“ เกิดอะไรขึ้นกับ คาร์เตอร์ เธอสบายดีไหม?” ไคล์ เอ่ยถาม
หลังจากงานเลี้ยงสังสรรค์ครั้งสุดท้ายเขาก็ไม่เคยเห็น คาร์เตอร์ อีกเลยเกือบหนึ่งปีนับตั้งแต่นั้นมา
“บอกตรงๆฉันเองก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก” ฟิวรี จับหัวล้านเลี่ยนแล้วพูดช้าๆ:“ ฉันรู้แค่ว่าในระหว่างที่ยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี เธอได้อาศัยอยู่ที่ฐานฝึกเพียงครึ่งเดือน ต่อมาน่าจะเป็นเพราะปัญหาครอบครัว ด้วยเหตุผลบางประการหลังจากยื่นขอลาออกจาก นายพลเชสเตอร์ เธอก็กลับไปบ้านที่อยู่ในนครนิวยอร์ก”
“กลายเป็นว่าเธอลาออกจากราชการก่อนฉัน” ดวงตาของ ไคล์ ดูซับซ้อนและหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเขาก็ถามว่า:“ เธอแต่งงานแล้วหรือ?”
นาตาชา มองขึ้นมาด้วยความประหลาดใจนี่เป็นครั้งแรกของเธอที่เห็นว่า ไคล์ มีความรู้สึกเป็นห่วงเป็นการส่วนตัวกับผู้หญิงที่อยู่นอกตระกูลคาร์ล
ในความเป็นจริงคำถามของ ไคล์ ไม่ใช่เพื่อตัวเขาเอง
“ ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่อายุของเธอก็ไม่น้อยหากว่าเธอแต่งงานไปก็ไม่น่าแปลกใจอะไร” ฟิวรี เอ่ยออกมา
“อืม มันก็จริง.” ไคล์ ใจเย็นพร้อมกับจิบไวน์แดงเบาๆ
แม้ว่า คาร์เตอร์ จะเป็นสายลับชั้นยอดของสหรัฐฯ แต่เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มีความคล่องตัวสูงเท่านั้น
ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ เธอรอคอย สตีฟ ที่ไม่รู้ว่าตายหรือยังมีชีวิตอยู่ทุกๆวันจนร่างกายของเธออ่อนแอลงและอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดเป็นสิบสิบปี แน่นอนว่าความเหงา ความทุกข์ทรมานกับการเฝ้ารอมันเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจะรับไหว
คาร์เตอร์ ไม่ใช่ ลูซี่ แทนที่จะขอให้เธอรออย่างไร้ความหวัง มันจะดีกว่าที่จะให้เธอมีชีวิตที่มีแต่ความสุข
“ ไคล์” ฟิวรี ทำลายความคิดของ ไคล์ และพูดว่า“ คุณใกล้จะเดินทางออกจากโลกนี้ไปแล้ว คุณแน่ใจหรือว่าไม่อยากเจอเธอ? บางทีมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน การที่คุณเรียกฉันมาพบก็ด้วยเหตุผลนี้เองไม่ใช่เหรอ?”
