เมืองสะพานเก่า.
เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ความมืดก็ได้ปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืน และได้ปกคลุมเมืองทางตะวันตกอย่างเงียบ ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดารของชนบท
ชาวบ้านที่ทำงานมาทั้งวันก็กลับมาบ้านเช่นกันทุกครัวเรือนแต่ละบ้านเปิดไฟสลัวๆ และที่ร้านอาหารกึ่งบาร์ ได้มีผู้คนมารวมตัวกันเพื่อดื่มกิน
ภายในร้านตำแหน่งริมหน้าต่าง ไคล์ และคนอื่นๆ นั่งล้อมรอบโต๊ะสี่เหลี่ยมและบนโต๊ะมีเบียร์แก้วใหญ่และถั่วลิสงจานเล็ก ๆ
ในตอนแรกทั้ง เจน และ ดาร์ซี ต่างสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของ ไคล์ แต่เนื่องจากผู้แนะนำคือ ศาสตราจารย์อีริค จึงทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้ภายในใจเท่านั้น
“ในเมื่อ…อาหารยังไม่มา ฉันจะไปเข้าห้องน้ำก่อน เจน และ ดาร์ซี ฝากดูแล คุณไคล์ ด้วยนะ”อีริค เอ่ยขึ้นและรีบลุกจากที่นั่งแล้วเดินไปที่ห้องน้ำนอกบาร์
อันที่จริงเขารู้สึกอึดอัด เขากลัวนักเรียนทั้ง 2 คน จะถามความเป็นมาของ ไคล์ เขาได้แต่พยายามหลบฉากออกไปเพื่อไม่ให้โอกาสพวกเธอได้มีคำถาม
หลังจากที่ อีริค เดินจากไปริมฝีปากบอบบางของ ดาร์ซี ก็กระตุกเธอพูดด้วยเสียงแผ่วเบาซึ่งมีเพียง เจน เท่านั้นที่ได้ยินว่า“เขามาที่สถานที่ภูติผีแห่งนี้เพื่อมาเที่ยวสนุก?”
เจน เหลือบมองไปที่เพื่อนของเธอพร้อมกับใช้ศอกขวาสะกิดจน ดาร์ซี ร้องเสียงหลงจากนั้นก็หย่อนถั่วลิสงลงไปในปากด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงเล็กน้อย
สีหน้าของ ไคล์ ยังคงเฉยชาราวกับว่าไม่ได้ยินสิ่งที่ ดาร์ซี พูดเขาหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาดื่มเบาๆ
ในฉากนี้ทำให้ เจน รู้สึกประหลาดใจและอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า:“ คุณการ์ด ดูแล้วเหมือนคุณเป็นชนชั้นสูงไม่คิดเลยว่าจะดื่มเบียร์... ”
“ ไวน์แดงราคาหลายแสนเหรียญกับเบียร์หลายสิบเหรียญก็ไม่ต่างกัน การดื่มเป็นเพียงการดึงเอกลักษณ์และคุณค่าของมันออกมาเท่านั้น” ใบหน้าของ ไคล์ อ่อนโยนพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่บางเบา
หลังจากไปเจอชายลึกลับที่คลับสโมสรเมื่อ 6 เดือนก่อน เขาก็ได้รวมเข้ากับสังคมมนุษย์ของโลกอย่างสมบูรณ์และเขาก็ไม่ได้เย็นชาจนยากที่จะเข้าถึง
นับตั้งแต่เลือดเนื้อได้หลอมรวมเข้ากับยีนโปรตอสแล้ว มันได้สร้างบรรยากาศอันสูงส่งจนทำให้ผู้คนธรรมดาทั่วไปต้องหมอบกราบ
ตอนนี้จากภายนอกสู่ภายใน ไคล์ เป็นเหมือนคนธรรมดาของโลก
นี่คือการควบคุมการ์ดเพื่อให้บรรลุความสมบูรณ์แบบในตัวเองไม่เพียงแต่อารมณ์ที่ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังรวมถึงเปลวไฟพลังศักดิ์สิทธิ์ก็ก้าวหน้าไปมากซึ่งจะเห็นได้จากผมสีแดงที่ได้ขึ้นมาผสมผสานกับผมสีเงิน .
ไคล์ ไม่มีความเย่อหยิ่งและเป็นกันเองอย่างมาก
ดาร์ซี จิบเบียร์และพูดอย่างไร้กังวล:“จริงสิ คุณการ์ด ตอนนี้เป็นเวลากลางคืนทำไมคุณยังสวมแว่นกันแดดอยู่ล่ะ”
เพียงแค่จ้องมองไปที่ ไคล์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะเธอก็มีความสงสัย หากเป็นนักวิจัยที่คุ้นเคยกับการสังเกตุดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นไปไม่ได้ที่จะสวมแว่นตากันแดดในเวลากลางคืน
"อ่า ขอโทษทีผมลืมไป” ไคล์ พยักหน้าหลังจากวางแก้วเบียร์แล้วเขาก็เริ่มถอดแว่นตากันแดดออก
ไคล์ วางแว่นตากันแดดใต้โต๊ะติดกับข้อมือซ้ายของเขาหลังจากนั้นแว่นตาก็เปลี่ยนรูปร่างเป็นนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์
“ คุณ คุณ…” ดาร์ซี จ้องไปที่ใบหน้าของ ไคล์ และเมื่อ ไคล์ คิดว่าเธอจำเขาได้ ดาร์ซี ก็พูดออกมาพร้อมกับหายใจเข้าลึก ๆ :“ คุณยังเด็กและหล่อเป็นอย่างมาก”
ไคล์:“ …”
“ใช่ หล่อมาก แต่ฉันรู้สึกว่าเคยเจอคุณที่ไหนซักที่” เจน กล่าวเสริม
“ หลายๆคนก็พูดแบบนั้น” ไคล์ ยิ้มและเปลี่ยนเรื่องด้วยอารมณ์ขัน
แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ใบหน้าไปแล้ว โชคดีที่ก่อนออกจากนิวยอร์กเพื่อหลีกเลี่ยงการจดจำของคนอื่นเขาได้ปรับรูปลักษณ์ของเขาด้วย เวนอม และเขาจะไม่ปล่อยให้คนแปลกหน้าจำตัวตนของเขาได้ตั้งแต่แรกเห็น
นอกจากนี้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ใบหน้าของ ไคล์ อ่อนเยาว์ลงอย่างน้อย 1 หรือ 2 ปีหากเขาเผยใบหน้าที่แท้จริงผู้คนจะเห็นว่าเขามีอายุแค่เพียง 20 ปี
แม้แต่สมาชิกของอเวนเจอร์สก็ยังไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ คนอื่น ๆ ยังคงเปลี่ยนแปลงหรือมีอายุมากขึ้น มีเพียงความเยาว์วัยของ ไคล์ เท่านั้นที่คงอยู่ตลอดไปและจะต่อต้านการเติบโต
“คุณดูเด็กมาก ฉันขอเรียกคุณว่าน้องชายได้ไหม?” ดาร์ซี ยิ้มให้ ไคล์ อย่างเป็นกันเอง
หลังจากกลับมาจากห้องน้ำ อีริค ก็ได้ยินคำพูดของ ดาร์ซี เขาเกือบจะล้มลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวเขาพยายามจับโต๊ะและเก้าอี้ไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองล้ม
เจน รีบลุกขึ้นแล้วพยุง อีริค ขึ้นมาจากนั้นก็ถามว่า“ อีริค คุณโอเคไหม?”
"ไม่เป็นไร." อีริค โบกมือแล้วกลับมานั่งที่เก้าอี้มองไปที่ ดาร์ซี จากนั้นก็กระแอมในลำคอและพูดอย่างเคร่งขรึม:“คุณการ์ด เป็นเพื่อนของฉันแล้วเธอจะเรียกเขาว่าน้องชายได้อย่างไร"
"ฉันแค่ล้อเล่น." ดาร์ซี แลบลิ้นออกมาและมองไปที่ ไคล์ ที่ยังคงเผยรอยยิ้มจางๆ
เจน บ่นใส่ ดาร์ซี เล็กน้อย
พูดตามตรงเธอไม่เคยมีประสบการณ์กับรักแรกพบ แต่นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเธอก็ยังเชื่อในรักแรกพบ
ท้ายที่สุดชายหนุ่มนามว่า 'การ์ด' แม้ว่าจะยังมีความลึกลับมากมายที่ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่ก็ยอดเยี่ยมและไร้ที่ติ - เขาดูอ่อนโยนและเป็นมิตร แต่ก็มีความรู้สึกปลอดภัยที่มั่นคงบวกกับรูปร่างและรูปลักษณ์ที่เหนือกว่าดาราที่ว่ากันว่าหล่อเหลาที่สุดเสียอีก เขาเหมือนเทพบุตรในเทพนิยาย
เป็นเพียงเพราะมันสมบูรณ์แบบเกินไป สมบูรณ์แบบจนไม่เหมือนความจริงซึ่งทำให้ เจน สงสัยมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอที่ปฎิบัติต่อ การ์ด ด้วยท่าทางและคำพูดที่เต็มไปด้วยความเคารพมันยิ่งทำให้เธอสงสัย
หลังจากบาร์บีคิวร้อนๆอยู่บนโต๊ะการพูดคุยแลกเปลี่ยนก็น้อยลงและเริ่มทานอาหารบนโต๊ะเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานที่จะทำในค่ำคืนนี้
ไคล์ ถูกรวมเข้ากับแวดวงเล็ก ๆ นี้และมีบทบาทเล็กน้อยในการสนทนา ดวงตาที่ลึกล้ำของเขาจ้องมองไปในท้องฟ้ายามค่ำคืนนอกหน้าต่าง
หากต้องรับมือกับศัตรูเขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะใส่ใจกับการปลอมตัวและยังคงสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรกับคนธรรมดาทั้ง 3 คน
แต่เป็นเพราะผู้ที่เดินทางมายังโลกในครั้งนี้เป็นแขกที่สำคัญ ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าเป็นเพื่อนที่พิเศษ
“ก็ใครใช้ให้ฉันเป็นเทพผู้พิทักษ์กันล่ะ จน มหาเทพโอดิน ใช้ให้ออกมาทำงานนี้” ไคล์ อดที่จะพึมพำอยู่ภายในใจอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากรับประทานอาหารอิ่มแล้วทั้งกลุ่มก็ขึ้นรถสเตชั่นแวกอนกัน เจน เป็นคนขับรถเธอพาทั้งกลุ่มออกไปจากเมืองมุ่งตรงไปยังสันเขาร้างอันมืดมิด
ตกดึกท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาว
แสงไฟส่องสว่างหน้ารถได้ฝ่าความมืดไปพร้อมกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ รถยนต์ได้เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วผ่านทะเลทรายที่ราบเรียบ
ไคล์ นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับโดยหลับตาส่วนเบาะด้านหลังมี ดาร์ซี และ อีริค นั่งอยู่ ในตอนนี้ทั้ง 2 คนถือเครื่องมือสำรวจ และกล้องบันทึกแบบเรียลไทม์ “ค่าการแผ่รังสีเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเห็นได้ชัดว่าแรงกว่าเมื่อวานหลายเท่า เราเข้าใกล้พื้นที่นั่นแล้ว! ทิศทางถูกต้อง!”
“เอาล่ะจับให้แน่นและนั่งนิ่งๆ!” เจน ร้องเตือนพร้อมกับเร่งคันเร่งเพิ่มความเร็วของ รถสเตชั่นแวกอน
ไม่มีใครสังเกตุเห็นว่าบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่มืดมิดนั้นมีแสงหลากสีสาดส่องเป็นวงกลมทะลุเมฆสีดำลงมา
ไคล์ ลืมตาพร้อมกับพึมพำกับตัวเองว่า“ โลกยินดีต้อนรับ”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved