ออโรร่าเป็นปรากฏการณ์ของการเรืองแสง
โดยปกติจะเกิดขึ้นที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ และอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าของลมสุริยะจะไหลเข้าสู่สนามแม่เหล็กโลกซึ่งจะทำให้เกิดปรากฏการที่สวยงามในท้องฟ้ายามค่ำคืน
ไคล์ ไม่เคยคิดเลยว่า พลังวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)กับ พลังสนามแม่เหล็ก ของมนุษย์กลายพันธุ์อย่าง ลอร์นา จะทำให้เกิดการเรืองแสงตามธรรมชาติอย่างแสงออโรร่าได้
นี่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญท่ามกลางความมึนงง
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนของ โปรตอส หากคนที่สัมผัสกับ ลอร์นา ไม่ใช่เขา แต่เป็น ธอร์ ที่เป็นเทพเจ้าสายฟ้า ปรากฏการนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นดังนั้นเขาจึงเชื่อได้ว่า ปรากฏการที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะพลังของวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)
ความสามารถด้านแรงโน้มถ่วง และ ความสามารถในการควบคุมสนามแม่เหล็กจำเป็นต้องมีการกลายพันธุ์แบบพิเศษของยีน X ดังนั้นมนุษย์ที่กลายพันธ์ุชนิดนี้จึงเป็นการกลายพันธุ์ที่หายากมากที่สุด
ด้วยความสามารถทั้ง 2 ชนิดนี้หากมองไปทั่วทั้งจักรวาลทั้งหมดความเป็นไปได้ที่จะเจอยังคงเป็นศูนย์
แต่ในขณะนี้กลับปรากฏขึ้นในโลกและในบาร์ที่เรียกว่า แบล็คโรส
ไคล์ และ ลอร์นา จับมือกันเป็นศูนย์กลางของแสงออโรร่าพลังของทั้ง 2 คน ผสมผสานเข้าด้วยกันหมุนเวียนอยู่ภายในร่างกายของคนทั้งคู่
"อ่ะ!"
ผ่านไปไม่นาน ลอร์นาได้สติขึ้นมาเธอดึงมือขวากลับมาราวกับถูกไฟฟ้าช็อต
ฉากออโรร่ายิ่งใหญ่หายไปในทันทีทันใดนั้นห้องโถงก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
ไคล์ เหลือบมองไปที่ ลอร์นา เล็กน้อยจากนั้นก็โบกมือให้สัญญาณกับ เรน และเดินไปที่ประตูทางออกของบาร์
“ลอร์นา. แล้วเจอกันใหม่ ครั้งหน้าฉันจะมาคนเดียว” เรน พูดและก้าวตาม ไคล์ ไป
จนกระทั่งทั้ง 2 ออกจากบาร์ ลอร์นา จึงได้ตอบสนองเธอพยักหน้าพร้อมกับมองไปที่ฝ่ามือขวาของเธออย่างลึกลับซึ่งยังคงมีพลังที่อบอุ่นของวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)ไหลเวียนอยู่
“ ฉัน…มันคืออะไร ความรู้สึกนี่มันอะไร” ลอร์นา พูดกับตัวเองพร้อมกับใช้ฝ่ามือกุมหัวใจของเธอ
“ ผู้ชายคนนั้นทำอะไรกับฉัน!”
ร่างกายของเธอร้อนขึ้นและเธอต้องการเห็นภาพออโรร่าอีกครั้ง
ด้านนอก บาร์แบล็คโรส
ไคล์ ครุ่นคิดสักครู่แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม:“ ลอร์นา ถือเป็นเพื่อนที่ดีของเธอ ถ้าจะให้ดีพยายามดึงเธอให้เข้าร่วมกับสำนักงานพลังเหนือธรรมชาติของเรา”
"เข้าใจแล้วค่ะ"เรน ก้มหน้าต่ำยิ้มอย่างมีความสุข
เธอมากับเจ้านายของเธอและคิดว่าเขาจะเห็นด้วยกับการมีอยู่ของอีกฝ่าย มิฉะนั้นเธอจะไม่สามารถปฏิบัติต่อ ลอร์นา ด้วยความจริงใจได้
ตอนนี้เจ้านายของเธอดูเหมือนจะยอมรับอีกฝ่ายแล้ว
เรน มองไปที่ด้านหลังที่สูงและใจกว้างของ ไคล์ และให้คำมั่นสัญญาอยู่ภายในใจ:“คุณยังคงเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้อีก 1,000 ปี ฉันก็จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป”
เธอก้าวขยับเข้าใกล้ ไคล์ แต่รักษาระยะห่างของเมตรสุดท้ายไว้
……
ไคล์ กลับไปที่ ตึกดอร์เซ็ต ตั้งแต่กลับมาที่โลกจนถึงตอนนี้เขาได้ปรับตัวให้เข้ากับศตวรรษที่ 21 ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ในทุกๆวันเขาทำการค้นคว้าเกี่ยวกับพลังวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)และ เปลวไฟแห่งนิรันดร์ ในบางเวลาก็ให้คำแนะนำ โทนี่ เกี่ยวกับการปรับปรุงเกราะเหล็กสงคราม รวมถึงให้ความสนใจกับปรากฏการณ์ที่ผิดธรรมชาติทั่วโลก
ในขณะเดียวกัน บรูซ แบนเนอร์ ได้ย้ายมาอยู่นิวยอร์กตามลำพังและอยู่ภายใต้การติดตามแบบใกล้ชิดโดยตัวแทนชั้นนำของ S.H.I.E.L.D. ทุกๆวัน
นอกจากนี้แล้วในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องที่ทำให้ทั่วโลกต้องสั่นสะเทือน
หนึ่งในนั้น.
เพื่อที่จะใช้อำนาจของประเทศทำการค้นหาเบาะแสของ บัคกี้ บาร์นส์ เพื่อนร่วมฐานของ กัปตันอเมริกา ในตำนาน - สตีฟ โรเจอร์ส ได้ประกาศการกลับมาอย่างเป็นทางการของเขาและเข้าร่วมกับแผนกลึกลับของสหรัฐอย่าง S.H.I.E.L.D.
เขา แบล็ควิโดว์ และ ฮอว์คอาย วิ่งไปทั่วโลกปฏิบัติภารกิจลับของ S.H.I.E.L.D. และติดตามร่องรอยของ องค์กรไฮดรา ที่ยังเหลือรอด
ประการที่สอง.
ตระกูลคาร์ล ได้ส่งเหล่า การ์ด ทำการค้นหาเบาะแสของ บัคกี้ และพวกเขาทำให้เกิดความวุ่นวายในโลกใต้ดินโดยบังเอิญ และได้สร้างความหวาดกลัวต่อองค์กรใต้ดินอื่นๆเป็นอย่างมากชนิดที่ว่าพอได้ยินชื่อ การ์ด พวกเขาเหล่านั้นต่างก็พากันหลบลี้หนีหน้าไปทันที
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ไม่มีใครรู้เกิดขึ้นอย่างลับๆ
แอฟริกาพื้นที่ห่างไกลทางตอนกลาง
ในทุ่งหญ้าสะวันนาอันกว้างใหญ่ฝูงวัวและแกะกลุ่มใหญ่กำลังดื่มน้ำอย่างสบาย ๆ ในสระน้ำที่แห้งเล็กน้อย ภายในป่าหญ้าใกล้ๆมีนักล่าเช่นสิงโตและเสือดาวกำลังรอโอกาสอยู่
เมื่อสิงโตผู้ยิ่งใหญ่เข้ามาใกล้เป้าหมายหูของมันก็ได้ยินเสียงบางอย่าง
มันเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้าและดวงตาที่กล้าหาญของมันได้สะท้อนให้เห็นถึงดวงไฟที่ลุกไหม้
บนท้องฟ้าสีครามมียานอวกาศระหว่างดวงดาวกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว!
ระยะห่างระหว่างยานอวกาศและทุ่งหญ้าด้านล่างสั้นลงอย่างรวดเร็ว 10,000 เมตร 5,000 เมตร 1,000 เมตร …
สัตว์ป่าและนักล่าจำนวนนับไม่ถ้วนร้องคำรามอย่างหวาดกลัวและพากันวิ่งหนีออกไป!
'ตูมมมมม! ! ! '
ยานอวกาศระหว่างดวงดาวกระแทกลงไปในสระน้ำและภายใต้ผลกระทบที่น่ากลัวโคลนกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้าและกระเด็นออกไปไกลหลาย 10 เมตร
ลำตัวยานอวกาศบางส่วนฝังอยู่ในดินพร้อมกับมีเสียงซี่ๆดังขึ้นจากนั้นประตูเล็กๆ ของยานอวกาศก็เปิดออก
ในหมอกควันมนุษย์ต่างดาวรูปร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากประตูและมองทุ่งหญ้าสะวันนาโดยรอบ
“ ที่นี่คือ…โลก?”
มนุษย์ต่างดาวพึมพำกับตัวเองดวงตาของมันสีดำมืดเหมือนหมึกแสดงอารมณ์ที่แตกต่างออกมาและหมัดของมันกำแน่นขึ้นเล็กน้อย
หลังจากเดินทางผ่านรูหนอนในดาวเคราะห์ซาคาร์ เพื่อมายังโลกมนุษย์ มันหลงอยู่ในจักรวาลถึง 26 ปีเต็ม
ระหว่างทางมันเปลี่ยนโฮสต์ไปเรื่อยๆข้ามทางช้างเผือกจนมาถึงที่นี่
โลก...ดวงดาวที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำของมัน
“ หวังว่าที่นี่ฉันจะพบสิ่งที่ใฝ่หาในความทรงจำของฉัน”
มนุษย์ต่างดาวถอนหายใจและกระโดดออกจากยานอวกาศและนั่งยองๆอยู่ข้างสระน้ำ
มันเอื้อมมือออกไปจับปลาที่อยู่ในน้ำอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า และปลาที่อยู่ในมือของมันพยายามดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง
มนุษย์ต่างดาวเลียริมฝีปากและท้องของมันก็ร้องโครกคราก มันไม่สนใจโคลนสกปรกที่ติดอยู่กับตัวปลามันหย่อนปลาเข้าไปในปากแล้วกินโดยตรง
สิงโตกำลังย่องเข้ามาใกล้ๆอย่างเงียบๆ และพร้อมที่จะกระโจนเข้าหามนุษย์ต่างดาวที่มันคิดว่าเป็นเหยื่อของมัน
มันเป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วราวกับลูกศร สายลมที่พัดหญ้าช่วยอำพรางการเคลื่อนไหวของมันและในตอนนี้มันได้พุ่งทะยานเพื่อที่จะขย้ำคอของมนุษย์ต่างดาวคนนั้นแล้ว
มนุษย์ต่างดาวนิ่งไม่ไหวติงและยังคงลิ้มรสปลาดิบของโลกโดยที่ไม่รู้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา
สิงโตกางกรงเล็บแล้วอ้าปากกระโจนเข้าหามนุษย์ต่างดาวและเมื่อห่างครึ่งเมตรหนามสีดำทมิฬก็พุ่งออกจากคอด้านหลังของชายคนนั้น
'โฮกกกกก! '
สิงโต ร้องคำรามอย่างเจ็บปวดโดยมีหนามแหลมสีดำแทงทะลุปากและลำตัวของมัน เลือดสีแดงฉานก็ไหลไปตามหนามแหลม
มนุษย์ต่างดาวเช็ดโคลนออกจากปากของมันและดึงร่างของสิงโตออกจากหนามแหลมด้วยมือเดียวจากนั้นก็อ้าปากกลืนมันลงไปทั้งตัว
“ ถุย! รสชาติไม่ได้เรื่อง”
มนุษย์ต่างดาวคายสิงโตลงบนพื้นด้วยความรังเกียจและยกเท้าเหยียบด้วยความขุ่นเคือง
ราชาแห่งทุ่งหญ้าผู้น่าสงสารบังเอิญได้พบกับสิ่งมีชีวิตชั้นยอดที่กลับมายังโลก
ซิมไบโอต!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved