ตอนที่ 220 เศร้าโศก!

สถานที่จัดงานเลี้ยงคือห้องโถงขนาดใหญ่ในระดับไฮเอนด์ แสงไฟนีออนส่องลงมาจากเพดานอย่างอ่อนโยน และมีเสียงดนตรีที่ฟังดูนุ่มนวลดังขึ้นเบาๆ

ผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงที่ได้รับเชิญทุกคนล้วนเป็นคนหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมต่างๆ ผู้ชายสวมชุดสูทผูกเน็คไท ส่วนผู้หญิงสวมชุดราตรีพร้อมกับเครื่องประดับที่สวยงาม

เมื่อ โทนี่ ต้องคอยรับมือกับนักข่าวและสื่อมวลชนที่หน้าประตูงานเลี้ยงอย่างอดทน ไคล์ ก็เดินตรงเข้าไปในห้องบอลรูม เขาหยิบไวน์แดงจากบริกรและนั่งตรงมุมที่มีแสงไฟสลัวๆ.

เขาจิบไวน์แดงแล้วเอนกายพิงเก้าอี้หนังนุ่มและเหลือบมองหญิงสาวที่ดูอ่อนโยนซึ่งกำลังเต้นรำอยู่กลางห้องบอลรูมตามจังหวะเพลง

“คงต้องใช้เวลา 3-4 วันถึงจะปรับตัวให้เข้ากับศตวรรษที่ 21”

ไคล์ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา พร้อมกับลิ้มรสไวน์แดงอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกันจู่ๆก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น “ ขอโทษนะค่ะ ฉันขอนั่งกับคุณได้ไหม?”

ทันใดนั้นร่างกายของ ไคล์ สั่นสะท้านเสียงนี้คล้ายกับ เพ็กกี้ คาร์เตอร์ มาก ซึ่งมีความไพเราะพร้อมกับความเด็ดขาดที่ไม่อาจต้านทานได้

ไคล์ เงยหน้ามองขึ้นไปและเห็นว่าเธอเป็นหญิงสาวที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวอยู่ด้านใน มีแจ็คเก็ตหนังแบบตะวันตกอยู่ด้านนอก สวมกางเกงขายาว และมีผ้าคลุมไหล่สีบลอนด์ปกคลุมอยู่ที่ไหล่ทั้ง 2 ข้าง ใบหน้ามีความเรียบร้อยและสวยงามโดยรวมแล้วเธอเหมือน เพ็กกี้ คาเตอร์ ไม่มีผิดเพี้ยน

แต่หญิงสาวที่อยู่ด้านหน้านี้มีรอยยิ้มที่สุภาพเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เพ็กกี้

อย่างไรก็ตาม ไคล์ ยังคงพยักหน้าอย่างสงบ“ เชิญนั่ง”

หญิงสาวยิ้มและนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะเล็กของ ไคล์ ดวงตาที่สดใสจ้องมองไปที่ ไคล์ อย่างระมัดระวังและใบหน้าที่สวยงามก็แสดงสีหน้าครุ่นคิด

เมื่อ ไคล์ คิดว่าอีกฝ่ายคงจำเขาได้ผู้หญิงคนนั้นก็เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจว่า“ คุณและฉันน่าจะเป็นเหมือนกันซึ่งไม่ค่อยชอบงานเลี้ยงแบบนี้ มันเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก”

ไคล์ เหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย ตอนนี้เขายังคงเป็นชายหนุ่มที่มีอายุ 20 ต้นๆ ซึ่งอายุน้อยกว่าคนที่อยู่วัยเกษียณแล้วดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครจดจำเขาได้

หลายคนมีอุปาทานตามความคิดของตนเอง และพวกเขาเหล่านั้นต่างก็คิดว่า ชายผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานที่เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพคงจะกลายเป็นชายชราวัย 90 ปีที่มีรูปร่างผอมและหลังงองุ้ม

ด้วย อายุ รูปร่าง ของเขาในปัจจุบันหากบอกออกไปคงไม่มีใครเชื่อว่าเขามีอายุมากกว่า 90 ปี แล้ว มันเหนือกว่าอุปาทานของบุคคลทั่วไปอย่างมาก

“ฉันเดาถูกสินะ” หญิงสาวมองไปที่ใบหน้าที่ตกตะลึงของ ไคล์ พร้อมกับปิดปากและหัวเราะออกมาจากนั้นเธอก็พูดว่า“ ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเอง ฉันชื่อ เอลลี คาร์เตอร์ อันที่จริงแล้วเป็นนักข่าวของ นิวยอร์ก ไทมส์”

เอลลี คาร์เตอร์?

ไคล์ นิ่งเงียบและฟังเธอพูดต่อ

“ ฉันแอบเข้ามาในงานเลี้ยงนี้” เอลลี มองไปรอบๆแล้วกระซิบกับ ไคล์ เบาๆว่า:“ ฉันเห็นคุณลงมาจากรถสปอร์ตของ โทนี่ บอกได้ไหมว่าระหว่างคุณกับเขามีความสัมพันธ์อะไรกันหรือว่าคุณเป็นบอดี้การ์ดของเขา?”

ไคล์ เงียบไปครู่หนึ่งมองตรงไปที่เธอผ่านแว่นตากันแดดแล้วกล่าวว่า“ ฉันสามารถตอบคำถามของเธอได้ อย่างไรก็ตามเธอก็ต้องตอบคำถามของฉันด้วยเช่นกัน"

เอลลี อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจเมื่อได้ยินประโยคแรก แต่เมื่อได้ยินครึ่งประโยคหลังทำให้เธอชะงักไปชั่วครู่ แต่เธอก็ตกลงรับเงื่อนไขนี้อย่างรวดเร็ว

“ เอาล่ะฉันจะตอบคำถามแรกของเธอ - ฉันไม่ใช่บอดี้การ์ดของ โทนี่ ฉันเป็นเจ้าหนี้ของเขา” ไคล์ ยักไหล่พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย

"เจ้าหนี้?" เอลลี รู้สึกกลัวตัวตนนี้จริงๆเจ้าหนี้ของมหาเศรษฐีหากข่าวนี้แพร่ออกไปรับรองได้ว่าสั่นสะเทือนแน่ๆ!

แต่ เอลลี ไม่รู้เลยว่าข่าวที่กำลังจะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าข่าวการเป็นเจ้าหนี้ของมหาเศรษฐีมากมายหลายเท่านัก

“ ตอนนี้ถึงตาฉันถามแล้ว” ไคล์ หายใจเข้าลึก ๆ แล้วถามว่า“ เธอมีความสัมพันธ์อะไรกับ เพ็กกี้ คาร์เตอร์”

เอลลี ได้ยินคำถามนี้ก็มองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ และตอบว่า“ คุณย่าเพ็กกี้ เป็นพี่สาวของปู่ของฉัน”

“ ตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง?” ไคล์ ถามขึ้นทันที

“ เฮ้ ตอนนี้น่าจะถึงตาฉันแล้ว..…”

เอลลี ยังพูดไม่ทันจบคำเธอก็ถูก ไคล์ ขัดจังหวะ ไคล์ จ้องมองเธอราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและทรงพลัง“ บอกฉันมา!”

มีชายหนุ่มหลายคนที่กำลังเต้นรำอยู่ใกล้ ๆ เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงดังขึ้นก็หันมามองคนทั้ง 2 ด้วยความประหลาดใจ

“ก็ได้ฉันจะบอกคุณ”

เอลลี จับมือของเธอและพูดพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย:“ คุณย่าเพ็กกี้ เธอเสียชีวิตไปนานแล้วเมื่อปลายปี ค.ศ.1945 ซึ่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงได้ไม่นาน”

คำตอบเล็กๆน้อยๆ แต่เหมือนฟ้าร้องก้องอยู่ในหูของ ไคล์

เพ็กกี้ ตายแล้ว? หลังจากที่เขาเดินทางออกจากโลกแค่ปีเดียว? !

นี่มันเป็นไปได้ยังไง!

ตอนที่ ไคล์ ไปหาเธอเขายังมอบการ์ดเพิ่มชีวิต 30 ปีให้เธออยู่เลย

“ เธอตายได้ยังไง ใครฆ่าเธอ!” ไคล์ ถามอย่างใจเย็นน้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่ดูเหมือนว่าเขาจะกลายเป็นภูเขาไฟที่ใกล้จะปะทุขึ้นมาทุกที

“ คุณย่าเพ็กกี้ ป่วยและเสียชีวิตลง ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร ท่านผู้เฒ่าไม่เคยเอ่ยถึง แต่เมื่อ คุณย่าเพ็กกี้ จากไป ได้ยินว่าเธอสงบมากไม่เจ็บปวดใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและในมือของเธอก็ยังถือ...... ”

เอลลี ลังเลและพูดช้าๆ:“ ในมือของคุณย่าได้ถือกรอบรูปที่มีรูปถ่ายของคน 3 คนเอาไว้ ซึ่งก็คือ คุณย่าเพ็กกี้, สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ และ กัปตันอเมริกา ซึ่งพวกเขาทั้ง 3 คนได้ถ่ายภาพร่วมกันที่ฐานฝึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2”

ไคล์ เงียบและยกไวน์แดงขึ้นดื่มจนหมด

เศร้า?

ใช่! เขารู้สึกเศร้า หลังจากล้างบาปในสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากการปลดพันธุกรรมของมนุษย์จนกลายเป็นเทพเจ้า จิตวิญญาณของเขามีพลังมากขึ้นเขาไม่สามารถสัมผัสกับความเศร้าได้อีกต่อไป แต่ว่าครั้งนี้มันแตกต่างเขารู้สึกเศร้าโศกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ไคล์ รู้สึกถึงการสูญเสียเขานั่งนิ่งๆอย่างเงียบสงบและใบหน้าด้านข้างที่เหมือนคมมีดของเขาก็ถูกซ่อนไว้ในเงาของแสง

เอลลี มองไปที่ชายหนุ่มผมสีเงินที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขามันเต็มไปด้วยความเศร้าโศกที่ไม่อาจบรรยายได้ ทำให้เธอถึงกับหลังน้ำตาราวกับไข่มุกออกมาอาบแก้มทั้ง 2 ข้างโดยไม่รู้ตัว

ภายในใจของเธอในตอนนี้ต้องการที่จะยื่นมือออกไปสวมกอดเขาเพื่อปลอมประโลม เพื่อช่วยให้เขาผ่อนคลายจากความเศร้าโศก โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีความคิดเช่นนี้

ในขณะเดียวกันมีเสียงอุทานดังมาจากหน้าห้องบอลรูม

บริเวณทางเข้าห้องบอลรูม มีหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความงามตามแบบตะวันออก เธองดงามมากให้ความรู้สึกอันสูงส่งและมีเสน่ห์ราวกับดอกกุหลาบสีดำในยามค่ำคืน

เธอมีผมยาวสีดำตัดกับเอวเล็กๆดวงตาคู่สวยเหมือนอัญมณีและใบหน้าสไตล์เอเชียอันไร้ที่ติ สวมชุดเดรสสีดำสุดหรูโอบรอบตัวเสื้อด้านหลังสุดเก๋ไก๋ โดยรวมเกินคำว่าสมบูรณ์แบบ

หญิงสาวก้าวเดินเข้ามาในห้องโถงอย่างสง่างาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอเป็นดาวเด่นที่ส่องสกาวราวกับดวงดาวในยามค่ำคืนนี้

ผู้หญิงระดับสูงที่ว่าสวยราวกับเทพธิดาภายในงาน ต่างก็ถูกบดบังรัศมีจนดับสนิท และบรรดาสุภาพบุรุษที่ได้เห็นหญิงสาวเดินเข้ามาต่างก็จ้องมองด้วยความตกตะลึงและอ้าปากค้าง

หญิงสาวที่สวยงามตามแบบตะวันออก ไม่แยแสคนอื่นและสายตาของเธอก็มองไปในมุมที่ ไคล์ นั่งอยู่พร้อมกับเผยรอยยิ้มอันงดงามที่สามารถล่มเมืองได้ออกมา

"คุณอยู่ที่นี่."