ตอนที่ 236

4/4

Ep.236 -

สู้เพียงลำพัง

ทั้งสามเฝ้ามองสถานชุมชนเฟิงหลีจากจุดที่ห่างไกล

ในสมองจินตนาการถึงรูปดอกเห็ดที่เบ่งบานหลังจากการระเบิด

พวกเขามาจากคนละองค์กร

ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเทียบเท่าหมาป่าสาวแห่งสามเฉิง แต่ไม่ว่าใครในกลุ่มนี้

ก็ล้วนเก่งกาจไม่ด้อยไปกว่าสมาชิกกลุ่มชิเซี่ย

แต่ละคนมีสมญาเป็นของตัวเอง

อย่างมือปืนมีสมญาว่าไซคลอปส์ เพราะเขามีตาเดียว

ทว่าพลังสมาธิแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เป็นมือถือที่ทรงพลังมากทีเดียว

ส่วนคนที่เอ่ยปากว่าให้ระมัดระวังเอาไว้บ้างถูกเรียกว่าปรมาจารย์หยิน

เป็นผู้ใช้อบิลิตี้ธาตุมืด อีกทั้งยังเป็นผู้ฝึกสัตว์

ว่ากันว่าหากใครก็ตามที่ได้เห็นเขาลงมือ ไม่เคยรอดชีวิตมาได้สักคน

คนสุดท้ายที่หยิ่งผยองถูกเรียกว่าราชาคลั่ง

เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล E ที่ฝึกฝนวิชาเส้าหลิน กายเนื้อทานทนราวกับเพชร

ครอบครองพละกำลังมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ … อันที่จริงสมควรใช้สมญาว่าคิงคองคลั่ง

น่าจะเหมาะสมกว่า

และการผนึกกำลังของทั้งสามในครั้งนี้

แน่นอนว่าเป็นเพราะฝีมือของเล่ยเฉิน ทั้งยังมอบข้อได้เปรียบบางอย่างให้แก่พวกเขา

--เป็นอุปกรณ์รูนระดับราชันย์สัตว์ร้าย!

อาวุธปืน!

อาศัยเพียงข้อได้เปรียบดังกล่าว

มันก็มากพอแล้วที่จะใช้สังหารเลเวล E ในนัดเดียว!

ยิ่งทั้งสามผนึกกำลังกัน

พวกเขาย่อมไม่เชื่อว่าฉินเฟิงจะสามารถต้านทานได้!

ในเวลาเดียวกัน ภายในเมือง

สองตาของฉินเฟิงเอ่อล้นไปด้วยกำลังภายใน แปรสภาพมันเป็นกล้องส่องทางไกล

จนสามารถมองเห็นถึงขีปนาวุธบนท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน

พนักงานบนอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติยังคงรอคอยคำสั่งให้ปลดปล่อยโล่พลังงานอย่างใจจดใจจ่อ

อย่างไรก็ตาม

ฉินเฟิงไม่ได้ออกคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าตัวเพียงส่งเสียงฮึฮะในลำคอ

“ไป๋หลี ปล่อยสหายตัวโตออกมาให้ฉัน!”

“ไอ้นี่ใช่รึเปล่า?”

ไป๋หลีวาดมือ

ป้อมปืนใหญ่ของหวูซือที่เคยใช้ก่อนหน้านี้พลันปรากฏออกมา

เนื่องจากพื้นที่มิติของไป๋หลีมีขนาดใหญ่กว่ามิติเล็กจ้อยของหวูซือ

ฉะนั้นสามารถยัดมันเข้าไปทั้งในสภาพประกอบร่างสมบูรณ์

และเรียกออกมาใช้งานได้อย่างง่ายดาย

ฉินเฟิงบรรจุกระสุน

เล็งเป้าชี้ไปทางขีปนาวุธ

“ไปเลย!” ปากอ้าคำรามคำหนึ่ง

มือง้างทุบลงบนสวิตช์และ--

--วู้มมมมม

กระสุนปืนใหญ่รูปทรงหางยาว

ทะยานขึ้นไปพุ่งสู่ท้องฟ้า

เสียงหอนของกระสุนปืนใหญ่ดังมาก

คนทั่วๆไปที่กำลังวิ่งวุ่นหลบหนี ต่างสามารถมองเห็นเส้นสีขาวทอดยาวออกจากภูเขาแม่

ทั้งหมดตระหนักดีว่าฉากนี้คืออะไร

มันหมายความว่าแม้สถานชุมชนจะถูกโจมตี

แต่พวกเขาก็ยังสามารถตอบโต้กลับได้! แม้จะยังไม่ทราบว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะก็ตาม

ไม่ถึงครึ่งนาที

สองกระสุนปืนใหญ่ที่ส่งเสียงหวีดหวิวก็ปะทะกัน

บรึ้มมมม!

เนื่องจากสองกระสุนปะทะกันในระยะห่างออกไปจากสถานชุมชนเฟิงหลีเพียง

100 เมตร ดังนั้นเสียงของมันจึงกวาดผ่านมาตามสายลม กระหน่ำเข้าใส่หูของทุกคนในเมือง

กระทั่งพื้นไม้ยังสั่นสะเทือน!

แต่เสียงนี้เป็นสัญญาณการบ่งบอกได้อย่างชัดเจน

ว่ากระสุนปืนใหญ่ของศัตรูได้ถูกสกัดกั้นไว้กลางอากาศ!

ณ จุดที่ไกลออกไป

ไซตลอปส์ที่แต่เดิมเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิ เมื่อเห็นฉากนี้

ใบหน้าของเขามืดมนลงอย่างรวดเร็ว

และเนื่องจากมันระเบิดในตำแหน่งที่ไกลเกินไป

ดังนั้นเขาไม่ทันตระหนักว่าอาจจะเป็นเพราะฝีมือจักรกลของอีกฝ่าย

อีกทั้งยังไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าสิ่งใดหยุดกระสุนของเขา

“นี่มันพลังสมาธิบดบังการรับรู้?  สถานชุมชนเฟิงหลีมีมือปืนเลเวล E

อยู่ด้วยงั้นหรอ?” ไซคลอปส์กล่าวเสียงหม่น

“นี่ไม่น่าจะเป็นไปได้

ฉันไปสืบข้อมูลมาแล้ว พบว่าตอนนี้ในสถานชุมชนเฟิงหลีมีผู้ใช้พลังเลเวล E อยู่แค่

3 คน หนึ่งในนั้นยังอยู่ระหว่างเดินทาง อีกหนึ่งเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ

ที่คล้ายมีไว้เป็นเครื่องประดับ และทุกคนไม่ใช่มือปืน!”

ปรมาจารย์หยินกล่าวเสียงทุ้ม

“เอายังไง? คิดว่าสู้ได้ไหม?

หรือจะให้ฉันบุกเข้าฆ่าให้เหี้ยน จะได้ไม่ต้องเปลืองกระสุน”

ราชาคลั่งที่ยืนอยู่ข้างๆกล่าวด้วยความดูหมิ่น

ไซคลอปส์หันขวับไปถลึงตาใส่ราชาคลั่งวูบหนึ่ง

ก่อนจะเติมกระสุนลงไปอีกครั้ง

“บิดาไม่เชื่อหรอกว่าจะพ่ายแพ้!”

ทว่าในวินาทีต่อมา

ทั้งสามพลันได้ยินถึงเสียงหวีดร้องของกระสุนปืนใหญ่

ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีใครสังเกตถึงมันมาก่อนเลย ---ชัดเจนว่านี่เป็นเพราะพลังสมาธิปิดกั้นเสียง!

กว่าจะได้ยินอีกที

กระสุนก็มาอยู่ในระยะ 100 เมตรแล้ว !

“ชิบหาย! เผ่นจากที่นี่เร็ว!”

ไซคลอปส์ผู้ทรนง บัดนี้ไม่สนไม่แคร์สหายทั้ง 2 อีกต่อไป สับขาวิ่งก่อนใครเพื่อน

ราชาคลั่งกับปรมาจารย์หยินเองก็ไม่มีเวลาหันไปด่ามัน

พุ่งโฉบหนีอย่างร้อนรน

บรึ้ม!

กระสุนปืนใหญ่ทิ่มลงบนเนินเขาเล็กๆที่ทั้งสามเคยยืนอยู่

แรงระเบิดปรับระดับพื้นผิว จากชันกลายเป็นหลุมลึกทันที

ทางฝั่งสถานชุมชนเฟิงหลี

เห็นแค่เพียงกระสุนนัดที่สองถูกยิงออกไป

และสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากระยะไกล พลเมืองก็ทราบทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

--ระดับสูงบางคนในสถานชุมชน

สามารถโต้กลับอีกฝ่ายได้!

เวลานี้ทั้งหมดในหัวใจของทั้งหมดต่างก็รู้สึกแบบเดียวกัน นั่นคือตื่นเต้น!

“ทิศทางนั่นมันภูเขาแม่

หรือว่าจะเป็นท่านผู้ว่าการ?”

“ผู้ว่าการยิงโดนพวกมันรึเปล่า?

ผลลัพธ์เป็นยังไงบ้าง!”

“นี่น่ะหรือพลังของมือปืน?

โคตรจะเท่เลย ถ้าโตขึ้นฉันจะเป็นมือปืนบ้าง!”

ฝูงชนที่อาศัยอยู่ในสถานชุมชนเฟิงหลี

ทั้งหมดถูกเบนสมาธิไปจดจ่ออยู่กับการต่อสู้

ซูซิงฝูยืนอยู่บนอาคาร

รับชมข้อมูลที่ถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

วินาทีต่อมา เขาก็ได้ข้อสรุปในจิตใจ

ส่งข้อความออกไปโดยตรง

“เร็วเข้า!

รีบส่งภาพการต่อสู้ทั้งหมดไปบนจอโฆษณา ถ่ายทอดสดให้ทั่วทั้งสถานชุมชน!”

และไม่มีใครเลยที่ปฏิเสธ

เนื่องจากทั้งหมดเชื่อมั่นในตัวฉินเฟิงสุดหัวใจ

อย่างรวดเร็ว! ภาพได้ถูกส่งไปบนจอของอาคารทั้งหมดในสถานชุมชนเฟิงหลี

กระทั่งจอสาธารณะบนรถ รวมไปถึงอุปกรณ์สื่อสารของทุกคน

แต่เนื่องจากมันไม่ได้ถูกถ่ายโดยโดรน

ฉะนั้นภาพที่พวกเขาเห็นมันเลยค่อนข้างเบลอ ทว่าไม่นานเกินรอ

หลังจากที่ฝุ่นตลบถูกสายลมพัดโชยไป บนเนินเขาห่างไกลที่ถูกทำลายก็เผยโฉมออกมา

--มันคือภาพของรถศึกที่แลคล้ายกับป้อมปืน

ที่บัดนี้มีสภาพเสียหายยับเยินจากแรงระเบิด

เฮฮฮฮ!

เหล่าพลเมืองต่างโห่ร้องด้วยความยินดี

ช่วงเวลาต่อมา

หน้าจอก็สลับเปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้ฉายภาพหลายร่างที่กำลังวิ่งไปมา

สำหรับผู้ชมแล้วมันเร็วเกินไป

ทั้งหมดว่องไวอย่างน่าเหลือเชื่อ ดูแทบจะกลายเป็นเงา

โดรนที่เพิ่งถูกส่งออกไปไม่สามารถไล่ตามได้ ต้องปล่อยให้อีกฝ่ายหายไปจากจอ

ขอบคุณพระเจ้าที่ยังคงเหลือมอนิเตอร์กำลังสูงบนอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติ

การถ่ายทอดสดเลยสามารถดำเนินต่อไปได้ ร่างของทั้งสามปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

ทั้งยังมีอีกร่างหนึ่ง พุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

และคราวนี้ผู้คนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

---เป็นร่างของฉินเฟิง!

“สวัสดีแขกไม่ได้รับเชิญทั้งสามท่าน

ประทับใจของขวัญแรกพบที่ฉันมอบให้กันรึเปล่า?” ฉินเฟิงปรากฏกายในชุดต่อสู้

แต่เนื่องจากการดัดแปลงของรูบิควิเศษ มันเลยไม่เปล่งรัศมีใดๆออกมา

ทำให้ผู้คนที่มองต่างเห็นหรือคิดว่าเป็นแค่ชุดธรรมดา

จ้องมองไปยังอีกฝ่ายที่ไม่สวมใส่อุปกรณ์รูนใดๆ

ทั้งสามก็รู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น

ใบหน้าของไซคลอปส์แสดงออกถึงความดุร้าย

อาวุธอย่างดีที่แสนหายาก

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากลับถูกฉินเฟิงระเบิดทิ้งอย่างกระทันหัน

เป็นธรรมดาที่เขาจะโกรธแค้น!

“ไอ้หนู แกคือฉินเฟิงใช่ไหม? บุกมาคนเดียวแบบนี้

คิดว่าตัวเองมีสามเศียรหกกรรึไง?”

สองมือของไซคลอปส์พลันปรากฏปืนข้างละกระบอก

อีกทั้งพวกมันยังเป็นปืนสลายอนุภาค

“ช่างแม่ง ตายซะ!”

ไม่รีรอให้ฉินเฟิงได้เอ่ยปาก

ไซคลอปส์ชิงระเบิดการโจมตีออกไป

ซี่ ซี่ ซี่ …

สองรังสีแสงพุ่งจากปอกกระบอกราวสายฟ้าฟาด

อีกทั้งแสงที่เปล่งออกมายังครอบคลุมตำแหน่งที่ฉินเฟิงยืนอยู่เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม

หากประมาทเพียงเล็กน้อย ก็จะถูกมันสลายร่างเป็นชิ้นๆ!

และฉินเฟิงคงกลายเป็นศพอย่างไม่ต้องสงสัย

“ก้าวแห่งหมอก : ท่าร่างภูติพราย!”

ฉินเฟิงโฉบกายวูบไหว

อีกสองคนที่เหลือมองหน้ากันและกัน

เริ่มลงมือทันที

อีกสองคนที่เหลือมิคิดทำตัวสุภาพแต่อย่างใด

เพราะการสู้ตัวต่อตัวมิใช่เป้าหมายของพวกเขา ทั้งหมดล้อมเป้าหมายพร้อมกัน

เพราะการกำจัดฉินเฟิงคือประเด็นสำคัญที่สุด

“กรงเล็บกระดูก!”

บนพื้นดิน

สองกรงเล็บกระดูกสีขาวราวหิมะจู่ๆก็ผุดขึ้นมา หมายจะคว้าจับขาของฉินเฟิง

วูซ วูซซซ!

แต่ฉินเฟิงขยับกายวูบไหวไปมาอย่างรวดเร็ว

แล้วแบบนี้สองกรงเล็บกระดูกจะคว้าเขาได้อย่างไร?

เจ้าตัวหลุดพ้นรัศมีของสองกรงเล็บทันที

ขณะเดียวกันพวกมันก็ชนกันเองและแตกเป็นเสี่ยงๆ

“มอบชีวิตมาให้ฉัน!”

ราชาคลั่งโฉบเข้ามา

ถุงมือสีเงินที่กรีดผ่านอากาศตามกำปั้นเปล่งรัศมีแสงน่าอัศจรรย์ใจ

วูบบบบ!

อีกกำปั้นหนึ่งกระแทกสวนกลับมา

“ไอ้เด็กนี่ .. ได้เลยเดี๋ยวรู้กัน!”

แม้อีกฝ่ายจะสวมใส่ถุงมือต่อสู้

แต่ฉินเฟิงก็มิขยับกายหลบหนี เอี้ยวตัวแล้วซัดกำปั้นเพียวๆสวนกลับไป

ซึ่งภายในแฝงไว้ด้วยอำนาจมันโหดร้าย

ปงงงง!

หมัดต่อหมัดประสานกัน

เสียงสะท้านสะเทือนก้องไปทั้งบริเวณ!