ตอนที่ 288 เปลวไฟที่ไม่ดับ

หัวของไฮดราตัดออกไปหนึ่งหัวก็ไม่มีปัญหา แต่คราวนี้มันถูกตัดทีเดียวพร้อมๆกันทั้ง 9 หัว!

เมื่อพิจารณาจากโทรศัพท์ที่เขาเพิ่งได้รับอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของฐานที่ซ่อนอยู่ในโลกใต้ดินถูกโจมตีและคาดว่าน่าจะเป็นการสูญเสียที่ร้ายแรง อย่างน้อยหลายหมื่นชีวิตถูกทำลาย

และผู้ที่อยู่เบื้องหลังกองกำลังเหล่านั้นคือผู้ที่อยู่ด้านหน้าเขา ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างจ้องมองดูเขาราวกับมองดูตัวตลก..…

นี่มันอาละวาดไร้มนุษยธรรมเกินไปเย็นชาและโหดเหี้ยมเกินไป!

จิตใจของ เพียร์ซ ว่างเปล่า เขาตกใจ เขาโกรธ และร่างกายของเขาสั่นเทาอยู่ตลอดเวลาและเขาไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร

องค์กรไฮดราซึ่งคอยวางแผนชั่วร้ายและทำลายผู้อื่นมาโดยตลอดกลับเป็นฝ่ายถูกรังแกและถูกกวาดล้างจากกองกำลังอื่น

เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานดังขึ้นแล้วก็ดังขึ้นอีกครั้งมันดังขึ้นเรื่อยๆโดยไม่มีวี่แววว่าจะหยุด

“ ทำไมนายไม่รับโทรศัพท์ล่ะ บางทีมันอาจจะไม่ใช่เรื่องฐานของนายหายไป มันอาจจะเป็นเรื่องอื่น”

ไคล์ ไม่ปล่อยโอกาสที่จะเยาะเย้ยและสีหน้าของเขาก็ไม่มีแววแปลกใจ

เพียร์ซ กัดฟันถอนหายใจอย่างอ่อนแรงถามว่า“ คุณ…เตรียมการณ์ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็ตั้งแต่ได้รับข้อมูลที่ตั้งฐานในฐานทัพเก่าจากซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่อยู่ที่นั่น” ไคล์ ยักไหล่พร้อมกับกล่าวว่า:“ แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุหลักที่ฉันเลือกที่จะทำลายไฮดรา แต่มันเป็นเพราะนาย นายเลือกที่จะทำตามแผนการและปล่อยเรือเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้า”

“ผมเข้าใจแล้ว ด้วยเงื้อมมือสัตว์ประหลาดอย่างคุณเราได้สูญเสียไฮดราไปแล้ว” เพียร์ซ เข้าใจทันทีและยิ้มอย่างขมขื่น

เมื่อไฮดราหวังที่จะใช้เรือเหาะบรรทุกเครื่องบินพลิกกลับสถานการณ์ของไฮดราและทำตามแผนการยึดครองโลกแต่ตอนนี้ฐานของพวกเขากลับถูกทำลายในช่วงเวลาสั้นๆ

นี่มันเกินสามัญสำนึกของเขาอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดแผนการของเขาถูกหยุดยั้งด้วยบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเขาซึ่งเป็นศัตรูหมายเลข 1

ไคล์ สามารถส่งกองกำลังขนาดใหญ่เข้าทำลายฐานขององค์กรไฮดราที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ส่วนทางด้านเรือเหาะก็มี สตีฟ ที่กำลังทำการแก้ไข

“ ไม่เป็นไร หากหัว 1 ถูกตัดหัวต่อไปจะงอกออกมาเรื่อยๆ” ไคล์ กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ อย่าพูดถึงเรื่องนั้น”มุมปากของ เพียร์ซ กระตุกพร้อมกับมอง ไคล์ ด้วยสายตาที่หงุดหงิด เดิมทีมันเป็นสโลแกนของไฮดราแต่ตอนนี้มันไม่สามารถทำตามสโลแกนได้

สถานการณ์ของไฮดราในตอนนี้ถือเป็นความล้มเหลวนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

หลังจากการหายตัวไปของ เรด สกัลล์ ไฮดราก็ถอนตัวจากเวทีโลกโดยสิ้นเชิงและสูญเสียโอกาสในการครอบครองโลก พวกเขาทนรอและซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมานานกว่าครึ่งศตวรรษ จนในที่สุดสามารถครอบงำ S.H.I.E.L.D. ได้และเริ่มดำเนินแผนการ…..

แต่การกลับมาในครั้งนี้ขององค์กรไฮดรามันคงถึงจุดจบแล้วจริงๆด้วยเวลาอันรวดเร็ว

เพียร์ซ ต้องยอมรับมันอย่างไม่เต็มใจ ใบหน้าของเขาแดงก่ำและในที่สุดเขาก็ถอนหายใจ:“ น่าเสียดายที่ในปี 1944 เรด สกัลล์ ไม่จัดการกับคุณหรือทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงในฐานฝึกอบรมเพื่อสังหารคุณและ กัปตันอเมริกา ให้รู้แล้วรู้รอด”

ใครจะไปคิดว่าองค์กรไฮดรา ที่ทำให้โลกตื่นตระหนกจะถูกทำลายลงในมือของทหารเกณฑ์ 2 นายที่เกิดในค่ายทหารเดียวกัน

“ฉันขอแก้คำพูดของนาย ไม่ใช่ เรด สกัลล์ ไม่ยอมจัดการกับฉันแต่เป็นมันเองที่เลือกที่จะหลบหนีจากดาบยาวของฉันไปหลาย 10 กิโลเมตร สำหรับระเบิดนิวเคลียร์ดูเหมือนว่าฉันจะได้ลิ้มรสกับมันมาแล้วจริงๆ”

ไคล์ ยิ้มอย่างเฉยเมยและลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วมองลงไปที่ เพียร์ซ จากนั้นก็พูดว่า:“มาถึงตรงนี้แล้วจะยอมแพ้หรือยัง?ถ้าหากยังไม่ยินยอมพร้อมใจก็เรียกไอ้พวกที่รออยู่ข้างนอกเข้ามาข้างในนี้ได้เลย!”

เพียร์ซ ไม่ลังเลอีกต่อไปเขาเอื้อมมือกดปุ่มใต้โต๊ะทันที

เมื่อปุ่มลับถูกกดพื้นเรียบบางส่วนก็เปิดเป็นช่องและ เพียร์ซ ที่นั่งบนเก้าอี้ก็เลื่อนลงไปในช่องด้านล่างเพื่อหลบหนี

ในขณะเดียวกันเสียงปืนก็ดังขึ้นมาจากด้านนอกประตู

ในพริบตาประตูห้องทำงานถูกกระแทกและกระสุนได้ครอบคลุมทุกอย่างในห้องทำงานพยายามที่จะลบสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายใน

ไคล์ แค่นเสียงอย่างเย็นชาดวงตาสีทองเป็นประกายระยิบระยับและพื้นผิวของเขาก็มีเปลวไฟสีทองที่โปร่งใสงดงามดูศักดิ์สิทธิ์และร้อนแรงมากถาโถมออกมา!

คลื่นความร้อนกำลังเพิ่มอุณหภูมิภายในห้อง!

อากาศร้อนกำลังหมุนวนและได้พัดเอกสารจำนวนนับไม่ถ้วนพร้อมกับเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน

เมื่ออุณหภูมิภายในอาคารสูงขึ้นโต๊ะและเก้าอี้ในบริเวณใกล้เคียงลุกไหม้ทันที

กระสุนจำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงไปที่ ไคล์ แต่เมื่ออยู่ห่างจาก ไคล์ ครึ่งเมตรมันก็หลอมละลายกลายเป็นเหล็กหลอมหยดลงบนพื้น

“ยอมแพ้ซะ ไม่งั้นตาย!”

หลังจากประตูพังทลายกลุ่มเจ้าหน้าที่ของ S.H.I.E.L.D กลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธไฮเทคและอาวุธปืนจำนวนมากได้เข้ายึดพื้นที่ห้องทำงานเกือบครึ่งหนึ่งและยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ไคล์

ศัตรูคนเดียวแต่เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุด!

“ ประเมินความสามารถของตนเองสูงเกินไป”

ไคล์ หัวเราะเยาะเมื่อรู้ว่านี่คือการเสียสละลูกน้องของ เพียร์ซ เพื่อชะลอเวลาให้ตนเองหลบหนี

แต่เขาไม่สนใจหรอก

ตราบใดที่สมาชิก ไฮดรา ปรากฏตัวในวันนี้ทุกคนจะต้องตาย! ยิ่งมายิ่งดี!

ไคล์ ไม่สนใจคำขู่ของคนพวกนี้เขาเดินไปที่ประตู การกระทำของเขาทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนในบริเวณมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป

"ฆ่ามัน!" หัวหน้าทีมตะโกนสั่งการในทันที

"ฆ่าฉัน?" ไคล์ ยิ้มและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเปิดใช้พลังวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)และแรงโน้มถ่วงในเวลาเดียวกัน “นั่นมันคำพูดของฉัน!”

พลังวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)บวกกับพลังแรงโน้มถ่วงมากกว่า 10 เท่า พลังทั้ง 2 ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันแต่เมื่อใช้ร่วมกันมันกลับได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งจนคาดไม่ถึง

'ครื่นนน'

มี ไคล์ เป็นศูนย์กลางของพลังที่มองไม่เห็นพลังนั้นเข้าครอบคลุมห้องทั้งหมดและคลื่นพลังก็กระแทกเข้าหาสิ่งที่อยู่รอบๆและทุกสิ่งที่อยู่ภายในห้องทำงานก็หยุดนิ่งในชั่วพริบตา

'ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!'

กองกำลังติดอาวุธมากกว่าหนึ่งโหลล้มลงกับพื้นศีรษะข้อศอกและหัวเข่าแนบชิดติดกับพื้นร่างกายของพวกเขาสั่นเทาและไม่สามารถลุกขึ้นได้ต่างพากันกรีดร้องด้วยความกลัว

ไคล์ ยังคงก้าวไปที่ประตูทางเข้าและไม่มองพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

นี่เพียงพอแล้วที่จะสร้างความหวาดกลัวและสร้างแรงกดดันภายในจิตใจแต่แรงโน้มถ่วงนี้ใช้ได้เฉพาะกับคนธรรมดาเท่านั้น

จนกระทั่ง ไคล์ เดินออกจากห้องทำงาน

หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีกองกำลังติดอาวุธหลาย 10 นายที่ล้มลงกับพื้นก็สามารถขยับตัวได้แต่ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยเหงื่อไคลเรี่ยวแรงก็หมดและหอบหายใจอย่างรุนแรง

ไม่ใช่ระดับที่พวกเขาสามารถต่อต้านได้แม้ชั่วครู่ชั่วยาม!

“ช่วยด้วย! ไฟติดอยู่ข้างหลังฉันมันไม่ยอมดับ ใครก็ได้ช่วยฉันที!”เจ้าหน้าที่ของ S.H.I.E.L.D. กรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกและชุดรบด้านหลังก็เริ่มลุกไหม้

เขากลิ้งอยู่บนพื้นไปมา พยายามดับไฟสีทองที่กำลังลุกลามแต่ผลที่ได้มันกลับลุกโชนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างกายถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟ

“ เสื้อผ้าของฉันก็โดนไฟด้วย!”

“ฉันก็มีไม่นะไม่ๆๆ ฉันยังไม่อยากตาย!”

เมื่อพวกเขาสังเกตุเห็นว่าแท้จริงแล้วทุกคนล้วนมีเปลวไฟติดอยู่บนร่างกายและมันลุกลามอย่างรวดเร็ว เปลวไฟสีทองได้เผาเข้าไปในกระดูกสีขาวในขณะที่พวกเขายังมีสติอยู่

“เปลวไฟของฉันมันจะไม่ยอมดับจนกว่ามันจะเผาพวกนายจนกลายเป็นเถ้าถ่าน”

ไคล์ เดินไปในโถงทางเดินมุ่งตรงไปที่ลิฟท์และฟังเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นข้างหลังเขาโดยที่ใบหน้าของเขายังคงเฉยชา

เปลวไฟนี้มันเพิ่งจะเริ่ม