ตอนที่ 264 ที่นี่คือโลก?

ออโรร่าเป็นปรากฏการณ์ของการเรืองแสง

โดยปกติจะเกิดขึ้นที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ และอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าของลมสุริยะจะไหลเข้าสู่สนามแม่เหล็กโลกซึ่งจะทำให้เกิดปรากฏการที่สวยงามในท้องฟ้ายามค่ำคืน

ไคล์ ไม่เคยคิดเลยว่า พลังวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)กับ พลังสนามแม่เหล็ก ของมนุษย์กลายพันธุ์อย่าง ลอร์นา จะทำให้เกิดการเรืองแสงตามธรรมชาติอย่างแสงออโรร่าได้

นี่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญท่ามกลางความมึนงง

ไม่จำเป็นต้องเป็นคนของ โปรตอส หากคนที่สัมผัสกับ ลอร์นา ไม่ใช่เขา แต่เป็น ธอร์ ที่เป็นเทพเจ้าสายฟ้า ปรากฏการนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นดังนั้นเขาจึงเชื่อได้ว่า ปรากฏการที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะพลังของวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)

ความสามารถด้านแรงโน้มถ่วง และ ความสามารถในการควบคุมสนามแม่เหล็กจำเป็นต้องมีการกลายพันธุ์แบบพิเศษของยีน X ดังนั้นมนุษย์ที่กลายพันธ์ุชนิดนี้จึงเป็นการกลายพันธุ์ที่หายากมากที่สุด

ด้วยความสามารถทั้ง 2 ชนิดนี้หากมองไปทั่วทั้งจักรวาลทั้งหมดความเป็นไปได้ที่จะเจอยังคงเป็นศูนย์

แต่ในขณะนี้กลับปรากฏขึ้นในโลกและในบาร์ที่เรียกว่า แบล็คโรส

ไคล์ และ ลอร์นา จับมือกันเป็นศูนย์กลางของแสงออโรร่าพลังของทั้ง 2 คน ผสมผสานเข้าด้วยกันหมุนเวียนอยู่ภายในร่างกายของคนทั้งคู่

"อ่ะ!"

ผ่านไปไม่นาน ลอร์นาได้สติขึ้นมาเธอดึงมือขวากลับมาราวกับถูกไฟฟ้าช็อต

ฉากออโรร่ายิ่งใหญ่หายไปในทันทีทันใดนั้นห้องโถงก็กลับคืนสู่สภาพเดิม

ไคล์ เหลือบมองไปที่ ลอร์นา เล็กน้อยจากนั้นก็โบกมือให้สัญญาณกับ เรน และเดินไปที่ประตูทางออกของบาร์

“ลอร์นา. แล้วเจอกันใหม่ ครั้งหน้าฉันจะมาคนเดียว” เรน พูดและก้าวตาม ไคล์ ไป

จนกระทั่งทั้ง 2 ออกจากบาร์ ลอร์นา จึงได้ตอบสนองเธอพยักหน้าพร้อมกับมองไปที่ฝ่ามือขวาของเธออย่างลึกลับซึ่งยังคงมีพลังที่อบอุ่นของวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)ไหลเวียนอยู่

“ ฉัน…มันคืออะไร ความรู้สึกนี่มันอะไร” ลอร์นา พูดกับตัวเองพร้อมกับใช้ฝ่ามือกุมหัวใจของเธอ

“ ผู้ชายคนนั้นทำอะไรกับฉัน!”

ร่างกายของเธอร้อนขึ้นและเธอต้องการเห็นภาพออโรร่าอีกครั้ง

ด้านนอก บาร์แบล็คโรส

ไคล์ ครุ่นคิดสักครู่แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม:“ ลอร์นา ถือเป็นเพื่อนที่ดีของเธอ ถ้าจะให้ดีพยายามดึงเธอให้เข้าร่วมกับสำนักงานพลังเหนือธรรมชาติของเรา”

"เข้าใจแล้วค่ะ"เรน ก้มหน้าต่ำยิ้มอย่างมีความสุข

เธอมากับเจ้านายของเธอและคิดว่าเขาจะเห็นด้วยกับการมีอยู่ของอีกฝ่าย มิฉะนั้นเธอจะไม่สามารถปฏิบัติต่อ ลอร์นา ด้วยความจริงใจได้

ตอนนี้เจ้านายของเธอดูเหมือนจะยอมรับอีกฝ่ายแล้ว

เรน มองไปที่ด้านหลังที่สูงและใจกว้างของ ไคล์ และให้คำมั่นสัญญาอยู่ภายในใจ:“คุณยังคงเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้อีก 1,000 ปี ฉันก็จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป”

เธอก้าวขยับเข้าใกล้ ไคล์ แต่รักษาระยะห่างของเมตรสุดท้ายไว้

……

ไคล์ กลับไปที่ ตึกดอร์เซ็ต ตั้งแต่กลับมาที่โลกจนถึงตอนนี้เขาได้ปรับตัวให้เข้ากับศตวรรษที่ 21 ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

ในทุกๆวันเขาทำการค้นคว้าเกี่ยวกับพลังวัลแคน(เทพเจ้าแห่งไฟ)และ เปลวไฟแห่งนิรันดร์ ในบางเวลาก็ให้คำแนะนำ โทนี่ เกี่ยวกับการปรับปรุงเกราะเหล็กสงคราม รวมถึงให้ความสนใจกับปรากฏการณ์ที่ผิดธรรมชาติทั่วโลก

ในขณะเดียวกัน บรูซ แบนเนอร์ ได้ย้ายมาอยู่นิวยอร์กตามลำพังและอยู่ภายใต้การติดตามแบบใกล้ชิดโดยตัวแทนชั้นนำของ S.H.I.E.L.D. ทุกๆวัน

นอกจากนี้แล้วในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องที่ทำให้ทั่วโลกต้องสั่นสะเทือน

หนึ่งในนั้น.

เพื่อที่จะใช้อำนาจของประเทศทำการค้นหาเบาะแสของ บัคกี้ บาร์นส์ เพื่อนร่วมฐานของ กัปตันอเมริกา ในตำนาน - สตีฟ โรเจอร์ส ได้ประกาศการกลับมาอย่างเป็นทางการของเขาและเข้าร่วมกับแผนกลึกลับของสหรัฐอย่าง S.H.I.E.L.D.

เขา แบล็ควิโดว์ และ ฮอว์คอาย วิ่งไปทั่วโลกปฏิบัติภารกิจลับของ S.H.I.E.L.D. และติดตามร่องรอยของ องค์กรไฮดรา ที่ยังเหลือรอด

ประการที่สอง.

ตระกูลคาร์ล ได้ส่งเหล่า การ์ด ทำการค้นหาเบาะแสของ บัคกี้ และพวกเขาทำให้เกิดความวุ่นวายในโลกใต้ดินโดยบังเอิญ และได้สร้างความหวาดกลัวต่อองค์กรใต้ดินอื่นๆเป็นอย่างมากชนิดที่ว่าพอได้ยินชื่อ การ์ด พวกเขาเหล่านั้นต่างก็พากันหลบลี้หนีหน้าไปทันที

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ไม่มีใครรู้เกิดขึ้นอย่างลับๆ

แอฟริกาพื้นที่ห่างไกลทางตอนกลาง

ในทุ่งหญ้าสะวันนาอันกว้างใหญ่ฝูงวัวและแกะกลุ่มใหญ่กำลังดื่มน้ำอย่างสบาย ๆ ในสระน้ำที่แห้งเล็กน้อย ภายในป่าหญ้าใกล้ๆมีนักล่าเช่นสิงโตและเสือดาวกำลังรอโอกาสอยู่

เมื่อสิงโตผู้ยิ่งใหญ่เข้ามาใกล้เป้าหมายหูของมันก็ได้ยินเสียงบางอย่าง

มันเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้าและดวงตาที่กล้าหาญของมันได้สะท้อนให้เห็นถึงดวงไฟที่ลุกไหม้

บนท้องฟ้าสีครามมียานอวกาศระหว่างดวงดาวกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว!

ระยะห่างระหว่างยานอวกาศและทุ่งหญ้าด้านล่างสั้นลงอย่างรวดเร็ว 10,000 เมตร 5,000 เมตร 1,000 เมตร …

สัตว์ป่าและนักล่าจำนวนนับไม่ถ้วนร้องคำรามอย่างหวาดกลัวและพากันวิ่งหนีออกไป!

'ตูมมมมม! ! ! '

ยานอวกาศระหว่างดวงดาวกระแทกลงไปในสระน้ำและภายใต้ผลกระทบที่น่ากลัวโคลนกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้าและกระเด็นออกไปไกลหลาย 10 เมตร

ลำตัวยานอวกาศบางส่วนฝังอยู่ในดินพร้อมกับมีเสียงซี่ๆดังขึ้นจากนั้นประตูเล็กๆ ของยานอวกาศก็เปิดออก

ในหมอกควันมนุษย์ต่างดาวรูปร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากประตูและมองทุ่งหญ้าสะวันนาโดยรอบ

“ ที่นี่คือ…โลก?”

มนุษย์ต่างดาวพึมพำกับตัวเองดวงตาของมันสีดำมืดเหมือนหมึกแสดงอารมณ์ที่แตกต่างออกมาและหมัดของมันกำแน่นขึ้นเล็กน้อย

หลังจากเดินทางผ่านรูหนอนในดาวเคราะห์ซาคาร์ เพื่อมายังโลกมนุษย์ มันหลงอยู่ในจักรวาลถึง 26 ปีเต็ม

ระหว่างทางมันเปลี่ยนโฮสต์ไปเรื่อยๆข้ามทางช้างเผือกจนมาถึงที่นี่

โลก...ดวงดาวที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำของมัน

“ หวังว่าที่นี่ฉันจะพบสิ่งที่ใฝ่หาในความทรงจำของฉัน”

มนุษย์ต่างดาวถอนหายใจและกระโดดออกจากยานอวกาศและนั่งยองๆอยู่ข้างสระน้ำ

มันเอื้อมมือออกไปจับปลาที่อยู่ในน้ำอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า และปลาที่อยู่ในมือของมันพยายามดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง

มนุษย์ต่างดาวเลียริมฝีปากและท้องของมันก็ร้องโครกคราก มันไม่สนใจโคลนสกปรกที่ติดอยู่กับตัวปลามันหย่อนปลาเข้าไปในปากแล้วกินโดยตรง

สิงโตกำลังย่องเข้ามาใกล้ๆอย่างเงียบๆ และพร้อมที่จะกระโจนเข้าหามนุษย์ต่างดาวที่มันคิดว่าเป็นเหยื่อของมัน

มันเป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วราวกับลูกศร สายลมที่พัดหญ้าช่วยอำพรางการเคลื่อนไหวของมันและในตอนนี้มันได้พุ่งทะยานเพื่อที่จะขย้ำคอของมนุษย์ต่างดาวคนนั้นแล้ว

มนุษย์ต่างดาวนิ่งไม่ไหวติงและยังคงลิ้มรสปลาดิบของโลกโดยที่ไม่รู้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา

สิงโตกางกรงเล็บแล้วอ้าปากกระโจนเข้าหามนุษย์ต่างดาวและเมื่อห่างครึ่งเมตรหนามสีดำทมิฬก็พุ่งออกจากคอด้านหลังของชายคนนั้น

'โฮกกกกก! '

สิงโต ร้องคำรามอย่างเจ็บปวดโดยมีหนามแหลมสีดำแทงทะลุปากและลำตัวของมัน เลือดสีแดงฉานก็ไหลไปตามหนามแหลม

มนุษย์ต่างดาวเช็ดโคลนออกจากปากของมันและดึงร่างของสิงโตออกจากหนามแหลมด้วยมือเดียวจากนั้นก็อ้าปากกลืนมันลงไปทั้งตัว

“ ถุย! รสชาติไม่ได้เรื่อง”

มนุษย์ต่างดาวคายสิงโตลงบนพื้นด้วยความรังเกียจและยกเท้าเหยียบด้วยความขุ่นเคือง

ราชาแห่งทุ่งหญ้าผู้น่าสงสารบังเอิญได้พบกับสิ่งมีชีวิตชั้นยอดที่กลับมายังโลก

ซิมไบโอต!