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก ฐานที่ตั้งของตระกูลคาร์ล หากมองจากภายนอกจะเห็นเป็นเกาะน้ำแข็งขนาดยักษ์

อาคารป้อมปราการชั้นที่ 3 มีห้องประชุมระดับสูงสุดของตระกูล เนื่องจากไม่มีใครมีสิทธิ์เปิดประชุมมาเป็นเวลานานกว่า 63 ปี ในที่สุดวันนี้ก็ได้นำเข้าสู่วาระการประชุมระดับสุดยอดของตระกูลที่ห่างหายไปนาน

ห้องโถงสว่างไสวและกว้างขวางสามารถจุคนได้หลาย 100 คน โต๊ะโลหะรูปไข่วางอยู่ตรงกลางห้องโถง ด้านข้างมีเก้าอี้หลาย 100 ตัว

ในขณะนี้บนเก้าอี้ประชุมนั่งไปด้วยกลุ่มคนที่มีอายุต่างกัน