ตอนที่ 196

2/4

Ep.196 -

อำนาจของมังกรไฟ

“ผู้ว่าการฉินมีฝีมือสมคำร่ำลือจริงๆ

สำหรับคุณ ดูเหมือนว่าสัตว์ร้ายตัวนี้คงเป็นได้แค่อาหารเรียกน้ำย่อย

ฉะนั้นทำไมคุณไม่ลองสู้กับพวกมันทีละ 2 ตัวดูล่ะ!”

ขณะกล่าว

ซินเซิงก็โบกมือออกไปอย่างไม่ลังเล ผ้าแดงที่ปกคลุมร่วงหล่นลง

สัตว์ร้ายถูกเผยโฉมอีกครั้ง

และอย่างที่บอกไป

ว่าคราวนี้ถูกปลดปล่อยออกมาถึง 2 ตัว

ตัวแรกเป็นนายพลสัตว์ร้ายเลเวล E3

‘หมาป่าเงาจันทร์’

อีกหนึ่งก็เป็นนายพลสัตว์ร้ายเลเวล E3

เช่นกัน มันเรียกว่า ‘จระเข้นอกรีตเขมือบมนุษย์’

ทั้งสองตัวนี้

คือสัตว์ร้ายทั้งหมดที่เหลืออยู่ และแม้ทั้งสองจะถูกเรียกขานว่าเป็นสัตว์ร้าย

หากแต่โดยพื้นฐานแล้วมันแตกต่างจากสองตัวก่อนหน้า

ไม่เพียงครอบครองกลิ่นอายที่แข็งแกร่ง

, ประกายของความชั่วร้ายในดวงตา แต่ยังดูทรงภูมิปัญญา

สำหรับจระเข้นอกรีต

ตามผิวหนังของมันเต็มไปด้วยเกล็ดสีเขียวมรกต มองดูแล้วราวกับหยก ทั้งยังสะอาดสะอ้าน

คล้ายได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ฝั่งหมาป่าเงาจันทร์ก็ไม่แพ้กัน ขนของมันนุ่มฟู

ดูยิ่งใหญ่และสง่างาม

เพียงกวาดมอง ฉินเฟิงก็ตระหนักได้ทันที

ว่าสองสัตว์ร้ายตัวนี้ บางทีอาจจะเป็นสัตว์ร้ายที่ถูกทำให้เชื่องแล้ว

ด้านสมาชิกคนอื่นๆของอีก 3 ตระกูลใหญ่

แม้จะรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของตระกูลซินที่อยากจะละเลงเลือดให้คนอื่นๆดู

แต่เวลานี้ทั้งหมดกลับต้องขมวดคิ้ว ข่มความไม่พอใจของตนเอาไว้

ในขณะที่มีอีกหลายคนตาลุกวาว ร้องอุทานออกมา

“สองสัตว์ร้ายตัวนี้

ดูเหมือนจะเชื่องเป็นพิเศษ”

“มันน่าจะทำสัญญากับมนุษย์แล้ว!”

“ตระกูลซินในปัจจุบันมีผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล

E อยู่ถึง 2 คน แม้จะน่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก

คนหนึ่งเป็นธาตุน้ำ อีกคนเป็นธาตุไม้ อย่างไรก็ตาม

พลังสมาธิของพวกเขาไม่อ่อนแอเลย สามารถทำสัญญากับสัตว์ร้ายได้

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมอำนาจของตระกูลซินถึงทะยานสูงขึ้นทุกปี!”

“ปรากฏว่าเป็นเจ้าสองตัวนี้นี่เอง

ที่ตระกูลซินต้องการโชว์ให้พวกเราดูในงานเลี้ยงปีนี้”

ถึงตอนนี้

ความคิดของผู้คนจะแตกแยกออกไปหลายสาย ทว่าในหัวใจกลับเต้นครึกโครมไม่ต่างกัน

ทั้งหมดที่กระจายอยู่รอบๆสนามประชัน ต่างมุ่งสมาธิจดจ่อกับสถานการณ์ภายในโล่พลังงาน

ต้องการจะทราบผลการต่อสู้ในครั้งนี้

สองสัตว์ร้ายตัวนี้เชื่อมต่อกับจิตสำนึกของเจ้านายมัน

เลยเป็นธรรมดาที่สามารถรับรู้ได้ว่าเป้าสังหารของตนคือใคร

ไม่รีรอให้อธิบายไปมากกว่านี้ สองสัตว์พรวดตรงเข้าหาฉินเฟิงทันที

นายพลสัตว์ร้ายตัวเดียวสำหรับฉินเฟิงไม่นับว่าเป็นสิ่งใด

ทว่าเมื่อสองนายพลสัตว์ร้ายประสานงานกัน

ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของพวกมันก็พุ่งสูงขึ้นทันที

ร่างของจระเข้นอกรีตมีขนาดใหญ่โตมาก

แต่กลับว่องไวอย่างน่าเหลือเชื่อ ระเบิดฝีเท้าพุ่งเป็นเงาเข้าหาฉินเฟิง

“ท่าร่างภูติพราย!” ฉินเฟิงทิ้งไว้เพียงภาพติดตา

ตัวจริงหลบเลี่ยงปากยาวที่เปี่ยมไปด้วยแรงกระชากกัดอันน่าสยดสยองของศัตรู

“โบร๊ว!” หมาป่าเงาจันทร์อ้าปากกว้าง

บอลพลังงานทรงพลานุภาพควบรวมในปากของมัน จากนั้นปลดปล่อยออกมา

สาดแสงเป็นริ้วสีขาว ยิงเข้าใส่ฉินเฟิงโดยตรง

“ลำแสงเปลวเพลิง!”

นายพลสัตว์ร้ายทั้งสองผสานโจมตี

ฉินเฟิงไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทุกกระบวนท่าของมัน ทว่าเขาก็มิได้ตื่นตระหนก

หนึ่งมือยกสูง ปลดปล่อยเปลวเพลิงปะทุขึ้นทันใด

ปะทะสลายคลื่นพลังงานที่อาจกระจายมาโดนตน

พริบตานั้น

สถานการณ์ก็ตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น แต่ฉินเฟิงมิสับสน เขาสามารถแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดาย

เซ่าหงรีบวิ่งไปยังขอบสนามแสดงฝีมือ

เพื่อหลบคลื่นพลังงานที่ปะทุคลั่ง เขาไม่กล้าที่จะเข้าไป

ได้แต่ดูฉินเฟิงต่อกรกับสองสัตว์ร้ายอย่างกล้าหาญ เคลื่อนไหวกระฉับกระเฉง

สองมือสองเท้าถูกใช้ออกอย่างเหมาะสม ทั้งคนทั้งร่างเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งและมั่นใจ--

--มั่นใจว่าตนจะสามารถคว้าชัยชนะมาได้

และไม่แสดงออกถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

วินาทีนั้นในหัวใจของเซ่าหง

บังเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นอย่างฉับพลัน หมอกและควันของตระกูลซินที่บดบังสายตา

ควบคุมเขาอยู่ตลอดเวลาคล้ายกำลังค่อยๆสลายหายไป

เจ้าตัวไม่เกิดความยำเกรงและหวาดกลัวในตระกูลซินอีกต่อไป

ภายนอกสนามแสดงฝีมือ

สีหน้าของสองอาวุโสตระกูลซินเริ่มกลายเป็นซีดเซียว

เพราะการควบคุมสัตว์ร้ายมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

แต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฝืนทน เร่งสังหารให้เร็วที่สุด เพราะพวกเขากลัวว่าสัตว์พันธสัญญาของตนจะพบจุดจบเดียวกันกับจามรีเขาสายฟ้า

ที่ถูกกำจัดโดยฉินเฟิง

พวกเขาได้แต่พยายาม เร่ง

เร่งให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด ไม่ยินยอมให้ฉินเฟิงได้พักหายใจ

และเฝ้ารอจังหวะที่ฉินเฟิงพลาดพลั้งจะได้บดขยี้เขาลงในลมหายใจเดียว

เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้

ฉินเฟิงก็เริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย

“พอไม่ได้ใช้มีดกษัตริย์คราม ก็ไม่ง่ายเลยที่จะต่อกร”

มีดกษัตริย์ครามตอนนี้ถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์รูนมิติ

ซึ่งหลังจากที่เข้าสู่พื้นที่คฤหาสน์ตระกูลซิน

เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดใครบางคนบุกจู่โจม

อุปกรณ์รูนมิติจึงถูกระงับโดยอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติขนาดเล็ก

---ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ใช้มัน

ยังไงก็ตาม

ไป๋หลีไม่ได้อยู่ในข้อจำกัดที่ว่า

แต่เป็นธรรมดาที่ฉินเฟิงไม่อยากจะเปิดเผยความสามารถของไป๋หลี

ดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้

คงทำได้แค่ใช้อำนาจที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเข้าสยบ!

สัตว์ร้ายในเลเวล E

ช่างเป็นเรื่องยากที่จะจัดการจริงๆ

แต่ทว่า … มันก็ยังไม่ถึงขั้นที่ฉินเฟิงจะเอาชนะไม่ได้!

พริบตานั้นทั้งคนทั้งร่างของฉินเฟิง

จู่ๆก็ลุกพรึบไปด้วยเปลวเพลิงขนาดมหึมา

และเปลวเพลิงทั้งหมดนี้อัดแน่นไปด้วยรูนไฟที่กำลังเต้นเร่า

คลื่นไอร้อนที่แผ่ออกมา

พุ่งสูงเกินกว่าที่โล่พลังงานจะรองรับไหว เล็ดลอดส่งผลกระทบถึงภายนอก

เปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงค่อยๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง  คล้ายมังกรขนาดใหญ่

ในขณะที่ฉินเฟิงยังถูกห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิง

ทำให้ฉากนี้ราวกับว่ามีมังกรกำลังว่ายวนอยู่รอบกายเขา ศีรษะและหางของมันยืดยาว

พร้อมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่กำลังเดือดพล่าน

ผู้คนที่เห็นฉากนี้

ทั้งหมดเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง บางคนอ้าปากค้างจนกรามร่วงตกลงกับพื้น

กระทั่งเฉิงโจวเอง

ก็ยังไม่สามารถควบคุมความหวาดกลัวในจิตใจของตนได้

“นี่มัน … เทคนิคมังกรไฟ!”

รูนก่อร่างเป็นมังกรยักษ์

ม้วนตัวเป็นเกลียว ว่ายเวียนวนรอบกายฉินเฟิง ตั้งท่าพร้อมสังหารศัตรู

อำนาจที่มันแผ่ออกมาทรงพลังอย่างหาที่ใดเปรียบ

อบิลิตี้ที่ทรงพลังเช่นนี้

มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านอบิลิตี้ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน ว่ามันคือเทคนิคที่หากบรรลุแล้ว

ผู้ใช้มันแทบจะคงกระพัน

อย่างไรก็ตาม

ฉินเฟิงในตอนนี้ฝึกฝนมันจนบรรลุแล้วอย่างงั้นหรือ?

เขาเพิ่งถูกปลุกพลังให้ตื่นขึ้นมาเป็นเวลากี่เดือนเอง?

แล้วเขาไปเอาทรัพยากรที่จำเป็นมาจากไหน?

แล้วเวลาที่ใช้ฝึกฝนเล่า?

แล้วทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยใช้มันเลย?

นี่คือไม้ตายที่เขาเก็บซ่อนไว้ใช่หรือไม่?

คำถามนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในหัวของเฉิงโจว

ในขณะที่คนอื่นๆตกใจยิ่งกว่า

เพราะเมืองเฉิงหยางแม้จะใหญ่มาก

แต่ก็เล็กมากในทำนองเดียวกัน เล็กที่ว่าหมายถึงแม้ในเมืองจะมีผู้คนมากมาย

แต่ก็มีหลายคนที่ตลอดทั้งชีวิตไม่เคยออกสู่ทุ่งล่า

ดังนั้นจึงไม่เคยเห็นการต่อสู้ในทุ่งล่าอย่างแท้จริง

เหมือนกับเทคนิคมังกรไฟ

ที่ตลอดทั้งชีวิตที่เกิดมา บางคนไม่เคยได้เห็น หรือได้ยินมันมาก่อนด้วยซ้ำ

รับรู้ได้เพียง

อบิลิตี้นี้ก่อแรงกดดันมหาศาล … มหาศาลเกินกว่าที่คนทั่วไปอย่างพวกเขาจะรับได้

“กรี๊ด!” หญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องออกมา

เจ้าตัวพบว่ากระโปร่งผ้าโปร่งของเธอกำลังลุกเป็นไฟ

ภายใต้ความอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น

“แบบนี้ไม่ดีแน่

พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว!” คนอื่นๆมองไปยังฉินเฟิงด้วยความหวาดกลัว

ทั้งหมดผุดลุกขึ้นพร้อมกัน ม้านั่งที่วางอยู่บนพื้นหญ้าหงายล้มลงมา

เมื่อมีคนแรกเปิดฉากวิ่งหนีไป

คนแล้วคนเล่าก็เริ่มหนีตาม

บางคนที่แม้ร่ำรวยแต่เป็นแค่คนธรรมดามิได้แข็งแกร่งอะไร

เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดดันนี้ แข้งขาก็ก้าวไม่ออก ทำได้เพียงค่อยๆตะเกียกตะกาย

คลานออกไป

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉินเฟิงใช้เทคนิคมังกรไฟ

ช่วงเวลานี้ตนสัมผัสได้ว่าในหัวใจกำลังพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น

ก่อนจะเกิดใหม่

เขาได้พบเจอกับผู้ใช้อบิลิตี้ที่ทรงพลังมานับไม่ถ้วน

บางคนครอบครองพลังอำนาจชนิดสามารถทลายได้ทั้งสวรรค์และปฐพี

และสำหรับเลเวล E ถือว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการสำแดงพลังอำนาจเท่านั้น

ต้องไม่ลืมนะว่า

ผู้ใช้อบิลิตี้น่ะคือลูกรักที่พระเจ้าโปรดปราน

ในที่สุด

ฉินเฟิงก็เข้าใจอย่างลึกซึ้งด้วยตนเอง ถึงความแข็งแกร่งของอบิลิตี้

หนึ่งมือวาดออก

ชี้ไปทางหมาป่าเงาจันทร์

วินาทีถัดมา มังกรไฟก็ส่งเสียงคำราม

ระเบิดเปลวเพลิงปะทุระลอกใหญ่ กระแทกเข้าใส่หมาป่าเงาจันทร์

“เอ๋ง!”

หมาป่าเงาจันทร์กรีดร้องน่าสมเพช

มันถูกแรงปะทะล้มกลิ้งลงกับพื้น มังกรไฟร้องคำราม อ้าปากใหญ่โตของมัน

และพุ่งเข้างับ! กัดเข้าใส่ลำคอของหมาป่าอย่างโหดเหี้ยม

เปลวเพลิงขนาดมหึมา

กำลังกลืนกินหมาป่าเงาจันทร์

“ไม่นะ! รีบขัดขวางมันเร็วเข้า

ช่วยสัตว์แห่งพันธสัญญาของฉันด้วย! ” ผู้ใช้อบิลิตี้ไม้ตระกูลซินร้องตะโกน

ผู้ใช้อบิลิตี้น้ำตระกูลซินไม่ลังเล

สั่งการผ่านจิตใจ ให้สัตว์แห่งพันธสัญญาของเขา สั่งให้จระเข้นอกรีตกระโจนเข้าตะครุบฉินเฟิง

ข้างกายของฉินเฟิง

มังกรไฟตัวเดิมที่ยืดหัวออกไปและกำลังกัดงับลำคอหมาป่าพลันสะบัดหาง

กวาดเป็นแนวยาวอย่างไร้ความปราณี

เปรี้ยง!

จระเข้นอกรีตปลิวกระเด็นราวกับกระสุนปืนใหญ่

กระแทกเข้าใส่โล่พลังงาน กระเด้งกระดอนหลายตลบ สุดท้ายฟุบหมอบกับพื้น

และบริเวณหน้าท้องของมัน

บัดนี้ปรากฏร่องรอยดำคล้ำเป็นตอตะโก ---เป็นบาดแผลจากหางมังกรที่พึ่งฟาดออกไป!