ตอนที่ 211 ยุคสมัยใหม่!

สนามบินฐานทัพทหารของสหรัฐอเมริกา นิวยอร์ก

เครื่องบินรบขนส่งขนาดใหญ่ลงจอดอย่างราบรื่น พวกระดับสูงของกองทัพสหรัฐ ซีไอเอ กระทรวงกลาโหมและสำนักงานสอบสวนกลางดูเหมือนจะได้รับข่าวและมาถึงสนามบินล่วงหน้า

ห้องโดยสารด้านหลังของเครื่องบินรบขนส่งเปิดออก ผู้พันโรดส์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาอาวุธทางทหารเดินออกมาด้วยรอยยิ้มที่สดใส

เขากำลังจะประกาศว่าจะแถลงข่าวในสำนักงานอย่างเป็นทางการ แต่คนที่รออยู่ข้างนอกอย่างพวกนักข่าวกลับไม่ได้ให้โอกาสเขา พวกเขากำลังรีบไปสัมภาษณ์ โทนี่ ที่กำลังลงจากเครื่อง

วินาทีต่อมาหญิงสาวผมบลอนด์ที่ดูเป็นผู้รอบรู้และเฉลียวฉลาดเธอโบกมือให้ทุกคนหยุดวิ่งและรอรับ โทนี่ อยู่ด้านหน้ากลุ่ม

ผมของเธอมัดเป็นหางม้าและกระโปรงของเธอเผยให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าที่ดูเซ็กซี่ เมื่อเธอเดินไปหา โทนี่ เธอก็เผยรอยยิ้มออกมา

เมื่อ โรดส์ เห็นว่าเธอเดินเข้ามาหา โทนี่ เขาก็กระแอมเบาๆและปล่อยให้ทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกัน

“อืม ตาแดงๆนะร้องไห้หาเจ้านายที่หายไปเหรอ?” โทนี่ พูดอย่างเชื่องช้าพลางมองไปที่ เป๊ปเปอร์ เลขานุการสาวของเขาด้วยความรู้สึกบางอย่าง

“ ใช่” เป๊ปเปอร์ ยอมรับเห็นได้ชัดว่าเธอคุ้นชินกับท่าทางของ โทนี่ หลังจากนั้นเธอก็พูดต่อว่า “ ฉันขี้เกียจหางานใหม่น่ะ”

“ ถ้าอย่างนั้นก็หมดเวลาพักร้อนแล้ว” โทนี่ ยิ้มและไม่ลืมที่จะมองกลับไปหาคนที่อยู่บนเครื่องบินขนส่งแล้วกวักมือเรียก "เฮ้ คุณการ์ด เราควรไปได้แล้ว”

"คุณการ์ด?”

เป๊ปเปอร์ เงยหน้าขึ้นมองและเห็นชายหนุ่มผมสีเงินสวมฮู้ดพร้อมเสื้อคลุมหนังเดินออกมาจากเครื่องบินขนส่ง

แว่นตากันแดดสีดำปิดใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาและรูปร่างที่สูงเรียวของเขาก็ดูสมบูรณ์แบบ มือของเขาสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง ภาพโดยรวมเต็มไปด้วยเสน่ห์

เมื่อเห็นการปรากฏตัวของชายหนุ่มผมสีเงิน ผู้พันโรดส์ ที่อยู่ด้านข้างก็ขมวดคิ้ว แม้ว่า โทนี่ จะบอกว่าเขาเป็นผู้ช่วยชีวิต แต่ตลอดทางชายหนุ่มผมสีเงินนั้นเย็นชาและเงียบสงบ ตัวตนดูลึกลับสร้างความสงสัยให้เขาเป็นอย่างมาก

ไม่แน่เขาอาจจะเป็นสายลับของผู้ก่อการร้าย หรืออย่างน้อยก็อาจจะเป็นพวกลักลอบล่าสัตว์หรือพวกอพยพเข้ามาอย่างผิดกฎหมายในตะวันออกกลาง

ชายหนุ่มที่ดูธรรมดาขับรถจี๊ปเก่า ๆ และท่องไปในทะเลทรายกลางทะเลทรายในตะวันออกกลาง แล้วจะไม่ให้เขาสงสัยได้เหรอ?

ระหว่างขึ้นเครื่องกลับ โรดส์ ได้มอบหมายให้ทหารสหรัฐนำรถจิ๊ปไปตรวจสอบ

การตัดสินใจในตอนนั้นจึงเป็นเหตุให้ชายหนุ่มผมสีเงินไม่แม้แต่จะมองเขา

แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อีกฝ่ายเหลือบมองมาที่เขาแค่เพียงแวบเดียวและนั่นก็ทำให้ โรดส์ สัมผัสได้ถึงดวงตาที่เย็นชาผ่านแว่นตากันแดด

สิ่งนี้ได้กระทบหัวใจของ โรดส์ อย่างมากเหมือนเขาถูกเมินเฉย!

ต้องรู้ก่อนว่าเขาเป็นผู้พันที่มีอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของอเมริกา! ความมีหน้ามีตาในวงการทหารนั้นหนักหนาสาหัสและแม้แต่ประธานาธิบดีคนใหม่ยังพยายามตีซี้กับเขา!

ถ้าไม่ใช่เพราะ โทนี่ บอกเขาว่าถูกชายหนุ่มผมเงินช่วยเอาไว้ โรดส์ ก็อดไม่ได้ที่จะให้ทหารจับมันแล้วพามันไปคาดคั้นหาความจริงและดำเนินคดีกับมัน

“ นี่คือ คุณการ์ด” โทนี่ ยกมือซ้ายขึ้นจากนั้นก็ถอนหายใจและพูดว่า:“ เขาเป็นผู้ช่วยชีวิตของฉันและเป็นเจ้าหนี้ของฉันด้วย”

"อา?" เมื่อมองไปที่ โทนี่ ที่เต็มไปด้วยใบหน้าหดหู่ มือของ เป๊ปเปอร์ ก็ถูกยกขึ้นมาปิดปากของเธอขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อว่าชายหนุ่มผมเงินคนนี้จะเป็นคนช่วย โทนี่ เอาไว้

หลังจากที่เธอระงับอารมณ์ได้เธอก็ไม่ได้ดูถูก ไคล์ แม้จะเห็นว่าเขายังเด็ก แต่เธอก็รีบทักทายเขาอย่างเคารพและพูดว่า:“ ฉันเป็นเลขาของ โทนี่, เป๊ปเปอร์ พอต คุณสามารถเรียกฉันว่า เป๊ปเปอร์ ฉันขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับการช่วยเหลือของคุณ”

“ เขาช่วยชีวิตฉัน แต่ก็แลกกับราคาที่สูงยิ่ง” มุมปากของ โทนี่ กระตุก และเขากระซิบอยู่ข้างๆหู เป๊ปเปอร์

“ เป๊ปเปอร์ เหรอไม่เลว” ไคล์ พยักหน้ามองขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็พูดอย่างใจเย็นว่า“ เธอมีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมกับครอบครัวสตาร์ค”

แก้มทั้ง 2 ข้างของ เป๊ปเปอร์ มีสีชมพูระเรือขึ้นอย่างรวดเร็ว จู่ๆเธอก็รู้สึกเหมือนได้พบกับญาติผู้ใหญ่….

และการได้รับการยอมรับจากชายหนุ่มตรงหน้าเธอถือว่าเป็นกุญแจที่สำคัญมาก

“ รีบขึ้นรถสิ”

โทนี่ ไม่ได้ยินสิ่งที่ ไคล์ พูด เขาเห็นผู้คนมากมายที่อยู่รอบตัวเริ่มใกล้เข้ามา เขาจึงเรียกให้ทั้ง 2 รีบขึ้นรถหรู

หลังจากนั้นไม่นานรถหรูสีดำก็แล่นออกจากสนามบินและเข้าสู่ถนนสายหลักในนิวยอร์กอย่างรวดเร็ว

ผู้ขับรถคือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท สตาร์ค อินดัสทรีส์

ไคล์ นั่งอยู่ในที่นั่งผู้โดยสารส่วน โทนี่ นั่งเบาะหลังกับ เป๊ปเปอร์

เมื่อ ไคล์ มองออกไปข้างนอกหน้าต่างของรถยนต์ เขาได้เห็นอาคารและถนนอันทันสมัยที่ดูคึกคักผ่านแว่นตากันแดด เขาเห็นโฆษณาที่มีสีสันสดใสบนหน้าจอทีวีขนาดใหญ่

คนเดินเท้าบนท้องถนนสวมชุดสูทหรือชุดลำลองถือโทรศัพท์หน้าจอสัมผัสแบรนด์เนมหลายรุ่นกำลังรีบไปทำงานหรือไปท่องเที่ยว

นิวยอร์ก ในศตวรรษที่ 21 กับ นิวยอร์ก หลังสงครามโลกครั้ง 2 เมื่อ ปี ค.ศ.1945 มันช่างแตกต่างกันอย่างชัดเจน

เหมือนหลุดโลก! เหมือนหลุดโลกจริงๆ! ราวกับเป็นเพียงชั่วพริบตาโลกก็ผ่านไปหลายทศวรรษ!

ไคล์ เกิดในช่วงสงคราม เมื่อต้องเจอกับโลกใหม่เขาก็ยังคงมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

โดยธรรมชาติแล้วสิ่งต่างๆจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจดจำได้ และผู้คนที่เคยเป็นสหายร่วมรบด้วยจิตวิญญาณจะมีกี่คนที่รอดชีวิตมาถึงวันนี้?

ไคล์ นั่งอยู่ส่วนกลางของรถหรูและได้ยินเสียงทะเลาะกันของ โทนี่ และ เป๊ปเปอร์ ที่ดังมาจากเบาะหลัง เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า

ทั้ง 2 คนเถียงกันเรื่องไปโรงพยาบาล

โทนี่ ไม่ยอมไปโรงพยาบาล เขาหันมาสบตากับ เป๊ปเปอร์ และพูดอย่างจริงจังว่า:“ ฉันจะไปงานแถลงข่าว”

“ คุณจะไปทำอะไรในงานแถลงข่าว” เป๊ปเปอร์ อดไม่ได้ที่จะถาม

โทนี่ เงียบลงแม้กระทั่งเขาเองก็คิดไม่ออกว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นมันถูกหรือผิด

ถ้าพ่อเขายังอยู่ที่นี่…

โทนี่ ถอนหายใจและทันใดนั้นราวกับว่าเขาคิดอะไรบางอย่างออกเขาเอ่ยถาม ไคล์ ที่นั่งอยู่บนเบาะด้านหน้า

"คุณการ์ด ฉันขอถามคำถามคุณได้ไหม” โทนี่ พูดด้วยน้ำเสียงเบาและดูลังเลว่า“ การผลิตอาวุธที่ทรงพลังเป็นประโยชน์ต่อโลกจริงๆหรือไม่”

เมื่อเห็นฉากนี้ เป๊ปเปอร์ ก็รู้สึกประหลาดใจอีกครั้งเธอยกมือขึ้นปิดปาก และรู้สึกไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่หูของเธอได้ยิน

คนหยิ่งผยองอย่าง โทนี่ สตาร์ค คนที่เอาแต่ใจตัวเองมาโดยตลอด ในวันนี้กลับถามปัญหาของตัวเองกับคนอื่น!