ตอนที่ 373

3/4

Ep.373 - ผู้การรัฐ เกาหยูคัง

เห็นฉินเฟิงไม่คิดเอ่ยคำใดอีก

เหมิงหลินก็อดถอนหายใจด้วยอารมณ์ไม่ได้ “สาเหตุหลักที่ฉันกังวลในตอนนี้

ก็คือจะเอายังไงดีกับคนเหล่านั้น ฉินเฟิง เกรงว่าคงต้องรบกวนคุณแล้ว

ฝากดูแลพวกเขาด้วย”

เหมิงหลินไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม

ความแข็งแกร่งของเขา ยังไงก็เทียบไม่ได้กับฉินเฟิง

“อืม ผมจะดูแลพวกเขาเอง”

ฉินเฟิงพยักหน้า ขณะเดียวกัน

รถศึกก็ขับมาถึงโรงแรมหรูใจกลางเมืองพอดี

ตัวอาคารโรงแรมสูงสิบชั้น และนอกไปจากผู้ใช้พลังเลเวล D 100

คนแล้ว ไม่มีใครเหลืออยู่อีกเลย

นั่นเพราะคนเหล่านี้ อาจก่อเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้

ฉินเฟิงถูกจัดให้พักในห้องเพรสซิเดนท์สูท บนชั้นที่ 10

เพื่อสามารถจับตาดูคนที่อยู่เบื้องล่างได้ตลอดเวลา

ทว่า หลังจากที่ฉินเฟิงมาถึง และกวาดพลังสมาธิออกไป

เขากลับพบว่ามีเลเวล D เหลืออยู่แค่ 80 กว่าคนเท่านั้น

ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามีใครหนีไปแล้วบ้าง

แต่บางที นี่อาจเป็นสิ่งที่เหมิงหลินต้องการ

เพียงเปิดประตู

ผู้ใช้พลังคนอื่นๆที่นำโดยเฉินเซี่ยงก็ก้าวมาเบื้องหน้าฉินเฟิง ต้อนรับเขา

จำนวนน่าจะสักราวๆ 20 - 30 คน

“ทุกคนมารับผมได้แบบนี้ แสดงว่าอาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”

“พวกเรายังสบายดี ขอบคุณมิสเตอร์ฉิน”

คนเหล่านี้ทุกคนต่างรู้สึกสำนึกคุณ

และก้าวเข้ามาเพื่อขอบคุณฉินเฟิง

บางคนอดไม่ไหว ต้องเอ่ยถามออกมา “มิสเตอร์ฉิน

เกิดอะไรขึ้นกับผู้ใช้พลังที่คุณสู้ด้วยก่อนหน้านี้?”

“อ้าว พี่เฉินยังไม่ได้บอกพวกคุณหรอ?”

ฉินเฟิงหันไปมองชายคนนั้น

ใบหน้าของคนเอ่ยถามค่อนข้างเคร่งเครียด

อีกทั้งสีหน้าของเขายังดูซีดเซียวเล็กน้อย

คนเหล่านี้กำลังกังวล กังวลจนสังเกตเห็นได้ชัด

เฉินเซี่ยง “ฉันแค่ต้องการให้นายเป็นคนบอกด้วยตัวเอง”

“มันตายแล้ว” ฉินเฟิงยืนยันหนักแน่น

บางคนผ่อนคลายลง บางคนกลับแสดงออกถึงความกังวลยิ่งกว่าเดิม

“เรื่องราวคราวนี้วุ่นวายใหญ่โตมาก

ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีเลเวล C ถูกส่งมาอีกไหม”

ปัจจุบันในกลุ่มพวกเขาล้วนได้รับบาดเจ็บ ไม่ต้องกล่าวถึงเลเวล

C ตอนนี้เกรงว่าเลเวล D ก็ยังปลิดชีพพวกเขาได้

เลยเป็นธรรมดาที่คนเหล่านี้จะรู้สึกกังวล

ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจางและกล่าว

“ผมพอจะรู้คร่าวๆเกี่ยวกับองค์กรนี้ เกรงว่าเรื่องมันอาจจะใหญ่กว่าที่คิดด้วยซ้ำ

เลเวล C ่ที่เพิ่งสู้ไปอาจไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งที่สุด ที่อยู่เบื้องหลัง ดังนั้น

มันจะดีกว่านะ ถ้าทุกคนตั้งหลักกันอยู่ในเมืองนุ่ยเหมิงกันก่อน

อย่ารีบร้อนที่จะหนีไปเลย”

“แล้วตัวฉันในตอนนี้ มีโอกาสกลับไปเหมือนก่อนหน้าได้อีกไหม?”

จู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

เห็นได้ชัดว่าเขาคือคนที่คืนสภาพได้ดีหลังกลายพันธุ์

และจากท่าทีเหมือนจะรู้สึกตื่นเต้นมาก

การแสดงออกของฉินเฟิงกลับคืนสู่ความเยือกเย็น แววตาของเขาคมชัด

“ถ้าคุณไม่อยากกลายพันธุ์อีกแล้ว ก็น่าจะทำได้ แต่หากคุณคิดกลายพันธุ์อีก

ทั้งยังต้องการอิสระ ก็ต้องจดจำไว้ให้ดี

ว่าตอนนี้คนจากองค์กรมืดได้ทำการทดลองกับคุณ หากคุณคิดออกจากพันธมิตรมนุษยชาติ

ไปเข้าร่วมกับองค์กรมืด คุณคิดว่า มีโอกาสมากแค่ไหนที่คุณจะได้เข้าร่วมจริงๆ

น่ากลัวว่าโอกาสที่คุณจะถูกเชือดเป็นชิ้นๆแล้วจับไปทดลองยังสูงกว่า!”

คนอย่างฉินเฟิง มีหรือจะไม่เข้าใจเป้าหมายของคนที่เอ่ยถาม

ทันทีที่สิ้นเสียง สีหน้าของหลายคนก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียด

“เอาล่ะ

มีเรื่องอะไรค่อยพูดกับผู้การรัฐที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้เถอะ

ตอนนี้พวกคุณไปพักผ่อนกันก่อน

ไม่อย่างนั้นคงไม่มีกำลังมากพอที่จะรักษาชีวิตตนเองไว้

อย่าลืมว่าพวกคุณอาจถูกลักพาตัวได้ตลอดเวลา และอีกฝ่ายอาจมีเลเวล C

อยู่มากกว่าหนึ่งคน!”

ฉินเฟิงกล่าวกึ่งข่มกึ่งเตือน

คว้าคีย์การ์ดห้องและพาไป๋หลีขึ้นลิฟต์ไปทันที

ห้องที่เหมิงหลินเตรียมเอาไว้ให้

ทันทีที่ก้าวเข้ามาก็บอกได้เลยว่าหรูหรา!

ทั้งพื้นที่และการตกแต่งภายในล้วนไม่มีที่ติ เรียกได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดอาจเป็นของใหม่ด้วยซ้ำ

คาดว่านี่คงจะเป็นการให้ความสำคัญกับฉินเฟิง!

“ฉินเฟิง สถานที่แห่งนี้ปลอดภัยแน่นอน

คุณสามารถบอกฉันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้รึเปล่า?”

เหมิงหลินเอ่ยปาก แม้คนอื่นๆจะบอกเขาคร่าวๆแล้ว

แต่เขาเชื่อคำพูดของฉินเฟิงมากกว่า

ฉินเฟิงขบคิดอยู่ชั่วขณะ

“บางทีคุณอาจไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่ขอรับรองได้เลย

ว่านี่คือฝีมือขององค์กรมืดจริงๆ!”

เหมิงหลินผงะตกใจ

กล่าวกันว่าคนของพันธมิตรองค์กรมืดมักจะคอยทำเรื่องชั่วช้าอยู่ในที่ลับ

ไม่มีใครที่ไหนออกมาป่าวประกาศให้ผู้อื่นรู้ว่าอาชญากรรมนี้เป็นฝีมือตน

เพื่อเพิ่มพูนชื่อเสียง และรับสมุนตัวร้ายมากขึ้น

แต่การเคลื่อนไหวคราวนี้มันเอิกเริกเกินไป อาละวาดหนักมาก

เหมิงหลินไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ

กระทั่งผู้ใช้พลังเลเวล C ก็ยังส่งออกมา ไม่อยากจินตนาการเลย

ว่าความแข็งแกร่งของผู้นำพวกเขาจะมากมายขนาดไหน

เหมิงหลินไม่กล้าจินตนาการแม้แต่น้อย

ว่าพันธมิตรองค์กรมืดที่น่าสะพรึงดั่งยักษาเช่นนี้ จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ฉินเฟิงกล่าวต่อ “พวกเขาเรียกตัวเองว่าองค์กร Z

เงาของพวกเขากระจายอยู่ตามสามเฉิง ทั้งยังมีกองกำลังแฝงตัวอยู่ในเมืองหลัก

และดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ อย่างเบาะแสที่ผมได้ข่าวในคราวนี้

ก็พบว่าเป็นโกวเกิงหัวหน้ากองกำลังอินทรีทรายแห่งสี่เมืองทะเลเหนือ

หากไม่รู้ล่วงหน้า การลอบโจมตีในครั้งนี้ ผลลัพธ์อาจร้ายแรงกว่าเดิมมาก!”

ฉินเฟิงเองก็ไม่คาดคิดเช่นกัน

ว่าวิกฤตล่มสลายของชาตงจะมาจากสาเหตุนี้

สีหน้าของเหมิงหลินเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด

“แล้วเรื่องของหยานฟางเล่า? มันเป็นมายังไงกันแน่?”

“เขากับผมมีเรื่องผิดใจกันนิดหน่อย

แต่จู่ๆอีกฝ่ายก็หยิบยื่นน้ำมาให้ ผมเลยยิ่งเกิดความสงสัยในตัวเขา”

ฉินเฟิงกล่าวกึ่งจริงกึ่งโกหก

แน่นอน

สุดท้ายเขายังเอ่ยเสริมถึงเรื่องของหยานชูวและร่างทดลองมนุษย์กลายพันธุ์อีกเก้าคน

ที่มีความแข็งแกร่งระดับนายพล และราชันย์ หากพวกมันปรากฏกายขึ้นโดยไม่มีฉินเฟิง

คงยากจะรับมือ

เหมิงหลินตั้งใจแยกไปย่อยข่าวดีที่ได้รับจากฉินเฟิง

เขาเอ่ยบอกลา

“ฉินเฟิง ฉันไม่รบกวนแล้ว เชิญพักผ่อนเถอะ”

“อา พรุ่งนี้เจอกันครับ”

เช้าวันรุ่งขึ้น ลุกเฟิงลุกจากเตียงแต่เช้าตรู่

เขาได้รับข้อความ ว่าผู้การรัฐได้มาถึงแล้ว

แน่นอน ว่ามิได้เดินทางมาด้วยยานขนส่ง

แต่ใช้ตัวเชื่อมมิติเดินทางมาโดยตรง

ซึ่งแต่ละครั้งต้องเสียเงินกว่าหลายสิบล้าน

ความฟุ่มเฟือยดังกล่าวมีเฉพาะเพียงผู้ใช้พลังเลเวล C เท่านั้นที่ยินดีจ่าย

สิ่งนี้ฟุ่มเฟือยยิ่งกว่าฮอลศึกของฉินเฟิงเสียอีก

แต่ต้องขอบอกเลยว่า ในแง่ของการเดินทาง มันรวดเร็วเป็นอย่างมาก

ผู้การรัฐแห่งสี่เมืองทะเลเหนือ เรียกกันว่าเกาหยูคัง

เป็นผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล C3 อายุราวๆ 35 ปี

ช่วงแรกๆที่สามารถปลุกพลังได้ ได้รับการทดสอบว่ามีศักยภาพสูงส่ง

ปัจจุบันจึงได้รับตำแหน่งเป็นผู้การรัฐของสี่เมือง และเป็นมาได้ 3 ปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วเขาไม่สนใจสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสี่เมืองทะเลเหนือ

เพราะแม้ด้านทรัพยากรแม้สี่เมืองจะดีกว่าสามเฉิงเล็กน้อย แต่สำหรับเลเวล C

ถือว่าน้อยเกินไป

นอกจากนี้

เกาหยูคังยังถูกจำกัดอำนาจโดยตระกูลผู้ใช้วรยุทธโบราณ

เขาเลยแทบไม่ต้องการอยู่ในสี่เมืองทะเลเหนือ

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าตำแหน่งผู้การรัฐ เป็นแค่การดำรงอยู่ในนามเท่านั้น

เกาหยูคังยังหนุ่ม มีความสามารถ

เลยเป็นธรรมดาที่เขาจะออกไปผจญภัยภายนอก

กลับมาคราวนี้

เพราะมีปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวพันธ์กับพันธมิตรมนุษยชาติ กระทั่งเลเวล A

ที่อยู่เบื้องหลังยังทวงถาม ผลคือเกาหยูคังต้องจำใจกลับมา

สามารถสร้างฐานแฝงตัวท่ามกลางเมืองเลเวล D ได้ ,

กระจายสารพิษของยีนกลายพันธุ์โดยไม่มีใครรู้ตัว

แล้วหากมันเกิดแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างเล่า? ภัยคุกคามมันจะใหญ่แค่ไหน

ภายในโรงแรมระดับสูงของนุ่ยเหมิง ณ เวลาเที่ยงวัน

ผู้ใช้พลังจากในปราการชาตงได้ถูกเรียกมารวมตัวกันในห้องประชุม …