ตอนที่ 309

4/4

Ep.309 - รับเท่าที่ลงแรง

คนอื่นๆล้วนได้รับบาดเจ็บ พวกเขาไม่มีเวลาแม้จะเอ่ยปาก

ในเวลานั้นเอง ราชันย์งูเหลือมก็หันหัวไปอีกทาง

เลื้อยหลบหนีไป!

มันมีภูมิปัญหาค่อนข้างสูง

ฉะนั้นตระหนักดีว่าหากอยู่เฉยๆไม่หลบหนี มีแต่ต้องตาย

ฉินเฟิงกวาดสายตามองทั้งห้าคนที่อยู่รอบตัวเขา

และเห็นว่าทั้งห้าไร้กำลังที่จะต่อกรอีกต่อไป

ทำได้เพียงเท่านี้ แต่ยังคิดหมายจะชิงเหยื่อที่ติดแหของเขา?

เหอะ! คิดว่าคนอย่างฉินเฟิงจะยอมให้ผู้อื่นฉกฉวยผลประโยชน์ได้ง่ายๆหรือ?

แต่ความจริงมันก็เป็นเช่นนี้ ฉินเฟิงขอบอก ณ ที่นี้เลยว่า

ต่อให้จักรพรรดิสัตว์ร้ายตายลง บนศพของมัน

ไม่ว่าจะเป็นแก่นอบิลิตี้หรือขนที่เหลืออยู่ ทุกอย่างจะต้องตกเป็นของเขาทั้งหมด!

ต่อให้เวลานี้สามารถสังหารราชันย์สัตว์ร้ายตัวหนึ่งลงได้ก็ตามที

แต่คนอื่นๆก็แทบไม่ได้รับกำไรใดๆ ช่างน่าสงสาร

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ฉินเฟิงก็ก้าวออกไป

ไม่แยแสคนทั้งหลายอีกต่อไป โผเข้าหาราชันย์งูเหลือมเกล็ดทองคำ

ตูม!

ฉินเฟิงย่ำลงเหนือศีรษะราชันย์งูเหลือม

ราชันย์งูสัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงมหาศาลจากเบื้องบน กดหัวมันลงกับพื้น

แม้พยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหลุดพ้น

ตั้งแต่ที่มันเหลือร่างกายเพียงครึ่ง

ความแข็งแกร่งของงูเหลือมเกล็ดทองคำก็ถดถอยลง

ก่อนหน้านี้ตอนสภาพสมบูรณ์มันยังสู้ฉินเฟิงไม่ได้เลย ฉะนั้นตอนนี้ไม่ต้องกล่าวถึง

“เหิงหลิง - มังกรตะปบ!” ฉินเฟิงฟาดฝ่ามือลงใส่ศีรษะราชันย์งู

กำลังภายในก่อตัวเป็นรูปกรงเล็บขนาดยักษ์ ฉกลงตามการเคลื่อนไหวของฝ่ามือ

โผล๊ะ!

ดั่งน้ำพุร้อนที่ถูกขุดขึ้นมาจากใต้ดิน

หัวของราชันย์งูระเบิดเป็นรู ทั้งเลือดทั้งเนื้อทะลักออกมา

ลำตัวที่เหลือเพียงครึ่งของราชันย์งูสะบัดไปมา

เกิดเสียงลมหวีดหวิว พัดต้นไม้ล้มครืนเป็นแถว

อย่างไรก็ตาม หัวของมันยังอยู่ในสภาพถูกกดอยู่กับพื้น

ไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆได้

จนสุดท้าย การดิ้นรนนี้กินเวลายาวนานกว่า 10 นาที

ทุกอย่างก็สงบลง

---ราชันย์งูเหลือมเกล็ดทองคำ … ตาย!

ฉินเฟิงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายขนาดใหญ่ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายเขา

หล่อเลี้ยงบำรุงเนื้อหนัง เสริมสร้างชีวิตชีวาแก่มัน

ในพริบตา กายเนื้อของเขาก็ยกระดับไปอีกขั้น

เพราะท้ายที่สุดแล้ว แม้จะเป็นเลเวล D

แต่มันคือระดับราชันย์สัตว์ร้าย ดังนั้นสังหารเพียงหนึ่ง

เทียบเท่ากับสังหารสัตว์ร้ายระดับสามัญเลเวล C ถึง10 ตัว!

ฉินเฟิงที่เดิมเวียนวนอยู่กับ

ความแข็งแกร่งทางกายภาพระดับราชันย์เลเวล E9 มานาน ในที่สุดก็ก้าวขึ้นสู่เลเวล D !

กลิ่นอายของการยกระดับระเบิดออกจากตัวเขา

สิ่งนี้สร้างความแตกตื่นตกใจให้แก่ฝูงชนรอบข้าง

“หา? ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เป็นเลเวล D หรอกหรอ?”

ไซปิงลุกขึ้นจากพื้นด้วยคความยากลำบาก พลางกุมหน้าอกตน

“เป็นไปไม่ได้ ถ้าเขาไม่มีมวลน้ำกำลังภายใน แล้วจะสามารถป้องกันการโจมตีจากราชันย์งูเหลือมได้อย่างไร!”

เล่ยเฉินเป็นคนแรกที่ตอบสนองเขาไม่อยากจะเชื่อว่าฉินเฟิงจะเป็นอัจฉริยะที่สามารถต่อต้านลิขิตสวรรค์ได้เช่นนี้

เดิมก็แกร่งพอที่จะต่อกรกับราชันย์สัตว์ร้ายเพียงลำพังอยู่แล้ว

หากยกระดับขึ้นอีกขั้น เขาจะไม่กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปเลยหรือ?

“ผู้นำเล่ยรู้จักเขาใช่ไหม? เขาเป็นใครกัน?

ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีสัตว์ประหลาดแบบนี้อยู่ในสามเฉิงของคุณ”

เหมิงหลินซึ่งก่อนหน้านี้ถูกท่าอบิลิตี้โจมตี เดินออกมาจากพงหญ้า

สภาพของเขาตอนนี้ชวนให้รู้สึกสังเวช ผิวหนังกลายเป็นดำคล้ำ ผมเพ้าถูกเผา

อบิลิตี้ของศัตรูทำให้เขารู้สึกเหมือนตนกำลังถูกย่าง

โหวหยางเฉิงและตี๋เล่ยก็ลุกขึ้นเช่นกัน

การรวมตัวกันระหว่างพวกเขาทั้ง 5 ในสภาพอดสู ทำเอาทั้งหมดหัวเราะอย่างขมขื่น

ในตอนนั้นเอง ฉินเฟิงก็เดินกลับมา

ในมือเขาลากหัวราชันย์งู ตรงเข้ามาหาทั้งห้า

ราชันย์งูเหลือมเกล็ดทองคำมีขนาดใหญ่มาก

ผู้คนต้องเงยหน้าขึ้นมองมัน บังเกิดความสับสนเล็กน้อยในหัวใจ

ว่าฉินเฟิงจะนำราชันย์ตัวนี้มาหาพวกเขาทำไม?

“ก็อย่างที่ผมได้พูดไป ว่าลงแรงมากแค่ไหน

ก็จะได้รับสินสงครามมากเท่านั้น ตอนนี้ขอผมตรวจสอบดูก่อน”

ว่าจบฉินเฟิงก็โยนหัวราชันย์งูดังตึง!

จากนั้นก็ยกหน้าผากของมันขึ้น คว้าเกล็ดขนาดเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่บนหัวงู

แต่เกล็ดตรงส่วนนี้ หากเทียบกับตำแหน่งท้องงูที่อย่างน้อยมีขนาดเท่าจานใบใหญ่แล้ว

ถือว่าเล็กกว่ามาก

ฉินเฟิงเลาะเกล็ดชิ้นนั้นออก

ขณะเดียวกันก็ชี้ลงตรงรอยเล็กๆบนมัน

“นี่ส่วนแบ่งของคุณ”

เกล็ดลอยหมุนออกไป ตรงมาทางไซปิง ไซปิงยื่นมือออกไปคว้า

สีหน้าดำคล้ำยิ่งกว่าเดิม

เพราะนี่คือรอยจากขวานยักษ์ที่เขาสับทิ้งไว้ก่อนหน้านี้

แต่กลับสร้างความเสียหายได้แค่เท่าที่เห็น นี่ทำให้ไซปิงรู้สึกเสียหน้านัก

ฉินเฟิงยังไม่หยุด เขาเริ่มเดินวนไปรอบๆศพราชันย์งู

“ร่องรอยจุดนี้ น่าจะมาจากสุภาพบุรุษท่านนี้”

ว่าจบก็ชี้ลงบนรอยขีดข่วนเล็กๆบนเกล็ดทั้งห้า

พวกมันถูกแงะออกมาโดยฉินเฟิงและโยนให้กับตี๋ซิน

“โอ้ และรอยรัดนี่ ควรจะเป็นของคุณ” กว่า 7 - 8 เกล็ดที่บิดเบี้ยวถูกโยนไปให้โหวหยางเฉิง

“เนื้อตรงส่วนนี้มีแผลอยู่นิดหน่อย

แม้ฉันจะเป็นคนแรกที่ทำให้มันเกิดบาดแผลนี้ก็ตาม แต่ฉันใจกว้าง

ขอยกเนื้อชิ้นนี้ให้แก่ผู้นำเล่ย!”

ฉินเฟิงกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง แสดงออกถึงความยุติธรรมและผ่าเผย

ส่วนที่เกิดบาดแผลถูกคว้านออกมา และแบ่งปันออกไป

เนื่องจากครอบครองพลังสมาธิอันแข็งแกร่ง

ความทรงจำของฉินเฟิงจึงดีเยี่ยม เขาเฝ้าดูละครตลกฉากนี้มาตั้งนาน

เลยเป็นธรรมดาที่จะทราบว่าใครสามารถสร้างความเสียหายแก่ราชันย์งูเหลือม

และตรงจุดใดได้อย่างแม่นยำ

แต่ถ้าจะให้กล่าวตามตรง บาดแผลที่คนเหล่านี้สร้างขึ้น มันยังไม่ดีเท่ากับที่พวกเขาทุ่มโจมตีมันอยู่ตลอดเวลาเลย

เพราะยิ่งสู้นาน งูก็ยิ่งหลั่งเลือดมากขึ้น

แต่เลือดที่หลั่งออกมามันเกิดจากน้ำมือของฉินเฟิงอยู่ดี ฉะนั้นไม่นับ!

“ส่วนสหายผู้นี้ ต้องขอโทษจริงๆ

ผมหาร่องรอยความเสียหายที่คุณทำไม่เจอเลย แต่เห็นแก่มิตรภาพของเรา ผมขอมอบสามเกล็ดนี้เป็นการตอบแทน”

ฉินเฟิงหยิบสามเกล็ดให้กับเหมิงหลิน ในความเป็นจริงแล้ว

คนเหล่านี้บางคนฉินเฟิงรู้จัก และบางคนฉินเฟิงก็พอจะคาดเดาสถานะได้

เว้นไว้แต่เล่ยเฉิน ที่ฉินเฟิงแสร้งทำเป็นไม่รู้จักกัน

ฉินเฟิงจัดสรรสินสงคราม ไม่มีใครมือเปล่า

อย่างไรก็ตาม สีหน้าของคนเหล่านี้

เกือบทั้งหมดกลับทะมึนราวกับก้นหม้อ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ราชันย์งูเกล็ดทองคำมีขนาดใหญ่มาก

แต่พวกเขากลับได้รับกันแค่คนละ 4 - 5 เกล็ดเท่านั้น

โดยเฉพาะเล่ยเฉินได้รับเนื้องูซึ่งไร้ประโยชน์ที่สุด

ยังไงก็ตาม พวกเขาไม่อาจหักล้างคำกล่าวนี้ได้

ก้มมองไปยังรอยบนเกล็ด นี่เป็นฝีมือของพวกเขาจริงๆ

เหมิงหลินเป็นคนเดียวที่สีหน้าไม่ดำคล้ำ

เขาไม่กล้าทำอะไรไม่ยั้งคิดในตอนนี้ เพราะยังไงซะ ไซปิงเป็นตัวอย่างที่ดี

อีกทั้งเขายังเห็นว่าราชันย์งูเหลือมทรงพลังเพียงใด

ก้มลงมองสามเกล็ดทองคำในมือ

เหมิงหลินไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ พอตั้งสติได้ก็เริ่มเปิดบทสนทนา

“ขอแสดงความรู้จักอย่างเป็นทางการ ฉันชื่อเหมิงหลิน

เป็นผู้นำเมืองนุ่ยเหมิง ไม่ทราบว่าสหายมีชื่อว่าอะไร

ทำไมถึงไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย” เหมิงหลินเก็บเกล็ดทองคำเข้าไปในอุปกรณ์รูนมิติ

ยื่นมือไปทางฉินเฟิง

คิ้วของฉินเฟิงเลิกสูงขึ้นเล็กน้อย

เขาไม่ปฏิเสธมารยาทของอีกฝ่าย ยกมือกลับไปเชคแฮนด์

ขณะเดียวกันศพราชันย์งูครึ่งหน้าก็วาบวับไปด้วยเช่นกัน

“ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อว่าฉินเฟิง

เป็นผู้ว่าการของสถานชุมชนสังกัดเมืองเฉิงหยาง”

ใบหน้าของเหมิงหลินแสดงออกถึงความแปลกใจ

เขาคาดไม่ถึงเลยว่าฉินเฟิงจะเป็นแค่ผู้ว่าการ

บุคคลเช่นนี้

ต่อให้มีตำแหน่งเป็นถึงเทศมนตรีเมืองของชุมชนขนาดใหญ่ก็ยังไม่มากเกินไป  อย่างน้อยเขาสามารถเป็นได้ถึงระดับนายพล!

แต่ความสงสัยเหล่านี้ เพียงวาบผ่านขึ้นในใจของเหมิงหลิน  พริบตาเดียวน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป

“ช่างเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล!”

“ขอบคุณ”

“ผู้ว่าการฉิน ก่อนหน้านี้ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ

ที่เอาแต่เฝ้าดู หวังว่าผู้ว่าการฉินจะไม่เก็บมาใส่ใจ”

เหมิงหลินกล่าว

เดิมทีเขาเห็นว่าถ้าฉินเฟิงสามารถจัดการมันได้อย่างง่ายดาย

ตัวเขาเองก็คงสามารถจัดการงูเหลือมเกล็ดทองคำได้เช่นกัน

แต่ผลลัพธ์กลับหน้าแตกยับเยิน น่าอับอายจริงๆ

ฉินเฟิงไม่คิดเลยว่าเหมิงหลินจะยอมสารภาพอย่างง่ายดายเช่นนี้

ตนรู้สึกว่าคงต้องมองเหมิงหลินใหม่ซะแล้ว

**พรุ่งนี้งดประจำสัปดาห์ และบอกล่วงหน้าว่าวันที่ 30

ผมไม่ว่างนะครับ ลงได้แค่ 2 - 3 ตอนไม่มีชดเชยนะ