เปลวไฟแห่งนิรันดร์
เป็นเปลวไฟที่ลุกไหม้มาตั้งแต่สมัยโบราณเมื่อครั้งสร้างจักรวาล
ดาวฤกษ์เกิดแล้วดับ สิ่งมีชีวิตกำเนิดแล้วดับสูญ หรือแม้แต่น้ำแข็งที่อยู่มานับพันนับหมื่นล้านปีก็ย่อมมีวันหลอมละลาย แต่เปลวไฟแห่งนิรันดร์ไม่เคยดับ
แม้จะถูกเรียกว่า เปลวไฟแห่งนิรันดร์ แต่ถ้าจะพูดให้ถูกมันคือกฎเฉพาะของจักรวาล
เปลวไฟแห่งนิรันดร์ กลุ่มนี้มีความจริงที่ลึกซึ้งซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้างชีวิตและการทำลายล้าง
แต่ตอนนี้ ไคล์ เอาเปลวไฟแห่งนิรันดร์มาเป็นอาวุธกระแทกไปที่หัวของ ฮัค …
ถ้ายักษ์แห่งไฟซึ่งเป็นอดีตเจ้าของ เปลวไฟแห่งนิรันดร์ รู้ ก็คาดว่าเขาจะถอนหายใจนับ 1,000 ครั้งในถ้ำของตัวเอง หากเทพีแห่งความตาย เฮลา ในยมโลกอันหนาวเหน็บรู้เข้า เธออาจจะพกดาบขึ้นมายังโลกและฆ่าเขาแล้วชิงเปลวไฟแห่งนิรันดร์ไป ถ้าจอมเทพโอดิน รู้เข้าก็ประมาณว่าเขาคงจะนั่งอยู่บนบัลลังก์แทบไม่ติดแล้วลงมายังโลกเขกหัว ไคล์ สักทีสองที
นี่คือเปลวไฟแห่งนิรันดร์ซึ่งดีกว่า อัญมณีทั้ง 6 มันเป็นสิ่งที่ต้องให้ความเคารพไม่ใช่เอามาใช้พร่ำเพรื่อแบบนี้
ไคล์ ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของ ฮัค และควันสีขาวที่มาพร้อมกับเสียง ซี่ ซี่ ผลกระทบนี้ยังทำให้เขากลัว เขากระโดดเข้าไปดึงเปลวไปแห่งนิรันดร์ออกมาจากหัวของ ฮัค อย่างรวดเร็ว
'ฟุบ……'
เปลวไฟแห่งนิรันดร์ที่อยู่ด้านในกล่องคริสตัลยังคงลุกโชนโดยไม่ดับและไม่ลุกลามเผาไหม้ไปที่อื่นอีก
ไคล์ ผ่อนคลายและคราวนี้เขามองไปที่ ฮัค ที่อยู่ข้างหน้ารูม่านตาสีทองของเขาหดตัวลงเผยให้เห็นสีหน้าที่ตกตะลึง
สภาพของ ฮัค ในเวลานี้มันแย่เกินไปจริงๆ
มันยังเจ็บปวดและกลิ้งไปมากับพื้นอย่างต่อเนื่องและศีรษะส่วนใหญ่ถูกเผาโดยตรง ใบหน้าของสัตว์ประหลาดและหน้าอกที่แข็งแกร่งกลายเป็นสีดำเหมือนเนื้อดิบที่ถูกย่างจนสุกบนกองไฟ
คุณก็รู้นี่คือ ฮัค!
ผิวหนังที่มีความทนทานเพิกเฉยต่อกระสุนปืนทุกชนิด! ถูกค้อนยักษ์ทุบไปหลาย 10 ครั้งและถูกเปลวไฟที่มีอุณหภูมิสูง 5,000 องศาเซลเซียสแผดเผา แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นกลับสามารถทำให้มันบาดเจ็บทางผิวหนังเล็กน้อยเท่านั้น!
ตอนนี้ภายใต้เปลวไฟแห่งนิรันดร์มันกลับได้รับบาดเจ็บสาหัส?
