ตอนที่ 894

Ep.864 - เหรียญตราจอมพลเลเวล A

คนอื่นๆล้วนถูกความแข็งแกร่งของฉินเฟิงสะกดข่ม

ไม่กล้าคิดอะไรมากความ ประจวบกับเทพวูดูหวาดกลัวจนหลบหนีไป

พวกเขาก็ยิ่งไม่กล้าสืบถามความจริงกับฉินเฟิง

ฉินเฟิงวาดแขน อุปกรณ์รูนมิติบนร่างของเหอเทียนสิงตกลงในมือเขา

เสร็จธุระไม่คิดรั้งอยู่แต่อย่างใด งอเข่ากระโดดเพียงครั้ง ความเร็วพุ่งพรวด

หายวับไปต่อหน้าต่อตาฟินิกซ์เพลิงและคนอื่นๆ

ฟินิกซ์ไม่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายของฉินเฟิง

แต่ก็ยังก้มหน้าตลอดเวลา หลังจากคุกเข่าอย่างเงียบงันกว่า 5 นาที

ถึงค่อยตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เงยหน้าขึ้น แต่ก็พบว่าฉินเฟิงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

ปัจจุบันเหลือทิ้งไว้เพียงศพของเหอเทียนสิง

“นี่- จอมมารซวนเฟิงช่างแข็งแกร่งนัก แค่บอกว่าจะไป ก็หายไปเลย

ฉันไม่สามารถสัมผัสได้กระทั่งกลิ่นอายของเขา ยิ่งไปกว่านั้น

ก่อนหน้านี้เห็นได้ชัดว่ากลิ่นอายของเขารุนแรงเป็นอย่างมาก

แต่พอจะไปกลับถูกเก็บงำไม่เหลือร่องรอยทิ้งไว้เลย เป็นทักษะที่ร้ายกาจจริงๆ!”

ฟินิกซ์เพลิงกล่าว คนอื่นๆก็ตกใจไม่แพ้กัน

“ฟินิกซ์เพลิง แล้วจากนี้จะเอายังไงกันต่อดี?”

“ใช่ หรือพวกเราควรทำตามคำสั่งของจอมมารซวนเฟิงจริงๆ?”

ฟินิกซ์เพลิงรู้สึกปวดหัวมากในเวลานี้

โชคยังดีเหอเทียนสิงรู้สึกว่าตนกำลังอยู่ในจุดตกต่ำ ดังนั้นเมื่อเขาออกมาทำข้อตกลง

จึงนำเลเวล A มาด้วยถึง 7 คน

และหนึ่งในสามเป็นถึงกำลังหลักของเมืองหลวงแห่งความมืด

ดังนั้นมีผู้มีปากเสียงมากมาย สามารถเป็นพยานให้กับฟินิกซ์เพลิงได้

“แน่นอนให้ดำเนินทุกอย่างไปตามปกติ จอมมารซวนเฟิงได้ออกคำสั่งแล้ว

ถ้าเราทำงานไม่ดี ใครจะรู้ เขาอาจไม่พอใจ และมาเอาชีวิตพวกเราไปก็ได้

เมื่อพวกเรากลับไป ก็ให้ปิดปากเงียบไว้ อย่าเพิ่งประกาศเรื่องการตายของท่านดาบอสูร

รอให้ท่านจอมมารปรากฏตัวขึ้นก่อน ค่อยเฉลยทุกอย่างออกไป”

“เห็นด้วย!”

“คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”

กลุ่มคนคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

ก่อนมุ่งความสนใจมายังศพของเหอเทียนสิง ฟินิกซ์เพลิงเผาร่างเหอเทียนสิงด้วยไฟ

กลายเป็นขี้เถ้าถูกกลบฝังใต้ดิน แต่ประเด็นก็คือ

ฉินเฟิงไม่ได้นำอุปกรณ์รูนที่สวมใส่อยู่บนร่างของเหอเทียนสิงไป

ฟินิกซ์เพลิงเลยตัดสินใจแจกจ่ายมันให้กับคนอื่นๆ คนเหล่านี้เมื่อได้รับผลประโยชน์

จะได้คอยสนับสนุนเธอในอนาคต

“จอมมารซวนเฟิงผู้นี้ ช่างเป็นคนใจกว้าง

เขาหยิบฉวยแค่แหวนมิติของเหอเทียนสิง สมบัติอื่นๆอีกหลายชิ้น

ไม่ได้นำมันกลับไปด้วย

เกรงว่าพื้นพลังความเป็นมาและความมั่งคั่งของเขาจะไม่ธรรมดา!”

ฟินิกซ์เพลิงและคนอื่นๆคาดเดาไปทิศทางต่างๆนาๆ

โดยที่พวกเขาไม่รู้เลย ว่าขณะนี้ฉินเฟิงอยู่ห่างจากพวกเขาเพียง 10,000 เมตร

และกำลังตรวจสอบอุปกรณ์รูนมิติของเหอเทียนสิง

“เจ้าหมอนี่รวยชะมัด! สมแล้วที่เป็นเจ้าเมืองแห่งความมืด!”

ของสะสมของเหอเทียนสิง ไม่ด้อยไปกว่าตัวตนทรงอำนาจเลเวล S

จากเผ่ามังกรเลย แม้ชาวมังกรจะชอบสะสมอัญมณี มีสมบัติหลายชิ้นโดดเด่นสะดุดตา

แต่บางสิ่งฉินเฟิงไม่รู้จัก แถมยังไม่ทราบว่ามันมีไว้ใช้ทำอะไร

สุดท้ายเลยยกทั้งหมดให้ไป๋หลี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยู่ในอุปกรณ์รูนมิติของเหอเทียนสิง

ฉินเฟิงสามารถใช้งานได้ และเขาชอบมันมาก

ยิ่งไปกว่านั้น การลอบสังหารในครั้งนี้ ยังช่วยให้เขาสามารถคำนวณความแข็งแกร่งของตน

‘ฉันสามารถสู้กับเลเวล S ได้แล้ว ในเมื่อเป็นแบบนี้

หลังจัดการธุระต่างๆเสร็จ น่าจะลองไปท่องมิติอื่นดู!’ ฉินเฟิงคิดในใจ

เมื่อกลับมารวมตัวกับไป๋หลี

ฉินเฟิงเดินทางกลับเมืองหลวงมังกรทันที กลางดึกในคืนเดียวกัน คนของเมืองหลวงมังกร กระทั่งหลงถิง

ก็ยังไม่มีใครทราบข่าวการเสียชีวิตของเหอเทียนสิง

ตัวตนทรงอำนาจคนหนึ่ง ผู้นำองค์กรมืดที่ใหญ่ที่สุดในหัวเซี่ย

ได้ตกตายลงแล้ว!

วันถัดมา

ฉินเฟิงได้รับแจ้งให้เดินทางเข้าร่วมพิธีมอบเหรียญรางวัล ในการต่อสู้ครั้งนี้

นอกจากฉินเฟิงแล้ว ยังมีประชาชนที่ช่วยจัดระเบียบการอพยพ

และนายพลหลายคนที่ยืนกรานจะต่อสู้

ทั้งหมดล้วนได้รับเหรียญตราและแต้มสงครามเป็นจำนวนมาก

เป็นรางวัลแด่วีรกรรมของพวกเขา

และโดยไม่มีข้อกังขา

ฉินเฟิงเป็นวีรบุรุษที่ทำผลงานได้มากที่สุด ได้รับเหรียญตราจอมพล

เหรียญตรานี้หรูหรามาก แต่ระดับของมัน สลักว่าเลเวล A เท่านั้น

ไม่ได้มีสลักว่าเลเวล S

แต่เอาไว้รอจนฉินเฟิงไปถึงเลเวล S จริงๆ

มันก็ไม่สายเกินไปที่จะเปลี่ยนตรา

แน่นอน เกรงว่าในประวัติศาสตร์ของหัวเซี่ย

นี่คือจอมพลคนแรกที่เป็นเลเวล A

และถ้าให้พูดอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ ฉินเฟิงในตอนนี้ มีตำแหน่งในพันธมิตรหัวเซี่ยสูงกว่าซางฮันแล้ว

แต่ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในสายเดียวกัน

ดังนั้นไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงในรูปแบบหัวหน้ากับผู้ใต้บังคับบัญชา

ฉินเฟิงแม้ครองตำแหน่งจอมพล ได้รับสิทธิพิเศษมากมาย

แต่ก็ยังอยู่ภายใต้กฏข้อบังคับเช่นกัน

หลงถิงยังคงมอบภารกิจให้แก่ฉินเฟิง

“ด้วยสมรรถภาพของคุณในตอนนี้

น่าจะสามารถล่าการดำรงอยู่ระดับสัตว์เทวะเลเวล A ได้แล้ว

นี่คือข้อมูลของสัตว์เทวะเลเวล A ในประเทศ ภายในหนึ่งปี

อย่างน้อยต้องมีรายชื่อหนึ่งถูกลบออกไป!”

หลงถิงส่งข้อมูลให้ฉินเฟิง ฉินเฟิงไม่ปฏิเสธ

เพราะเขาเองก็ต้องการข้อมูลเหล่านี้เช่นกัน

เพราะประเด็นก็คือไป๋หลีจำเป็นต้องใช้แก่นสัตว์ร้ายระดับเทวะในการยกระดับ

ขณะที่ฉินเฟิงต้องการล่าสัตว์ระดับสูง เพื่อดูดซับพลังงานจากพวกมัน

“รับทราบ!”

หลงถิงมองฉินเฟิง การพัฒนาการของฉินเฟิง

เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของเธอนัก แม้แต่หลงถิงยังรู้สึก

ว่าการที่เธอเดินทางไปยังเฟิงหลีด้วยตัวเองในตอนแรก ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด

“บางทีคุณอาจมีโอกาสได้กลายเป็นจ้าวเหนือหัว ก้าวไปยังขอบเขตที่ในช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมา

ไม่เคยมีใครเหยีบยย่ำ ตัวฉันปรารถนาสุดใจ ว่าคุณจะสามารถไปถึงจุดนั้นได้  ถ้ามีอะไรที่คุณต้องการ

สามารถยื่นขอกับทางพันธมิตรได้เลย!” หลงถิงกล่าว

“ผมจะพยายาม!”

ทั้งสองไม่ได้สนทนาอะไรมากมาย หลังจากวางสาย

ฉินเฟิงก็นำทีมลูกรักของพระเจ้าของภูมิภาคเหนือขึ้นเรือเหาะ

แม้เหตุการณ์ก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องใหญ่

แต่คนในชั้นล่างๆของเมืองหลวงมังกรไม่ทราบสถานการณ์แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

พวกเขาคิดแค่ว่าคงมีสัตว์ร้ายที่ทรงพลังบุกเมืองหลวงมังกร แต่สุดท้ายเลเวล S

เข้าปราบปราม

“ฉินเฟิง นายเองก็เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนั้นด้วยงั้นหรอ?

แล้วเหรียญตรานั่นมันอะไรกัน? ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!”

โจวฮ่าวกับลู่เหมิงก้าวออกมา ก้มๆเงยๆเพื่อตรวจสอบตราบนอกของฉินเฟิง

ฉินเฟิงยิ้มและกล่าว “นี่คือเหรียญเกียรติยศ

มันเป็นตราแบบเดียวกับที่จอมพลหลงเยว่สวมใส่”

โจวฮ่าวและคนอื่นๆอ้าปากกว้างขึ้นทันใด

มองฉินเฟิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงแข็งแกร่งมาก เรื่องนี้พวกเขารู้ดี

ดังนั้นเรื่องเหรียญตราเกียรติยศ ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

หลังจากนั้น

โจวฮ่าวกับคนอื่นๆก็พูดคุยถึงเรื่องเทคโนโลยีที่พวกเขาได้รับมาจากดินแดนล่มสลายของเผ่าวิญญาณ

แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ใช้ทำอะไร เป็นแค่ขยะ หรือสมบัติกันแน่

แต่ฉินเฟิงได้ให้สัญญากับพวกเขาแล้ว

ว่าสุดท้ายหากพวกมันสามารถวิจัยและพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้ เจ้าของผู้นำเทคโนโลยีมา

จะได้รับเงินปันผล 5% จากส่วนแบ่ง

“นี่ถ้าฉันหยิบอาวุธกลับมาได้ ฉันจะไม่รวยล้นฟ้าเลยหรือ!”

“ฉันขออวดหน่อยเถอะ ว่าคราวนี้ฉันนำยานอวกาศกลับมา!”

“เหอ เหอ ยานอวกาศมันใหญ่ไป มีคนซื้อไม่กี่คนหรอก ของฉันนี่สิ

รูปร่างมันเหมือนอุปกรณ์สื่อสาร น่าจะผลิตขายได้เยอะ!”

วัยรุ่นอวดสมบัติกัน โดยไม่รู้ตัวเลย ว่าเหนือหัวพวกเขา

ปรากฏหายนะใดย่างกรายเข้ามา และพวกเขาคงไม่รู้เช่นกัน ว่าหายนะนี้

จะนำมาซึ่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

ส่วนฉินเฟิงกลายเป็นผู้ฟังอย่างเงียบๆในวงสนทนาของคนเหล่านี้

เขาค่อยๆผ่อนคลายลง ภูเขาหนักอึ้งที่เดิมแบกรับอยู่บนบ่า

เหมือนจะคลายตัวลงเล็กน้อย

‘วัยรุ่นคือช่วงชีวิตที่ยังไม่รู้รสชาติของความโศกเศร้า

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะยิ่งรู้น้อย ก็ยิ่งไม่ต้องกังวลมาก!’ ฉินเฟิงยิ้ม

จากนั้นก้มมองหมาจักรกลที่มีสภาพไม่ต่างจากของเล่น

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว

ผู้ที่เก็บเกี่ยวสมบัติก้อนใหญ่ที่สุดในดินแดนล่มสลายเผ่าวิญญาณ ก็คือฉินเฟิง!

ไม่ว่าจะเป็นชุดเกราะทมิฬ

หรือเทคโนโลยีภายในสมองกลหลักของหมาจักรกล

ที่เกรงว่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกมหาสมุทรตลบพสุธา!