ตอนที่ 131 ห้ามออกจากคฤหาสน์ 2 เดือน!

ในเขตชานเมืองของนครนิวยอร์กซึ่งเป็นที่ดินของตระกูลคาร์ล

“เร็ว! จับเขาไว้ อย่าให้หลุดไปได้!”

ภายใต้สายตาที่จับจ้องของเด็ก ๆ ที่ยืนอยู่บนทางเดินชั้น 2 ที่ห้องโถงชั้น 1 มีเสียงดังเอะอะวุ่นวายและเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดขึ้น

ผู้คุ้มกันชั้นยอดที่สวมแว่นกันแดดใส่สูทสีดำ 4-5 คนถือเชือกทหารล้อมรอบคน 2 คนที่กำลังต่อสู้กันดุเดือดอยู่ตรงกลางห้องโถง และทันใดนั้น โลแกน ก็ปลิวละลิ้วออกมาที่วงนอกพร้อมกับตะโกนขึ้น

“ เชือกทั่วไปเอาเขาไม่อยู่ ไปหาโซ่มา!”

โลแกน พุ่งทะยานเข้าหา บัคกี้ อีกครั้งพร้อมกับตวัดกรงเล็บเข้าหา บัคกี้ อย่างรุนแรงและรวดเร็วแต่ บัคกี้ ก็ยกแขนจักรกลที่แข็งแกร่งเข้าต่อต้านอย่างแน่นหนา ในตอนนี้ บัคกี้ ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่งเขาร้องคำรามเสียงดังออกมา

ภายใต้การเผชิญหน้าที่ไม่เท่าเทียม โลแกน ไม่สามารถทำอะไรรุนแรงได้มากนักจุดมุ่งหมายของเขาคือการจับกุมไม่ใช่การฆ่า ส่วน บัคกี้ ที่คลุ้มคลั่งรู้จักแต่การฆ่าและการทำลายเท่านั้น

“จ่าบัคกี้ ควบคุมสติไว้!” โลแกน พยายามตะโกนเรียกสติ บัคกี้ พร้อมกับหลบหลีกการโจมตีไปด้วย

"ฉันมาแล้ว!" นาตาชา หญิงสาวผมสีแดงสดพุ่งไปข้างหน้าและลากโซ่ยาว 10 เมตรมาพันรอบคอของ บัคกี้ อย่างรวดเร็ว

บัคกี้ กระแทกหมัดโจมตี นาตาชา แต่เธอก็หลบหลีกไปด้านหลังอย่างยืดหยุ่นจากนั้นกระโดดขึ้นไปเหยียบบนไหล่แล้วพันโซ่รอบคอรอบร่างกายของ บัคกี้

นาตาชา ที่สวมกระโปรงยาวได้ยืนบนไหล่ของ บัคกี้ จากนั้นก็ดึงปลายโซ่ให้แน่นขึ้นจนโซ่ส่งเสียงดังเกรียวกราว

นาตาชา พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า“ บัคกี้ พยายามนึกให้ออกว่าคุณเป็นใคร พยายามควบคุมตัวเองหน่อย!”

ดวงตาของ บัคกี้ ยังคงไม่แยแสมือของเขาดึงโซ่อย่างรุนแรงและโซ่ในมือของ นาตาชา ก็ค่อยๆคลายออก

“นาตาชา หลีกไป!” โลแกน ตะโกนคำรามพร้อมกับวิ่งเข้าหา บัคกี้ และ นาตาชา ก็รีบกระโดดหนี

วินาทีต่อมา บัคกี้ ที่ถูกพันด้วยโซ่ถูก โลแกน กระแทกจนปลิวกระเด็นตกลงไปที่ทางเข้าหลักของอาคารกลิ้งลงจากบันไดหินไปยังสนามหญ้าของคฤหาสน์

บัคกี้ ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ดึงโซ่เหล็กออกจากตัวของเขาแล้วขยับฝีเท้าเพื่อออกจากคฤหาสน์

“จะปล่อยให้เขาไปด้วยสภาพแบบนี้ไม่ได้” โลแกน และ นาตาชา มองหน้ากันและเตรียมจะไล่ตาม แต่แล้วจู่ ๆ พวกเขาก็เห็นโซ่ลอยขึ้นมาพันร่างของ บัคกี้ อย่างรวดเร็ว

'ครึดดด…...'

