ตอนที่ 320

1/4

Ep.320 - เล่ยชาง

ปราการชาตง!

คือเมืองเล็กๆที่เปรียบดั่งกำแพงเหล็กกล้า

สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับแนวหน้ามากที่สุด และในช่วง 10

ปีที่ผ่านมา ปราการชาตงเคยแตกพ่ายมาแล้วกว่า 3 ครั้ง

เมื่อแตกพ่ายก็โยกย้ายที่ตั้งถึง 3 ครา ทว่าทุกครั้งที่เหตุเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น

เป็นล้วนวิกฤตของสี่เมืองทะเลเหนือ

ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า :

ด่านหน้าทะเลเหนือ

ฮอลศึกลดระดับลงบนลานจอดที่ถูกทางปราการสร้างไว้ให้โดยเฉพาะ

ทั่วทั้งลานมีฮอลศึกจอดทิ้งเอาไว้กว่าสิบลำ

และหากเทียบลำอื่นๆกับของเค่อเซี่ยงซัวแล้ว

ดูเหมือนว่าลำอื่นๆจะมีกระสุนและติดตั้งอุปกรณ์รบเอาไว้มากกว่า

ถูกต้อง! สิ่งเหล่านั้นมีไว้เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต!

เพราะในอาณาเขตทะเลทรายทะเลเหนือ บนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่น่ะ

ปลอดภัยกว่าบนพื้นดินเยอะ!

“ผู้ว่าการฉิน พวกเรามาถึงแล้ว

ฉันขอให้เป้าหมายของคุณในครั้งนี้ เป็นไปอย่างราบรื่น!” เค่อเซี่ยงซัวเอ่ยขึ้น

คำอวยพรนี้ มาจากหัวใจของเขาจริงๆ!

เนื่องจากไอ้เรื่องความราบรื่นหรือปลอดภัยอะไรนั่นน่ะ

ในเขตสงคราม ยากนักจะเป็นไปได้

“ขอบคุณมาก ขอให้คุณเดินทางปลอดภัยเช่นกัน”

ฉินเฟิงโบกมือให้เค่อเซี่ยงซัว เรียกรถสายฟ้าสีเงินออกมา และเข้าไปนั่งกับไป๋หลี

แน่นอน รถสายฟ้าสีเงินคือคันเดิมที่ถูกซื้อในฐานะบลัดฮันเตอร์

แต่เนื่องจากบลัดฮันเตอร์ปรากฏกายขึ้นในตลาดมืดเฟิงหลีแล้ว

ฉะนั้นการที่มันถูกนำออกมาขาย ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เท่านี้ทุกอย่างก็เปลี่ยนจากดำกลับเป็นขาว

ฉินเฟิงสามารถนำมันมาออกใช้อย่างไม่ต้องกังวลใจ

รถสายฟ้าสีเงินถูกทำความสะอาด ขัดจนวาววับ

เคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่ปราการชาตง

ลานจอดฮอลอยู่ห่างจากเมืองชาตงออกไปเล็กน้อย

ด้วยความเร็วของสายฟ้าสีเงิน เพียง 10 นาที ฉินเฟิงก็มาถึงทางเข้าอย่างรวดเร็ว

หลังจากเข้ามา

เขาพบว่าบรรยากาศและสีสันของปราการชาตงค่อนข้างมืดมัว บ้านเรือนถูกสร้างขึ้นจากหิน

รูปแบบธรรมดาค่อนไปทางหยาบ

“ประชากรที่อาศัยอยู่ในปราการชาตงมีอยู่ไม่ถึง 20%

ถึงจะดูว่าน้อย แต่ทุกคนมาที่นี่เพื่อทำงาน ให้บริการแก่ผู้ใช้พลังระดับสูง

เมื่อบรรลุภารกิจแล้ว ก็จากไปทันที เพราะแนวหน้าไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

มันอาจถูกกองทัพสัตว์ร้ายบุกและแตกพ่ายได้ทุกเวลา”

ฉินเฟิงอธิบาย

ไป๋หลีเม้มริมฝีปาก “พวกมนุษย์นี่ใช้ชีวิตกันลำบากลำบนจริงๆ”

“อาจเพราะพวกเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ

เลยใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก แต่อย่างน้อยก็มีภูมิปัญญาสูงส่ง

สามารถคิดหาวิธีรับมือกับศัตรูได้มากมาย” ฉินเฟิงกล่าว

แม้จะเล็กจ้อย อ่อนแอใกล้สูญพันธุ์

แต่มนุษย์ก็ยังมีสมองไว้เอาชีวิตรอด

“อืม ฉันเห็นด้วยเรื่องภูมิปัญญาของมนุษย์ พวกเขาฉลาดมากจริงๆ

ไม่งั้นจะทำเสื้อผ้าสวยๆออกมาได้ยังไง!”

ไป๋หลีจินตนาการไปถึงวิธีการตัดเย็บเสื้อผ้า ความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์

ดวงตาของเธอเปล่งประกายสดใส

“เหอๆ ” ฉินเฟิงยิ้มอย่างหมดหนทาง ในใจนึกคิด เอาเถอะ

อย่างน้อยก็ถือว่าเธอเข้าใจ ถึงจะตีความหมายผิดไปบ้างก็ช่างมัน

จากนั้น เขาก็ไม่ได้สนทนาอะไรกับไป๋หลีอีก

เจ้าตัวค่อนข้างคุ้นเคยกับปราการชาตง

หรือสมควรกล่าวว่าทิวทัศน์ของที่นี่ยังไม่ถูกลืมเลือนในความทรงจำดี

ไม่นาน รถสายฟ้าสีเงินก็ขับเข้ามาถึงใจกลางเมือง

และตึกกลางเมืองเบื้องหน้าพวกเขา เห็นได้ชัดว่ามันแตกต่างจากสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ

นี่คือตึกประมูลของกลุ่มหวันซ่ง

พรมแดงถูกปูไว้หน้าประตูทางเข้า

พร้อมกับกระเช้าดอกไม้สองข้างทาง

แม้จะดูเหมือนของจริง

แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นดอกไม้ปลอมที่ทำมาจากผ้า เนื่องจากนี่คือยุคโลกาวินาศ

พืชพรรณอะไรพวกนี้ ยิ่งสวยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดูแลยากมากขึ้นเท่านั้น

“ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเราจะโชคดีนะ

มาทันเวลาประมูลของกลุ่มหวันซ่งพอดีเลย”

งานประมูลจะเริ่มต้นขึ้นในวันจันทร์

ก็อย่างที่บอกนี่คือแนวหน้า

ดังนั้นย่อมมีสิ่งดีๆมากมายถูกนำออกมาเสนอขายหรือแลกเปลี่ยน

ฉินเฟิงพาไป๋หลีก้าวเข้าไปในตึกประมูล

พนักงานสาวโดยรอบเผยยิ้มต้อนรับ

ภายในจอขนาดใหญ่ชั้นแรก

จะแสดงถึงสถานการณ์ของห้องประมูลแต่ละห้อง

ชั้นหนึ่งถึงชั้นสามเป็นร้านค้าปลีก

ส่วนชั้นสี่เป็นห้องมูลของพวกเลเวล F , ชั้นห้าเป็นของเลเวล E

และห้องประมูลสำหรับผู้ใช้พลังเลเวล D อยู่ที่ชั้นหก

คุณสามารถไปยังชั้นหกได้โดยขึ้นลิฟต์ VIP โดยตรง

ฉินเฟิงเดินตรงไปที่ลิฟต์ แต่เขาก็ถูกหยุดไว้โดยพนักงานต้อนรับ

“มิสเตอร์ โปรดแสดงบัตรเชิญด้วยค่ะ”

พนักงานต้อนรับเอ่ยอย่างมีมารยาท แต่สายตาของเธอกำลังมองลงบนโลโก้เลเวล E

บนอกของฉินเฟิงอย่างระแวดระวัง

“ผมเป็นผู้ใช้พลังเลเวล D ที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง

และเพิ่งมาถึงเมืองนี้ เลยยังไม่มีบัตรเชิญใดๆจากทางกลุ่มหวันซ่ง”

ฉินเฟิงพยายามอธิบาย

“เช่นนั้นคงเป็นความผิดของทางกลุ่มหวันซ่งของพวกเรา

ถ้าคุณไม่รังเกียจ โปรดมากรอกสมัครบัตร VIP กับดิฉัน

โดยต้องมีหลักฐานการสมัครเป็นเงินในบัญชี 10,000 ล้านเหรียญ จากนั้น

คุณสามารถขึ้นไปยังชั้นหกได้เลย ข้างบนเป็นห้องประมูลระดับสูง บริการดีเยี่ยม

ถึงงานประมูลของทางเราจะจบลงแล้ว แต่คุณก็ยังสามารถนำสินค้าในส่วนเลเวล D

ไปเสนอขายให้กับคนอื่นๆได้” พนักงานสาวตอบ นี่คือวิธีการคัดกรองผู้คน

เพราะคนธรรมดาไม่มีทางครอบครองเงินถึง 10,000 ล้านแน่นอน

เงื่อนไขพวกนี้ฉินเฟิงรู้อยู่ก่อนแล้ว เขากำลังจะพยักหน้า

ก็ดันมีชายอีกคนหนึ่งสาวเท้าเข้ามาข้างกายเสียก่อน

“เลเวล E งั้นหรอ? แถมยังเป็น E เปล่าๆ ไม่ได้รับรองเป็นขั้น

E9 ด้วยซ้ำ นี่แกเป็นเลเวล D จริงๆรึเปล่า?

ไม่ใช่ว่าพยายามจะขึ้นไปเพื่อเกาะขาใครหรอกนะ”

ชายคนนั้นมองฉินเฟิงด้วยความเหยียดหยาม ทว่าหลังจากที่กวาดตามองไป๋หลี ดวงตาของเขาพลันสว่างวาบ

ชายคนนี้มีความสูง 1.80 ม. ร่างกายแบนเรียบสม่ำเสมอ

ไม่มีมัดกล้าม ดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นัก ไม่มีกลิ่นอายของผู้ใช้วรยุทธโบราณ

แต่ไม่แน่ใจว่าเขาคือผู้ใช้อบิลิตี้หรือว่ามือปืนกันแน่

“มิสเตอร์เล่ยชาง เชิญค่ะ” พนักงานต้อนรับฉีกยิ้มอย่างรวดเร็ว

เดินไปเปิดลิฟต์ให้อีกฝ่าย

สายตาของเล่ยชางตกลงบนร่างของฉินเฟิงอีกครั้ง

จู่ๆเขาก็เลิกคิ้วขึ้น

“หน้าตาแกดูคุ้นๆจัง เหมือนฉันจะเคยเห็นมาก่อน”

สีหน้าของฉินเฟิงเรียบเฉยไร้อารมณ์ ตอบกลับอย่างแผ่วเบาว่า

“อย่างงั้นหรือ ผมเองก็คิดว่ามิสเตอร์เล่ยหน้าคุ้นๆเหมือนกัน คุณกับเล่ยเฉินผู้นำเมืองไห่

คงจะเป็นพี่น้องกันใช่ไหม?”

ดวงตาของเล่ยชางกลายเป็นเฉียบคม ทำท่าทางร้องอ๋อ

ชี้มาทางฉินเฟิงและหัวเราะ “ฮี่ฮี่ ที่แท้แกก็คือฉินเฟิง ประเสริฐ ประเสิรฐนัก!”

ความโลภฉายวาบผ่านแววตาของเล่ยชาง

แม้เรื่องของสันเขาถังซานจะผ่านไปนานแล้วกว่า 1 สัปดาห์

แต่ข่าวของมันก็ยังเป็นที่ฮือฮาและถูกกล่าวถึง

ภารกิจในครั้งนั้น ไม่มีใครเสียชีวิตเลย

ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบขนาดใหญ่ ถึงข่าวในเครือข่ายนักสู้ก็มีน้อยมาก แต่อย่างว่า

สำหรับแวดวงข่าวสารของผู้ใช้พลังเลเวล D มันไม่ใช่ความลับอะไร

แม้แก่นอบิลิตี้ระดับจักรพรรดิจะหายไปแล้ว

แต่วัตถุดิบระดับราชันย์ของทั้งสามตัว

และขนนกหางจักรพรรดินกยูงมีคุณค่าเป็นอย่างมาก

เวลานี้ ฉินเฟิงอาจเรียกว่าเป็นขุมสมบัติเคลื่อนที่เลยก็ยังได้

“ไม่จำเป็นต้องพาเขาไปพิสูจน์ตัวตน เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียง

มอบบัตร VIP แก่เขา แล้วให้ขึ้นมาพร้อมกับฉันได้เลย” เล่ยชางกล่าว

“รับทราบค่ะมิสเตอร์เล่ย” พนักงานต้อนรับไม่กล้าตอบปฏิเสธ

ตรงกันข้าม ฉินเฟิงกลับยิ้มเยาะออกมา

เขาไม่อยากเดินไปพร้อมกับเล่ยชาง

“ไม่ได้หรอกมิสเตอร์เล่ย

พอดีว่าผมยังมีสินค้าธรรมดาๆบางอย่างต้องการจะขาย

และบางชิ้นก็จะถูกนำออกประมูลด้วย ฉะนั้นคงไปทันทีไม่ได้” ฉินเฟิงตอบปัด

แววตาของเล่ยชางกลายเป็นล้ำลึก “งั้นไม่เป็นไร

ฉันคงไม่รอผู้ว่าการฉิน ไว้เจอกันข้างบน”

เล่ยชางหันหลัง เดินเข้าไปในลิฟต์ทันที

แต่เมื่อเขาหันหน้ากลับมาอีกที

สายตาที่จับจ้องช่างชวนให้กระดูกสันหลังของผู้คนด้านชา

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงไม่สนใจ!

หากฉินเฟิงในตราเลเวล E เดินขึ้นไปข้างบนพร้อมกับเล่ยชาง

คนอื่นๆที่เห็นจะไม่คิดว่าเขาเป็นลูกน้องของมันหรอกหรือ?

คิดจะมอบความอัปยศให้แก่ฉัน? ฝันไปเถอะ!

ฉินเฟิงเดินไปสมัครบัตร VIP กับพนักงานต้อนรับ

ในเวลาเดียวกันก็นำเอาวัตถุดิบเลเวล D บางส่วนขายออกไป

สัตว์ร้ายเลเวล D การจะล่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย

แม้วัตถุดิบเหล่านี้จะธรรมดา แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการของตลาด

อย่างไรก็ตาม สำหรับวัตถุดิบระดับสูง

บางครั้งผู้คนก็อยากจะแลกเปลี่ยนกันเป็นการส่วนตัวมากกว่าฝากขาย

และทางหวันซ่งก็ไม่คิดปิดกั้นอะไร

แต่ผู้เข้าร่วมประมูลส่วนตัวจะต้องจ่ายค่าตั๋วเข้าร่วม

ทว่าเมื่อเทียบกับเงินหลายร้อยหลายพันล้านแล้ว ค่าตั๋ว 5 ล้านไม่นับว่าเป็นสิ่งใด

“มิสเตอร์ นี่คือรายการสินค้าที่จัดประมูลโดยทางเราในครั้งนี้

นอกจากนี้ ระบบจะยังบันทึกรายการสินค้าของคุณเอาไว้ด้วยแล้ว โปรดลองพิจารณาดู”

“อืม” ฉินเฟิงกวาดตามอง

และพบว่าระดับสูงสุดในที่นี้คือระดับนายพลสัตว์ร้าย

เห็นได้ชัดว่าของที่เขาต้องการไม่อยู่ที่นี่ แต่เป็นในห้องประมูลส่วนตัว

“ขอซื้อตั๋วเข้าร่วมการประมูลส่วนตัว 2 ใบ”

“รับทราบเจ้าค่ะ”