คำพูดนี้โดนใจ ไคล์ เขาวางแก้วในมือลงหลังจากนั้นก็ตัดสินใจแล้วพูดว่า“ อืม ผมจะไปดูเธอก่อนออกเดินทาง”
ในตอนนี้เขามีเงินและมีความสามารถเพียงพอ เขาสามารถให้ คาร์เตอร์ ได้ทุกอย่างที่เธอต้องการ หาก คาร์เตอร์ มุ่งมั่นที่จะรอให้ สตีฟ กลับมาเขาสามารถให้อายุขัยแก่เธอได้หลายศตวรรษ
“คุณตัดสินใจถูกต้องแล้ว” ฟิวรี เผยรอยยิ้มบนใบหน้าและมือของเขาสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีดำและนิ้วของเขาก็จับรูปถ่ายขาวดำที่เป็นรูปบ้านออกมา “ คาร์เตอร์ ยังคงอยู่กับพ่อแม่ของเธอ และนี่คือรูปบ้านที่เธออาศัยอยู่ ใน 2-3 วันนี้คุณเลือกได้เลยว่าจะไปวันไหน”
“ดูเหมือนว่าคุณได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี” ไคล์ มองไปที่ ฟิวรี แล้วเอ่ยขึ้น
“ไม่ ไม่…ฉันก็แค่เห็นว่ามันประจวบเหมาะ...เออจริงสิแผนการที่เราเตรียมไว้ฉันต้องรีบไปดำเนินการจะมัวมาชักช้าเสียเวลาไม่ได้” ฟิวรี วางรูปถ่ายไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาแล้วรีบลุกขึ้นจากนั้นก็กวักมือให้ นาตาชา เดินตามเขาไป
“วัวสันหลังหวะ” ไคล์ ส่ายหน้าพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาจากนั้นก็พูดขึ้นว่า"ลาก่อนทั้ง 2 คน"
เมื่อได้ยินคำพูดของ ไคล์ ฟิวรี และ นาตาชา ที่กำลังจะไปที่ประตูก็หยุดชะงักลง ฟิวรี กำหมัดเอาไว้แน่นและพยายามระงับความรู้สึกภายในของเขา เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และเอ่ยขึ้นว่า:“ ระหว่างทางระมัดระวังด้วย และสิ่งสำคัญที่สุดคุณต้องกลับมา”
……...
หลังจากบอกลา นาตาชา และ ฟิวรี ไคล์ ก็เปิดประตูมิติเพื่อกลับไปที่ฐานเกาะมังกร เมื่อกลับไปที่ชั้นใต้ดินของป้อมปราการเขาเห็นเด็กๆของตระกูลคาร์ลหลายคนวิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก
“แย่แล้ว ท่านผู้นำตระกูล! คุณฮาเวิร์ด กลายเป็นบ้า!”
“ฮาเวิร์ด กลายเป็นบ้า? บอกฉันให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น”
เมื่อ ไคล์ ได้ยินดังนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เขาพึ่งออกไปเพียงครึ่งชั่วโมง พอกลับมา ฮาเวิร์ด ก็กลายเป็นบ้า?
สมาชิกของตระกูลคนหนึ่งกล่าวรายงานว่า“ เราเห็น คุณฮาเวิร์ด อยู่ในห้องวิจัยชั้น 2 ร่างกายของเขาสั่นสะท้านท่าทางบ้าคลั่งและส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับกระโดดโลดเต้นและกลิ้งไปมา”
“ ฉันรู้แล้วเดี๋ยวฉันจะลงไปดูเขาเอง” ไคล์ พยักหน้าไม่จำเป็นต้องใช้ลิฟต์อีกต่อไปเพื่อประหยัดเวลาเขาเปิดประตูมิติในทันที
เมื่อประตูมิติถูกสร้างขึ้นภายในเวลาประมาณ 3 วินาที มันก็เชื่อมต่อกับห้องวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในชั้นล่าง และในตอนนี้มีเสียงหัวเราะของ ฮาเวิร์ด และเสียงต่างๆจากเครื่องมือดังขึ้นมา
ไคล์ ขมวดคิ้วและก้าวเข้าไปในห้องวิจัยพร้อมกับกวาดสายตาของเขามองไปรอบๆ
ก่อนหน้านี้ห้องวิจัยกว้างใหญ่และว่างเปล่าแต่ในตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยเครื่องมือยิงเลเซอร์ ท่อเร่ง เฟรมสามเหลี่ยม ฯลฯ และมีอุปกรณ์อื่นๆที่ถูกติดตั้งอีกเป็นจำนวนมากพวกมันถูกยึดเข้าด้วยกันและมีชิ้นส่วนเครื่องมือพิเศษได้กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
ฮาเวิร์ด สวมชุดป้องกันสีขาวตั้งแต่หัวจนถึงเท้านั่งอยู่กลางกองท่อเร่งโดยใช้คีมเหล็กทุบท่อโลหะด้วยความตื่นเต้นและส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ ฮาเวิร์ด?” ไคล์ ตะโกนเรียก ฮาเวิร์ด และเมื่อเขาได้ยินเสียงเรียก เขาก็หันกลับมาแล้วตะโกนกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดี“ ไคล์ ประสบความสำเร็จ ในที่สุดฉันก็ทำมันสำเร็จ!”
