ตอนที่ 353 3 อาชญากร

“ อาชญากร?”

ดวงตาของ เอ็ดดี้ เบิกกว้างและมองไปที่ชายร่างใหญ่ทั้ง 3 คน และเห็นว่าทั้ง 3 คนไม่ได้มองมาทางนี้ เอ็ดดี้ จึงถามด้วยเสียงเบาว่า:“ นายน้อย สิ่งที่คุณพูดเป็นความจริงเหรอ?”

“เห็นฉันเป็นคนพูดเล่นเหรอ” ซีซาร์ ดูเหมือนจะไม่พอใจกับความไม่เชื่อของ เอ็ดดี้ เขาเปิดปากเล็ก ๆ และยัดขาไก่ครึ่งหนึ่งเข้าปากแล้วพูดอธิบายว่า

“ พวกเขามีปืนและมีดอยู่ที่เอว แม้ว่าจะมีเสื้อแจ็คเก็ตคลุมอยู่ แต่ฉันก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน หลังจากเข้ามาในร้านอาหาร พวกมันมุ่งหน้าไปที่เคาน์เตอร์ชำระเงินและมองกล้องวงจรปิดอย่างเงียบ ๆ ร่างกายยังมีกลิ่นเลือดติดอยู่เล็กน้อยและมีแนวโน้มว่ามันได้ฆ่าคนก่อนมาที่นี่"

เอ็ดดี้ พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ เมื่อได้ยินคำพูดของ ซีซาร์ เขาก็เชื่อการวิเคราะห์โดยสนิทใจ ใบหน้าของเขายังคงสงบและไม่แยแส เขายกแก้วเบียร์ขึ้นมาจิบและใช้เพียงหางตามองไปที่อาชญากรทั้ง 3 คน.

“ว่าแต่คืนนี้ ปีศาจสีดำ จะไม่ลงมือเหรอ?” ซีซาร์ จ้องไปที่ดวงตากลมโตของ เอ็ดดี้ ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ไร้เดียงสาเหมือนมีรอยยิ้ม แต่ไม่ได้ยิ้ม

เอ็ดดี้ ถอนหายใจเบา ๆ“ วันนี้ถือว่าพวกมันโชคดีเพราะผมต้องคอยปกป้องคุณ และนายน้อยก็อย่าสร้างปัญหาขึ้นโดยไม่จำเป็น!”

“ คุณมีความกังวลมากเกินไป อาชญากรเพียงไม่กี่คนฉันจะฆ่ามันเมื่อไหร่ก็ได้”

ซีซาร์ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เฉยชาและเบื่อที่จะดื่มโค้ก ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่น้ำโซดาแล้วคว้ามันมาเปิดฝาจากนั้นก็เทลงไปในปาก และเพียงไม่นานมันก็ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงาน

แม้แต่ เอ็ดดี้ ที่เคยชินกับการฆาตกรรมและวางเพลิงเมื่อได้ยินคำพูดของ เด็กทารก หัวใจของเขารู้สึกขนลุกแปลกๆ เขากระซิบและพูดว่า“ ได้โปรด นายน้อย อย่าพูดว่าจะฆ่าใครแบบนั้นอีกเลย แม้จะฆ่ามดสักตัวมันก็ไม่เข้ากับรูปลักษณ์ของคุณ!”

เห็นได้ชัดว่ารูปลักษณ์ของเด็กทารกตรงหน้าเขานั้นดูบริสุทธิ์เหมือนเทวดาตัวน้อย แต่ใครจะคิดละว่าเด็กทารกคนนี้จะพูดเรื่องฆ่าคนราวกับเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป

“งั้นเหรอ” ซีซาร์ เอ่ยออกมาอย่างไม่แยแสด้วยสีหน้าที่ไร้เดียงสา

“เอาล่ะ รีบ ๆ กินให้เสร็จแล้วเราจะได้รีบกลับกัน”

แม้ว่า เอ็ดดี้ จะเร่งแต่ ซีซาร์ ก็ไม่สนใจเขายังคงเพลิดเพลินกับรสชาติของอาหาร

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง

ตอนนี้ก็เริ่มดึกมากแล้วลูกค้าในร้านอาหารก็ทยอยออกไปครึ่งหนึ่ง เหลือแขกที่ยังคงทานอาหารอยู่อีก 3-4 โต๊ะ รวมทั้งโต๊ะของ เอ็ดดี้ เท่านั้นที่ยังไม่ได้ออกไป

บนโต๊ะใกล้ประตูทางเข้า ชายร่างใหญ่ 3 คนนั่งเคียงข้างกันและดื่มวอดก้าราวกับดื่มน้ำ คอและใบหน้าของพวกเขาเป็นสีแดงเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเมามากแล้วในขณะนี้

“น้องสาม วันนี้เป็นนายที่ชวนเราออกมา แล้วนี่อะไร ดื่มไปแค่นี้ก็เมาแล้วเหรอ?!” ชายร่างใหญ่เขย่าชายร่างผอมที่นอนฟุบอยู่ด้านข้าง

ชายที่ถูกเรียกว่าน้องสาม พยายามยกหัวที่หนักอึ้งขึ้นและพูดว่า“ ใช่! ฉันยอมรับว่าเมาแล้วจริงๆ หลังจากติดคุกมา 5 ปีโลกข้างนอกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทำให้ฉันสูญเสียโอกาสที่จะสร้างชื่อ! หลายปีที่ผ่านมามันไม่สนุกเอาซะเลย ในครั้งนี้ฉันเป็นอิสระฉันจะอาละวาดให้สมใจอยากและจะทำอะไรก็ได้ที่อยากจะทำ!”

“ดี! สมแล้วที่เป็นพี่น้องของพวกเรา พวกเราสามพี่น้องจะทำในสิ่งที่อยากทำและใครก็มาขวางเราไม่ได้”

พวกเขาทั้ง 3 หัวเราะออกมาพร้อมกับยกแก้วมาชนกัน

เห็นได้ชัดว่าทั้ง 3 คนไม่ใช่ตัวดี ภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์พวกเขาค่อยๆเปิดเผยเรื่องชั่วๆที่ได้ทำมาซึ่งเกี่ยวกับผู้หญิงและยาเสพติดและพวกเขาก็เมินแขกคนอื่น ๆ ที่ยังคงรับประทานอาหารอยู่

แขก 2 คนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆก็ขมวดคิ้วขึ้น คนหนึ่งเป็นหญิงสาวส่วนอีกคนเป็นชายหนุ่ม หญิงสาวมีชื่อว่า แอน เธอกระซิบ 2-3 คำกับเพื่อนร่วมงานชายที่นั่งอยู่ด้วยกัน เห็นได้ชัดว่าเพื่อนร่วมงานชายคนนี้แอบชอบเธอ เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัท ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะไม่ยอมแพ้ในการตามจีบ แต่ผู้ชายตัวใหญ่ทั้ง 3 คนที่อยู่โต๊ะข้างๆ ได้ทำให้บรรยากาศของเขาเสีย

“เดี๋ยวผมจะไปเช็คบิลก่อน แล้วจะชวนคุณมาทานข้าวอีกในครั้งต่อไป” เพื่อนร่วมงานชายพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ แอน รีบหยิบกระเป๋าขึ้นมาและพยายามหลีกเลี่ยงโต๊ะข้างเคียงที่อยู่ในแนวสายตา เธอรีบเดินออกไปที่ประตูของร้านอาหาร .

“ว๊าย!”

เมื่อเดินผ่านโต๊ะใกล้เคียง แอนน์ ก็ร้องอุทานออกมาเพราะเธอได้ไปเหยียบเท้าของชายร่างใหญ่ที่ได้นั่งวางเท้าไว้บนทางเดิน

“ ยัยโง่! เธอทำอะไร” เมื่อเท้าถูกรองเท้าส้นสูงเหยียบ ชายร่างใหญ่ก็ลุกขึ้นยืนด้วยความเจ็บปวดและหันไปมอง แอน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ

โชคดีที่ แอน ไม่ได้ล้มลงบนพื้นโดยตรงเธอจับมุมโต๊ะและยืนให้มั่นคงแล้วก้มหัวลงขอโทษอย่างจริงใจโดยเร็ว

“ โอ้?” ชายร่างใหญ่อุทานออกมาและมองไปที่ แอน ด้วยสายตาที่หลงไหล

แอน เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยพลังแห่งวัยเยาว์ ผมของเธอเป็นสีบลอนด์ ผิวของเธอเป็นสีขาวและยิ่งสวมชุดพนักงานสีขาวบวกกับรองเท้าส้นสูงผ้าไหมสีดำ ยิ่งขับเน้นเสน่ห์อันน่าหลงใหล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าชายที่เมามายด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งล่อตาล่อใจมากยิ่งขึ้น

ไม่เพียงแค่ชายร่างใหญ่เท่านั้น อีก 2 คนที่เหลือก็ใช้สายตาหื่นกระหายจ้องมอง แอน โดยไม่กระพริบตาในตอนนี้พวกมันต่างก็รู้สึกว่าไฟปราถนาได้พลั่งพลูออกมากระตุ้นร่างกายส่วนล่าง

“ ผู้หญิงคนนี้สวยมาก”ชายที่ถูกเรียกว่า น้องสาม เลียริมฝีปากของมันและพูดขึ้น ดวงตาของมันจ้องมองไปที่ส่วนโค้งส่วนเว้าบนร่างกายของ แอน มันติดคุกมา 5 ปีแล้วดังนั้นจะต้านทานเสน่ห์ของหญิงสาวที่สวยงามแบบนี้ได้อย่างไร

เมื่อ แอน เห็นว่าคนทั้ง 3 จ้องมองเธอด้วยสายตาหื่นกระกายราวกับสัตว์ป่า ใบหน้าที่บอบบางของเธอก็ซีดขาวลงเล็กน้อยและเธอก็อดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลัง “ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อน”

“จะรีบไปไหนคนสวย!” ชายที่เป็นพี่ใหญ่ของคนทั้งสามรีบคว้าข้อมือของ แอน โดยตรงและขยับปากที่เต็มไปด้วยฟันเหลืองดำแล้วพูดว่า “ เธอทำให้ น้องรอง ของเราเจ็บหนักขนาดนี้เธอต้องชดใช้ค่าเสียหาย”

"ใช่." คนที่เหลืออีก 2 คน กล่าวเสริม

"คุณ!" ใบหน้าของ แอน ซีดขาวและเธอหันไปหาเพื่อนร่วมงานชายที่อยู่ด้านหลังเพื่อขอความช่วยเหลือ

เพื่อนร่วมงานชายในชุดสูทลังเลเล็กน้อยและกัดริมฝีปากพร้อมกับจ้องมองไปที่ แอน เขาคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะเพิ่มความรู้สึกที่ดีของหญิงสาว เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าแล้วตะโกนว่า:“ นี่พวกคุณปล่อยเธอไป…”

'ปัง! '

ทันใดนั้นการก้าวเดินไปข้างหน้าของเขาก็หยุดลงอย่างกะทันหันและคำพูดของเขาก็ถูกขัดด้วยเสียงปืน เขาเอื้อมมือขึ้นมาแตะหน้าอกด้านซ้ายพร้อมกับก้มมองลงไปเห็นฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงอุ่นๆและร่างของเขาก็ล้มลงไปกองกับพื้น

แอน รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมากและดวงตาคู่สวยก็เต็มไปด้วยความไม่เชื่อสายตา ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้เธอยังรับประทานอาหารกับเพื่อนร่วมงานชายอยู่เลยเพียงแค่ผ่านไปไม่กี่วินาทีเขาก็กลายเป็นศพไปแล้ว

ชายที่เรียกว่าน้องสาม คือมือยิงเขายกปากกระบอกปืนมาใกล้ปากแล้วค่อยๆเป่าควันที่ลำก้องออกไป

หลังจากเงียบไปครึ่งวินาทีเสียงกรีดร้องจากแขกเหรือก็ดังขึ้นทั่วร้านอาหาร ทั้งพนักงานเสิร์ฟและลูกค้าต่างก็อยากจะหนีไปที่ประตูร้าน

'ปัง!

น้องสาม ยิงปืนขึ้นไปบนเพดานอีกครั้งและยิ้มเยาะเย้ยคนอื่น ๆ จากนั้นก็พูดว่า "เงียบ! และอย่าขยับถ้าใครกล้าเรียกตำรวจมาฉันจะให้มันกินลูกกระสุน!" หลังจากพูดจบมันก็รีบพูดกับ พี่ใหญ่ กับ พี่รอง ของมันอย่างประจบประแจงว่า“ พี่ใหญ่ พี่รอง ในฐานะที่ฉันเป็นเจ้าภาพเชิญพวกคุณมาในค่ำคืนนี้ผมจะยอมเสียสละให้พวกคุณไปหาความสุขกันก่อนเลย”

พี่ใหญ่ กับ พี่รอง หันมามองหน้ากันจากนั้นก็มองไปที่ แอน พวกมันกลืนน้ำลายลงคอและหัวเราะชอบใจอย่างรู้กันโดยไม่ต้องพูดอะไรออกมา

“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย!” แอน กรีดร้องขอความช่วยเหลือและร้องไห้ออกมา เธอถูกชายที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่ และ พี่รอง จับมือคนละข้าง ด้วยความแข็งแกร่งของชายร่างใหญ่ทั้ง 2 ทำให้เธอไม่สามารถสลัดหลุดพ้นได้

“พวกพี่พายัยนั่นไปหาความสุขกันก่อน เดี๋ยวผมจะเฝ้าที่นี่ไว้สักครู่แล้วจะรีบตามไป”น้องสาม ถือปืนชี้ไปที่แขกและพูดขึ้น

“น้องชายที่ดี” พี่ใหญ่ และ พี่รอง พยักหน้าจากนั้นก็ลาก แอน ออกจากประตู

น้องสาม ผู้ถือปืนพกยืนอยู่ที่ประตูและจ้องมองไปที่ผู้คนในร้านอาหารอย่างเย็นชาซึ่งส่วนใหญ่ต่างพากันก้มหน้า ถ้าใครกล้าขัดขืนหรือโทรแจ้งตำรวจมันก็พร้อมที่จะยิง

ณ จุดนี้ที่โต๊ะตรงหัวมุม

เอ็ดดี้ กำหมัดเอาไว้แน่นใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและพูดว่า:“ นายน้อยผมจะไปช่วยเธอ!”

ไม่มีการตอบสนอง เอ็ดดี้ มองไปที่ด้านข้างและทันใดนั้นก็พบว่านอกจากจานอาหารที่ว่างเปล่าแล้วก็ไม่มีเงาร่างของ ซีซาร์ เลยแม้แต่น้อย