โซ่ ราวกับงูที่มีชีวิตมันพุ่งไปพันรอบแขนขาที่เป็นอิสระของ บัคกี้ และในที่สุด บัคกี้ ก็ถูกพันธนาการอย่างแน่นหนาและล้มลงบนพื้นหญ้า

นาตาชา ที่ออกมาจากห้องโถงมองไปที่ บัคกี้ ด้วยความประหลาดใจและเห็นว่ารถหรูที่ออกไปซื้อของได้กลับมาที่คฤหาสน์แล้ว โดยมี ลูซี่ ซึ่งเป็นนายหญิงของคฤหาสน์และเด็กสาวน่ารัก กำก้าวออกจากรถ

เรน ขยับมือเล็กๆ สีขาวและอ่อนโยนพร้อมกับมองตรงไปที่ บัคกี้ ที่ถูกพันธนาการ เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นผู้ควบคุมโซ่เข้าพันธนาการ บัคกี้ เอาไว้!

"ยอดเยี่ยม." โลแกน ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไม ไคล์ ถึงบอกให้ เรน เป็นผู้จัดการ บัคกี้ - ในกรณีที่ไม่ทำร้ายอีกฝ่ายมีเพียงการควบคุมวัตถุด้วยพลังจิตเข้าพันธนาการเท่านั้นที่สามารถกระทำได้

“ ตอนนี้เราจะจัดการกับเขาอย่างไร จะใช้โซ่มัดแบบนี้ไปตลอดก็คงไม่ได้”

ในขณะที่ผู้คนในคฤหาสน์กำลังครุ่นคิดหาวิธีจัดการกับ บัคกี้ ทันใดนั้นที่ทางเข้าหลักของคฤหาสน์ก็มีวงกลมที่มีประกายไฟหมุนอยู่รอบๆปรากฏในอากาศที่ว่างเปล่าและ ไคล์ ที่สวมชุดรบสีดำได้เดินออกมา

“ ไคล์?” “ เจ้านาย” “ เจ้าของคฤหาสน์…” “ เจ้านาย!”

จู่ๆเสียงเรียกที่ต่างกันก็ดังขึ้นจากคฤหาสน์และชายหนุ่มที่เดินออกจากประตูมิตินี้คือรากฐานและเสาหลักของตระกูลคาร์ล อย่างไม่ต้องสงสัยเลย!

“ เจ้านายนี่..นี่ มันอะไรกัน?” โลแกน จ้องมองไปที่ประตูมิติที่อยู่เบื้องหลัง ไคล์ อย่างสงสัยและเขามองเห็นตึกสูงในนิวยอร์กและเสียงที่ดังจอแจของอีกฝั่งดังออกมา

“ นี่เป็นเวทย์มนต์แล้วฉันจะบอกคุณในภายหลัง” ไคล์ มองไปรอบ ๆ และมองไปที่ บัคกี้ ที่ถูกล่ามโซ่เอาไว้ เขาขมวดคิ้วและถามว่า“ เขาเกิดคลุ้มคลั่งเหรอ?”

โลแกน พยักหน้า ที่ชั้นแรกของคฤหาสน์เต็มไปด้วยร่องรอยต่อสู้ที่เกิดจากอาการคลุ้มคลั่งของ บัคกี้ ไม่จำเป็นต้องพูดเลยว่ามันรุนแรงแค่ไหน

ไคล์ มองไปที่ บัคกี้ ที่ถูกมัดไว้แล้วยกฝ่ามือขึ้น จากนั้นก็หมุนฝ่ามือวาดวงกลมสร้างประตูมิติบนพื้นสนามหญ้าด้านหน้า บัคกี้

“เรน ปล่อยเขาไป”

"ค่ะ" เรน คลายโซ่ที่พันธนาการ บัคกี้ ให้เป็นอิสระ เมื่อได้รับอิสระ อาการคลุ้มคลั่งของ บัคกี้ ก็เกิดขึ้นอีกครั้งเขาลุกขึ้นและเดินมาข้างหน้าครึ่งก้าว แต่ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ตกวูบลงไปในประตูมิติวงกลมที่ ไคล์ สร้างไว้บนพื้นสนามหญ้าแล้วหายไป

ผู้คนที่อยู่ในบริเวณโดยรอบกระพริบตาปริบๆพวกเขาไม่รู้ว่า ไคล์ ทำอะไร

“ให้เขาสงบสติอารมณ์อยู่ในที่เงียบๆก่อน” ไคล์ พูดจบมองไปทาง นาตาชา

นาตาชา อดไม่ได้ที่จะถอยหลังกลับไป 2-3 ก้าว เมื่อเห็นการจ้องมองของ ไคล์ แม้ว่าเธอจะเป็นสายลับชั้นนำ แต่ก็ยังเป็นลูกแกะเมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่ม

“อีกครึ่งชั่วโมงการประชุมของตระกูลจะจัดขึ้นที่ห้องประชุมบนชั้น 2 ฉันมีอะไรจะพูดกับพวกคุณ”

หลังจากพูดจบ ไคล์ ก็เปิดประตูมิติอีกครั้งและอีกด้านหนึ่งของประตูมิติคือห้องโถงที่ชั้น 2 ของคฤหาสน์

“ นาตาชา มากับฉัน” ไคล์ เดินเข้าไปในประตูมิติและ นาตาชา ก็ก้าวเดินตามอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ ทิ้งให้สมาชิกคนอื่นๆในตระกูลคาร์ลจ้องมองด้วยแววตาที่ชื่นชม

ต้องบอกว่าเวทย์มนต์ประตูมิตินี้ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางได้อย่างมากเท่านั้น แต่ยังเพิ่มเสน่ห์ให้ดูทรงพลังอีกระดับหนึ่งด้วย

ห้องโถงบนชั้น 2 ของคฤหาสน์

ไคล์ นั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับกับเคาะโต๊ะเล็กน้อยจ้องมองไปที่ นาตาชา แล้วพูดขึ้นว่า“ ฉันยังไม่ไว้ใจเธอ เธอหักหลังองค์กรห้องแดง ถ้าวันหนึ่งภายใต้แรงกดดันของกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่ามันมีแนวโน้มว่าเธอจะทรยศฉัน” ”

“ แล้วทำไมคุณถึงช่วยฉัน” นาตาชา กัดริมฝีปากแล้วนั่งลงบนโซฟาอย่างสงบ

เธอไม่ใช่หญิงสาวที่อ่อนแอไร้เดียงสา แต่เธอคือ แบล็ควิโว์

อารมณ์ ความทรงจำ รวมถึงประสบการณ์ ที่ผ่านมาของเธอมันเต็มไปด้วยสีดำและยากที่จะทำความสะอาดให้กลับคืนมาได้

“ เพราะเธอยังมีค่าสำหรับฉัน และผลที่ตามมาจากการทรยศของเธอ เธอจะไม่สามารถหนีจากการตามล่าของตระกูลคาร์ลไปได้ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็ตาม”

ไคล์ พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ซึ่งทำให้ร่างกายของ นาตาชา สั่นสะท้าน

ไคล์ กล่าวต่ออีกว่า:“ หลังจากวันนี้เป็นต้นไปเธอต้องอยู่แต่ในคฤหาสน์และอย่าออกไปแม้เพียงครึ่งก้าวเป็นเวลา 2 เดือน และฉันจะเรียกเธอให้มาพบทุกๆ 3 วันเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง”

“เอ๋?” นาตาชา ที่ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาที่สวยงามของเธอก็สั่นไหวด้วยท่าทางแปลก ๆ และหัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความคาดหวังที่อธิบายไม่ได้

ถ้า ไคล์ ต้องการตัวเธอ เธอก็คงจะไม่รังเกียจ …

“2 เดือนต่อมาฉันจะแนะนำเธอให้รู้จักกับ นิค ฟิวรี ใน หน่วย S.H.I.E.L.D ที่เพิ่งสร้างขึ้น ฉันจะล้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในอดีตของเธอแล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่”

ไคล์ พูดขัดจังหวะจินตนาการของ นาตาชา