“ ประสบความสำเร็จอะไรเล่า..…” ดวงตาของ ไคล์ เบิกกว้าง
เขาเห็น ฮาเวิร์ด หยิบลูกบาศก์คริสตัลที่มีแสงสีฟ้าและแสงสีขาวสะดุดตาอยู่ด้านในขึ้นมา
สายตาของ ไคล์ ถูกดึงดูดโดยแสงสีฟ้าที่คุ้นเคยและทันใดนั้นข้อมูลการ์ดก็กระโดดออกมา
[ลูกบาศก์คริสตัลธาตุใหม่]: ลูกบาศก์คริสตัลธาตุใหม่ที่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อ การ์ดไอเทมสีฟ้า
: ในฐานะที่เป็นพลังงานธาตุที่คล้ายกับพลังของอัญมณีจักรวาลจึงเป็นองค์ประกอบพลังงานที่มีประสิทธิภาพซึ่งผลิตโดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเร่งการชนกันของอนุภาค
: องค์ประกอบมีความเสถียรเชื่อถือได้ไม่ก่อมลพิษและมีพลังงานจำนวนมหาศาลเหนือจินตนาการ แม้แต่พลังงานธาตุเพียงเล็กน้อยก็สามารถจ่ายพลังงงานให้กับเกราะเหล็กสงครามได้เป็นเวลาครึ่งวัน
“ฮาเวิร์ด คุณสมกับชื่ออัจฉริยะจริงๆ…” ไคล์ ถอนหายใจและมองไปที่ ลูกบาศก์คริสตัลธาตุใหม่ ที่จะถูกสร้างขึ้นในอีก 50-60 ปีข้างหน้าซึ่งไม่ใช่ในยุคนี้
นี่คือเตาปฏิกรณ์อาร์คของชุดเกราะสงครามในอนาคตที่สามารถเอาชนะองค์กรไฮดร้าได้
“ มีแหล่งข้อมูลมากมายรวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากแผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ วากานด้า ถ้าฉันทำไม่ได้ก็ผิดต่อความคาดหวังของคุณ” ฮาเวิร์ด เผยรอยยิ้มกว้างและเอ่ยขึ้นว่า:“ ไคล์ คุณช่วยตั้งชื่อองค์ประกอบธาตุนี้ให้หน่อย!”
“ให้ผมตั้งชื่อ?” ไคล์ ชี้ไปที่จมูกตัวเองจากนั้นก็พูดว่า “ นี่คือองค์ประกอบธาตุใหม่ที่คุณได้ออกแบบและทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างมันขึ้นมา”
“เปล่าเลยทั้งหมดมันเป็นเพราะคุณต่างหาก การออกแบบองค์ประกอบธาตุใหม่ได้รับต้นแบบมาจาก เทสเซอร์แรคจักรวาล ที่คุณนำกลับมา และทรัพยากรในการผลิตยังเป็นผลมาจากความร่วมมือของคุณกับ วากานด้า” ฮาเวิร์ด กล่าวออกมาโดยไม่ลังเล
“เอางั้นก็ได้” ไคล์ จ้องไปที่ลูกบาศก์คริสตัลที่เต็มไปด้วยแสงสีฟ้า เนื่องจากมันเป็นการตกผลึกขององค์ประกอบธาตุ..หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งเขาก็เอ่ยขึ้นว่า:
“ เรียกมันว่า 'ประกายแสงสีฟ้า'
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved