ตอนที่ 360 สืบค้นหาเบาะแส!

ซีซาร์ มองไปที่พื้นและกระโดดลงจากไหล่ของ เอ็ดดี้ แต่ด้านล่างของเท้ายังไม่ทันได้แตะพื้นสีดำที่ถูกเผาไหม้ร่างของเขาก็หยุดลงภายใต้การควบคุมของพลังลึกลับบางอย่าง .

“นายน้อยคุณกำลังจะทำอะไร”

ดวงตาของ เอ็ดดี้ เบิกกว้าง แต่หลังจากเห็น ซีซาร์ ไม่สนใจเขา เขาก็ทำได้แค่เพียงยืนนิ่งๆและมองดูเท่านั้น

ซีซาร์ ลอยอยู่ในอากาศสูงจากพื้นดิน 10 ซม. เหมือนเหยียบพื้นอากาศที่ว่างเปล่าเดินไปทีละก้าวเล็ก ๆ จนถึงใจกลางพื้นที่เผาไหม้

เมื่อยามเย็นจางหายไปท้องฟ้าเหนือศีรษะที่เคยเป็นสีฟ้าก็ถูกปกคลุมด้วยความมืดที่เงียบสงบ ไฟสองดวงจากถนนสาดลำแสงเข้ามาที่ซอยเกิดเหตุ.

เอ็ดดี้ มองร่องรอยเผาไหม้แล้วก็เอ่ยกระซิบขึ้นว่า:“ เมื่อ 3 วันที่ผ่านมามีพนักงาน R&D ของ สตาร์ค อินดัสทรีส์ 2 คนได้เดินทางกลับบ้านโดยผ่านเส้นทางนี้และพวกเขาทั้งคู่ก็ถูกฆ่า เมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่มีเพียงตัวเดียวในบริเวณนั้นก็พบว่ามันเสีย หลังจากผ่านไป 10 นาที ก็มีคนพบเห็นและแจ้งความกับตำรวจ แต่เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุพวกเขาก็พบว่าพื้นที่ภายใน 10 เมตรถูกเผาไหม้และได้วิเคราะห์เบื้องต้นว่าสาเหตุอาจเกิดจากวัตถุระเบิดที่มีอำนาจทำลายล้างสูงโดยการจุดชนวน แต่ก็ไม่พบหลักฐานหรือเบาะแสอื่นๆ”

“ คุณบอกว่ามีพนักงาน 2 คนถูกฆ่า แต่แล้วทำไมถึงมีร่องรอยถูกเผาถึง 3 คน”

ซีซาร์ ชี้นิ้วไปที่ผนังสีดำคล้ำซึ่งมีร่องรอยการเผาไหม้ 3 รอย

“ มีข่าวลือว่ารอยที่ 3 เป็นของวิญญาณชั่วร้าย” เอ็ดดี้ ยักไหล่แล้วพูดออกมา

“ ฉันเคยเห็นวิญญาณชั่วร้าย แต่มันไม่ใช่แบบนี้”

ใบหน้าของ ซีซาร์ ดูเย็นชาเล็กน้อยเผยให้เห็นความเป็นผู้ใหญ่และความมั่นคงที่เกินวัย เขามองลงไปที่พื้นใต้ร่างของเขาพร้อมกับเผยแววตาที่โปร่งแสง

การสังเกตุอย่างละเอียดด้วยตนเอง จะสามารถทำนายอนาคตระยะสั้นได้

สิ่งตกค้างบนฉากที่เกิดรอยไหม้และอนุภาคในอากาศ …

หลังจากเก็บรายละเอียดทุกอย่างที่เขาเห็นว่าเป็นข้อมูล สมองของ ซีซาร์ ก็คิดวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องราวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์โดยใช้สมการต่างๆเข้าหักลบ

ในไม่ช้าฉากสังหารที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้า ซีซาร์

“ เป็นไปตามที่คาดไว้”

หลังจากนั้นไม่นาน ซีซาร์ ก็พยักหน้าอย่างครุ่นคิดและมุมปากเล็ก ๆ ก็มีรอยยิ้มแปลก ๆ

“ นายน้อบคุณเห็นอะไร” เอ็ดดี้ เกาหัวอย่างงุนงง เขามองไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่ เบน ในร่างกายก็ไม่รู้สึกถึงอะไรเลยแม้แต่น้อย

ซีซาร์ กล่าวอย่างอ่อนโยนและมั่นใจว่า:“ เกือบแล้ว แต่ถ้าให้กำหนดทิศทางของการหลบหนีของคนร้ายหลังการสังหาร จากข้อมูลที่ได้รับจากสถานที่นี้ยังไม่สามารถทำได้”

"ทำไม?"

“ เนื่องจากพวกเขาทั้ง 2 คนถูกฆ่าก่อนที่จะถูกเผา”

คำพูดของ ซีซาร์ ทำให้ เอ็ดดี้ ตกตะลึงและทำให้เกิดข้อสงสัยใหม่:“ แล้วไม่พบร่องรอยของการใช้วัตถุระเบิดในจุดนี้เหรอ?”

“ คุณนี่มันโง่จริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดใดๆเลย”

ซีซาร์ ไม่คิดที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไปเขาเดินตรงไปยังทิศทางของรถมอเตอร์ไซค์

เอ็ดดี้ ตามไปอย่างรวดเร็วร่างกายและสมองของเขาตามจังหวะไม่ทัน เขายังคงถามต่อไปว่า:“ นายน้อยพวกเราจะไปไหนกัน?”

