ตอนที่ 328

4/4

Ep.328 - แก่นพลังงานในเงื้อมมือ

ฉินเฟิงมองไปยังชายอีกคนหนึ่งที่มีปัญหากับเขาในตอนแรก

เอ่ยถามกับหูเหลียง

“ผู้ใช้พลังคนนั้นเป็นใครกัน?”

หูเหลียงรู้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายทำให้ฉินเฟิงไม่พอใจ

เร่งกล่าวโน้มน้าว “มิสเตอร์ฉิน อย่าใจแคบนักเลย คนๆนั้นคือผู้พันหยาง

เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล D เขาชื่นชมในตัวโหวหยางเจียวมาก

คุณสร้างเรื่องในตึกประมูลเมื่อวานนี้ ผู้หญิงตระกูลโหวคนนั้น ได้รับความอับอาย คิดว่านั่นคือเรื่องที่ทำให้เขาไม่พอใจ”

ฉินเฟิงไม่แปลกใจเลย

ความแข็งแกร่งของโหวหยางเจียวมิใช่อ่อนแอ

แต่คู่ต่อสู้ของเธอคือใคร? เป็นเขาฉินเฟิง! แม้ว่าเธอจะอายุอยู่ในช่วงเลข3 - 4

แล้วก็ตาม แต่ผู้ใช้วรยุทธโบราณน่ะมีชีวิตยืนยาว

ดังนั้นในฐานะที่เกิดในตระกูลผู้ใช้วรยุทธ โหวหยางเจียวเลยถือว่าอายุยังน้อย

ถูกพวกคนเก่าคนแก่เอาใจ คุ้มกะลาหัวเธอเสมอมา เป็นธรรมดาที่จะหยิ่งผยอง แต่เอ๊ะ?

เมื่อวานตี๋เล่ยก็ร่วมวงด้วยนี่ อย่าบอกนะว่าเขากำลังสนใจโหวหยางเจียวอยู่เช่นกัน?

“ดูเหมือนว่า แค่คืนแรกคืนเดียว ผมจะทำให้หลายคนต้องขุ่นเคืองซะแล้ว”

ฉินเฟิงยิ้ม

“มิสเตอร์ฉิน หอกในที่โล่งง่ายต่อการหลบเลี่ยง

ทว่าศรในที่ลับยากจะปัดป้อง ขออย่าได้หุนหันพลันแล่นจนเกินไป จริงสิ!

คุณพักอยู่ที่โรงแรมใช่ไหม เรื่องนี้ขอให้ฉันเป็นคนจัดการเถอะ

ฉันจะหาอพาร์ทเม้นท์ดีๆให้คุณแทน เพราะหลังจากนี้คุณต้องอยู่ที่นี่ไปอีกสามเดือนถูกไหม?”

“ใช่แล้ว งั้นผมขอรับน้ำใจนี้ไว้ ขอบคุณนายพลหู!”

เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง ผู้คนก็เริ่มเก็บกวาดสนามรบ

ฉินเฟิงมีเรื่องอื่นที่ต้องไปทำ

และเขาไม่ต้องการเจอหน้าผู้พันหยาง เลยขอตัวจากที่นี่

แต่ก่อนไปก็ยังฝากฝังเจ้าหน้าที่ขนส่งเลเวล F ว่าให้แลกเปลี่ยนสินสงครามของเขาเป็นเงิน

แล้วโทรมารายงานอีกที

เฝ้ารอจนกระทั่งฉินเฟิงเดินจากไป เหล่าเลเวล D

ที่เหนื่อยล้าจนสีหน้าเขียวคล้ำถึงเอ่ยปาก

“สังหารนายพลสัตว์ร้ายเลเวล D ได้โดยลำพัง

ความแข็งแกร่งของฉินเฟิงคนนี้ ร้ายกาจเกินไปจริงๆ”

“ไม่น่าแปลกใจเลย ว่าทำไมหลายคนถึงถ่ายแพ้ให้กับเขาเมื่อวาน”

“บางทีเขาอาจจะดูดซับแก่นอบิลิตี้จักรพรรดิ

แล้ววิวัฒนาการไปอยู่ในระดับนายพลสัตว์ร้ายแล้วก็ได้ แต่เรื่องที่ฉันคิดไม่ตกจริงๆเลยก็คือ

… เขาร่ำรวยขนาดนี้ได้อย่างไร!”

“ไม่ใช่ว่าเขาเป็นผู้ว่าการของสถานชุมชนขนาดเล็กหรอกหรอ?

อยากจะรู้จริงๆว่าเขาเอาเงินมากมายขนาดซื้อแก่นอบิลิตี้จักรพรรดิได้ มาจากไหนกัน!”

ฉินเฟิงกลับมายังปราการชาตง

อันที่จริงนี่มันเลยเวลาที่ตกลงกับลู่หวันเปาไปตั้งนานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ข่าวสารล่าสุดในปราการชาตงย่อมถึงหูลู่หวันเปา

เขาให้ความสนใจกับแนวหน้าเป็นอย่างมาก และเมื่อเห็นข่าวที่ได้รับกลับมา

ก็อดถอนหายใจไม่ได้

‘ฉินเฟิงคนนี้ ไม่ง่ายเลยที่จะตอแย!’

ราวกับตำนานที่กลายเป็นความจริง เวลานี้ไม่ใช่แค่เขา

แต่ทุกคนต่างเริ่มให้ความสนใจกับฉินเฟิงอย่างจริงจัง

ไม่นาน ลู่หวันเปาก็เชิญฉินเฟิงไปพบกันที่ภัตตาคารสุดหรู

เพื่อทานอาหารค่ำ

ภัตตาคารถูกประดับตกแต่ง เจิดจรัสไปด้วยสีทองและสีเขียวของหยก

อาหารของพวกเขาถูกปรุงโดยเนื้อสัตว์ร้ายเลเวล D แถมยังอร่อยมาก

ไป๋หลีสวาปามอาหารอยู่ข้างๆ

ขณะที่ลู่หวันเปากับฉินเฟิงกำลังส่งมอบสินค้า

“ของทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว คุณลองตรวจเช็คมันดู”

แก่นพลังงานของราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล E และ D เหล่านี้

บางตัวก็แข็งแกร่ง บางตัวก็อ่อนแอ

เนื่องจากการดำรงอยู่ระดับราชันย์เป็นสิ่งมีชีวิตหายาก ดังนั้นเรื่องนี้ไม่อาจควบคุมได้

อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักธุรกิจที่ซื่อสัตย์

ลู่หวันเป่าเลือกแก่นพลังงานเลเวล E1 - E9 บางส่วน

คละๆให้มีมูลค่ารวมแล้วใกล้เคียงกัน

ฉินเฟิงพยักหน้าด้วยความพอใจ

“ไม่เลว!”

ฉินเฟิงวาดมือ ปล่อยวัตถุดิบทั้งหมดออกมา

เมื่อเห็นวัตถุดิบงดงามละลานตา ในหัวใจของลู่หวันเป่าก็อดเต้นครึกโครมไม่ได้

ช่วงเวลานี้ กระทั่งลู่หวันเปาก็ยังเกิดข้อสงสัย

ว่าเหตุใดฉินเฟิงถึงไม่คิดใช้วัตถุดิบเหล่านี้ไปทำอุปกรณ์รูน

ทำไมถึงนำมาแลกกับแก่นพลังงานตั้งมากมาย?

แต่ทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตัวเอง

ลู่หวันเปาตระหนักถึงเรื่องนี้ดี จึงไม่เอ่ยถามออกไป

อาหารมื้อนี้ ไม่ว่าจะแขกหรือเจ้าภาพ ก็ล้วนอิ่มหนำสำราญ

ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!

บนอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงมีข้อมูลส่งเข้ามา มันคือผลการต่อสู้ของปราการชาตง

ฉินเฟิงต่อสู้เพียงลำพัง สามารถสังหารสัตว์ร้ายเลเวล E

ได้มากกว่า 300 ตัว , เลเวล D กว่า 100 ตัว และยังรวมไปถึงราชันย์สัตว์ร้าย

ปัจจุบัน วัตถุดิบของเลเวล E ระดับสามัญ มีมูลค่าราวๆตัวละ

30,000 เหรียญ , เลเวล D สามัญมียอดมากถึง 100,000 เหรียญ สำหรับนายพลสัตว์ร้าย

มันยังมีแก่นอบิลิตี้รวมอยู่ด้วย แต่ฉินเฟิงไม่ต้องการมัน ดังนั้นขายไป

หลังจากแปลงเป็นเงินทั้งหมดแล้ว

ด้วยการออกล่าเพียงครั้งเดียว ฉินเฟิงสามารถทำเงินได้มากกว่า

30 ล้าน!

สถิติสินสงครามนี้ทำให้ผู้คนต้องตกใจ เพราะท้ายที่สุดแล้ว

เหตุการณ์ในวันนี้เป็นแค่การชุลมุนขนาดเล็กเท่านั้น

โดยปกติแบ่งสินสงครามกันอาจได้ไม่ถึงล้านซะด้วยซ้ำ!

กล่าวได้ว่าหากเป็นคนปกติธรรมดา

ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องร่วมสงครามยิบย่อยแบบนี้อีกกี่ครั้ง ถึงจะได้เงินเท่าฉินเฟิง

ในที่สุด พวกเขาก็ตระหนักได้

ว่าฉินเฟิงไปหาเงินมากมายมาจากที่ไหน!

อีกด้านหนึ่ง ฉินเฟิงได้รับอพาร์ทเมนท์หรูในพื้นที่พักอาศัยเล็กๆภายในปราการ

พื้นที่นี้เรียกกันว่าหยางกวงฟาง (ห้องพระอาทิตย์)

รถของฉินเฟิงขับเลี้ยวมาตามเส้นทาง ตรงไปยังพื้นที่พักอาศัย

ถึงการพักในโรงแรมจะไม่แย่อะไร แต่หากได้พักที่อพาร์ทเมนต์

มันจะไม่ดีกว่าหรอ?

เมื่อมาถึงพื้นที่พักอาศัย

ฉินเฟิงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายผู้ใช้พลังเลเวล D หลายคน นอกจากนี้ ในบรรดากลิ่นอาย

ยังมีอยู่หลายคนที่ฉินเฟิงคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ภายในสวนของที่พักอาศัย เฉินเซี่ยงมองไปยังผู้มาเยือนด้วยความประหลาดใจ

“มิสเตอร์ฉิน

ฉันไม่รู้ว่าก่อนเลยว่าคุณเองก็ถูกจัดให้พักอยู่ที่นี่ด้วย”

“เมื่อวานคุณยังเรียกผมว่าน้องชายอยู่เลย

ทำไมวันนี้เรียกมิสเตอร์ซะแล้ว? แต่ช่างเถอะ เมื่อวานผมยังไม่ได้ขอบคุณพี่ชายเลย”

ฉินเฟิงยื่นมือออกไป “ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ผมเรียกว่าฉินเฟิง

เป็นผู้ว่าการสถานชุมชนในเขตเมืองเฉิงหยาง และนี่คือแฟนของผม ไป๋หลี

เธอเองก็เป็นผู้ใช้พลังเลเวล D เหมือนกัน”

เฉินเซี่ยงมองไปทางไป๋หลีอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ฮ่าฮ่าฮ่า เข้าใจแล้ว งั้นจากนี้ไปฉันจะเรียกนายว่าน้องชายก็แล้วกัน

แต่ฉันไม่คิดเลยว่าน้องสะใภ้เองก็จะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ร้ายกาจจริงๆ”

ไป๋หลียิ้มและกล่าว “ฉันร้ายกาจอยู่แล้ว!”

ฉินเฟิงทำอะไรไม่ถูก ส่ายหัวเล็กน้อยให้ไป๋หลีและกล่าว

“รู้จักถ่อมตัวซะบ้างสิ!”

ไป๋หลีไม่รู้ว่าการถ่อมตัวคืออะไร

แต่อิงตามความแข็งแกร่งอย่างเฉินเซี่ยง

แม้ไป๋หลียังไม่ได้วิวัฒนาการเป็นสัตว์ร้ายเลเวล D ก็จริง แต่ขอแค่ตะปบเดียว

อีกฝ่ายก็หมอบแล้ว

ฉะนั้นการที่เธอบอกว่าตัวเองร้ายกาจก็ไม่น่าจะผิดอะไรไม่ใช่หรอ?

ทั้งสองแลกเปลี่ยนหมายเลขสื่อสารกัน

เท่านี้ก็ถือว่ารู้จักกันอย่างเป็นทางการ!

“พี่ชายเฉิน ผมยังมีบางอย่างต้องทำ ถ้าพี่มีปัญหาอะไรในอนาคต

สามารถเรียกใช้ผมได้!”

“แน่นอน มีน้องชายที่แข็งแกร่งอยู่ที่นี่แล้ว ฉันยังต้องกลัวอะไรอีกเล่า”

“เอาล่ะ งั้นผมขอตัวก่อน”

“อืม ไปเถอะ”

ฉินเฟิงเดินจากไปพร้อมกับไป๋หลี

เฉินเซี่ยงในตอนนี้ไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไป

อันที่จริง เขามีปัญหาบางอย่างจริงๆ

แต่ไม่รู้ว่าสมควรบอกฉินเฟิงดีหรือไม่ เพราะยังไงซะ

สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาสามารถตัดสินใจได้เพียงลำพัง

ในอพาร์ทเมนต์ใหม่ ฉินเฟิงตรวจสอบรอบๆ

และพบว่าสิ่งของภายในห้องครบครัน ไม่จำเป็นต้องเติมแต่งอะไร ทั้งยังไม่มีระบบเฝ้าระวัง

นี่ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย

ไม่มัวเสียเวลา เขาพาไป๋หลีเข้าสู่สุสานเทพสงครามทันที

ภายในวิหารเทพสงคราม ถัดจากห้องฝึกฝน

จะมีเวทีต่อสู้แบบปิดผนึกอยู่ พื้นที่ของมันโอ่อ่าใหญ่โต

ขณะนี้ ฉินเฟิงกับไป๋หลียืนอยู่ใจกลางเวทีต่อสู้

โดยเบื้องหน้าเขาและเธอ คือแก่นพลังงานของราชันย์สัตว์ร้าย

“นี่ก็เป็นเวลานานมากแล้วที่ฉันไม่ได้กินมื้อใหญ่!”

ทั้งร่างของไป๋หลีปกคลุมไปด้วยแสงสีเงิน แสงสาดประกายออกมา

ตกลงบนพื้นข้างๆ และเพียงพริบตาเดียว มันก็ขยายใหญ่ขึ้น

จิ้งจอกสีขาวราวหิมะตัวสูงใหญ่กว่าสามเมตรปรากฏตัวขึ้นที่นั่น

ทั้งตัวของมันแพร่กระจายแสงสีเงินออกมา

คู่ดวงตาระยับไปด้วยสีเงิน สุกสกาวราวกับดวงดาว ชวนให้ผู้คนเหม่อมอง

ฉินเฟิงเปิดกล่องคริสตัล

แก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้ายขนาดเท่าลูกบอลเผยโฉมออกมา

ฉินเฟิงโยนมันให้ไป๋หลี จิ้งจอกสาวยื่นคอ

ฉกงับเข้าไปในปากทันที

กร๊วม กร๊วม!

แก่นพลังงานแข็งแกร่งมาก

แกร่งชนิดไม่มีทางถูกทำลายด้วยพลังภายนอก ทำได้เพียงดูดซับมันเท่านั้น

แต่ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าไป๋หลีกลับเคี้ยวกินมันไม่ต่างจากขนม

เคี้ยวจนแหลกเป็นชิ้นๆ

อึก!

จากนั้นก็กลืนในคำเดียว ไป๋หลีเลียริมฝีปากของเธอ

“ไม่เลว รสชาติเปรี้ยวอมหวาน!”

ฉินเฟิงทำอะไรไม่ถูก เอ่ยปากกล่าว

“แก่นพลังงานมันมีรสชาติที่ไหนกัน หยุดล้อฉันเล่นเถอะ!”

“คุณจะรู้รสชาติมันได้ยังไง ปกติแล้วคุณดูดซับมันเท่านั้น

แต่ฉันเติบโตมาจากการกินพวกมันนะ!”

ศีรษะของไป๋หลีเชิดขึ้น เอ่ยปากกล่าว “ขอเพิ่มอีกลูกนึง!”

**พรุ่งนี้งดประจำสัปดาห์ครับผม

**ผมไปคุยกับเจ้าของแอพมาแล้วนะครับ ใครซื้อนิยายเรื่องนี้

ออกเงินแค่ที่จ่ายกับผมนะ ไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมในแอพครับ

ไม่เกี่ยวข้องกันครับ**