ตอนที่ 63 เป้าหมาย นอร์มังดี

ถ้าคุณบอกว่าการสกัดการ์ดและการผสมการ์ด สามารถทำให้ความแข็งแกร่งส่วนบุคคลของคุณเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วแล้วละก็

ความสามารถใหม่ของ ระบบการ์ด อย่างการมอบความสามารถในการ์ดให้กับคนอื่นก็เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมแล้ว

“ ด้วยความสามารถใหม่ของระบบการ์ดนี้ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง แผนการสร้างตระกูลให้แข็งแกร่งของฉันก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป”

ความตื่นเต้นยินดีปรากฏอยู่ในใจของ ไคล์ จนยากที่จะสงบลง

นาตาชา เห็น ไคล์ จ้องมองเธอด้วยแววตาแปลกๆ เธอก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น

พวกผู้ชาย…เป็นสัตว์ที่คิดแต่เรื่องอย่างว่าแม้แต่ฮีโร่ของอเมริกาก็ไม่มีข้อยกเว้น

“ ฉันต้องหาทางออกไปจากที่นี่…”

นาตาชา มองไปรอบๆห้องอย่างเงียบๆ..…

“เธอยังคิดที่จะหนีไปจากที่นี่อย่างงั้นเหรอ?” ไคล์ เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาหลังจากกลับมาที่ความรู้สึกของเขาและเห็น นาตาชา มองไปรอบ ๆห้อง

นาตาชา พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเอ่ยขึ้น:“มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง ก็ในเมื่อคุณอยู่ที่นี่ทั้งคน”

“อ่อ?” ไคล์ เหลือบมองเธออย่างเย็นชาจากนั้นก็ผ่อนคลายลงและพูดว่า:“ นาตาชา ความฝันของเธอคืออยากแข็งแกร่งขึ้นหรือเปล่า? ถ้าฉันสามารถทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นเธอยังอยากกลับไปที่องค์กรห้องแดงอีกหรือไม่”

“ คุณหมายความว่ายังไง?” ดวงตาของ นาตาชา สับสนจากนั้นเธอก็ปฏิเสธตรงๆ:“ มันไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ถ้าฉันทรยศองค์กรพวกเขาจะส่งสายลับมาฆ่าฉัน”

“ ถ้าเธอเข้าร่วมกับฉัน ก็ไม่จำเป็นต้องไปกลัวองค์กรห้องแดง” ไคล์ พูดอย่างเย็นชา แต่ก็คิดในใจอย่างเงียบ ๆ

ปัจจุบันคำพูดของเขายังไม่มีน้ำหนักพอ ไม่มีใครเชื่อว่าอาศัยกำลังของคนๆเดียวจะต่อกรกับองค์กรระดับสูงของประเทศมหาอำนาจถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนายพลของสหรัฐอเมริกา แต่ทรัพยากรบุคคลในมือของเขาก็เป็นของชาติ ซึ่งไม่ใช่ของเขา

เขายังไม่มีอำนาจมากพอที่จะทำให้ นาตาชา ทรยศองค์กรห้องแดง ดังนั้นเรื่องนี้ยังคงต้องถูกทิ้งไว้ก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง

“ฉันจะให้เวลาเธอเก็บเอาไปคิด ตอนนี้ฉันสัญญาอะไรมากไม่ได้ แต่จากนี้ไปอย่างน้อยฉันก็สามารถรับประกันความปลอดภัยของเธอได้”

หลังจากพูดจบ ไคล์ ก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเอ่ยต่ออีกว่า

“ ในอนาคตวันหนึ่งเธอจะเข้าใจว่าสิ่งที่ฉันพูดในวันนี้คือของขวัญที่แม้แต่พระเจ้าก็ให้ไม่ได้”

ไคล์ ทิ้งประโยคนี้อย่างมั่นใจและเปิดประตูห้องแล้วเดินออกไป

นาตาชา รีบพูดว่า:“ อย่างน้อยก็ถอดปลอกคอออกให้ฉัน!”

“สวมไว้แบบนั้นไปก่อน ฉันจะให้คนจะส่งอาหารมาให้เธอเป็นประจำ อ่อ อีกเรื่องอย่าคิดหนีออกไปจากที่นี่ แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ไคล์ เอ่ยขึ้นแล้วเดินออกไปจากนั้นก็ล็อคประตูเหล็กเอาไว้อย่างแน่นหนา

“ฟู่ว! ในที่สุดมันก็ออกไป” นาตาชา ซึ่งถูกทิ้งไว้ในห้องเพียงลำพังเธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งก็ถอนหายใจออกมาหลังจากแบกรับแรงกดดันมาเป็นเวลานานและภายในหัวของเธอก็นึกถึงคำพูดของ ไคล์

ทรยศห้องแดง แล้วเข้าร่วมกับเขา?

“ ไม่ว่าจะมองอย่างไรนี่เป็นทางเลือกที่แย่ถึงแย่ที่สุด” นาตาชา พึมพำเบาๆในขณะที่นั่งยองๆอยู่บนเก้าอี้

หลังจากนี้อีกหลายปี นาตาชา ซึ่งเป็นทั้งโฆษกของตระกูลระดับสูงและเป็นรองผู้อำนวยการ S.H.I.E.L.D. ได้ให้สัมภาษกับสื่อว่า“กว่าที่ฉันจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ฉันได้ผ่านจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน ตอนนั้นฉันเป็นแค่เพียงนักโทษที่สวมปลอกคอไฟฟ้า...”

……

บนดาดฟ้าของเรือรบแสงแดดยามเที่ยงกำลังแผดเผา

ทหารอเมริกันหลายพันนายที่มีอาวุธครบมือยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและสายตาของพวกเขาก็จ้องมองไปข้างหน้าโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ชายหนุ่มผู้มีสีหน้าเย็นชาที่สวมเครื่องแบบของนายพล

“ ดึงสมอขึ้น..…”

“ ทหารเรือเตรียมพร้อมอยู่ประจำตำแหน่ง!”

“ กัปตันและรองกัปตันพร้อมแล้วในห้องศูนย์ควบคุม!”

“ ทหารบกทั้งหมดรวมตัวกันครบแล้ว! เตรียมพร้อมสำหรับการรบ!”

หลังจาก ฟิวรี อ่านรายงานเสร็จเขาก็ทำความเคารพชายหนุ่มที่อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการแล้วเอ่ยขึ้นว่า:“ เวลาออกเดินทางใกล้จะมาถึงแล้ว! ท่านนายพลไคล์ โปรดออกคำสั่ง!”

ไคล์ พยักหน้าแล้วมองไปยังทะเลที่กว้างใหญ่และไร้ขอบเขตเอ่ยขึ้นว่า“ ออกเดินทางได้! เป้าหมาย - ชายฝั่งนอร์มังดี!”

"ครับผม!" ฟิวรี ยกมือขึ้นทำวันทยาหัตถ์และแจ้งคำสั่งให้กับเรือรบลำอื่นทันที

ในไม่ช้าเรือบัญชาการรบก็ฝ่าเกลียวคลื่นและแล่นตรงไปข้างหน้า

ในขณะเดียวกันเรือรบประจัญบานที่เหลืออีกหลายร้อยลำซึ่งจอดอยู่รอบ ๆ ก็แล่นตามจนก่อให้เกิดคลื่นที่รุนแรงปกคลุมทะเลไปในระยะทางหลายไมล์

นอกจากเรือรบประจัญบานทางทะเลแล้ว บนท้องฟ้าก็มีเครื่องบินรบนับพันที่เปรียบเสมือนฝูงผึ้งที่บินออกจากรัง ซึ่งได้ยึดครองน่านฟ้าอย่างหนาแน่นมุ่งหน้าไปสู่ทิศทางเดียวกัน

กองทัพพันธมิตรสามชาตินี้มีทหารเข้าร่วมมากกว่าสองล้านนาย! มีอาวุธและกระสุนจำนวนนับไม่ถ้วน! ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าสงครามในครั้งนี้มันยิ่งใหญ่และน่ากลัวเพียงใด

ไคล์ ซึ่งยืนอยู่ที่หัวเรือก็ปลดเสื้อคลุมของนายพลออกจากร่างกายเผยให้เห็นชุดรบเวนอมสีดำที่น่าเกรงขาม

เขาสะพายดาบเหล็กกล้าโซเดียมคาร์บอนไว้ที่ด้านหลัง และฝ่ามือขวาถูกปกคลุมด้วยเกราะแขนไวเบรเนี่ยม ปืนพกพลังงานคู่เสียบอยู่ที่ซองข้างเอวทั้งสองข้าง แม่เหล็กแรงโน้มถ่วงถูกเก็บไว้ในช่องตรงเข็มขัด!

ฟิวรี เดินมาข้างๆ ไคล์ แล้วเอ่ยขึ้นว่า:“ ไคล์ คราวนี้คุณไม่ต้องลุยเดี่ยว คุณเป็นแม่ทัพใหญ่และศัตรูจะมุ่งเน้นไปที่หัวของแม่ทัพ...”

ไคล์ ยิ้มและพูดว่า“ อืม กองทัพที่ผมเป็นผู้บัญชาการ ผมมอบให้คุณจัดการ”

“อีกแล้วเหรอ…” หลังจากพูดยังไม่ทันจบ ฟิวรี ก็ถูกโยนงานมาให้อีก

เขาอยากปฏิเสธเขาไม่อยากให้ ไคล์ ออกไปลุยเดี่ยวในสนามรบ แต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่พยักหน้ายอมรับทำหน้าที่นี้อย่างช่วยไม่ได้

ท้ายที่สุด ไคล์ ไม่ใช่นายทหารที่คอยแต่ออกคำสั่งและเซ็นเอกสารอยู่ในห้อง แต่เขาเป็นยอดทหารในสนามรบ!

และการต่อสู้ในสนามรบเป็นพื้นที่ที่เขาถนัด!