ไคล์ เลียริมฝีปากของเขา ฮัค ผู้แข็งแกร่งมีพลังป้องกันเป็นเลิศถูกย่างด้วยเปลวไฟแห่งนิรันดร์
สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือสิ่งมีชีวิตใด ๆ เมื่ออยู่ตรงหน้า เปลวไฟแห่งนิรันดร์ มันจะถูกแผดเผาทั้งหมดแม้จะมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม
ไม่เพียงแค่ ไคล์ ที่ตกตะลึง แม้แต่เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่โดยรอบก็ยังตกตะลึงและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน พวกเขาจ้องมองไปที่ ฮัค ที่ล้มลงกับพื้น
“หื้อ! หื้อ!”
ฮัค ระบายลมหายใจออกมาโดยแรง มันได้รับบาดเจ็บสาหัสและนอนขดตัวอยู่บนพื้น จากนั้นไม่นานร่างกายที่ใหญ่โตของมันก็หดลดลงกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาปกติทั่วไปอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การจ้องมองของทุกคน ฮัค เปลี่ยนกลับไปเป็น บรูซ แบนเนอร์ ที่มีร่างกายท่อนบนเปลื่อยเปล่าส่วนท่อนล่างสวมกางเกงขายาวตัวใหญ่เอาไว้
เมื่อรู้ว่าการต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว ไคล์ ก็นำ เปลวไฟแห่งนิรันดร์ และ ด้ามขวานเทพเจ้าสงครามเก็บเข้าไปในพื้นที่มิติการ์ด
“บรูซ!”
เสียงร้องตะโกนดังมาจากด้านนอกสนามหญ้า เบ็ตตี้ รีบวิ่งเข้าหา บรูซ ที่หมดสติด้วยความเป็นห่วงน้ำตาของเธอไหลรินพร้อมกับเรียกชื่อของเขา
“ ทหารทุกนายฟังคำสั่งของฉัน!”
นายพลรอส โบกมือออกคำสั่งให้ทหารติดอาวุธเข้าทำการล้อมรอบ บรูซ เบ็ตตี้ และ ไคล์ เอาไว้
นายพลรอส มองไปที่ ไคล์ กล่าวด้วยความเคารพและสุภาพว่า:“ คุณไคล์ ครั้งนี้ผมซาบซึ้งในความช่วยเหลือของคุณจริงๆ”
ไคล์ พยักหน้าอย่างเย็นชาโดยไม่พูดอะไรออกมา
“ พ่อได้โปรดปล่อยเขาไป” เบ็ตตี้ พูดวิงวอนขอร้อง นายพลรอส ในขณะที่กอด บรูซ เอาไว้แน่น
“ไม่ได้” นายพลรอส ส่ายหน้าและออกคำสั่งอย่างเย็นชากับทหารโดยรอบ:“จับ บรูซ แบนเนอร์ กลับไปที่ฐานทัพและประหารชีวิตมันในทันที”
"ครับผม!"
ทหารโดยรอบขานรับและจับตัว บรูซ ที่หมดสติ เบ็ตตี้ ร้องไห้และพยายามหยุดพวกเขา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เธอจึงหันไปขอร้อง ไคล์ ซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายของเธอ
"คุณไคล์ ฉันขอร้องคุณ!” เบ็ตตี้ อ้อนวอนอยู่บนพื้นโดยรู้ว่ามีเพียงชายที่อยู่ตรงหน้าเธอเท่านั้นที่มีอำนาจมากพอที่จะหยุดทหารพวกนี้ได้
“เบ็ตตี้!” นายพลรอส ขมวดคิ้วและเอ่ยขอโทษ ไคล์ จากนั้นพูดว่า“ คุณไคล์ ผมขอโทษแทนลูกสาวด้วย เธอยังเด็กเลยเสียมารยาทกับคุณ”
อายุ 30 ยังเด็ก?
“ไม่เป็นไร” ไคล์ มองไปที่ นายพลรอส และกล่าวต่อว่า:“ แต่ นายจะพา บรูซ แบนเนอร์ ไปไม่ได้”
“เอ๋?” ใบหน้าของ นายพลรอส เผยแววแปลกใจ
ในเวลาเดียวกัน เหล่าทหารที่กำลังจะพาตัว บรูซ ไปก็หยุดลงและไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหว
นายพลรอส สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และถามว่า:“ คุณไคล์ ทำไมผมถึงพาเขาไปไม่ได้”
“ เพราะฉันต้องการพาเขาไป” ไคล์ มองเขาอย่างใจเย็นแล้วพูดต่อว่า“ตอนนี้ฉันเป็นที่ปรึกษาทั่วไปของ S.H.I.E.L.D. และถือซะว่า ส่งตัวนักโทษให้กับ S.H.I.E.L.D. ดูแลต่อก็ได้ ส่วนรายละเอียดนายสามารถไปสอบถามจาก S.H.I.E.L.D. ได้ในภายหลัง”
“ S.H.I.E.L.D.…” สีหน้าของ นายพลรอส เปลี่ยนไปเล็กน้อย
แน่นอนว่าเขารู้จัก S.H.I.E.L.D. หน่วยงานอิสระลึกลับที่ไม่ขึ้นตรงต่อใคร โดยมีสหรัฐอเมริกา และองค์การสหประชาชาติให้การยอมรับ
และในบางครั้งทหารสหรัฐอเมริกาจะทำงานร่วมกับหน่วย S.H.I.E.L.D.
ถ้าเป็น ตัวแทน S.H.I.E.L.D. ทั่วไป นายพลรอส ซึ่งมียศพลเอก จะปฏิเสธอย่างแข็งขัน
แต่บุคคลตรงหน้าเขาเป็นใคร? เป็นตัวตนที่ทรงอำนาจและใหญ่ยิ่งกว่าตำแหน่งที่ปรึกษาทั่วไปของ S.H.I.E.L.D. เสียอีก!
นายพลรอส ลอบถอนหายใจและเอ่ยขึ้น:“ ก็ได้…ส่งมอบนักโทษให้หน่วย S.H.I.E.L.D. เป็นผู้ดูแล”
ไคล์ พยักหน้าและตบฝ่ามือของเขา
ทันใดนั้นก็มีลำแสงแสงสีขาวพุ่งทะลุท้องฟ้าโดยจงใจหลบเลี่ยงเหล่าทหารเข้าครอบคลุมร่างของ ไคล์ และร่างของ บรูซ
“นี่คือ…” นายพลรอส มองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความสยดสยองที่นั่นเขาเห็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวบินนิ่งๆอยู่เหนือน่านฟ้า
“ แล้วพบกันใหม่” ไคล์ พูดอย่างใจเย็นจากนั้นร่างของ บรูซ ก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเข้าไปในห้องโดยสารของยานอวกาศ
"คุณไคล์!” เบ็ตตี้ เรียกเขาแล้วตะโกนถามอย่างกระตือรือร้นว่า“ ฉันขอไปกับ บรูซ ได้ไหม?”
“เบ็ตตี้ ฉันไม่อนุญาตให้เธอไป!” คำพูดของ นายพลรอส เต็มไปด้วยความโกรธ
“ ไม่เป็นไร” ไคล์ ครุ่นคิดและพูดด้วยรอยยิ้ม:“ รอส ฉันจะดูแลลูกสาวของนายให้ดีและจะรับรองความปลอดภัย”
ขณะที่ ไคล์ เอ่ยเขาก็ยกนิ้วขึ้นและทันใดนั้นลำแสงก็ปกคลุมร่างของ เบ็ตตี้
จากนั้น ไคล์ และ เบ็ตตี้ ก็ลอยเข้าไปในห้องโดยสารราวกับว่าพวกเขาถูกกลืนกินโดยยานอวกาศต่างดาว
เปลวไฟถูกพ่นออกมาและยานอวกาศก็หมุนไปในอากาศจากนั้นก็กลายเป็นลำแสงหายไปจากท้องฟ้ากลับไปที่นิวยอร์ก
"ท่านครับตอนนี้เราควรทำอย่างไร"
เมื่อเห็นว่ายานอวกาศบินหายไป ทหารที่อยู่ใกล้ๆ นายพลรอส ก็เอ่ยถามแปลก ๆ
“ ฉันจะทำอะไรได้อีก?” เคราของ นายพลรอส สั่นสะท้านดวงตาของเขามองไปรอบๆสนามหญ้าที่ไม่มีสภาพเดิมหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เขาถอนหายใจและพูดว่า:“ ช่วยผู้บาดเจ็บและเคลียร์พื้นที่”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved