ตอนที่ 818

Ep.818 - ปลุกพลัง

ฉินเฟิงเคยเห็นฉากประมาณนี้มาก่อนจากในหนังสือประวัติศาสตร์

มันคือภาพในยุคสมัยที่มนุษย์ยังไม่เป็นใหญ่

--นี่คือทุ่งล่าอันแสนโหดร้ายเหมือนในยุคดึกดำบรรพ์

มีห่วงโซ่อาหารเป็นของตัวเอง

ไร้ซึ่งอบิลิตี้ , ไร้ซึ่งวรยุทธโบราณ

จำต้องครอบครองพละกำลังเท่านั้นจึงจะอยู่รอด!

“โลกใบนี้ อันที่จริงน่าจะเปี่ยมไปด้วยพลังงาน

แต่ไม่รู้ทำไมพวกมันถึงถูกสะกดเอาไว้ แต่ที่แน่ๆในเรื่องความอุดมสมบูรณ์

โลกนี้ไม่เป็นสองรองใคร!”

สิ่งมีชีวิตเหล่านี้

ทั้งหมดสามารถระเบิดพลังงานอันน่าหวาดกลัวออกมาได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ

เจ้าสิ่งมีชีวิตพวกนี้ หากมนุษย์กินเข้าไป จะได้รับการปลุกพลัง

แค่คิดก็น่าตื่นเต้นเกินไปแล้ว!

วูซซ!

ฉินเฟิงกางปีกเครื่องร่อนบนหลังเขา กระโดดลงไป

ฉินเฟิงราวกับนกตัวใหญ่ โบยบินไปในอากาศ

ด้วยวิธีนี้ทำให้สามารถมองเห็นตำแหน่งการไหลของน้ำตกได้อย่างชัดเจน

กระโจนลงมาตามน้ำตก ไม่นานก็ลงมาถึงในระยะ 400 เมตร

ถึงจุดนี้บางส่วนน้ำเริ่มลงมาไม่ถึงแล้ว และไม่ไกลออกไป ปรากฏให้เห็นโพรงถ้ำแห่งหนึ่ง

ผนังเป็นชั้นหินในแนวตั้ง สูงราวๆ 3 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางนับ 10 เมตร

แต่ลึกเข้าไปเป็นสีดำสนิท ยากนักที่จะมองเห็นข้างใน

กระนั้น ไม่รอให้ฉินเฟิงได้มีเวลาตรวจสอบ

ยูนิคอร์นข้างล่างก็ตระหนักถึงการมาเยือนของเขา หัวของพวกมันแหงนมอง ล็อคสายตาลงบนร่างเขา

สัตว์ร้ายฝูงนี้ มีขนขาวราวหิมะ ทั้งยังเป็นสัตว์ประเภทกินพืช

แม้ดูอ่อนโยน แต่ไม่ได้หมายความว่าการปรากฏตัวของฉินเฟิง

จะไม่กระตุ้นความหวาดระแวงของพวกมัน

สิ่งแรกที่สัตว์ร้ายฝูงนี้คิด คือการขับไล่ฉินเฟิง

ปฏิเสธไม่ให้เขาเข้าใกล้แหล่งน้ำ

ยูนิคอร์นหลายตัวเริ่มกระทืบเท้า ส่งเสียงร้องยาวๆ

เป็นการเตือนและขู่ฉินเฟิง

เพียงแต่ว่า ภายใต้การข่มขู่นี้ ฉินเฟิงราวกับคนหูหนวกตาบอด

ยังคงร่อนลงมาอีกฝั่งหนึ่งของบ่อน้ำเล็กๆ กระทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการยั่วยุกันชัดๆ

“ฮู่ว ฮู่ว … ” ยูนิคอร์นหลายตัวส่งเสียงไม่พอใจ

บางตัวเริ่มเคลื่อนไหว กระโดดไต่ก้อนหินอย่างรวดเร็ว

มาหยุดยังเบื้องหน้าของฉินเฟิง

หัวของมันก้มต่ำลง เล็งเขาแหลม ดีดตัวไปข้างหน้า

หากเขาแหลมนี้ทิ่มลงบนกายมนุษย์ มันจะต้องแทงทะลุอย่างแน่นอน

ฉินเฟิงหดเก็บปีกเครื่องร่อน โยกลำตัวช่วงเหนือเอวไปข้างหลัง

หลบเลี่ยงการโจมตีของยูนิคอร์น ระหว่างนั้นกระชับมีดกษัตริย์ครามในมือ

ตัดกวาดออกไป

ฟัฟฟฟ

คมมีดเฉือนลงบนต้นคอขาวๆของยูนิคอร์น

ร่องรอยเลือดเป็นเส้นยาวปรากฏขึ้นทันที เลือดก็ค่อยๆผุดซึม

จากนั้นหัวยูนิคอร์นตกลงกับพื้นเสียงดังตุ๊บ เลือดจำนวนมากทะลักออกมา

ย้อมโขดหินเป็นสีแดง

กลิ่นเลือดจากสายพันธุ์เดียวกัน ทำให้ทั้งฝูงคลุ้มคลั่ง

ยูนิคอร์นรอบๆ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ตรงเข้าหาฉินเฟิง

พวกมันตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าต้องสังหารศัตรู!

เปรี๊ยะ!

ยูนิคอร์นย่ำก้อนหินแตกเป็นเสี่ยงๆ

คุณสามารถจินตนาการได้ว่าพละกำลังขาของมันแข็งแรงแค่ไหน มันยกสองขาหน้าขึ้นสูง

เตรียมใช้กีบเท้ากระทืบฉินเฟิง

เพียงแต่ว่ามีดกษัตริย์ครามไวกว่า

ตวัดผ่านสองขาศัตรูอย่างรวดเร็ว

ฟุฟฟฟ

สองกีบไม่ทันเข้าถึงตัวก็ร่วงลงกับพื้น ตามมาติดๆด้วยถูกสะบั้นศีรษะอีกครั้ง

ฉินเฟิงเริ่มขยับกายวูบไหว

เวลานี้เขาชินกับการต่อสู้โดยอาศัยเพียงความแข็งแกร่งทางกายภาพแล้ว!

ด้วยร่างกายผู้ใช้วรยุทธโบราณในเลเวล B5 ผสานกับการฝึกฝนเทคนิคคู่ขนาน

ส่งผลให้พละกำลังของเขาเทียบเคียงได้เลยกับระดับจักรพรรดิสัตว์ร้าย

หรือง่ายๆคือทรงพลังพอที่จะบดขยี้ทั้งฝูงยูนิคอร์น!

ใช้เวลาแค่เพียง 10 นาที ฝูงยูนิคอร์นที่เดิมมีอยู่กว่า 50 ตัว

ก็ถูกฉินเฟิงสังหารสิ้น

แม้แต่ตัวที่เป็นระดับราชันย์ก็หนีไม่พ้น

ก้อนหินถูกปกคลุมไปด้วยเลือด และสุดท้ายหลั่งรินไปรวมเข้ากับบ่อน้ำ

ย้อมมันจนกลายเป็นสีโคลน

เชื่อได้เลยว่าหลังจากนี้ เกรงว่าบ่อน้ำแห่งนี้ จะไม่กลับมาใสสะอาดเหมือนเดิมอีกแล้ว!

ฉินเฟิงหันไปมองรอบๆ

เลือกตรงกลับไปยังทิศทางถ้ำที่เขาเจอก่อนหน้านี้

ถ้ำแห่งนี้ไม่ใหญ่มากนัก มันสูงเพียง 3 เมตร

สภาพรอบๆก็ดูไม่เป็นระเบียบ เหมือนว่าน่าจะก่อตัวขึ้นเองตามธรรมชาติ

หน้ากว้างเพียง 10 เมตร แต่มีเนื้อที่ลึกเข้าไปถึง 50 เมตร

และข้างในยังมีรูเล็กๆกว้างไม่ถึงครึ่งเมตร

ตรงจุดนี้คาดว่าน่าจะเป็นตาน้ำจากใต้ดิน

ฉินเฟิงใช้มีดกษัตริย์ครามตัดหิน ปิดกั้นทางเข้าถ้ำ

ตอนนี้เขาค้นพบสถานที่น่าพอใจในการตั้งฐานแล้ว!

เจ้าตัวเปิดกระเป๋าสะพาย หยิบหินสีเทาเงินออกมาสองสามก้อน

นี่คือศิลารูนมิติ

อย่างไรก็ตาม เมื่ออยู่ที่นี่

ศิลารูนมิติไม่ตมีปฏิกิริยาใดๆเลย

ฉินเฟิงเลยต้องออกมาข้างนอกอีกครั้ง

ลากศพราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล D แล้วกลับเข้าไปในถ้ำ

หยดเลือดของมันลงบนศิลารูนมิติ

ในโลกใบนี้ จริงๆแล้วยังมีพลังงานอยู่

เพียงแต่มันอยู่ในรูปแบบถูกดูดซับ วนเวียนอยู่ในร่างกายของสัตว์ร้ายก็เท่านั้นเอง

หรือง่ายๆก็คือ เลือดและเนื้อของสัตว์ร้าย มันเปี่ยมล้นไปด้วยพลังงาน!

หากฉากนี้เกิดขึ้นในมิติโลกมนุษย์ แล้วมีใครบางคนเข้ามาเห็น

เกรงว่าคนเหล่านั้นคงคิดว่าฉินเฟิงกำลังทำพิธีชั่วร้ายอะไรบางอย่าง

ใช้เลือดสังเวยบูชายัญ

ในตอนนั้นเอง ไป๋หลีที่อยู่ฝั่งโลกภายนอก และกำลังพักผ่อน

ลืมตาโพลงขึ้นทันที

ทั้งร่างของไป๋หลีสาดประกายไปด้วยรังสีแสงสีเงิน วินาทีต่อมา

เธอหายวับไปจากห้อง ปรากฏตัวขึ้นในชั้นใต้ดินของสถานชุมชนเฟิงหวง

ที่นี่มีคนคอยเฝ้ายาม เมื่อเห็นไป๋หลีปรากฏตัว

ก็โค้งคำนับด้วยความคำรพทันที

“ท่านผู้ใหญ่ไป๋!”

“อืม ช่วยเรียกคนอื่นๆให้มารวมตัวกันที่ห้องโถงหมายเลข 0

ด้วย!”

“รับทราบ จะปฏิบัติทันที”

ถ่ายทอดคำสั่งเสร็จ ไป๋หลีไม่เสียเวลารอ

เดินเข้าไปภายในห้องโถงหมายเลข 0 เป็นคนแรก

สถานที่แห่งนี้ถูกปิดกั้นไว้อย่างสิ้นเชิง นับตั้งแต่ไป๋หลีจากไปเมื่อสามวันก่อน

มันก็ไม่เคยถูกเปิดอีกเลย

ไป๋หลีเปิดประตู เห็นแค่เพียงภายในห้องโถงหมายเลข 0

ส่วนลึกด้านในสุด ติดตั้งไว้ด้วยก้อนหินที่กำลังส่องแสงระยิบระยับสีเทาเงิน

หินเหล่านี้ ถูกจัดเรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สูง 3 เมตร

กว้าง 5 เมตร

เฉพาะในตำแหน่งตรงกลางเท่านั้น ที่ยังมีที่ว่างอยู่

ยังไม่มีการฝังศิลารูนมิติลงไป

ไป๋หลีเหยียดมือ ศิลารูนมิติปรากฏขึ้นทันใด จากนั้นก็ถ่ายเทพลังสมาธิ

จัดการระบุพิกัดมิติ ก่อนกดศิลาฝังลงใจกลางประตูสี่เหลี่ยมผืนผ้า

วินาทีต่อมา ประตูมิติก็ถูกเปิดใช้งานอย่างรวดเร็ว

บังเกิดแสงสีเงินด้านนอก ส่วนด้านในประตู

สีดำสนิทเริ่มก่อตัวขึ้น

ช่องว่างมิติ --เสร็จสมบูรณ์แล้ว!

ขณะเดียวกัน ในเวลานี้ คนที่ไป๋หลีส่งคำสั่งให้มารวมพล

บัดนี้ได้มาถึงแล้ว

หัวหน้าทีมของฝูงชน เป็นน้องชายของวังเฉิน ชื่อว่า วังเสี่ยว

“คุณนำพวกเขาเข้าไปในนั้น แล้วคงรู้นะว่าต้องทำอะไรต่อ”

ไป๋หลีวาดมือ ปล่อยเสาหินหลายต้นออกมา และเสาหินนี้

เหมือนกับเสาหินบนประตูมิติเบื้องหน้าทุกประการ แม้แต่ศิลารูนมิติก็ถูกฝังเอาไว้

และใจกลางของเสาหินด้านบน ได้ฝังศิลารูนมิติที่ใช้ระบุพิกัดมิติเอาไว้

หากมีใครใช้พลังสมาธิตรวจสอบดู จะพบว่าพิกัดนั้น คือตำแหน่งของห้องโถงหมายเลข 0

“รับทราบท่านผู้ใหญ่ไป๋”

วังเสี่ยวนำทีมทั้ง 100 คน ช่วยกันพยุงเสาหินเหล่านี้

แล้วเดินทางเข้าสู่ช่องว่างมิติ

ในช่วงสามวันที่ผ่านมา พวกเขาได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดี

เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ และการเดินทางในครั้งนี้มันก็ไม่ได้แย่อะไร

เพราะมีฉินเฟิงคอยรออยู่ข้างใน ทั้งหมดที่พวกเขาต้องทำ ก็แค่ฟังคำแนะนำของฉินเฟิง

ภายในมิติต้องห้าม

ไม่นานฉินเฟิงก็เห็นคนนับร้อยเดินออกมาจากช่องว่างมิติ

“รายงานท่านประธาน

ผู้สมัครเข้ารับการปลุกพลังทีมแรกได้มาถึงแล้ว!”

วังเสี่ยวตะโกนเสียงดัง

คนอื่นๆค่อยๆวางของลง จัดแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย

คนเหล่านี้ ทั้งหมดล้วนมีแววตามุ่งมั่น

แม้พวกเขาไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นจากนี้ แต่ในสายตาของพวกเขา

มันเปี่ยมไปด้วยความหวังอันแรงกล้า!