ตอนที่ 156 1 VS 6

ไคล์ นั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมี เรน ยืนอยู่เคียงข้างเผชิญหน้ากับ 3 นินจา ที่กำลังเดินเข้ามา

“ ร่างกายของแกมีปัญหาจริงๆ สินะ อ่า มันควรจะเป็นแบบนั้น ญี่ปุ่นจ่ายราคาไปมากมาย แต่แกกลับมานั่งเสวยสุขอยู่ที่นี่!”

กล้ามเนื้อใบหน้าของ เบโจมารุ บิดเบี้ยวเขาจ้องมองผมสีเงินที่เปลี่ยนไปของ ไคล์ พร้อมกับดึงดาบญี่ปุ่นออกมาด้วยมือที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวแล้วพูดว่า “ คืนนี้ฉันจะใช้เลือดของแกสังเวยให้กับดวงวิญญาณของชาวญี่ปุ่น...…”

“ พล่ามเรื่องไร้สาระพอหรือยัง? รีบๆเข้ามาได้แล้ว”

ไคล์ หาวออกมาอย่างน่าเบื่อ เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็ก ๆ ของ เรน แล้วพูดว่า“ ไปเล่นกับพวกเขาสิ”

เรน พยักหน้าเบา ๆ แล้วก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย

“เด็ก? นี่แกล้อกันเล่นรึยังไง”คิ้วของ เบโจมารุ กระตุกดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและสายตาเย็นชาจ้องมองไปที่ เรน อย่างหงุดหงิด

ไม่ว่าเขาจะมองยังไงเด็กผู้หญิงน่ารักที่อยู่ตรงหน้าก็ดูไม่มีพิษไม่มีภัยเลยแม้แต่น้อย

“ แค่ เรน คนเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับพวกนาย” ไคล์ เผยรอยยิ้มเบาๆ ดูเหมือนว่านินจาพวกนี้ที่เต็มไปด้วยไฟแค้น จะยังไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ …

"ฆ่ามัน!" เบโจมารุ จ้องมองไปที่ เรน และพูดอย่างเย็นชา

นินจาอีก 2 คนที่เหลือมองหน้ากันและพุ่งติดตาม เบโจมารุ อย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของพวกเขาสอดประสานกันราวกับฝึกซักซ้อมกันมานับครั้งไม่ถ้วน

ในเวลาเดียวกันมือของพวกเขาก็โบกสะบัดดาวกระจายและเข็มขนาดเล็กพุ่งออกไปหา ไคล์ และ เรน ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า

เมื่อเห็นฉากนี้ ไคล์ ที่นั่งอยู่หลัง เรน ก็ส่ายหน้าราวกับว่าเขาได้เห็นผลลัพธ์แล้ว

มือเล็กๆของ เรน ถูกยกขึ้นอย่างช้าๆและทันใดนั้นพลังจิตที่ทรงพลังได้ถาโถมออกมาข้างนอกอย่างรุนแรง

ในช่วงเวลาต่อมาเข็มเล็กๆและดาวกระจายที่พุ่งเข้ามาได้หยุดอยู่ตรงหน้า เรน ห่างออกไปในระยะครึ่งเมตร

"เกิดอะไรขึ้น?" เมื่อเห็นฉากนี้ มือที่ถือดาบซามูไรก็สั่นสะท้าน อาวุธลับที่พวกเขาส่งโจมตีถูกปิดกั้นราวกับมีกำแพงอากาศที่มองไม่เห็นขวางกั้นเอาไว้อยู่ และยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่สามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้

“ พวกคุณไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้เจ้านายแม้แต่ก้าวเดียว” ดวงตาของ เรน กระพริบเป็นแสงสีเงินจากนั้นเธอก็โบกสะบัดมือเล็กๆของเธอเบาๆ

เสียงหึ่งๆดังขึ้นอย่างกระทันหัน เข็มเล็กๆและดาวกระจายที่ลอยอยู่บนอากาศพุ่งย้อนกลับไปหานินจาทั้ง 3 คนอย่างรวดเร็วจนพวกเขาล้มลงไปกองกับพื้นและกลิ้งไปมาอย่างเจ็บปวด

"มันจบแล้ว." คำพูดที่นุ่มนวลและอ่อนโยนของ เรน ดังขึ้นราวกับคำพิพากษาของยมทูตจากนรก เธอกระตุ้นพลังจิตควบคุม มุราซาเมะ ให้ลอยขึ้นไปบนอากาศแล้วโบกสะบัดมือเบาๆ

“ ไม่!” ดวงตาของ เบโจมารุ เบิกกว้างใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด

เขาไม่ยินยอมพร้อมใจ เขายังไม่ทันได้เข้าใกล้ ไคล์ และ ไคล์ เองก็ยังไม่ทันได้ลงมือด้วยซ้ำ แต่เขากลับนอนล้มลงอยู่ที่พื้นแล้วยังได้รับบาดเจ็บสาหัส…..

มุราซาเมะ พุ่งตัดผ่านอากาศเข้าหา เบโจมารุ ที่พื้น แต่ทันใดนั้นดวงตาของ เบโจมารุ ก็เป็นประกายดุดันอำมหิตเขาเอื้อมมือออกไปคว้านินจาที่อยู่ข้างๆเขาและยกขึ้นเป็นโล่มนุษย์อย่างเด็ดเดี่ยว

'ฉั๊วะ!' อ๊ากก!

เสียงกรีดร้องอันแสนทรมานของนินจาคนนั้นดังขึ้นมา เขาไม่สามารถต่อต้าน เขาทำได้แค่เพียงเบิกตามองดู มุราซาเมะ กวาดผ่านหน้าอกของตัวเองและพรากวิญญาณของเขาออกไปจากร่างเท่านั้น

"ไอ้เวรเอ้ย!" เบโจมารุ ตะโกนคำรามพร้อมกับโยนร่างของนินจาในมือออกไปนอกระเบียงแล้วส่งเสียงคำรามออกไปข้างนอก“ พวกแกจะรอไปจนถึงเมื่อไหร่!”

“ โอ้ มีผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นอยู่ด้วยสินะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไคล์ ก็จิบไวน์แดงเบาๆพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างเฉยชา

เขามองไปที่ระเบียงเห็นตะขอ 2-3 อันที่ผูกติดอยู่กับเชือกถูกโยนขึ้นมาเกี่ยวกับระเบียง จากนั้นสายลับหญิง 4 คนในชุดหนังสีดำรัดรูปไต่เชือกขึ้นมาแล้วยืนอยู่ด้านข้างของ เบโจมารุ ที่ระเบียง

“สายลับ … องค์กรห้องแดง ฮึ่ม ไม่ได้เรียนรู้จากบทเรียนเลยจริงๆ” ใบหน้าของ ไคล์ เย็นชา

ครั้งสุดท้ายที่เขาไม่ทำลายองค์กรห้องแดงเพราะมองเห็นถึงความจริงใจของพวกเขาหลังจากมอบ แบล็ควิโดว์ และ สูตรเซรุ่มไร้ขีดจำกัด รวมถึงการไว้หน้า บักกี้ ที่ไม่ต้องการทำลายฐานองค์กรห้องแดง

ตอนนี้เขาคาดว่าองค์กรห้องแดงคงย้ายตำแหน่งที่ตั้งของฐานแล้ว ถึงได้กล้าส่งสายลับมาที่นี่เพื่อจัดการกับเขา

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ - คงต้องให้สมาชิกระดับทั่วไปของตระกูลคาร์ล ล็อกเป้า องค์กรไฮดร้า และ องค์กรห้องแดง เป็นเป้าหมายในการฝึกฝน โดยเฉพาะองค์กรห้องแดง จำเป็นต้องยึดเซรุ่มไร้ขีดจำกัดและเซรุ่มซุปเปอร์สายลับมา….”

ไคล์ กำลังครุ่นคิดแผนการฝึกฝนให้กับสมาชิกของตระกูลและในเวลานี้ เรน ได้ลงมือต่อสู้กับศัตรูทั้ง 6 คนแล้ว

ประกายอาวุธมากมายกระพริบแสงสีเงินในอากาศ มุราซาเมะ ของ เรน ก็กวัดแกว่งอยู่รอบๆตัวเธอก่อตัวเป็นพายุคอยปัดป้องและทำลายอาวุธที่โจมตีเข้ามา

ไม่ว่านินจาหรือซุปเปอร์สายลับมีความแข็งแกร่งอยู่ระหว่าง นาตาชา กับทหารชั้นยอดซึ่งอยู่ในหมวดมนุษย์ทั่วไป

เรน ที่เผชิญหน้า 1 ต่อ 6 ใบหน้าเล็กๆของเธอยังคงสงบและเย็นชา ดวงตาของเธอจากที่เคยมีประกายสีเงินเริ่มปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม

“อย่ามาขวางทางของฉัน!” เบโจมารุ ตะโกนคำรามพร้อมกับฝ่าแนวป้องกันขยับเข้าใกล้ เรน จากนั้นกวาดฟันดาบญี่ปุ่นที่อยู่ในมือจากบนลงล่างอย่างรวดเร็ว

มุราซาเมะ บินขึ้นไปในอากาศ มันทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังดาบที่กวาดลงมา และเมื่อดาบญี่ปุ่นกระทบเข้ากับ มุราซาเมะ มันก็ถูกแยกออกเป็น 2 ท่อนในทันที แสงใบดาบสว่างวาบและปลายดาบพุ่งตรงเข้าหาคอสีขาวของ เรน

เมื่อเห็นว่าปลายดาบพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วใบหน้าของ เบโจมารุ ก็ปรากฏแววยินดี แต่ในช่วงเวลาต่อมา เรน ก็หลบหลีกดาบญี่ปุ่นอย่างชำนิชำนาญ

มุราซาเมะ ยังคงอยู่บนอากาศ เบโจมารุ เหลือบมองและยืนมือที่เหลือเพียงข้างเดียวออกไปคว้า มุราซาเมะ

“มันไม่ง่ายปานนั้น!”

หลังจากน้ำเสียงที่เย็นชาดังขึ้น มุราซาเมะ ที่ลอยอยู่บนอากาศก็ลอยกลับมาอยู่ในมือของ เรน จากนั้นเธอก็กวาดฟันออกไปอย่างรวดเร็วสร้างบาดแผลฉกรรจ์ที่สามารถมองเห็นกระดูกสีขาวที่อยู่ข้างในหน้าอกของ เบโจมารุ ได้อย่างชัดเจน เลือดสีแดงเข้มพุ่งกระฉูดราวกับท่อน้ำแตกและร่างกายของเขาล้มลงกับพื้น ดวงตายังคงเบิกกว้างโดยไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ นี่คือความแข็งแกร่งของ เรน ในปัจจุบัน” ไคล์ หัวเราะเบา ๆ เขารู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

ความสามารถด้านพลังจิตนั้นแข็งแกร่ง มันมีพลังมากจนศัตรูเข้าใจผิดโดยสัญชาตญาณว่า เรน เก่งในการโจมตีระยะไกลเท่านั้น แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่า นอกจากจะมีความสามารถด้านพลังจิต เธอยังมีร่างกายซุปเปอร์สายลับและทักษะการต่อสู้อีกหลายอย่าง

ความสามารถที่แข็งแกร่งปราศจากความอ่อนแอ ในตอนนี้เธอได้กลายเป็นหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกในยุคปัจจุบัน

เมื่อพูดถึงสถานการณ์บนชั้น 2 แน่นอนว่ามันได้ถูก เรน ควบคุมเอาไว้แล้วโดยอาศัยกำลัง 1 ต่อต้าน 6! นินจาและสายลับที่เหลือเมื่อเห็นฉากการสังหารนี้ พวกเขาต่างพากันวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งด้วยความหวาดกลัว

“ อย่าปล่อยให้หนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!” ไคล์ ที่ถือแก้วไวน์แดงอยู่ในมือก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาและมองไปที่ศัตรูที่กำลังหลบหนีอย่างไม่แยแส

คนที่ออกไปจากที่นี่ได้คือคนที่ตายแล้วเท่านั้น!