ตอนที่ 181 ความโกรธของ ไคล์

นิ้วของ ไคล์ กำแน่นเป็นหมัดเพื่อให้เล็บแทงเข้าไปในฝ่ามือและความรู้สึกเสียวซ่าก็แผ่ซ่านไปถึงจิตใจของ ไคล์ ทำให้เขาตื่นตัวเต็มที่

ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแสดงให้เห็นอย่างไม่ต้องสงสัยแม้ว่ามันจะไม่น่าเชื่อ แต่นี่คือความจริง!

มีเพียง เวนอม ซึ่งเป็น ซิมไบโอต ที่คุ้นเคยกับตัวเขามากที่สุดเท่านั้นที่สามารถวางกับดักขนาดใหญ่เช่นนี้ได้

“เวนอม! เวนอม!” ใบหน้าของ ไคล์ ยังคงสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย แต่ดวงตาสีฟ้ากำลังก่อเกิดพายุบางอย่าง เส้นเลือดสีดำที่หน้าผากได้ปูดโปนขึ้น กระดูกในร่างกายก็ส่งเสียงดังลั่นเกรียวกราว!

เขาโกรธมากในตอนนี้!

นี่เป็นครั้งแรกที่ ไคล์ รู้สึกโกรธ!

การที่ เวนอม ทำเช่นนี้ถือว่ามันโง่มาก! มันไม่รู้ผลของการทรยศต่อเขาหรือยังไง? !

มันอยู่กับเขามานานถึงขนาดนี้ ยังไม่รู้จักเขาดีพออีกเหรอ? !

“ ผู้บุกรุกอยู่ที่นั่น! จัดการมัน!”

“ อย่าปล่อยให้หนีไปได้!”

เสียงฝีเท้าและเสียงร้องตะโกนดังขึ้น ทีมผู้คุมเอเลี่ยนกว่า 10 คน ที่มีอาวุธปืนเลเซอร์อยู่ในมือได้วิ่งเข้ามา และหัวหน้าทีมร่างเล็กได้ชี้ไปที่ ไคล์ ที่ยืนอยู่คนเดียวบนทางเดิน

“ อย่าขยับ อย่าขัดขืน ยอมให้จับกุมซะโดยดี!” คำพูดที่เยือกเย็นพ่นออกมาจากปากของเขาและเมื่อ ไคล์ ได้ยินเช่นนั้นเขาก็มองมาที่เหล่าผู้คุมอย่างไม่แยแส จากนั้นก็เคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน ร่างของเขากระพริบกลายเป็นภาพเงาตกค้างพุ่งทะยานเข้าหาเหล่าผู้คุมอย่างรวดเร็ว

ในพริบตา ไคล์ ก็มาโผล่ที่ด้านหน้าผู้คุมต่างดาว 2 คนแรกที่อยู่ด้านหน้าทีม สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมากและพยายามยกปืนเลเซอร์ขึ้นเล็ง ไคล์ก็เอื้อมมือออกไปราวกับสายฟ้าและคว้าแขนของพวกเขา

ไคล์ กระตุกอย่างแรงและเสียงกระดูกก็ดังขึ้น ผู้คุมต่างดาวทั้ง 2 คน ทรุดล้มลงกับพื้นในทันทีพวกเขาจับแขนดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด!

ในขณะเดียวกันเท้าขวาของ ไคล์ ก็กวาดเตะออกไป 2 ครั้งซ้อนติดต่อกันจนทำให้ ผู้คุม ที่ล้มลงกับพื้นก่อนหน้านี้ปลิวละลิ่วออกไปราวกับลูกบอล

'ตูม! ตูม!'

ผู้คุมทั้ง 2 สูญเสียความรู้สึกและร่างกายถูกยิงด้วยเลเซอร์ของเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ด้านหลัง เลือดสาดกระเซ็นและซากศพชนเข้ากับ ผู้คุม คนอื่นในทีมเกิดเป็นฉากนองเลือดที่ดูวุ่นวาย

ไคล์ ไม่คิดที่จะหยุดเพียงแค่นั้น ตอนนี้เขาอยู่ในอารมณ์ที่โกรธจัดและกำลังหาที่ระบายมันออกไป ผู้คุมที่เข้ามาในเวลานี้สามารถแบกรับความโกรธของเขาได้!

เขาพุ่งทะยานไปที่ด้านหน้าของผู้คุมคนอื่น ๆ ข้อศอกกระแทกเข้าไปที่หน้าอกของผู้คุมคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว และด้วยพลังที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ถึง 10 เท่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความหนักหน่วงของการโจมตีนี้มันมีมากแค่ไหน!

เลือดสีแดงเข้มโพยพุ่งออกจากปาก หน้าอกยุบลง ซี่โครงหักพร้อมกับกระเด็นออกไป ถึงแม้ว่าจะมี ผู้คุม อยู่ข้างหลังแต่พวกเขาก็ปลิวกระเด็นออกไปพร้อมๆกัน

ภายในเวลาไม่ถึง 5 วินาทีทีมผู้คุมต่างดาวต่างก็พ่ายแพ้ยับเยิน!

ดวงตาของ ไคล์ เย็นชาและร่างกายก็ปลดปล่อยกลิ่นอายฆ่าฟันออกมาอย่างรุนแรง ผู้คุม ที่ร้องโอดโอยและต้องการลุกขึ้นก็ถูก ไคล์ ทุบลงไปนอนกับพื้นโดยตรง

“เวมอน นายคิดจะซ่อนตัวไปจนถึงเมื่อไหร่!” ไคล์ ไม่สนใจเสียงคร่ำครวญของ ผู้คุม เขาตะโกนคำรามเปล่งเสียงอันทรงพลังและเย็นชาออกมา

เนื่องจากมันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะใช้ทรัพยากรของคุกซาคาร์ และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น เวนอม จะต้องอยู่ที่นี่และถ้าเดาไม่ผิดร่างหลักที่มันไปอาศัยอยู่จะต้องเป็นผู้คุมของคุกซาคาร์แห่งนี้อย่างแน่นอน

“ ถ้านายไม่ยอมออกมา ฉันจะเข้าไปลากคอของนายออกมาเอง!” ไคล์ เดินเข้าไปในห้องโถงของคุกใต้ดินอย่างเย็นชาและมีผู้คุมต่างดาวหลาย 10 คนรออยู่ตรงหน้าเขา

'จิ้ว! จิ้ว! จิ้ว!'

แสงเลเซอร์ส่องประกายระยิบระยับพุ่งตรงไปที่ร่างกายของ ไคล์ อย่างต่อเนื่อง

ไคล์ ไม่ถอยหนีเขาหลบหลีกและกระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเท้าเหยียบผนังห้องอย่างต่อเนื่องและร่างของเขาก็พุ่งเข้าไปในกลุ่มผู้คุม

ราวกับเสือที่อยู่ท่ามกลางฝูงแกะและเสียงกรีดร้องของผู้คุมเอเลี่ยนก็ดังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ขณะนี้ทางเข้าคุกใต้ดิน.

“ ท่านผู้จัดการฝ่าย!” ผู้คุมที่เฝ้าประตูมองไปที่ ผู้จัดการฝ่าย พร้อมกับทำความเคารพในทันที

“ สถานการณ์ภายในเป็นอย่างไร?”ผู้จัดการฝ่าย ถามอย่างใจเย็น

“ เหล่าผู้คุมที่รักษาการณ์ในเรือนจำได้เข้าไปจัดการแล้ว คาดว่าทุกอย่างคงจะราบรื่น บวกกับรีโมท….“

ผู้คุม ยังรายงานไม่ทันจบ เสียงตะโกนคำรามก็ดังออกมาจากภายในคุกใต้ดินมันเป็นเสียงแห่งความโกรธที่ดังก้องอยู่ในหูของคนทั้ง 2:

“ เวนอม ไสหัวออกมา!”

ในช่วงเวลาดังกล่าวยังมีเสียงกรีดร้องของพวกผู้คุมดังออกมาอย่างน่าหวาดกลัว

"นี่….." ผู้คุม ปิดปากเงียบสนิท ขณะที่สีหน้าของ ผู้จัดการฝ่าย เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพยายามระงับร่างกายและจิตวิญญาณที่กำลังสั่นเทาด้วยความกลัว

แรงกดดันและความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นนั้นมันมีมาตั้งแต่แรกเกิด แม้แต่ตัวมันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้หวาดกลัวคนคนนั้นถึงเพียงนี้ และจิตวิญญาณที่อยู่ภายในก็ได้ย้ำเตือนมันอยู่เสมอว่าอย่าได้คิดเป็นศัตรูกับมนุษย์คนนี้โดยเด็ดขาด แต่ทว่าในตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันการเสียแล้ว

“ แจ้งยานอวกาศผู้พิทักษ์ที่อยู่นอกคุกทำการล้อมพื้นที่นี้และต้องไม่ปล่อยให้ผู้บุกรุกหนีออกไปได้” ผู้จัดการฝ่าย ตบแขนของ ผู้คุม เพื่อให้กำลังใจจากนั้นหันหน้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

“ครับ…” ผู้คุม ตอบกลับและมองดู ผู้จัดการฝ่าย ที่ทำท่าทางลุกลี้ลุกลนราวกับว่าเขากำลังรีบหนีออกไปจากที่นี่

ในคุกใต้ดิน

อาชญากรในกรงมองไปที่ ไคล์ ซึ่งจัดการ ผู้คุม หลาย 10 คนในห้องโถงด้านนอกด้วยตัวคนเดียวเพียงลำพังอย่างตกตะลึง

คำเดียว! โหดเหี่ยมอำมหิต!

“เคี๊ยก เคี๊ยก เจ้างู 2 หัว แกจะเอาแต่นอนขดตัวอุดอู้อยู่แต่ในนั้นอีกนานไหม?”

มนุษย์เคียว แสยะยิ้มและพูดใส่ งู 2 หัว ที่นอนอยู่ในกรงฝั่งตรงข้าม และทันใดนั้นเขาก็กวาดเคียวที่อยู่ในมือออกไปจนเกิดประกายแสงสว่างวาบจากนั้นกรงขังก็ถูกตัดออกเป็น 2 ส่วน!

