“ ใช่มันดูเหมือนพูดเกินจริง แต่มันคือความจริง”
อีริค ยักไหล่อย่างหงุดหงิด
หน่วย S.H.I.E.L.D. มีรัฐบาลหนุนหลังสามารถกระทำผิดได้และสามารถทำอะไรก็ได้เหมือนเป็นอันธพาล
ด้วยการทำงานของ S.H.I.E.L.D. สามารถระดมพลเพื่อสั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหารประสานการปฏิบัติงานได้ตามอำเภอใจ
ในขณะที่ เจน และ ดาร์ซี กำลังตกตะลึงอยู่นั้นพวกเธอก็เห็น โคลสัน ที่อยู่ไม่ไกลได้เดินไปหา ไคล์ ที่ยืนอยู่คนเดียว
ดาร์ซี ร้องอุทานออกมาและต้องการเข้าไปหา ไคล์ เพื่อขัดขวาง โคลสัน
“ ดาร์ซี เดี๋ยวก่อน!” อีริค รีบคว้าตัวเธอและมองไปที่ชายทั้ง 2 แล้วพูดด้วยใบหน้าที่สงบ:“ ไม่เป็นไร ถ้าเป็นเขาอาจจะไม่เป็นไร..…”
หลังจากได้ยินดังนั้น ดาร์ซี ก็กระพริบตาเล็กน้อยพร้อมกับมองไปที่ ไคล์ และ โคลสัน
“ สวัสดีน้องชาย”
โคลสัน เดินไปหา ไคล์ และยื่นมือออกมาเพื่อที่จะจับมือกันอย่างเป็นมิตรและมองหน้าของ ไคล์ เขาพูดด้วยน้ำเสียงงงงวย:“ ฉันมักจะรู้สึกว่าเคยเห็นคุณที่ไหนสักแห่งมันรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก”
"ก็อาจจะ." ไคล์ ตอบอย่างใจเย็นและเมื่อ โคลสัน ที่กำลังจับมือกับ ไคล์ อยู่จู่ๆก็รู้สึกร้อนขึ้นที่ฝ่ามือทำให้สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“หากไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อน ฉันยังต้องมีธุระที่ต้องไปทำกับพวกเขาเหล่านั้น” ไคล์ เอียงหน้าไปในทิศทางของ เจน และคนอื่นๆ
"ไม่มีปัญหา." โคลสัน พ่นลมหายใจออกมาและไม่ได้ขัดขวาง
หลังจากที่กลุ่มของ ไคล์ จากไป โคลสัน ก็ยังคงยืนนิ่งและไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“หัวหน้าเป็นอะไรไป? นายการ์ด คนนั้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” เจ้าหน้าที่ 2 นาย เดินมาข้างหน้าและเอ่ยถาม
“ การ์ด?” โคลสัน กลอกตาและอารมณ์ของเขาก็ยากที่จะระงับเขารีบถามว่า“ ผู้ชายคนนั้นเรียกว่า การ์ด ใช่ไหม?”
"ใช่ครับ” หนึ่งใน เจ้าหน้าที่ ตอบกลับ
“เป็นคนๆนั้นจริงๆ เขาได้มาปรากฏตัวที่นี่…เข้าใจแล้วตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นๆ” โคลสัน ตบหน้าอกของเขาหลังจากยืนยันตัวตนของ ไคล์ ได้อย่างสมบูรณ์
“หัวหน้า แล้วชายคนนั้นเป็นใคร” เห็นได้ชัดว่า เจ้าหน้าที่ใหม่ทั้ง 2 ไม่เข้าใจความหมายของนามแฝงว่า "การ์ด"
“ พูดออกไปมันจะทำให้พวกนายหวาดกลัวไปซะเปล่าๆ รีบนำของบางอย่างออกไปจากที่นี่” โคลสัน ถอนหายใจและมองไปที่รอยแดงบนฝ่ามือของเขาและมีความรู้สึกหดหู่ใจที่ไม่รู้ตัวตนของชายคนนั้นตั้งแต่แรก.
