ตอนที่ 111 ระเบิดนิวเคลียร์!

สำนักงานรัฐสภา สหรัฐอเมริกา

เพล้ง!

แก้วใบหนึ่งร่วงหล่นแตกกระจัดกระจายบนพื้นพร้อมไวน์แดงครึ่งแก้ว เลขานุการสาว ถอยกลับไปที่มุมอย่างตกใจ ใบหน้าของ อีวาน เต็มไปด้วยความโกรธ:“ คุณว่าอะไรนะ! ฉันอุตส่าห์วางแผนการต่างๆนาๆ แต่ไอ้ยุ่นเหล่านั้นกลับยอมแพ้!?”

เลขานุการสาว ตอบว่า“ คนของเราได้รายงานมาแบบนั้นจริงๆ สมเด็จพระจักรพรรดิกำลังชักจูง นายพลและคณะรัฐมนตรีให้พวกเขานำกองทัพกลับสู่แผ่นดินแม่หลังจากนั้นก็จะประกาศยอมแพ้”

“ไอ้พวกขยะ! อำนาจของประเทศบ้าบออะไรกัน แค่คนเพียงคนเดียวก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้!” อีวาน นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเย็นและเขารู้สึกวูบวาบเป็นเวลานาน จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า“ ฉันจะต้องไม่ปล่อยให้มันกลับมา - ถ้ามันกลับมาฉันต้องตายแน่ๆ”

“ คาดว่าอีก 2 วัน ญี่ปุ่นจะประกาศยอมแพ้และคน ๆ นั้นจะกลับมา ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดเขา” เลขาสาว พูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ ดังนั้นมันจะต้องตายใน ญี่ปุ่น..…เดี๋ยวนะ...” อีวาน หยุดเล็กน้อยจากนั้นก็ถามอย่างเย็นชา:“ วันนี้ฝ่ายวิจัยเชิงกลยุทธ์ได้แจ้งมาว่าอาวุธนิวเคลียร์ทั้ง 2 ชนิด เสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ?”

"ใช่." เลขาสาว มองเขาแล้วกล่าวว่า“ มีระเบิดนิวเคลียร์ต้นแบบทดลองเพียง 2 ลูก แต่อานุภาพการทำลายล้างของมันไม่สามารถทำลายโตเกียวได้ทั้งหมด มันสามารถทำลายได้แค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น”

อีวาน เหลือบมองเลขาสาวและพูดว่า“ ครึ่งเดียวก็พอแล้ว! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าโชคจะเข้าข้างมันเสมอไป!”

เลขาสาว พูดขึ้นว่า:“ วีรบุรุษสงครามไคล์ ถูกบังคับให้ไปญี่ปุ่นและตอนนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯต่างก็รู้สึกว่าพวกเขาทำอะไรผิดพลาด และเป็นไปไม่ได้ที่จะให้คุณใช้ระเบิดนิวเคลียร์ทั้ง 2 ลูกนั้น”

“ทำผิดพลาดแล้วมันยังไง เราจะใช้ระเบิดนิวเคลียร์กับญี่ปุ่นเพื่อแสดงถึงแสนยานุภาพของประเทศ และยับยั้งประเทศอื่นๆที่คิดไม่ซื่อกับเรา ฉันเชื่อว่าจะต้องมีคนเห็นด้วยอย่างแน่นอน”

อีวาน ได้ตัดสินใจแล้วและนี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดของเขาจากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า“ ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เป็นคนของเราให้ทราบถึงเรื่องนี้!”

"ค่ะ." เลขานุการสาว พยักหน้า

หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน

ในพื้นที่ใกล้ๆกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น มีคนสองคนปรากฏขึ้น คนหนึ่งตัวใหญ่และอีกคนหนึ่งตัวเล็ก พวกเขาเดินอยู่ในถิ่นทุรกันดารอย่างช้าๆ

ชุดรบเวนอมของ ไคล์ ถูกเปลี่ยนเป็นชุดหนังมีฮู้ด กางเกงยีนส์และรองเท้าบูทหนัง ซึ่งดูเป็นผู้ใหญ่และดูมีเสน่ห์ เขาสวมฮูดปกปิดผมสีบลอนด์ที่เด่นชัด

เรน มัดผมสีดำและสวมชุดกิโมโนเล็ก ๆ เหตุผลที่เธอสวมชุดกิโมโนก็เพราะว่าในพื้นที่มิติการ์ดของ ไคล์ ไม่มีเสื้อผ้าสำหรับเด็กดังนั้นเขาจึงหาจากสถาบันวิจัยซึ่งมีเพียงชุดกิโมโนสำหรับเด็กเท่านั้นที่อยู่ในสถาบัน

เธอสวมรองเท้าเกี๊ยะและเดินตาม ไคล์ มาอย่างเงียบๆ ด้วยส่วนสูงที่สูงเพียงเอวของ ไคล์ และผิวที่ขาวทำให้เธอดูเหมือนตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผาที่บอบบาง

“อ่อจริงสิ ฉันมีของจะให้เธอ” ไคล์ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ดึงการ์ดสีฟ้าออกมาและเปลี่ยนมันเป็นสิ่งของ

เรน ไม่ได้ยื่นมือออกมารับ เธอใช้พลังจิตควบคุมสิ่งของที่ ไคล์ มอบให้ ให้มันลอยมาอยู่ตรงหน้าเธอซึ่งของสิ่งนั้นก็คือ มุราซาเมะ ดาบอสูรที่ ไคล์ ยึดมาจากนินจาญี่ปุ่น

“ด้วยความสามารถในการใช้พลังจิตเธอสามารถควบคุม มุราซาเมะ เล่มนี้ให้มันเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในระยะ 10 เมตรและความสามารถในการโจมตีของเธอจะก้าวไปอีกขั้น” ไคล์ กล่าว

ความสามารถด้านพลังจิตนั้นกล่าวว่า เข้มแข็งมันก็ไม่เข้มแข็ง จะว่าอ่อนแอมันก็ไม่อ่อนแอ การที่จะเปล่งประสิทธิภาพให้ถึงขีดสุดมันขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัตถุและระยะทาง

และถ้าหากเธอจับคู่กับ มุราซาเมะ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ความแข็งแกร่งของเธอก็จะก้าวกระโดด

เรน ดูเหมือนจะเข้าใจเธอพยักหน้าและลองเล่นของเล่นใหม่ที่เพิ่งได้รับมา เธอลองควบคุมให้มันหมุนรอบร่างกายของเธอในระยะไม่เกินหนึ่งเมตร

ไคล์ มองไปที่เธอจากนั้นก็พูดขึ้นว่า“ ลองโจมตีฉันดู”

เรน ทำตามคำสั่งของ ไคล์ เธอควบคุม มุราซาเมะ ให้พุ่งทะยานเข้าหา ไคล์ อย่างรวดเร็วและเมื่อ ไคล์ เห็นเช่นนั้นเขาก็สะบัดมือขวาที่มีเกราะแขนไวเบรเนี่ยมเข้ากระแทก มุราซาเมะ ให้มันกระเด็นย้อนกลับไป

“ ช้าเกินไปแล้ว เอาใหม่” ไคล์ ส่ายหน้าเบา ๆ อันที่จริงความเร็วของการโจมตีนั้นค่อนข้างเร็วอยู่แล้ว ทหารธรรมดาไม่สามารถหลบหนีได้ แต่สำหรับเขามัน 'ช้า' มากเกินไปจริงๆ

เรน ไม่พอใจเล็กน้อยและยังคงโจมตี ไคล์ ด้วยดาบ มุราซาเมะ ที่ถูกควบคุมโดยพลังจิต และผลที่ตามมาจากการฝึกฝนในครั้งนี้นั้น มันได้ทำให้การควบคุม ดาบมุราซาเมะ ด้วยพลังจิตของเธอเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งสองฝึกฝนไปด้วยเดินทางไปด้วยและเริ่มเข้าไปใกล้ฐานทัพของกองทัพบกในโตเกียว

“ เอาล่ะพักก่อน” ไคล์ เอ่ยกับ เรน ที่ตอนนี้ยืนหอบหายใจอยู่ที่ด้านหลังและลาก มุราซาเมะ ด้วยมือทั้งสองข้าง

“คงถึงเวลาที่ต้องทำลายที่นี่ให้สิ้นซากเพื่อจบสงครามในญี่ปุ่นซะที” ไคล์ ยืนอยู่บนเนินเขามองเห็นฐานค่ายขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านล่างในระยะ 100 เมตร

ในที่สุด ญี่ปุ่น ก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว ตราบใดที่เขาทำลายที่นี่เป็นแห่งสุดท้ายฟางเส้นนี้ก็เพียงพอที่จะขาดลงและมันจะทำให้ญี่ปุ่นยอมจำนนอย่างไร้เงื่อนไข

'ครื่น'

ไคล์ กำลังจะลงไปจัดการกับฐานทัพกองทัพบกของญี่ปุ่น ในทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่ปลายท้องฟ้าด้านหลังของเขา เมื่อเขาหันกลับไปมองก็พบเครื่องบินทิ้งระเบิด B29 บินอยู่บนนั้น

จากนั้นมีวัตถุบางอย่างถูกปล่อยลงมา

“ เดี๋ยวน่ะ ไม่จริงใช่ไหม?” ไคล์ เปิดปากของเขาและนึกถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในใจพร้อมกับจ้องมองไปยังวัตถุที่ตกลงมาในระยะ 1 กิโลเมตรห่างจากตัวเขา

'ตูมมมม! '

แสงสีขาวระยิบระยับเปล่งประกายจากพื้นดินพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า

ใบหน้าของ ไคล์ เปลี่ยนไปอย่างมากเขารีบคว้า เรน ที่อยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พุ่งทะยานไปที่ฐานทัพของกองทัพบก

ข้างหลังเขามีรูปดอกเห็ดขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาในก้อนเมฆขยายตัวไปบนท้องฟ้า และการระเบิดที่ร้อนแรงนี้ได้พุ่งเข้าทำลายทุกสิ่งบนพื้นดิน

ระเบิดนิวเคลียร์! มันคือระเบิดนิวเคลียร์! ! !

เปลือกตาของ ไคล์ แดงก่ำ ความตายจากระเบิดนิวเคลียร์ที่ด้านหลังมันกำลังคืบคลานใกล้เข้ามา

แค่เพียงบังเกอร์มันไม่เพียงพอที่จะหยุดอานุภาพทำลายล้างของระเบิดนิวเคลียร์ และมีแต่มุดลึกลงไปในพื้นดินถึงจะมีโอกาสรอด

“เปิดใช้ ปกปิดซ่อนเร้น - แอร์สปริ้นท์!” ไคล์ ก้าวขึ้นไปบนอากาศด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าไปในฐานทัพราวกับสายลม

เกิดความโกลาหลในฐานทัพกองทัพบกและทหารจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันหนีตายอย่างสิ้นหวัง

ไคล์ พุ่งทะยานลึกเข้าไปในฐานพร้อมกับ เรน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นบ่อน้ำแห้งที่ถูกปิดปากบ่อด้วยแผ่นเหล็กอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งไปข้างหน้าและกระแทกโซ่ด้วย มุราซาเมะ เอาแผ่นเหล็กออกจากนั้นกระโดดลงไปพร้อมกับ เรน

เกือบจะในขณะที่เขาเพิ่งกระโดดลงไปในบ่อน้ำแห้งพลังทำลายล้างของระเบิดนิวเคลียร์ได้กลืนกินฐานด้านบนและฝุ่นผงก็พัดแรงและเทลงมาในบ่อน้ำแห้ง

'กรีซซซ'

เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของ เวนอม ดังขึ้นซึ่งมันได้หลุดออกจากร่างของ ไคล์ อย่างรวดเร็วภายใต้ความร้อนอันแผดเผาของระเบิดนิวเคลียร์ ไคล์ กัดฟันยื่นมือดันผนังบ่อน้ำโดยใช้ร่างกายส่วนบนบดบังความร้อนและรังสีที่ถาโถมลงมา

ผิวหนังและกล้ามเนื้อที่ถูกเผาไหม้และถูกทำลายได้รับการซ่อมแซมภายใต้ “การรักษาตัวเอง” ความเสียหายและการรักษาตัวเองกลายเป็นการชักเย่อที่แสนจะทรมาน

ไคล์ ต้องต่อสู้กับความเป็นตาย กระดูก เลือด และเนื้อ ได้ละลายอย่างรวดเร็วและฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็วภายใต้ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสในตอนนี้เขาเป็นเหมือนสัตว์ประหลาดที่ยืนอยู่ในระเบิดนิวเคลียร์!