ไฟฟ้าแรงสูงที่ป้องกันกรงขังก็แล่นผ่านเคียวไปยังร่างกายของเขาทำให้ตัวเขาแข็งทื่อไปชั่วครู่ จากนั้นเขาก็เดินออกจากกรงขังแล้วร่างก็กระพริบพุ่งทะยานไปที่ห้องโถงด้วยความเร็วเหนือเสียง

เมื่อ งู 2 หัว เห็น มนุษย์เคียว จากไปมันก็ยกร่างกายใหญ่โตส่วนบนขึ้น แล้วอ้าปากทั้ง 2 ข้างกัดไปที่ประตูกรงขังอย่างรุนแรง และแน่นอนว่าร่างกายของมันก็ถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตอย่างรุนแรงเช่นกัน

หลังจากผ่านไปชั่วครู่มันก็บิดร่างกายไปมาจากนั้นก็พุ่งทะยานออกจากกรงขังตามหลัง มนุษย์เคียว ไป

“เจ้าพวกนี้….” นอกจากนี้ยังมีกรงขังแยกต่างหากที่มีมนุษย์ต่างดาว 6 ตา ซึ่งอ่อนแอที่สุดใน 4 ผู้เข้าร่วมการประลอง นั่งอยู่ในนั้นกำลังมอง งู 2 หัว ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

ในห้องโถงใหญ่ ไคล์ ลงมือเข่นฆ่าอย่างต่อเนื่องราวกับว่าเขาเป็นเครื่องบดเนื้อ แม้ว่าจะไม่มีอาวุธในมือ แต่ร่างกายก็เป็นอาวุธสังหารที่แข็งแกร่งที่สุด ผู้คุมเหล่านี้เปรียบเสมือนข้าวสาลีที่รอการเก็บเกี่ยว

เมื่อเห็นว่า ผู้คุม ในคุกถูกสังหารลงเรื่อยๆเสียงของ หัวหน้าผู้คุมก็ตะโกนดังขึ้น "หยุดมือ! ดูนี่ซะก่อนว่ามันคืออะไร!”

ไคล์ กระแทกหมัดเข้าหา ผู้คุม ที่อยู่ตรงหน้าจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นเหลือบมอง หัวหน้าผู้คุม ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในระยะปลอดภัยที่ห่างออกไปมากกว่า 10 เมตรได้ถือรีโมทคอนโทรลเอาไว้ในมือ

“ อย่าบังคับให้ฉันต้องใช้วิธีที่รุนแรง” หัวหน้าผู้คุม กล่าวออกมาอย่างเย็นชา

ไคล์ ไม่แสดงออกเขาเดินไปหา หัวหน้าผู้คุม อย่างช้าๆ เมื่อหัวหน้าผู้คุมเห็นเช่นนั้นเขาก็รีบตะโกนขึ้นว่า “ อย่าเข้ามา ไม่อยากงั้นฉันจะ..…”

ในขณะที่เอ่ยเตือน ไคล์ ได้เดินเข้ามาใกล้อีก 2 ก้าวและมองดู หัวหน้าผู้คุม ราวกับมองดูคนตาย

“ในเมื่อบอกดีๆไม่ฟัง ถ้างั้น ตาย!” หัวหน้าผู้คุม พูดจบก็กดนิ้วหัวแม่มือของเขาลงบนปุ่มควบคุม

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับ ไคล์ เขายังคงเดินก้าวไปข้างหน้า หัวหน้าผู้คุม พยายามกดปุ่มรีโมทอีก 2-3 ครั้ง แต่มันก็ยังไม่ทำงาน จนกระทั่ง ไคล์ เดินเข้ามาไกล้เขาแล้ว ซึ่งทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมากจนเกือบล้มลงกับพื้น “ ทำไมกัน แกควรมีอุปกรณ์ควบคุมเส้นประสาทที่สามารถทำให้กลายเป็นอัมพาต ติดตั้งอยู่ไม่ใช่รึไง แต่ทำไมแกถึงไม่เป็นอะไร...…”

“ ฉันก็แค่แก้ไขมันเล็กๆน้อยๆ” ไคล์ ยักไหล่

"มันเป็นไปไม่ได้. ไม่มีใครสามารถปลดล็อกอุปกรณ์ควบคุมได้ด้วยตัวเอง” ดวงตาของ หัวหน้าผู้คุม เบิกกว้างและกล่าวออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ

“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ รอจนกว่านายไปเจอยมบาลในนรกแล้วไปถามท่านเอาเองก็แล้วกัน”

ไคล์ ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ เขายกเท้าซ้ายกวาดเตะขึ้นไปที่ปลายคางของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงจนร่างกายของ หัวหน้าผู้คุม บินขึ้นไปชนกับเพดานเหนือศีรษะร่างกายครึ่งหนึ่งถูกฝังลึกอยู่ในเพดาน ส่วนอีกครึ่งห้อยร่องแร่งลงมา