"เวรเอ้ย"
“เล่นมันเลย!”
โจรอีก 4 คนเห็นหัวหน้าของพวกมันถูกเล่นงานก็ยกปืนขึ้นแล้วเล็งปืนไปที่ สตีฟ เมื่อ สตีฟ เห็นเช่นนั้นก็พุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีต้า
หลังจากถูกแช่แข็งมานานกว่า 60 ปี แม้ว่าสมรรถภาพทางกายของ สตีฟ จะยังไม่คงที่แต่เซลล์ของร่างกายได้เปลี่ยนเป็นสถานะที่ดีที่สุดในระหว่างการจำศีลซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้ร่างกายของซุปเปอร์โซลเยอร์มาถึงระดับสูงสุด
ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ ใบหน้า ความแข็งแกร่งทางร่างกาย ความเร็ว หรือ ปฏิกิริยาตอบสนอง ล้วนเหนือกว่ามนุษย์ถึง 10 เท่า!
ภายใต้การลงมือด้วยความเร็วทำให้หมวกหลุดออกจากศีรษะของเขา
สตีฟ ไม่สนใจ หลังจากที่เขาเข้าใกล้เป้าหมายก็ใช้ทั้งมือและเท้าแสดงทักษะการต่อสู้ที่ดุดันและเฉียบขาดออกมา
เพียงไม่กี่วินาทีโจรที่เหลืออีก 4 คนไม่สามารถแม้แต่จะทันได้ลั่นไกปืน และพวกมันก็ล้มคว่ำอยู่บนพื้นอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสและปืนที่อยู่ในมือก็ร่วงหล่นลงบนพื้นเช่นกัน
จนกระทั่งถึงตอนนี้หมวกของ สตีฟ เพิ่งจะตกถึงพื้น
“หากอยู่ในช่วงสงครามพวกนายเสียชีวิตในสนามรบไปแล้ว พวกนายต้องขอบคุณสันติภาพและความสงบสุขในยุคปัจจุบัน!” สตีฟ เอ่ยออกมาอย่างเย็นชาพร้อมกับกวาดเตะโจรคนสุดท้ายจนมันงอเป็นกุ้งและปลิวละลิ่วออกไปไกล
"หึ." สตีฟ หันหลังกลับและก้าวไปหยิบหมวกขึ้นมาจากพื้น
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นและเห็น ไคล์ ที่มีสีหน้าทำอะไรไม่ถูกและผู้คนที่กำลังจ้องมองเขาอย่างแปลกใจในห้องโถง ในตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวตนของเขาดูเหมือนจะถูกเปิดเผยแล้ว
“ ไคล์..” สตีฟ เพียงแค่อ้าปากเขาก็หยุดชะงักในทันที เขาพลั้งปากเรียกชื่อ ไคล์ ออกมา
นี่เป็นการยืนยันตัวตนของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี
ไคล์ สังเกตุเห็นการจ้องมองของผู้คนที่อยู่รอบข้าง เขาก็อดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้าโดยผ่านด้านข้างของ สตีฟ และพูดขึ้นว่า:“ รีบออกไปจากที่นี่!”
“ โอ้!” สตีฟ ได้สติขึ้นมาและรีบตาม ไคล์ ออกจากอนุสรณ์สถาน
ทั้ง 2 ปรากฏตัวอย่างรวดเร็วและจากไปอย่างรวดเร็วโดยทิ้งพวกโจรที่หมดสติเอาไว้บนพื้น
“ถ้าฉันจำไม่ผิดดูเหมือนจะเป็น กัปตันอเมริกา ใช่ไหม?!”
“เขาเหมือนกับในวิดีโอทุกประการ ฉันว่าต้องใช่แน่ๆ…”
“ดูเหมือนว่าเขาจะเรียกชายคนนั้นว่า 'ไคล์'!”
“ มันจะไม่…”
ในห้องโถงอนุสรณ์ทุกคนมองหน้ากันและหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งพวกเขาก็รีบวิ่งไล่ตาม ไคล์ และ สตีฟ ไป
โจรเหล่านั้นช่างน่าสงสารพวกมันถูกเหยียบย่ำอยู่ที่พื้นกลายเป็นทางเดินให้ฝูงชนวิ่งผ่าน
มอเตอร์ไซค์ 2 คันขับต่อไปบนถนนสายหลักของเมืองวิ่งห่างจากอนุสรณ์สถานสงครามที่คึกคักและมีเสียงร้องอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“ดีที่ปฏิกิริยาของนายรวดเร็ว หากถูกผู้คนรายล้อมการที่จะออกมาคงเป็นเรื่องยาก” สตีฟ พูดกับ ไคล์ ด้วยรอยยิ้ม
“เดี๋ยวนายก็ชิน” ไคล์ ยักไหล่และพูดอย่างใจเย็น:“ ในศตวรรษที่ 21 หลังจากที่ผู้คนอยู่อย่างสุขสบายแล้ว คนเลวที่มีความคิดสกปรกก็จะโผล่ออกมา ส่วนคนดีก็จะหมกมุ่นอยู่กับการซุบซิบอยู่บนเครือข่ายของข้อมูลข่าวสาร”
เขากล่าวเสริมว่า:“ คาดว่าพรุ่งนี้เช้าการกลับมาของนายและสิ่งที่เกิดขึ้นในอนุสรณ์สถานสงครามจะแพร่กระจายไปทั่วสหรัฐอเมริกา”
“ โชคดีที่ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย” สตีฟ ถอนหายใจ
"มันยากที่จะพูด...." ไคล์ ส่ายหน้า
ไคล์ เร่งเครื่องแซงหน้า สตีฟ และเอ่ยขึ้นว่า:“ ก่อนที่จะไปสถานที่ที่นายอย่างไป ฉันจะพานายไปยังที่หนึ่งก่อน”
หลังจากนั้น ไคล์ ก็เร่งมอเตอร์ไซค์พา สตีฟ ออกไปนอกเมือง
ไปยังคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลคาร์ล
เป็นเวลาดึกแล้วรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันได้วิ่งตามถนนเข้าไปในป่าอันเงียบสงบทำลายความเงียบและความมืดของป่าจนกระทั่งมาถึงลานของคฤหาสน์และหยุดรถลง แสงไฟ 2 ดวงส่องไปที่บันไดไม้ของอาคารหลัก
“ที่นี่เหรอ” สตีฟ มองไปรอบๆ และทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที มีจุดสีแดงจากปืนสไนเปอร์ส่องมาที่เขา
และมีเงาที่เดินออกมาจากความมืดและเข้าใกล้ด้วยความเร็ว
สตีฟ รู้สึกประหม่าและ ไคล์ ก็โบกมือและพูดอย่างเย็นชาว่า“แขกของฉัน”
เมื่อเสียงจบลงจุดสีแดงที่เล็งไว้ก็หายไป
ในเวลาเดียวกันชายวัยกลางคนที่สวมเครื่องแบบพ่อบ้านรีบวิ่งมาด้านหน้าคุกเข่าลงข้างหนึ่งและทำความเคารพ ไคล์:“ พ่อบ้านประจำคฤหาสน์ของตระกูลคาร์ล คาบุน ไอเดน ยินดีที่ได้พบท่านผู้นำสูงสุด!”
ไคล์ พยักหน้าลงจากรถมอเตอร์ไซค์มองขึ้นไปที่คฤหาสน์โบราณที่เปิดไฟสว่างแล้วเขาเอ่ยขึ้นว่า“ ที่นี่มันไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม”
"ครับท่าน."พ่อบ้านลุกขึ้นยืนและพูดด้วยอารมณ์ว่า“ ตั้งแต่คุณเดินทางจากโลกไป สถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่สำคัญของตระกูล และ คุณลูซี่ ก็ไม่ยอมให้เราเคลื่อนย้ายสิ่งใดๆที่อยู่ที่นี่ แม้แต่ต้นไม้รอบ ๆ หรือเก้าอี้ในบ้านก็ยังเหมือนเดิมทุกประการ”
“ ทำงานได้ดี เมื่อทำดีย่อมได้รับผลตอบแทน จากนี้ไปนายจะได้รับ เซรุ่มไร้ขีดจำกัด ฟรี เป็นเวลา 10 ปี” ไคล์ กล่าวอย่างใจเย็น
“ขอบคุณท่านผู้นำสูงสุด!” พ่อบ้านมีความสุขมาก
เซรุ่มไร้ขีดจำกัด 10 ปี มันคือรางวัลที่มากมายมหาศาลสำหรับเขา เขาไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินแลกกับแต้มของตระกูลมากแค่ไหนถึงจะได้ เซรุ่มไร้ขีดจำกัด 10 ปี แน่นอนว่ามันต้องเป็นเม็ดเงินที่มากมายมหาศาลจนเขาไม่อาจจินตนาการได้
“ พาเราไปที่โกดังเก่า” ไคล์ พูดขึ้น
"ครับ. เชิญตามผมมา” พ่อบ้านนำ ไคล์ และ สตีฟ มุ่งหน้าไปที่ด้านหลังของอาคารคฤหาสน์หลักซึ่งเป็นอาคารโกดังเก่า
ประตูของอาคารโกดังเก่าถูกล็อคด้วยโซ่และกุญแจเก่า ประตูเต็มไปด้วยใยแมงมุมและฝุ่น
“ ตามคำสั่งของคุณ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโกดังเก่านี้ไม่ได้เปิดให้ใช้งานเลยแม้แต่น้อย” พ่อบ้าน กล่าว
"อืม." ไคล์ พยักหน้า
สตีฟ อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า:“ ไคล์ นายพาฉันมาที่โกดังเก่านี้เพื่อทำอะไร”
“นายจำ บัคกี้ บาร์นส์ ได้ไหม” ไคล์ เอ่ยถามเขา
สตีฟ ตัวสั่นและพูดด้วยใบหน้าที่เจ็บปวด:“ฉันจะลืมเขาได้อย่างไร? ตอนแรกเขาพยายามช่วยฉันและตกลงไปในหุบเขาหิมะ!”
แต่ทันใดนั้นเขาก็เอ๊ะใจและรีบถามขึ้นอย่างรีบร้อน:“ ทำไมจู่ๆนายถึงพูดถึงเขา อย่าบอกนะว่า…”
“ ใช่ บัคกี้ ยังมีชีวิตอยู่” ไคล์ พยักหน้าและเตะประตูโกดัง
เขาใช้พละกำลังเพียงครึ่งเดียว เนื่องจากประตูมันเก่าและชำรุดแผงประตูจึงกระเด็นเข้าไปในโกดังพร้อมกับฝุ่นละอองที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ
“นายบอกว่า บัคกี้ ยังมีชีวิตอยู่?!” สตีฟ นิ่งไปดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจ
"ใช่. ไม่นานหลังจากสงครามจบลง ฉันพบกับเขาที่องค์กรห้องแดงของโซเวียต…”
ไคล์ เดินเข้าไปในโกดังพร้อมกับเล่าเรื่องราวของ บัคกี้
ตอนนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
บัคกี้ ถูกล้างสมองและไม่สามารถควบคุมร่างกายได้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาเป็นอาวุธสังหาร
ไคล์ จึงขอให้ ฮาเวิร์ด สร้างโกดังแห่งนี้ขึ้นมาและแช่แข็ง บัคกี้ ไว้ในแคปซูลแช่แข็งเก็บไว้ในห้องใต้ดินของโกดังเก่าเพื่อรอว่าวันหนึ่งจะละลายเขาออกมา
ในเรื่องนี้มีเพียง ไคล์ และ ฮาเวิร์ด เท่านั้นที่รู้ แม้แต่สมาชิกในตระกูลคาร์ลก็ไม่รู้ว่ามีคนถูกแช่แข็งอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโกดัง
วันนี้ได้เวลาปลุกเขาให้ตื่นแล้ว
ไคล์ หยุดอยู่หน้าประตูห้องใต้ดิน มันเป็นประตูเหล็กปิดผนึกที่แน่นหนาแม้แต่ระเบิดขนาดเล็กที่ไม่สามารถเปิดได้และมันสามารถเปิดได้จากด้านในของห้องใต้ดินเท่านั้น
“ถ้ามีแหวนเวทย์มนต์มันจะสะดวกกว่านี้มาก”
ไคล์ ส่ายหน้าและยื่นมือขวาไปกำหมัดจากนั้นของเหลว เวนอม ก็ปกคลุมไปทั่วแขนและเปลี่ยนเป็นค้อนยักษ์สีดำ
เขายกค้อนยักษ์ขึ้นเหนือประตูเหล็ก!
และกำลังจะทุบมันให้พังยับเยิน!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved