ตอนที่ 112 การชุมนุมของประชาชน!

สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ 1944 ระเบิดนิวเคลียร์รุ่นทดลอง 2 ลูก ถูกทิ้งในพื้นที่โตเกียวของญี่ปุ่น!

นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะส่งผลกระทบต่อรูปแบบของสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้และมันได้ยับยั้งสงครามทั้งหมด และเป็นครั้งแรกของโลกที่เกิดการระเบิดที่รุนแรงเช่นนี้ มันรุนแรงยิ่งกว่าภัยธรรมชาติและภัยพิบัติจากไวรัสในอดีต!

ทั้งโลกสั่นสะเทือน!

ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นพยายามหน่วงเวลาหลังจากถูก ไคล์ บังคับให้ยอมจำนน หลังจากถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ไป 2 ลูกพวกเขาประกาศยอมจำนนต่อหน้าสาธารณะชนทั่วโลกโดยไม่มีเงื่อนไข!

การพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นทำให้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของ โลกมาร์เวล สิ้นสุดลงทันที

ผู้คนทั่วโลกต่างส่งเสียงเชียร์ในเรื่องนี้และในที่สุดช่วงเวลาแห่งสันติภาพที่รอคอยมานานก็ได้มาถึง

ตามถนนและตรอกซอกซอยของทุกเมืองในสหรัฐอเมริกาจะมีการเปิดไฟส่องสว่างและมีการปล่อยดอกไม้ไฟ มันยิ่งใหญ่กว่าคริสต์มาสที่ผ่านมาหลาย 10 เท่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้นอน พวกเขาเข้าร่วมงานรื่นเริงนี้เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน

ในช่วงเวลานี้แน่นอนว่าพวกเขาไม่เคยลืมว่ามีฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก - ไคล์ ซึ่งเป็นวีรบุรุษสงคราม!

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ผู้คนหลายแสนคนรอคอยการกลับมาของ ไคล์ อย่างอดทน แต่กองทัพสหรัฐฯกลับนิ่งเงียบเกี่ยวกับเรื่องนี้

สื่อจำนวนนับไม่ถ้วนที่ต้องการสัมภาษณ์ถูกปฏิเสธจากทำเนียบขาวและกองทัพ ห้ามถามหัวข้อนี้โดยเด็ดขาด และสิ่งนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากได้สังเกตุเห็นถึงสิ่งผิดปกติ

“ นายพลไคล์ ยังไม่กลับมาเหรอ?”

“ แม้ว่าเครื่องบินขนส่งจะล่าช้า แต่นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วทำไมเขายังมาไม่ถึง”

“ พระเจ้าทำไมซูเปอร์ฮีโร่ของเราไม่กลับมา”

“นายพลเชสเตอร์ หรือกองทัพไม่คิดจะแถลงการณ์อะไรเลยเหรอ?”

ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงวัยชราต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยการกลับมาของ ไคล์ อยู่ทุกวัน หัวข้อข่าวสันติภาพเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์แค่ช่วงเวลาสั้นๆ และหัวข้อข่าว 'ฮีโร่ ไคล์ ยังไม่กลับมา' ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสื่อพิมพ์อยู่ทุกๆวัน และประเทศอื่น ๆ ก็กำลังจับตามองและพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้

พวกระดับสูงของสหรัฐฯรู้สึกว่าไม่สามารถรั้งประชาชนไว้ได้ พวกเขากำลังเตรียมที่จะหารือเกี่ยวกับทางออกของเรื่องนี้

โดยไม่คาดคิดว่าในขณะที่พวกเขากำลังหารือกันอยู่นั้นได้มีข่าวที่ไม่รู้แหล่งที่มาได้แพร่กระจายสู่สาธารณชน…..

“ เมื่อกองทัพสหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ 2 ลูกในโตเกียว พลตรีไคล์ ยังคงต่อสู้ในพื้นที่นั้นและไม่มีใครแจ้งเรื่องการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ให้เขารู้ล่วงหน้า!”

ข่าวนี้เพิ่งเผยแพร่ในนิวยอร์ก ผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐต้องการปิดเรื่องนี้ แต่พวกเขาก็ยังคงประเมินพลังของมวลชนในนิวยอร์กต่ำทรามไป

ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันข่าวดังกล่าวเป็นเหมือนระเบิดนิวเคลียร์ขนาดใหญ่พิเศษที่ระเบิดในสหรัฐอเมริกา หลายคนเริ่มสงสัยว่าข่าวที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่

“โอ้พระเจ้า ถ้ามันเป็นความจริงไม่ใช่ว่า นายพลไคล์ เขา…”

“ วีรบุรุษแห่งสงครามจะต้องไม่ตาย เขาจะตายด้วยมือของฝ่ายตนเองได้อย่างไร!”

“ ฝ่ายตัวเอง? ฉันกลัวว่าพวกระดับสูงของประเทศไม่ถือว่าเขาเป็นคนของตัวเองด้วยซ้ำ?”

“ทำไมทำเนียบขาวถึงไม่แถลงการณ์?”

“ เรื่องนี้ต้องมีคนออกมาชี้แจง!”

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากข่าวแพร่สะพัดผู้คนนับไม่ถ้วนแห่กันไปยังเมืองใหญ่ๆเช่น นิวยอร์ก วอชิงตัน และคนในพื้นที่ต่างก็ออกมาชุมนุมที่ท้องถนนมากมาย พวกเขาต่างก็มุ่งหน้าไปยังทำเนียบขาววอชิงตัน ดี.ซี.และฐานทัพของนิวยอร์กราวกับคลื่นมนุษย์

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯต่างก็ตื่นตระหนก พวกเขาได้ออกคำสั่งระดมตำรวจและทหารในเมืองให้ออกมารักษาความสงบเรียบร้อย แต่พวกเขากลับพบว่าทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายได้หยุดพักร้อนและบางคนก็ยื่นขอลาออกพร้อมกับเข้าร่วมการชุมนุม

ในตอนนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐก็เข้าใจได้ในทันทีว่า ไคล์ มีอิทธิพลมากเพียงใดในสหรัฐ

ในฐานะวีรบุรุษสงครามของสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพของโลก อำนาจบารมีของเขาถึงจุดสูงสุดที่น่ากลัวอย่างไม่ต้องสงสัยที่แม้แต่เทพเจ้าก็ควรหลีกเลี่ยง เมื่อมีข่าวสำคัญที่ไม่รู้ว่า ไคล์ จะเป็นหรือตายหลังจากอยู่ในโตเกียวซึ่งเป็นพื้นที่ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ด้วยน้ำมือของฝ่ายตนเอง แล้วจะไม่ให้ผู้คนนับล้านออกมาชุมนุมอย่างโกรธแค้นได้อย่างไร!

ที่ด้านบนสุดของตึกสตาร์ก อินดัสทรีส์ ฮาเวิร์ด ที่สวมชุดสูทยืนอยู่ริมระเบียงและมองไปยังผู้คนที่หนาแน่นบนท้องถนนด้านล่างอย่างเงียบ ๆ

“ พลังของมวลชนที่ยืนอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ - คุณทำได้จริงๆ แต่ทำไมตอนนี้คุณถึงไม่กลับมา คุณอย่าได้หายไปอีกคนเหมือนอย่าง สตีฟ….”

“สักวันหนึ่งเมื่อฉันมีลูกฉันจะให้เขานับถือคุณเป็นพ่อบุญธรรมของเขา”

ฮาเวิร์ด พึมพำกับตัวเองพร้อมกับถอนหายใจหนัก ๆ อยู่ตลอดเวลา หลังจากนั้นก็สูบบุหรี่เข้าไปแล้วพ่นควันออกมา

'ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด! ' ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้น

“ใครมันโทรมาเวลานี้กัน” ฮาเวิร์ด เอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิดและปล่อยให้มันดังอยู่แบบนั้นไปซักพัก

หลังจากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้มอบโทรศัพท์ให้ใครนอกจาก…..

ร่างกายของ ฮาเวิร์ด สั่นสะท้านเขารีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือสมัยเก่าออกมา หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ นิ้วของเขาก็สั่นและกดรับสายทันที

“ ฮาเวิร์ด?” ในอีกด้านหนึ่งของสายเสียงเย็นชาของ ไคล์ ก็ดังขึ้นมา

“ ไคล์ เป็นคุณจริงๆ!” ฮาเวิร์ด หัวเราะเสียงดังออกมาอย่างเต็มที่ดวงตาของเขาชื้นเล็กน้อยและเขาก็จูบโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง

“แหวะ น่าขยะแขยง คุณไปทำแบบนั้นกับกระต่ายสาวของคุณเถอะ อย่ามาทำกับผมหรือว่าคุณจะเป็น…?” ไคล์ พูดหยอก ฮาเวิร์ด เล่น

“ก็คนมันตื่นเต้น ไม่ได้รึไง?!" ฮาเวิร์ด กล่าวด้วยความโล่งใจปนความเศร้า “ สงครามสิ้นสุดลงนานกว่า 1 สัปดาห์ แต่คุณยังไม่กลับมา ฉันคิดว่าคุณโดนระเบิดนิวเคลียร์ไปแล้วจริงๆ!”

ไคล์:“ ใช่! ผมโดนระเบิดนิวเคลียร์จริงๆ”

ฮาเวิร์ด:“ …”

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งและพยายามถามว่า“ ไคล์ ตอนนี้คุณเป็นผีหรือเปล่า?”

“หืม? คุณเป็นคนมีความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์แต่กลับพูดเรื่องผี? ตอนนี้ผมอยู่นอกเมืองนิวยอร์ก มีผู้คนเยอะมากเกินไป การจราจรติดขัดผมไม่สามารถไปที่นั่นได้ คุณช่วยส่งเฮลิคอปเตอร์พิเศษลำนั้นมารับผมหน่อย” ไคล์ เอ่ยกับ ฮาเวิร์ด อย่างช้าๆ

ครั้งที่แล้วเขาพูดคุยกับ ฮาเวิร์ด ถึงแนวคิดและโครงสร้างของเฮลิคอปเตอร์ ก่อนที่เขาจะไปญี่ปุ่นและเขารู้ว่า ฮาเวิร์ด ได้เริ่มเปลี่ยนโครงสร้างเครื่องบินขนส่งขนาดเล็กและสร้างเฮลิคอปเตอร์ครึ่งลำขนาดเล็กขึ้นมา

“ การจราจรในนิวยอร์กซิตี้ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะคุณหรอกหรอ?” ฮาเวิร์ด พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายลงมากหลังจากรู้ว่า ไคล์ กำลังจะกลับมาอย่างปลอดภัย ความรู้สึกเศร้าก่อนหน้านี้ของเขาหายไปเป็นปลิดทิ้ง

หลังจากนั้น ฮาเวิร์ด ก็ยิ้มและกล่าวต่ออีกว่า:“ ฉันได้ยินมาว่าประธานาธิบดีคนใหม่, สมาชิกรัฐสภา, และทหารระดับสูง ถูกกดดันจากการชุมนุมของประชาชนที่มีผู้คนเข้าร่วมมากมายมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตอนนี้พวกระดับสูงเหล่านั้นกำลังรวมตัวกันที่จัตุรัสทำเนียบขาวใน วอชิงตัน ดี.ซี.เพื่อจัดงานแถลงข่าว”

“ข่าวที่ถูกปล่อยออกมานั้นคือ…” ไคล์ เอ่ยถามขึ้น ฮาเวิร์ด รู้ว่าไคล์ ต้องการถามอะไร เขาจึงยิ้มและพูดว่า“ ใช่! ฉันกับ ฟิวรี ได้จงใจเผยแพร่ข่าวนั้นและต้องการใช้พลังของประชาชนกดดันพวกระดับสูงเพื่อลากคอคนที่อยู่เบื้องหลังแผนการชั่วๆให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม!”

ไคล์ รู้สึกอบอุ่นและหยุดชะงักเล็กน้อยจากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า“ คุณนำเฮลิคอปเตอร์มารับผมและส่งผมไปที่จัตุรัสทำเนียบขาว มันถึงเวลาแล้วที่จะทำความสะอาดหนูตัวน้อยบางตัวที่อยู่เบื้องหลังกลอุบายสกปรกนี้”

ตั้งแต่เขากลับมาทำไมเขาต้องพึ่งพากระบวนการยุติธรรม? โลกใบนี้กำปั้นใครใหญ่กว่า คนนั้นคือกฏ!