ตอนที่ 384 ดาวแซนดาร์

ดาวแซนดาร์, จัตุรัสอิสระภาพของมนุษย์ต่างดาว

ภายใต้แสงเจิดจ้าที่ร้อนแรงยิ่งกว่าแสงจากดวงอาทิตย์อาคารรูปทรงแบนโปร่งแสงจำนวนนับไม่ถ้วนตั้งตระหง่านราวกับป่าเหล็กเขียวชอุ่มที่แปลกประหลาด

ใน จัตุรัสอิสระภาพ ที่เปิดโล่งมีน้ำพุดนตรีและเครื่องบันเทิง หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยคอยลาดตระเวนอยู่บนอากาศและหุ่นยนต์ทำความสะอาดจะยุ่งอยู่กับพื้นตลอดเวลา นี่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีขั้นสูงในดินแดนแห่งนี้.

จัตุรัสเต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวพื้นเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ พวกเขาเดินด้วย 2 เท้าเช่นกัน แต่ด้านบนศีรษะจะมีสิ่งที่คล้ายกับหงอนซึ่งแกว่งไปมาราวกับถูกลมพัด

“ พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์หลักที่อาศัยอยู่ในอารยธรรมจักรวรรดิ - ดาวแซนดาร์ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์เลือดเย็นที่วิวัฒนาการมาจากลูกหลานของนก”

เมื่อเดินมาถึง จัตุรัสอิสระภาพ กรีนพีค ก็ทำหน้าที่เป็นไกด์คอยแนะนำ ไคล์ และคนอื่นๆ

ไคล์ พยักหน้ารู้สึกในใจไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ใดก็ตามมักจะมีแนวโน้มในการวิวัฒนาการไปสู่ขั้นสูงสุดเหมือนกับมนุษย์

ท้ายที่สุดนี่คือจักรวาลมาร์เวล

เหล่าชนพื้นเมืองเมื่อเดินผ่าน ไคล์ และคนอื่น ๆ ก็มองพวกเขาแค่เพียงแวบเดียวจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร

ลอร์นา จับแขนของ ไคล์ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบ ๆ แล้วพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ:“ พวกเขารู้ว่าพวกเราเป็นคนต่างดาวแต่ทำไมถึงไม่มีปฏิกริยาอะไรเลย”

“ ฮิฮิ คุณลอร์นา โปรดดูที่นั่น” กรีนพีค ยกมือชี้ไปทางซ้าย

ไคล์ และคนอื่น ๆ ก็มองตามและเห็นกลุ่มมนุษย์ต่างดาวตัวสูงยาวมากกว่า 2 เมตร ผิวที่หยาบกร้านเหมือนหิน ถือกระบองฟันหมาป่าขนาดยักษ์เอาไว้ในมือ

ทุกครั้งที่พวกเขาเดิน พื้นก็สั่นสะเทือนเล็กน้อยจนทำให้ผู้คนต้องถอยหนีด้วยความกลัว

“ ยังมีอีก” กรีนพีค ชี้ไปที่อื่น

มี ออร์ค 2-3 ตัวที่ยังไม่ได้พัฒนาจนกลายเป็นร่างมนุษย์หรือมีหูและหาง ในตอนนี้พวกมันกำลังเดินอยู่ในกลุ่มฝูงชน

“ เผ่าพันธุ์ต่างดาวมีกี่เผ่าพันธุ์” ดวงตาของ ลอร์นา เบิกกว้างและเธอเพิ่งสังเกตุเห็น ตอนนี้เมื่อลองดูให้ดีจะเห็นได้ว่า จัตุรัสแห่งนี้มีเผ่าพันธุ์มากมายไม่ว่าจะเป็น ยักษ์หิน ออร์ค และมนุษย์ต่างดาวเผ่าพันธุ์อื่นๆเดินอยู่ในจัตุรัสอิสระภาพเต็มไปหมด.

“ มีมากมายนับไม่ถ้วน” กรีนพีค หัวเราะเบา ๆ “ ดาวแซนดาร์ ในฐานะ 1 ใน 3 อาณาจักรต่างดาวของสหพันธ์กาแล็คซี่ แม้ว่าชาวแซนดาร์จะครองพื้นที่ส่วนใหญ่ แต่ก็ยังเป็นที่รวมของเผ่าพันธุ์ต่างดาวมากมายและยังเป็นแหล่งรวบรวมวัฒนธรรมดวงดาว ดังนั้นแม้ว่าคุณจะเป็นคนต่างดาวคุณก็สามารถได้รับการยอมรับโดยปราศจากอคติ”

“ ความเข้มแข็งของชาติ เสรีภาพ และความเสมอภาค เทคโนโลยีชั้นสูงมีภูมิปัญญาระดับสูงสุด…ที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีจริงๆ” ไคล์ พึมพำ

หากโลกต้องการมาให้ถึงระดับนี้ น่ากลัวว่าจะต้องใช้เวลานาน

อย่างไรก็ตามหากกองกำลังต่างดาวบุกโลก วากานด้า จะเปิดเทคโนโลยีล้ำสมัยให้ปรากฏแก่สายตาบุคคลภายนอกและ เทพเจ้าแห่งแอสการ์ด จะย้ายมาที่ระบบสุริยะ เมื่อถึงตอนนั้นอารยธรรมของโลกจะระเบิดและเกิดวิวัฒนาการ

“เอ๋. โทนี่ หายไปไหน” ลอร์นา มองไปรอบ ๆ ทันใดนั้นก็พบว่าโทนี่ หายไปแล้วเหลือแค่พวกเขา 3 คน

“เมื่อมาถึงดาวแซนดาร์ เขาบอกว่าเขาอยากรู้เทคโนโลยีของดาวดวงนี้ หลักจากนั้นก็บินออกไปพร้อมกับชุดเกราะ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไป เมื่อเราพบข้อมูลที่ต้องการที่นี่เราสามารถติดต่อเขาได้ในทันที”เมื่อ ไคล์ พูดถึงเรื่องนี้เขาก็อดที่จะส่ายหน้าไม่ได้ ตั้งแต่รุ่นพ่อมาถึงรุ่นลูก โรคบ้าเทคโนโลยีเหมือนกันไม่มีผิด

และเรื่องนี้ทำให้ ไคล์ นึกถึงตอนไปที่ วากานด้า ฮาเวิร์ด ก็หมกมุ่นอยู่กับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจนเผลอไปทำลายพิธีมอบบัลลังก์ของ ราชาแบล็คแพนเทอร์.…

'ตูม! '

ทันใดนั้นเกิดความสับสนวุ่นวายในบริเวณที่ไม่ไกลจาก ไคล์และคนอื่น ๆ ดูเหมือนว่าจะมีการโต้เถียงกันระหว่างสิ่งมีชีวิต 2 เผ่าพันธ์ุ จนทำให้เหล่าชาวแซนดาร์จำนวนมากต้องหนีออกจากพื้นที่และทำให้บริเวณนั้นโล่งอย่างรวดเร็ว .

“ เกิดอะไรขึ้น?” ลอร์นา มองไปยังบริเวณนั้นอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่น่าเสียดายที่เธอมองเห็นได้ไม่ชัดเจน

“เจ้านาย คุณลอร์นา เราอย่าได้สนใจจะดีกว่า”

กรีนพีค เอ่ยขึ้นและห้ามปรามอย่างรวดเร็ว:“ ดาวแซนดาร์ มีสิ่งมีชีวิตหลายเผ่าพันธุ์ดังนั้นความขัดแย้งและข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องธรรมดา แต่โดยพื้นฐานแล้วเกิดจากบุคคลภายนอกที่เพิ่งมาใหม่ ที่นี่มีกฏหากก่อเรื่องในดาวแซนดาร์ จะต้องพบจุดจบที่แสนทรมาน ”

“ ไม่ต้องกังวลไปหา คนกลาง ก่อน” ไคล์ ตอบอย่างไม่แยแสและเดินออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องในพื้นที่พิพาทซึ่งทำให้เขาชะงักกึก

“มีอะไรค่ะ เจ้านาย” ลอร์นา มอง ไคล์ อย่างไม่เข้าใจ

“ เสียงนี้ดูเหมือนจะเคยได้ยิน”

ไคล์ ขมวดคิ้วและเบนสายตาไปยังพื้นที่พิพาท

ในดาวแซนดาร์ที่ห่างไกลจากโลก จะมีคนรู้จักอยู่ที่นี่?

ในเวลานี้ภายในพื้นที่พิพาท

ยักษ์หินทั้ง 3 ตนกำลังล้อมรอบสิ่งมีชีวิตตัวเล็กเอาไว้ตรงกลาง

มันดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ผสมผสานกันระหว่างหมีและหนู มันมีขนาดเท่าฝ่ามือ 2 ข้างต่อกัน ในตอนนี้มันดึงหูและหางนอนราบกับพื้นแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน “ ฉันผิด..ฉันผิดเองพี่ชายยักษ์หินทั้ง 3."

เท้าของมันได้รับบาดเจ็บและเลือดที่ไหลออกมาทำให้ขนสีขาวเป็นสีแดงเล็กน้อย

“ กล้าขโมยของของเราแกคงเบื่อที่จะมีชีวิต” ยักษ์หินตนหนึ่งตะคอกออกมาอย่างเย็นชา

“ ฉัน…หิวมาก…” หมีขาวมีสภาพอ่อนแอและพยายามกล่าวอธิบาย

"หิว? แกหิว ฉันก็หิวมากเช่นกัน” ยักษ์หิน มองไปที่หมีขาวและเลียริมฝีปากที่แห้งหยาบกร้านของมัน

“อย่ามัวแต่เล่นรีบๆจัดการให้เสร็จ!”

“ทุบมันให้เป็นซอสเนื้อ!”

"ก็ได้ ก็ได้ ฉันจัดการเอง!"

เห็นได้ชัดว่า ยักษ์หิน ทั้ง 3 อยู่ที่นี่ในฐานะดาวเคราะห์บ้านเกิดของตนเองโดยไม่สนใจกฎและข้อบังคับของดาวแซนดาร์

หลังจากการสนทนาของนักล่าเลือดเย็น ยักษ์หินตนหนึ่งก็พับแขนเสื้อของมันขึ้นแล้วเดินถือกระบอกฟันหมาป่ายกขึ้นสูงจากนั้นก็กวาดทุบลงไปที่หมีขาวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเสียงอุทานของชาวแซนดาร์ที่อยู่รอบ ๆ

ในช่วงเวลาต่อมาได้มีลำแสงหลากสีพุ่งทะยานเข้ามาคั่นอยู่ระหว่างยักษ์หินและหมีขาว!

เร็ว!

ความเร็วเคลื่อนที่นี้รวดเร็วเกินไป!

มนุษย์ต่างดาวที่อยู่รอบๆคิดว่ามันเป็นภาพลวงตา พวกเขาเพียงแค่เห็นแสงกระพริบจากนั้นก็เห็นเด็กหนุ่มผมสีเงินไปยืนคั่นกลาง โดยที่มือซ้ายของเขาจับปลายกระบองฟันหมาป่าหันหน้าไปทางยักษ์หินส่วนมือขวายกหมีขาวขึ้นจากบนพื้นโดยตรง

"หืม?"

ดวงตาของ ยักษ์หิน เบิดกว้างและฝ่ามือก็จับกระบองเอาไว้แน่นแล้วเพิ่มแรงกดลงไปจนกล้ามเนื้อแขนสั่นสะท้านและมันก็พบว่าไม่สามารถกดกระบองฟันหมาป่าลงไปได้แม้แต่นิดเดียว!

"เป็นไปได้อย่างไร" ยักษ์หินอีก 2 ตนที่เหลือก็สะดุ้งขึ้นมาเช่นกัน ต้องรู้ก่อนว่า มนุษย์ยักษ์หิน อย่างพวกเขาเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มีพละกำลังแข็งแกร่งมากที่สุด แต่กลับถูกชายหนุ่มผมสีเงินเข้ามาขัดขวางโดยไม่อาจขยับเขยื้อนกระบองฟันหมาป่าได้เลยแม้แต่น้อย!

ชายหนุ่มผมสีเงินไม่สนใจยักษ์หิน เขาหันหน้าไปหาหมีขาวและเผยรอยยิ้มทักทาย “ เฮ้ไม่ได้เจอกันนานเลยน่ะ”

“ คุณ คุณคือ…” หมีขาวอยู่ในสภาพที่อ่อนแอมากและเขาก็เบิกตากว้างอย่างยากลำบาก ในช่วงเวลาที่รับรู้ถึงตัวตนของชายหนุ่มผมสีเงินเขาก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาจนสุดเสียง:

“คะ..ไคล์ ฉันตามหาคุณแทบตาย!”