ตอนที่ 57 พลตรี!

ภายใต้การนำของ ฟิวรี ไคล์ ก็มาถึงหน้าห้องบัญชาการ

“ คุณเข้าไปเถอะ ฉันแค่ได้รับคำสั่งให้พาคุณมายังที่นี่” ฟิวรี หยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องบัญชาการจากนั้นก็หันมาพูดกับ ไคล์

“ถ้างั้นคุณรอผมอยู่ที่นี่”

ไคล์ เดินเข้าไปในห้องบัญชาการโดยตรง

การตกแต่งภายในนั้นเรียบง่ายจำเจโดยมีแผนที่ยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่เป็นฉากพื้นหลังประดับด้วยธงชาติสหรัฐ และที่โต๊ะทำงานมีเจ้าหน้าที่ทหารวัยกลางคนนั่งอยู่หลังโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสาร

นายทหารวัยกลางคนดูเหมือนจะมีอายุ 40 ต้น ๆ ใบหน้าของเขาสง่างามและดูแข็งแกร่ง เขาสวมเครื่องแบบทหารโดยที่หน้าอกด้านซ้ายมีตราประจำตำแหน่งยศพลเอกพร้อมกับดาวห้าดวงเรียงกันเป็นแถวอยู่ที่นั่นอย่างเด่นชัด

นายพลห้าดาว! นายพลที่มีตำแหน่งสูงสุดของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพันธมิตรสามประเทศอีกด้วย!

ไคล์ มองไปที่นายพลที่อยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับแสดงความเคารพตามมาตรฐานอย่างใจเย็นแล้วเอ่ยขึ้นว่า“ พันตรีไคล์ มารายงานตัวครับผม!”

นายพลเชสเตอร์ เงยหน้าขึ้นมอง ไคล์ แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน“ พลตรีไคล์ ช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยสิว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น”

ไคล์ พยักหน้าแล้วพูดว่า“ ครับ ผมกับ สตีฟ ได้ไล่ล่า เรด สกัลล์ ผู้นำขององค์กรไฮดราจากเทือกเขาแอลป์ไปจนมาถึงมหาสมุทรแอนตาร์กติก และเครื่องบินรบสูญเสียการควบคุม สตีฟ พยายามควบคุมเครื่องบินรบให้มันตกลงไปในทะเล ส่วนผมกระโดดลงจากเครื่องบินรบล่วงหน้า”

“ สตีฟ…รายละเอียดหลังจากนั้นผมได้เห็นโทรเลขที่ คาร์เตอร์ ส่งมา” นายพลเชสเตอร์ ถอนหายใจและกล่าวกับ ไคล์ ว่า“ คุณกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้วมันเป็นข่าวใหญ่ที่สุดของกองทัพเรา ในช่วงเวลาวิกฤตของสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้ วีรบุรุษสงครามไม่สามารถล้มลงได้ง่ายๆ”

นายพลเชสเตอร์ หยุดตรงนี้เล็กน้อยและพูดอย่างมีความหมาย:“ อันที่จริงผมอยากเจอคุณเป็นการส่วนตัวมานานแล้ว คุณคงรู้ว่าการทดลอง ซุปเปอร์โซลเยอร์ คือโครงการของผมและผมเลือกให้คุณเข้าร่วมการทดลอง แต่คุณกลับปฏิเสธ และเปิดโอกาสให้กับ สตีฟ ซึ่งอยู่ในค่ายฝึกเดียวกัน"

ไคล์ ยักไหล่แล้วพูดว่า:“ ในตอนนี้ผมพูดได้แค่เพียงว่าผมภูมิใจที่ได้มอบโอกาสนั้นให้กับเพื่อนของผม และผมก็ยังโชคดีที่ได้เป็นซุปเปอร์โซลเยอร์คนที่ 2 ”

“ความภาคภูมิใจอันประเสริฐ” นายพลเชสเตอร์ ส่ายหน้าเบา ๆ และพูดว่า:“ หลังจาก สตีฟ กลายเป็นซุปเปอร์โซลเยอร์เพียงคนเดียว ผมก็พยายามมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับความยุติธรรมและเจตจำนงแห่งเหล็กของอเมริกา ดังนั้นผมจึงสอนทักษะการต่อสู้ให้เขาโดยเฉพาะ”

“ สตีฟ สามารถเป็นกัปตันอเมริกา และเป็นฮีโร่ของชาวอเมริกันอันนี้ผมพอเข้าใจ แต่ก็มีสิ่งที่เกินความคาดหมายของผม และมันก็กลายเป็นความหวังในเวลาเดียวกัน”

“ นั่นคือคุณ...ไคล์ คุณเริ่มจากทหารเกณฑ์ในฐานฝึกพร้อมกับสร้างปาฏิหาริย์ในสนามรบที่แนวหน้าทีละขั้นตอนด้วยความแข็งแกร่งของตัวเองไปจนถึงตำแหน่งวีรบุรุษที่ครองใจเหล่าทหารในขณะนี้กล่าวได้ว่ามันไกลเกินจินตนาการของผมไปมาก .”

นายพลเชสเตอร์ จ้องมอง ไคล์ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม

“ผมแค่โชคดีครับ” ไคล์ พูดอย่างถ่อมตัว

“ ถ้าคุณเป็นคนโชคดีจริง ผมหวังว่าเทพธิดาจะมอบโชคทั้งหมดให้คุณ” นายพลเชสเตอร์ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง:“ เมื่อวานหลังจากรู้ว่าคุณกลับไปที่ฐานฝึกอย่างปลอดภัย ผมก็ได้ติดต่อท่านประธานาธิบดีเพื่อปรึกษาหารือกับท่านเกี่ยวกับตัวคุณ”

“ เกี่ยวกับผม?” ไคล์ เผยสีหน้าแปลกใจพร้อมกับรอคำพูดของ นายพลเชสเตอร์

นายพลเชสเตอร์ กล่าวอย่างจริงจัง:“ ผมได้เสนอการเลื่อนตำแหน่งพลตรีให้กับคุณ และท่านประธานาธิบดีก็ได้อนุมัติแล้ว”

พลตรี?

ครั้งนี้ ไคล์ ตกตะลึงจริงๆ พลตรีหมายความว่าอย่างไร? นั่นคือนายทหารระดับนายพล!

แม้ว่าเขาจะกระโดดจากทหารเกณฑ์มาเป็นจ่า และจากจ่ามาเป็นพันตรี เพราะผลงานที่ยอดเยี่ยมและความสามารถของเขา แต่ครั้งนี้มันเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่เกินไปจริงๆ

ต้องรู้ก่อนว่าการเลื่อนตำแหน่งแต่ละครั้งนั้นสำคัญมาก มันต้องใช้เวลาในการตกตะกอนและสะสมผลงานเป็นอย่างมากและ ไคล์ พึ่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งพันตรียังไม่ถึงเดือน เก้าอี้ตำแหน่งพันตรีของเขายังไม่ทันได้ร้อนเสียด้วยซ้ำ แต่กลับได้เลื่อนตำแหน่งเป็น พลตรี

“ นายพลเชสเตอร์ ผมยังอ่อนประสบการณ์และต้องสะสมผลงานทางด้านทหารให้มากพอที่จะก้าวไปสู่ตำแหน่งนายพล” ไคล์ กล่าวอย่างลังเล

“ ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าคุณมัวแต่สะสมผลงานทางทหารและสู้ไปอีก 50 ปี อย่างมากคุณก็ได้เพียงตำแหน่งเล็กๆเท่านั้น ” นายพลเชสเตอร์ หัวเราะแล้วพูดต่ออีกว่า:“ ตอนนี้เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงเวลานี้ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น!”

ไคล์ ครุ่นคิดจากนั้นก็พยักหน้า

นายพลเชสเตอร์ กล่าวต่อ:“ กฎทางทหารในยุคสงบใช้ไม่ได้กับที่นี่ ตราบใดที่พวกเขาสามารถนำทางไปสู่ชัยชนะในสงครามได้ แม้แต่ตำแหน่งนายพลระดับห้าดาว คุณก็สามารถคว้ามันมาได้!”

“ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ” ไคล์ ยกมือทำท่าวันทยาหัตถ์และโยนความกังวลสุดท้ายออกไป:“ผมจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด ให้สมกับตำแหน่งพลตรีที่พึ่งได้รับมา”

“ผมเชื่อว่าคุณทำได้” นายพลเชสเตอร์ ยิ้มและพูดต่อว่า:“ ด้วยศักดิ์ศรีของวีรบุรุษแห่งสงครามและผลงานของคุณแม้ว่าคุณจะเลื่อนตำแหน่งเป็นพลตรี ทหารของเราทั้งหมดจะต้องเห็นด้วยโดยไม่มีคำครหา”

“ ที่สำคัญกว่านั้น - การโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้นมันเป็นการรวมกันของกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยกองทัพของเรา คุณเป็นฮีโร่ของประเทศ แต่มีตำแหน่งแค่พันตรีซึ่งมันจะทำให้นายทหารของประเทศอื่นดูถูกเราได้”

เมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้ในไม่ช้า ไคล์ ก็เข้าใจ

การที่ นายพลเชสเตอร์ ได้เลื่อนตำแหน่งให้เขาเป็นพลตรีไม่เพียงแค่เพื่อตัวของ ไคล์ เองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหน้าตาของทั้งประเทศและกองทัพอีกด้วย

วีรบุรุษที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของชาติจะให้อยู่ในตำแหน่งแค่พันตรีได้อย่างไร? อย่างน้อยต้องระดับนายพลถึงจะได้หน้า!

นายพลเชสเตอร์ เอ่ยต่ออีกว่า:“ ส่วนหนึ่งของกองทัพคุณจะเป็นผู้บัญชาการ หากไม่มีปัญหาอื่นใดนับจากนี้เป็นต้นไปคุณคือนายพล และผมจะมอบตราประจำตำแหน่งให้กับคุณในตอนนี้ และจะช่วยคุณในเรื่องของข้อมูลสงครามพร้อมกับประกาศให้กองทัพของเราและกองกำลังพันธมิตรได้รับรู้ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งในครั้งนี้ด้วย คุณคิดว่าไง?”

“ท่านนายพล คุณได้จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ผมจะสามารถพูดอะไรได้อีก” ไคล์ ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

ห้านาทีต่อมา ไคล์ ออกจากห้องบัญชาการอย่างเงียบๆ

ฟิวรี รออยู่ด้านนอกประตูห้องบัญชาการ หลังจากเห็น ไคล์ ออกมาเขาก็เอ่ยขึ้นว่าว่า“ คุณเป็นอะไรไป ดูไม่ค่อยจะสบอารมณ์”

“ คุณดูเอาเองเถอะ” ไคล์ ยกไหล่ซ้ายขึ้น

"หืม? ตรายศของคุณมีดาวได้อย่างไร…” คำพูดของ ฟิวรี่ หยุดลงจากนั้นก็ขยี้ตาขวา เบิกตากว้างๆและพูดว่า“ นี่ดวงตาของฉันมีปัญหารึเปล่าเนี่ย ฉันเห็นตรายศพลตรีได้อย่างไร”

“ คุณดูไม่ผิดหรอกมันคือยศพลตรี” ไคล์ กล่าวอย่างเฉยชา

ความก้าวหน้าเป็นสิ่งที่ดี แต่ปัญหาคือจู่ๆเข้าก็ก้าวไปสู่ตำแหน่งนายพล!