ใบหน้าของ ซีซาร์ สงบนิ่งและพูดขึ้นว่า:“ไปยังสถานที่เกิดเหตุที่เหลือ”

ในเวลาต่อมา เอ็ดดี้ พา ซีซาร์ ขับรถมอเตอร์ไซด์ไปตามถนนต่างๆ เพื่อไปยังสถานที่เกิดเหตุตั้งแต่จุดแรกไปถึงจุดที่ 3

ดวงตาของ ซีซาร์ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งพวกเขามาถึงสถานที่เกิดเหตุจุดที่ 4 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

“โอ้”

ซีซาร์ ยื่นมือไปจับเหล็กชิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากพื้นดินที่ไหม้เกรียม

หากกำหนดเป้าหมายไปที่คนร้ายใน สตาร์ค อินดัสทรีส์ มันก็ยากเกินกว่าที่จะหาเบาะแส

เห็นได้ชัดว่าหลังจากประสบความสำเร็จจากการสังหารก่อนหน้านี้อย่างไร้ที่ติจนทำให้พวกมันกล้าที่จะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม การสังหารเหยื่อรายที่ 4 นี้พวกมันไม่ได้ฆ่าเหยื่อก่อนแล้วลงมือเผาเหมือนรายอื่นๆที่ผ่านมา คราวนี้มันทำให้เหยื่อ 'ระเบิดตัวเอง' และหนีออกจากที่เกิดเหตุ .

ซีซาร์ มองเหล็กเล็ก ๆ ในมืออย่างระมัดระวังและไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทดสอบ ดวงตาของเขามองได้ละเอียดไปไกลกว่าการสแกนด้วยเลเซอร์ทางวิทยาศาสตร์หลาย 100 เท่า และในขณะนี้เขาพบร่องรอยบางอย่าง

“ เอ็ดดี้ ตามมา!”

คราวนี้ ซีซาร์ ไม่ได้นั่งบนไหล่ของ เอ็ดดี้ ร่างเล็กๆลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงกว่า 10 เมตร จากนั้นเร่งความเร็วบินออกไปในระยะไกล.

เอ็ดดี้ ยังคงตกตะลึงเขามองไปที่มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างๆและมองไปที่ ซีซาร์ ที่กำลังบินจากไป เขารีบวิ่งตามและตะโกนขึ้นว่า“เบน ช่วยที!”

“ เข้าใจแล้ว”

ของเหลวสีดำเข้าครอบคลุม เอ็ดดี้ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อและร่างกายที่แข็งแกร่ง

เขาย่อตัวลงจากนั้นเท้าของเขาก็กระแทกพื้นแล้วกระโดดขึ้นไปบนอากาศ ทิ้งพื้นคอนกรีตที่มีรอยแตกร้าวราวกับใยแมงมุมและมีคลื่นฝุ่นสีขาวเอาไว้ด้านหลัง

ร่างสีดำสูง 2 เมตรของ เอ็ดดี้ เหมือนขีปนาวุธเมื่อตกลงมาที่พื้นด้านล่างเขาก็ใช้อาคารที่อยู่ด้านล่างเป็นฐานในการกระโดดครั้งต่อไปเพื่อไล่ตาม ซีซาร์ ที่กำลังบินด้วยความเร็วสูง

หลังจากผ่านไป 10 นาที

ณ ควีนส์บาร์

เสียงเพลงและการเต้นรำเกิดขึ้นในห้องบอลรูมขนาดใหญ่ด้านในทำให้แก้วหูสั่นสะเทือน ภายใต้แสงไฟนีออนหลากสีมีกลุ่มของสาวสวยที่แต่งตัวดีและชายหนุ่มที่กำลังเต้นยั่วยวนโดยไม่สวมเสื้อผ้าและมีพนักงานเสิร์ฟสุดเซ็กซี่ถือเครื่องดื่มเดินไปมาเป็นระยะ ๆ .

ชายหนุ่มผมดำผลักประตูบาร์เข้ามาโดยมีเด็กทารกนั่งอยู่บนไหล่ของเขา ในตอนนี้เขาอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้และพูดว่า:“ นายน้อย คราวหน้าคุณช่วยช้าลงหน่อยจะได้ไหม ฉันตามเกือบไม่ทัน”

แน่นอนทั้งคู่คือ เอ็ดดี้ และ ซีซาร์ พวกเขามาที่นี่ในระยะทาง 10 กิโลเมตรด้วยช่วงเวลาสั้น ๆ

“ อย่าพูดเรื่องไร้สาระมันอยู่ที่นี่” ซีซาร์ มองไปที่ฝูงชนในห้องบอลรูมที่กำลังเต้นรำอย่างเย็นชา

“คนร้ายที่สังหาร พนักงานสตาร์คคนที่ 4?”

เอ็ดดี้ พึมพำอย่างจริงจังและปลุกจิตวิญญาณของเขาเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

มีบางคนมองมาที่ เอ็ดดี้ และ ซีซาร์ ด้วยความแปลกใจ สำหรับชายหญิงมาเที่ยวบาร์ถือเป็นเรื่องปกติ บางครั้งมีการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาด้วย แต่การพาเด็กทารกเข้ามาในบาร์ถือเป็นครั้งแรกของที่นี่