ตอนที่ 320 มันจบแล้ว!

เมืองที่คึกคักในตอนกลางวันกลายเป็นเมืองที่เงียบเหงาอย่างยิ่งในตอนกลางคืน อาคารเป็นเหมือนป้ายฝังศพขนาดใหญ่

บางคนอาจจะสังเกตุเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดบนท้องถนน น่าเสียดายที่ไม่มีใครกล้าแสดงตัว ตำรวจนิวยอร์กยังคงเงียบและไม่มีร่องรอยของการเสริมกำลัง

ลอร์นา หมดพลังกายและจิตวิญญาณจริงๆและชีวิตของเธอก็อ่อนแอมาก เธอล้มลงบนพื้นเย็นและรอคอยความตายอย่างเงียบ ๆ

พริซเซิน บลัด ถือเคียวเดินเข้าหาอย่างช้าๆทุกย่างก้าวคือเวลานับถอยหลังของชีวิต

มันยกเคียวโลหิตสีดำขึ้นและกวาดลงด้วยจังหวะที่เร็วมาก เสียงตัดอากาศก็ดังขึ้นอย่างแหลมคมและเคียวได้พุ่งเข้าใส่ลำคอสีขาวของ ลอร์นา

ช่วงเวลาก่อนที่เคียวจะร่วงลงผนังกระจกของอาคารที่อยู่ไม่ไกลนักได้ระเบิดขึ้นและมีเงาสีดำมืดได้กวาดผ่านท้องฟ้าลงมาอย่างรวดเร็ว

“ประคองสติเอาไว้!”

ภายใต้เสียงตะโกนเงาสีดำก็กระแทกลงบนพื้นคอนกรีตและเพิ่มความเร็วขึ้นอีกครั้งจากนั้นก็พุ่งทะยานเข้าหา พริซเซิน บลัด และ ลอร์นา

"อะไร?" พริซเซิน บลัด ตกใจและหันกลับไปมองแต่มันยังไม่ทันได้พูดอะไรความรู้สึกของมันก็เหมือนกับถูกดาวอังคารพุ่งชน ท่ามกลางฝุ่นผงที่คละคลุ้งทั้งคนทั้งเคียวปลิวละลิ่วออกไปไกล.

เมื่อตกถึงพื้นมันก็ยังกลิ้งไปเรื่อย ๆ ไปไกลกว่า 10 เมตรและชนเข้ากับต้นไม้สีเขียวข้างทางจนในที่สุดก็สามารถหยุดลงได้

ดวงตาของ ลอร์นา เบิกกว้างและยากที่จะขยับขึ้น เธอเห็นร่างสีดำมืดและใบหน้าที่คล้ายปีศาจสีดำเธอก็ร้องอุทานออกมา:“เจ้านาย?”

“ หึหึ. มีแรงเรียกเจ้านายแสดงว่าคุณยังสบายดี” สัตว์ประหลาดสีดำเอ่ยขึ้นพร้อมกับคลายความวิตกกังวลลงไปเล็กน้อย

“นายคือ…เอ็ดดี้?”ลอร์นา กระพริบตาอย่างอ่อนล้า สมองที่มึนงงก็ค่อยๆตื่นตัว หลังจากที่เธอรู้ว่าเธอจำคนผิด เธอก็ถอนหายใจและพูดว่า: "นายกลับมาที่นี่อีกทำไม?"

“ เฮ้ ผมลาก 2 ชีวิตมาเสี่ยงเพื่อช่วยคุณ แต่คุณกลับพูดอย่างไม่ใยดีกับผมแบบนี้เหรอ!” เอ็ดดี้ กล่าวในเวลาเดียวกันก็รวบเอวของ ลอร์นา เอาไว้ในอ้อมแขนขนาดใหญ่

“ รีบพาคนออกไปเร็ว! ฉันไม่สามารถรักษาสถานะครอบคลุมนี้ได้นาน!” เบน กรีดร้องอยู่ภายในใจของ เอ็ดดี้

“นายไม่จำเป็นต้องบอกว่าฉันก็รู้อยู่แล้วและเธอก็ได้รับบาดเจ็บมากเกินไป ฉันต้องรีบส่งเธอไปรักษาตัวให้ทันเวลา”

เอ็ดดี้ เห็น พริซเซิน บลัด ลุกขึ้นยืนเขาก็รีบยกมือขึ้นโดยมุ่งเน้นไปที่การปกป้อง ลอร์นา ที่ตกอยู่ในอาการครึ่งหลับครึ่งตื่นในอ้อมแขนของเขา

'ฟุบ! ฉั๊วะ!'

พริซเซิน บลัด พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับกวาดเคียวที่อยู่ในมือตัดไปที่แขนของ เอ็ดดี้ และขอบของใบเคียวได้ทะลุเยื่อหุ้มสีดำ ไปถึงกระดูกและแทบจะต้องแบ่งแขนของเขาออกเป็น 2 ส่วน

เอ็ดดี้ ร้องครวญครางและก้าวถอยหลังพร้อมกับคว้าเคียวด้วยฝ่ามือส่วนมืออีกข้างก็จับ ลอร์นา โดยไม่ยอมปล่อย

“แกหนีไปก็ดีอยู่แล้ว แต่ยังแส่รนหาที่ตายย้อนกลับมาอีก ” พริซเซิน บลัด หัวเราะก้าวไปข้างหน้าและใช้เคียวกดแขนของ เอ็ดดี้ เพื่อให้มันตัดลึกลงไปในกล้ามเนื้อจนถึงกระดูก

เอ็ดดี้ รู้สึกเหนื่อยล้าและตอนนี้เขากำลังอุ้มผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ต้องการความปลอดภัย เขาพยายามดิ้นรนเพื่อออกจากสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ก่อนที่สถานะครอบคลุมของ เบน จะหมดไป

“ ทิ้งฉันไว้ที่นี่ รีบไปในตอนนี้ถ้าไม่อย่างงั้นมันจะสายไปอย่าว่าแต่ 1 ชีวิตเลยแม้แต่ 3 ชีวิตก็จะจบลง” ลอร์นา เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนแรง

“ ปล่อยให้สาวงามอย่างคุณถูกฆ่าตายผมที่เป็นพลเมืองดีคงทำไม่ได้” เอ็ดดี้ กัดฟันของเขาพร้อมกับยกแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อขึ้นปกป้อง ลอร์นา จากการโจมตีของ พริซเซิน บลัด ครั้งแล้วครั้งเล่า!

ในขณะเดียวกันเขาก็ถีบเท้าลงบนพื้นจนเกิดรอยแตกเป็นใยแมงมุมบนถนนคอนกรีตแล้วใช้แรงสุดท้ายนั้นกระโดดหนี

พุ่งถอยหลังออกไปได้ไม่ถึง 10 เมตร พริซเซิน บลัด ก็ไล่ตามมาดุจเงาตามตัวมันพุ่งขึ้นไปด้านบนศีรษะของ เอ็ดดี้ และเคียวที่อยู่ในมือก็สร้างบาดแผลลึกไว้ที่ศีรษะลากยาวลงไปข้างหลัง และของเหลวสีดำก็กระเซ็นออกมาราวกับท่อน้ำแตกภายใต้การโจมตีในครั้งนี้

เอ็ดดี้ และ เบน ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย ลอร์นา ออกจากอ้อมแขนพร้อมกับถอยไปด้านหลังอย่างต่อเนื่อง

“ เอ็ดดี้ หมดเวลาแล้ว”

เบน(ความหายนะ) ได้แต่ถอนหายใจอยู่ภายในใจของ เอ็ดดี้ หลังการแจ้งเตือนผิวสีดำที่ปกคลุมร่างกายของ เอ็ดดี้ ก็ค่อยๆยุบตัวลงเป็นของเหลวสีดำที่หนาเป็นเส้น

ใบหน้าสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดหลุดออกเผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกของ เอ็ดดี้ ปากของเขาซีดและหอบหายใจออกมาอย่างรุนแรงและร่างกายก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อไคล

อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงปกป้อง ลอร์นา และจะไม่ยอมให้เธอได้รับบาดเจ็บมากขึ้นไปอีก

ริมฝีปากบางเบาของ ลอร์นา เปิดขึ้นและเธอพูดเบา ๆ :“ฉันตัดสินใจแล้วจากนี้ไป คุณจะเป็นพี่ชายที่ดีของฉัน”

“รอให้เรารอดไปได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน” เอ็ดดี้ บีบรอยยิ้มที่น่าเกลียดพร้อมกับจ้องมอง พริซเซิน บลัด ที่กำลังลากเคียวยาวและส่งเสียงหัวเราะอันน่าเกลียดออกมา

“ ทำไมแกไม่หนีอีกล่ะ? แกกล้าดูถูกฉัน ฉันจะตัดหัวของแกและกลืนมัน”

พริซเซิน บลัด จ้องมอง เอ็ดดี้ พร้อมกับพูดจาเยาะเย้ยแต่ทันใดนั้นได้มีเสียงฝีเท้ามากมายดังขึ้นที่ริมถนน

"นี่คือ..?" เอ็ดดี้ มองไปรอบ ๆ

'ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!'

1 2 3…

มีมากกว่า 5 ทีมซึ่งแบ่งเป็นทีมทีมละ 3 คน คนที่มาที่นี่ล้วนแต่เป็นคนในเครื่องแบบสีดำและหน้ากากปีศาจ อาวุธไม่เหมือนกันตั้งแต่ไฮเทคไปจนถึงอาวุธดาบไฮเทค

การเคลื่อนไหวของพวกเขานั้นรวดเร็วและยืดหยุ่น พวกเขาเข้าล้อมรอบบริเวณต่อสู้ กลิ่นอายที่พวกเขาปลดปล่อยออกเต็มไปด้วยความเย็นชาและไม่แยแส จากมุมมองของการกระทำสามารถเข้าใจโดยปริยายว่าพวกเขาเหล่านี้ได้รับการฝึกซ้อมมานับครั้งไม่ถ้วน

"พวกแกเป็นใคร?" พริซเซิน บลัด ถามอย่างระมัดระวัง

สมาชิกในทีมที่มาถึงไม่ได้พูดเพียงแต่จ้องที่มันอย่างเย็นชาและไม่นานก็แยกช่องว่างให้คนๆหนึ่งเดินผ่าน

หญิงสาวผมสีดำ สายสะพายสีดำ ชุดเดรสสีดำ ถุงน่องสีดำรองเท้าบู๊ตสีดำ ชุดบนร่างกายของเธอเป็นสีดำทั้งหมด เธอก้าวเดินอย่างช้าๆมาข้างหน้า หลังจากเห็น ลอร์นา ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสในอ้อมแขนของ เอ็ดดี้ ดวงตาที่สวยงามก็เปลี่ยนเป็นไร้อารมณ์และมีแสงสีเงินเย็น ๆปรากฏออกมา

“ มันจบแล้ว…” ลอร์นา พึมพำพลางหลับตาลงอย่างสงบและหมดสติไป

“คุณเป็นคนของสำนักงานพลังเหนือธรรมชาติเหรอ?” เอ็ดดี้ กรีดร้องด้วยความดีใจหลังจากเห็น เรน และคนอื่นๆมาที่นี่

“หัวหน้าผมขอเป็นคนจัดการกับมันด้วยตนเอง”

เรดวัน เป็นเด็กหนุ่มผมแดงกำลังจ้องมองไปที่ พริซเซิน บลัด และน้ำเสียงของเขานั้นยากที่จะปกปิดความโหดเหี้ยมอำมหิต

"ไม่จำเป็น." จู่ๆ เรน ก็ส่ายหน้าและออกคำสั่งอย่างสงบ:“เรดวัน คุณนำทีมของคุณพา ลอร์นา กลับบ้านเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ส่วนคนอื่น ๆ ยืนดูอยู่เฉยๆอย่าเข้ามายุ่ง - ฉันจะจัดการมันเอง”

เมื่อได้ยินคำสั่งหัวใจของเหล่าการ์ดต่างก็สั่นสะท้าน พวกเขารู้ว่า ผู้พิทักษ์ กำลังโกรธมากจริงๆ

ตั้งแต่เป็นผู้ช่วยของ ไคล์ เรน แทบจะไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ แต่คนในตระกูล คาร์ล เข้าใจในความจริงอย่างถ่องแท้...

เป็นเวลาครึ่งศตวรรษตั้งแต่ โลแกน และ ลูซี่ ออกเดินทางจากโลกไปโดยไม่คำนึงถึงความแข็งแกร่งหรือศักดิ์ศรี เรน เป็นอันดับที่ 2 ของตระกูลคาร์ล!

ความแข็งแกร่งของเธออยู่ภายใต้ ไคล์ เพียงคนเดียวเท่านั้น!