เทพเจ้าไม่ได้ออกจากเมืองนิวยอร์กมาเป็นเวลาครึ่งปีแล้ว แต่ในตอนนี้เขากำลังเดินทางท่องโลก
โคลสัน นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรหา ฟิวรี
ไม่ว่าในกรณีใดจะต้องรายงานเรื่องนี้ต่อ ผู้อำนวยการ
6 เดือนที่แล้วหลังจาก S.H.I.E.L.D. ได้เกิดเรื่องขึ้น เจ้าหน้าที่เก่าในหน่วยเมื่อเห็นรูปปั้นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพร่างกายของพวกเขาต่างก็สั่นสะท้านและทำให้นึกถึงฉากนองเลือดภายในสำนักงานใหญ่ของ S.H.I.E.L.D. ได้อย่างชัดเจน
ความจริงที่ว่า S.H.I.E.L.D. มีหลายแผนกและมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน แต่พวกเขาอยู่ภายใต้คน ๆ เดียวเชื่อว่าเจ้าหน้าที่หลายคนได้สลักไว้ในไขกระดูกสันหลัง
การได้เห็น โคลสัน ที่มีท่าทีต่อ ไคล์ ทำให้การคาดเดาตัวตนของ ไคล์ ที่ เจน สงสัยได้จางหายไปมาก
นี่ก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน
ท้ายที่สุด ไคล์ ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเร็วเกินไปเขาต้องการผสมอยู่ในทีมวิจัยเล็ก ๆ ของคนธรรมดาเพื่อแอบช่วย ธอร์ อย่างลับๆเพราะมันสะดวกสบายและง่ายกว่า
ถ้าเขาแจ้งให้ ธอร์ รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ก็คงประมาณว่าเขาจะบ่นว่าทำไมไม่ช่วยเขาให้กลับไปที่ แอสการ์ด
เรื่องตลกของตระกูลเทพเจ้า ไคล์ ไม่ต้องการเข้าไปยุ่ง
ไคล์ และกลุ่มของ เจน กำลังขับรถไปนอกเมืองเพื่อไปยังบริเวณพื้นที่ที่อุกกาบาตตกลงมา
รถยังไม่ทันได้ออกจากเมืองเพียงแค่ขับผ่านคอกม้าข้างถนนก็ได้พบกับ ธอร์ ที่พยายามจะซื้อม้ากับเสมียน
ธอร์ ที่คุ้นชินกับการบินเมื่อสูญเสียพลังและค้อนโยเนียร์ ด้วยระยะทาง 30 ไมล์ต้องอาศัยร่างมนุษย์ประมาณว่าจะใช้เวลาหนึ่งวันเขาจึงคิดถึงม้าขึ้นมา …
เจ้าชายจากแดนศักดิ์สิทธิ์ถูก ดาร์ซี่ เยาะเย้ยอีกครั้งและในที่สุดก็เข้าไปนั่งในเบาะหลังของรถสเตชั่นแวกอน
รถสเตชั่นแวกอน แล่นออกจากเมืองมุ่งหน้าไปยังถิ่นทุรกันดารโดยมีจุดหมายปลายทาง 30 ไมล์ทางทิศใต้
เมื่อเข้าใกล้จุดหมายปลายทางดวงอาทิตย์ก็ได้จมลงสู่ขอบฟ้าแสงและอุณหภูมิมาบรรจบกันและกลางคืนก็ปกคลุมไปด้วยความหนาวเย็นที่รกร้างว่างเปล่าไร้ผู้คน
รถสเตชั่นแวกอนเป็นเหมือนนักเดินทางผู้โดดเดี่ยว ไฟหน้ารถได้ตัดฝ่าความมืดในยามค่ำคืน
ห่างจากจุดหมายปลายทางประมาณครึ่งไมล์ ไคล์ ได้แนะนำให้ทุกคนลงจากรถและให้เดินเท้าไปยังจุดหมายแทนการขับรถเข้าไป
ทั้งกลุ่มยังไม่เข้าใจความตั้งใจของ ไคล์ ธอร์ ก็ได้เปิดประตูรถแล้วเดินไปที่ทางลาดเล็ก ๆ และมองเข้าไปในระยะไกล เขาเห็นแสงไฟในบริเวณจุดนั้น
“การ์ด พูดถูก หากเราขับรถเข้าไปมันจะเป็นเป้าสายตาเป็นการดีที่สุดที่จะเดินเท้าเข้าไป” ธอร์ พูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับเร่งฝีเท้าเดินเข้าหาเป้าหมาย
ไคล์ เดินตามและคนที่เหลือก็มองหน้ากันจากนั้นก็รีบเร่งเดินตามไป
10 นาทีต่อมา
ทั้งกลุ่มเข้ามาใกล้หลุมมากขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขาเห็นฐานการวิจัยสมัยใหม่ขนาดใหญ่อยู่ตรงนั้นและชั้น 3 ของอาคารมีห้องที่มีแสงไฟสว่างจ้า และมีภาพเงาของเจ้าหน้าที่เดินไปมาอยู่ข้างบนนั้น
ตาข่ายเหล็กป้องกันที่มีเครื่องหมายไฟฟ้าแรงสูงถูกวางไว้รอบ ๆ ห้องวิจัย เจ้าหน้าที่ที่มีอาวุธครบมือหลายนายกำลังทำการลาดตระเวนไปรอบ ๆ และมีรถลาดตะเวนและเครื่องบินขนาดใหญ่คอยตรวจตราอยู่รอบๆเช่นกัน
อีริค ลดเสียงลงและพูดว่า:“ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันป้อมปราการชั่วคราวก็ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งถือเป็นความสามารถที่ยอดเยี่ยมของ S.H.I.E.L.D.”
“ ถ้ามันเป็นแค่อุกกาบาตทำไมพวกมันไม่เอาไปล่ะทำไมต้องสร้างป้อมปราการเอาไว้ที่นี่ด้วย” เจน กล่าว
“ ใช่ มันแปลกมาก” ดาร์ซี เห็นด้วย
“ มันง่ายมากเพราะพวกเขาไม่สามารถทำได้ พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ข้าจะไปเอาของที่เป็นของข้ากลับคืนมา” ธอร์ อดไม่ได้ที่จะเดินออกไปโดยใช้ประโยชน์จากค่ำคืนนี้และรีบวิ่งไปที่ตาข่ายเหล็กป้องกัน.
“เจ้าคนชั่วจะลากเรามาติดรากแหด้วยรึเปล่า การ์ด ตอนนี้เราควรทำอย่างไร” ดาร์ซี พูดอย่างรำคาญจากนั้นก็หันกลับไปและพบว่า ไคล์ ที่อยู่ข้างหลังได้หายไปโดยไม่รู้ว่าเขาได้หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่.
“ แล้ว คุณการ์ด ล่ะ?” เจน เอ่ยถามขึ้น
“เขาไปที่นั่นแล้ว” อีริค ยิ้มอย่างขมขื่นและชี้นิ้วไปที่ด้านหลังของ ธอร์
ณ ขณะนี้. ภายในฐานสถาบันวิจัยชั่วคราวของ S.H.I.E.L.D.
ที่ตรงกลางอาคารมีค้อนสีเงินวางอยู่ตรงกลางหลุมขนาดใหญ่และนักวิจัยในชุดขาวก็เดินเข้าออกโดยถือเครื่องมือวัดเพื่อเก็บข้อมูลที่ด้านข้างของค้อน
โคลสัน เป็นผู้ดูแลงานนี้เขายืนอยู่ในห้องควบคุมบนชั้น 2 ของฐานห้องวิจัยชั่วคราวและมองลงไปที่ค้อนโยเนียร์ด้านล่าง
ทันใดนั้นราวกับว่ามีการบุกรุก สัญญาณเตือนภัยของฐานชั่วคราวดังขึ้นมันดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้าในยามค่ำคืน
มีศัตรู!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved