ตอนที่ 259 ถึงเวลาปลุก!

"เวรเอ้ย"

“เล่นมันเลย!”

โจรอีก 4 คนเห็นหัวหน้าของพวกมันถูกเล่นงานก็ยกปืนขึ้นแล้วเล็งปืนไปที่ สตีฟ เมื่อ สตีฟ เห็นเช่นนั้นก็พุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีต้า

หลังจากถูกแช่แข็งมานานกว่า 60 ปี แม้ว่าสมรรถภาพทางกายของ สตีฟ จะยังไม่คงที่แต่เซลล์ของร่างกายได้เปลี่ยนเป็นสถานะที่ดีที่สุดในระหว่างการจำศีลซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้ร่างกายของซุปเปอร์โซลเยอร์มาถึงระดับสูงสุด

ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ ใบหน้า ความแข็งแกร่งทางร่างกาย ความเร็ว หรือ ปฏิกิริยาตอบสนอง ล้วนเหนือกว่ามนุษย์ถึง 10 เท่า!

ภายใต้การลงมือด้วยความเร็วทำให้หมวกหลุดออกจากศีรษะของเขา

สตีฟ ไม่สนใจ หลังจากที่เขาเข้าใกล้เป้าหมายก็ใช้ทั้งมือและเท้าแสดงทักษะการต่อสู้ที่ดุดันและเฉียบขาดออกมา

เพียงไม่กี่วินาทีโจรที่เหลืออีก 4 คนไม่สามารถแม้แต่จะทันได้ลั่นไกปืน และพวกมันก็ล้มคว่ำอยู่บนพื้นอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสและปืนที่อยู่ในมือก็ร่วงหล่นลงบนพื้นเช่นกัน

จนกระทั่งถึงตอนนี้หมวกของ สตีฟ เพิ่งจะตกถึงพื้น

“หากอยู่ในช่วงสงครามพวกนายเสียชีวิตในสนามรบไปแล้ว พวกนายต้องขอบคุณสันติภาพและความสงบสุขในยุคปัจจุบัน!” สตีฟ เอ่ยออกมาอย่างเย็นชาพร้อมกับกวาดเตะโจรคนสุดท้ายจนมันงอเป็นกุ้งและปลิวละลิ่วออกไปไกล

"หึ." สตีฟ หันหลังกลับและก้าวไปหยิบหมวกขึ้นมาจากพื้น

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นและเห็น ไคล์ ที่มีสีหน้าทำอะไรไม่ถูกและผู้คนที่กำลังจ้องมองเขาอย่างแปลกใจในห้องโถง ในตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวตนของเขาดูเหมือนจะถูกเปิดเผยแล้ว

“ ไคล์..” สตีฟ เพียงแค่อ้าปากเขาก็หยุดชะงักในทันที เขาพลั้งปากเรียกชื่อ ไคล์ ออกมา

นี่เป็นการยืนยันตัวตนของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี

ไคล์ สังเกตุเห็นการจ้องมองของผู้คนที่อยู่รอบข้าง เขาก็อดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้าโดยผ่านด้านข้างของ สตีฟ และพูดขึ้นว่า:“ รีบออกไปจากที่นี่!”

“ โอ้!” สตีฟ ได้สติขึ้นมาและรีบตาม ไคล์ ออกจากอนุสรณ์สถาน

ทั้ง 2 ปรากฏตัวอย่างรวดเร็วและจากไปอย่างรวดเร็วโดยทิ้งพวกโจรที่หมดสติเอาไว้บนพื้น

“ถ้าฉันจำไม่ผิดดูเหมือนจะเป็น กัปตันอเมริกา ใช่ไหม?!”

“เขาเหมือนกับในวิดีโอทุกประการ ฉันว่าต้องใช่แน่ๆ…”

“ดูเหมือนว่าเขาจะเรียกชายคนนั้นว่า 'ไคล์'!”

“ มันจะไม่…”

ในห้องโถงอนุสรณ์ทุกคนมองหน้ากันและหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งพวกเขาก็รีบวิ่งไล่ตาม ไคล์ และ สตีฟ ไป

โจรเหล่านั้นช่างน่าสงสารพวกมันถูกเหยียบย่ำอยู่ที่พื้นกลายเป็นทางเดินให้ฝูงชนวิ่งผ่าน

มอเตอร์ไซค์ 2 คันขับต่อไปบนถนนสายหลักของเมืองวิ่งห่างจากอนุสรณ์สถานสงครามที่คึกคักและมีเสียงร้องอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว

“ดีที่ปฏิกิริยาของนายรวดเร็ว หากถูกผู้คนรายล้อมการที่จะออกมาคงเป็นเรื่องยาก” สตีฟ พูดกับ ไคล์ ด้วยรอยยิ้ม

“เดี๋ยวนายก็ชิน” ไคล์ ยักไหล่และพูดอย่างใจเย็น:“ ในศตวรรษที่ 21 หลังจากที่ผู้คนอยู่อย่างสุขสบายแล้ว คนเลวที่มีความคิดสกปรกก็จะโผล่ออกมา ส่วนคนดีก็จะหมกมุ่นอยู่กับการซุบซิบอยู่บนเครือข่ายของข้อมูลข่าวสาร”

เขากล่าวเสริมว่า:“ คาดว่าพรุ่งนี้เช้าการกลับมาของนายและสิ่งที่เกิดขึ้นในอนุสรณ์สถานสงครามจะแพร่กระจายไปทั่วสหรัฐอเมริกา”

“ โชคดีที่ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย” สตีฟ ถอนหายใจ

"มันยากที่จะพูด...." ไคล์ ส่ายหน้า

ไคล์ เร่งเครื่องแซงหน้า สตีฟ และเอ่ยขึ้นว่า:“ ก่อนที่จะไปสถานที่ที่นายอย่างไป ฉันจะพานายไปยังที่หนึ่งก่อน”

หลังจากนั้น ไคล์ ก็เร่งมอเตอร์ไซค์พา สตีฟ ออกไปนอกเมือง

ไปยังคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลคาร์ล

เป็นเวลาดึกแล้วรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันได้วิ่งตามถนนเข้าไปในป่าอันเงียบสงบทำลายความเงียบและความมืดของป่าจนกระทั่งมาถึงลานของคฤหาสน์และหยุดรถลง แสงไฟ 2 ดวงส่องไปที่บันไดไม้ของอาคารหลัก

“ที่นี่เหรอ” สตีฟ มองไปรอบๆ และทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที มีจุดสีแดงจากปืนสไนเปอร์ส่องมาที่เขา

และมีเงาที่เดินออกมาจากความมืดและเข้าใกล้ด้วยความเร็ว

สตีฟ รู้สึกประหม่าและ ไคล์ ก็โบกมือและพูดอย่างเย็นชาว่า“แขกของฉัน”

เมื่อเสียงจบลงจุดสีแดงที่เล็งไว้ก็หายไป

ในเวลาเดียวกันชายวัยกลางคนที่สวมเครื่องแบบพ่อบ้านรีบวิ่งมาด้านหน้าคุกเข่าลงข้างหนึ่งและทำความเคารพ ไคล์:“ พ่อบ้านประจำคฤหาสน์ของตระกูลคาร์ล คาบุน ไอเดน ยินดีที่ได้พบท่านผู้นำสูงสุด!”

ไคล์ พยักหน้าลงจากรถมอเตอร์ไซค์มองขึ้นไปที่คฤหาสน์โบราณที่เปิดไฟสว่างแล้วเขาเอ่ยขึ้นว่า“ ที่นี่มันไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม”

"ครับท่าน."พ่อบ้านลุกขึ้นยืนและพูดด้วยอารมณ์ว่า“ ตั้งแต่คุณเดินทางจากโลกไป สถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่สำคัญของตระกูล และ คุณลูซี่ ก็ไม่ยอมให้เราเคลื่อนย้ายสิ่งใดๆที่อยู่ที่นี่ แม้แต่ต้นไม้รอบ ๆ หรือเก้าอี้ในบ้านก็ยังเหมือนเดิมทุกประการ”

“ ทำงานได้ดี เมื่อทำดีย่อมได้รับผลตอบแทน จากนี้ไปนายจะได้รับ เซรุ่มไร้ขีดจำกัด ฟรี เป็นเวลา 10 ปี” ไคล์ กล่าวอย่างใจเย็น

“ขอบคุณท่านผู้นำสูงสุด!” พ่อบ้านมีความสุขมาก

เซรุ่มไร้ขีดจำกัด 10 ปี มันคือรางวัลที่มากมายมหาศาลสำหรับเขา เขาไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินแลกกับแต้มของตระกูลมากแค่ไหนถึงจะได้ เซรุ่มไร้ขีดจำกัด 10 ปี แน่นอนว่ามันต้องเป็นเม็ดเงินที่มากมายมหาศาลจนเขาไม่อาจจินตนาการได้

“ พาเราไปที่โกดังเก่า” ไคล์ พูดขึ้น

"ครับ. เชิญตามผมมา” พ่อบ้านนำ ไคล์ และ สตีฟ มุ่งหน้าไปที่ด้านหลังของอาคารคฤหาสน์หลักซึ่งเป็นอาคารโกดังเก่า

ประตูของอาคารโกดังเก่าถูกล็อคด้วยโซ่และกุญแจเก่า ประตูเต็มไปด้วยใยแมงมุมและฝุ่น

“ ตามคำสั่งของคุณ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโกดังเก่านี้ไม่ได้เปิดให้ใช้งานเลยแม้แต่น้อย” พ่อบ้าน กล่าว

"อืม." ไคล์ พยักหน้า

สตีฟ อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า:“ ไคล์ นายพาฉันมาที่โกดังเก่านี้เพื่อทำอะไร”

“นายจำ บัคกี้ บาร์นส์ ได้ไหม” ไคล์ เอ่ยถามเขา

สตีฟ ตัวสั่นและพูดด้วยใบหน้าที่เจ็บปวด:“ฉันจะลืมเขาได้อย่างไร? ตอนแรกเขาพยายามช่วยฉันและตกลงไปในหุบเขาหิมะ!”

แต่ทันใดนั้นเขาก็เอ๊ะใจและรีบถามขึ้นอย่างรีบร้อน:“ ทำไมจู่ๆนายถึงพูดถึงเขา อย่าบอกนะว่า…”

“ ใช่ บัคกี้ ยังมีชีวิตอยู่” ไคล์ พยักหน้าและเตะประตูโกดัง

เขาใช้พละกำลังเพียงครึ่งเดียว เนื่องจากประตูมันเก่าและชำรุดแผงประตูจึงกระเด็นเข้าไปในโกดังพร้อมกับฝุ่นละอองที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ

“นายบอกว่า บัคกี้ ยังมีชีวิตอยู่?!” สตีฟ นิ่งไปดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจ

"ใช่. ไม่นานหลังจากสงครามจบลง ฉันพบกับเขาที่องค์กรห้องแดงของโซเวียต…”

ไคล์ เดินเข้าไปในโกดังพร้อมกับเล่าเรื่องราวของ บัคกี้

ตอนนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน

บัคกี้ ถูกล้างสมองและไม่สามารถควบคุมร่างกายได้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาเป็นอาวุธสังหาร

ไคล์ จึงขอให้ ฮาเวิร์ด สร้างโกดังแห่งนี้ขึ้นมาและแช่แข็ง บัคกี้ ไว้ในแคปซูลแช่แข็งเก็บไว้ในห้องใต้ดินของโกดังเก่าเพื่อรอว่าวันหนึ่งจะละลายเขาออกมา

ในเรื่องนี้มีเพียง ไคล์ และ ฮาเวิร์ด เท่านั้นที่รู้ แม้แต่สมาชิกในตระกูลคาร์ลก็ไม่รู้ว่ามีคนถูกแช่แข็งอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโกดัง

วันนี้ได้เวลาปลุกเขาให้ตื่นแล้ว

ไคล์ หยุดอยู่หน้าประตูห้องใต้ดิน มันเป็นประตูเหล็กปิดผนึกที่แน่นหนาแม้แต่ระเบิดขนาดเล็กที่ไม่สามารถเปิดได้และมันสามารถเปิดได้จากด้านในของห้องใต้ดินเท่านั้น

“ถ้ามีแหวนเวทย์มนต์มันจะสะดวกกว่านี้มาก”

ไคล์ ส่ายหน้าและยื่นมือขวาไปกำหมัดจากนั้นของเหลว เวนอม ก็ปกคลุมไปทั่วแขนและเปลี่ยนเป็นค้อนยักษ์สีดำ

เขายกค้อนยักษ์ขึ้นเหนือประตูเหล็ก!

และกำลังจะทุบมันให้พังยับเยิน!