ตอนที่ 292

2/4

Ep.292 - กระจาย

ดอกบัวพิสุทธิ์

แม้ไม่ปนเปื้อนจากตะกอนโคลน แต่ตะกอนเหล่านี้ไม่ใช่โคลนธรรมดา

แต่มันประกอบไปด้วยพิษ! หากเฉียดเข้าไปใกล้หรือสัมผัสโดนตะกอนเพียงครั้งเดียว

พิษจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายทันที และมีผลต่อการฝึกยุทธในภายภาคหน้า

ดังนั้น

อย่ามองว่าดอกบัวที่ชูชันงดงามนี้เป็นแค่ดอกไม้ในตมธรรมดาๆ ห้ามเข้าไปใกล้เชียว

มิฉะนั้นแค่สูดดมกลิ่นของมันเข้าไปก็ติดพิษแล้ว

นี่เองคือความยากในการเก็บเกี่ยวเมล็ดบัวที่ถูกห่อหุ้มไว้ภายในดอกบัวพิสุทธิ์

ต้องทำให้มันผลิดอกให้ได้ ทั้งยังต้องเก็บเมล็ดบัวโดยห้ามเข้าไปใกล้มัน

ฉินเฟิงยิ้มเล็กน้อย

คว้าลูกปัดหยกบนแท่นบูชา สีหน้ายังคงสงบผ่อนคลาย

ไป๋หลียืนอยู่บนไหล่ของฉินเฟิง

เปิดปากกล่าว “บนลูกปัดถูกสลักพิกัดมิติเอาไว้ หากคุณใช้งานมันครั้งหนึ่งแล้ว

ห้ามหยิบลูกปัดอื่นอีกเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถูกส่งออกไปทันที”

“อ่า ฉันเข้าใจ”

สุสานเทพสงครามก็มีกฏของตัวเอง

นับแต่สมัยโบราณ ผู้แข็งแกร่งมักมาพร้อมกับความชอบธรรมเสมอ

วาจาหรือคำเตือนใดที่ทิ้งเอาไว้ ย่อมไม่กลับกลอก

ดังนั้นเป็นธรรมดาที่ฉินเฟิงจะปฏิบัติตามกฏของสุสานเทพสงคราม

“แต่ฉันสามารถปลดพิกัดมิติในลูกปัดให้ได้

หากคุณต้องการ”

“ไม่เป็นไร ฉันใช้แค่เม็ดเดียวก็พอแล้ว”

สำหรับฉินเฟิง เงื่อนไขนี้มันง่าย ..

ง่ายเกินไปด้วยซ้ำ!

ฉินเฟิงอัดฉีดกำลังภายในเข้าไปในลูกปัดหยก

“ไปเลย!”

เจ้าตัวง้างสุดแขน ก่อนจะเหวี่ยงออกไป

ลูกปัดหยกเปี่ยมไปด้วยกำลังภายในพุ่งเข้าใส่ดอกบัวท่ามกลางตะกอน

เริ่มจากบัวที่ผุดขึ้นอยู่ไม่ไกลออกไป

ตูม!

ดอกของบัวพิสุทธิ์เกิดการระเบิดทันที

ใบบัวปลิวกระจายออกเป็น 7 - 8 ส่วน แรงสะท้อนยังส่งผลกระทบไปยังดอกบัวอื่นๆ ไม่เพียงเท่านี้

ลูกปัดหยกเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ พลังงานภายในมันยังคงหลงเหลือ

พุ่งเข้ากระแทกดอกบัวเป็นครั้งที่สอง!

จากนั้นก็กระแทกครั้งที่สาม , สี่

และห้า กระบวนการทั้งหมดล้วนพุ่งเป็นเส้นตรง

ในขณะที่สระบัวมีความกว้างกว่า 100

เมตร ดังนั้นยิ่งลึกเข้าไป ก็ยิ่งยากเย็นที่จะได้รับเมล็ดบัวกลับมา

อย่างไรก็ตาม

ลูกปัดหยกของฉินเฟิงสามารถทำลายดอกบัวพิสุทธิ์ได้มากกว่า 5 ดอก

และ ผลพวงจากแรงปะทะของมัน

ชนเข้ากับดอกบัวพิสุทธิ์อื่นที่อยู่ใกล้เคียงอีกระลอก

กำลังภายในมหาศาลทำลายดอกบัวพิสุทธิ์ที่ถูกลูกปัดชนโดยตรงเป็นชิ้นๆ

ดอกบัวดอกที่สองก็ยังกระจายเป็นเสี่ยงๆ แม้การกระทำดังกล่าวเหมือนจะไม่มีอะไร

แต่ภายในดอกบัว

กลับปรากฏเมล็ดบัวดีดขึ้นไปในอากาศอย่างกระทันหัน

ผลุบ ผลุบ ผลุบ!

เมล็ดบัวลอยกระเด็นขึ้นไปบนฟากฟ้า

ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆชวนหลงไหลฟุ้งออกมา

ฉินเฟิงเปิดใช้งานกำลังภายในของเขาทันที

“ทักษะลับกลืนดารา ปลดปล่อยแรงดูด!”

เมล็ดบัวมากมายที่ลอยอยู่กลางอากาศ

ถูกรวบกลับมาไว้อ้อมแขนของฉินเฟิง กองรวมๆกันจนมีสภาพราวกับลูกบอลขนาดใหญ่

การขว้างลูกปักหยกในครั้งเดียวของฉินเฟิง

ส่งผลให้กว่า 9/10 ของเมล็ดบัวในสระตกมาอยู่ในเงื้อมมือเขา

กำลังภายในกวาดไปทั่ว

ฉินเฟิงทิ้งเมล็ดบัวมากมายที่ได้มากองไว้กับพื้น

ซึ่งในโลกภายนอก

แต่ละเมล็ดบัวมีมูลค่ามากถึง 50 ล้านเหรียญ!

แต่ฉินเฟิงสามารถเก็บเกี่ยวพวกมันได้กว่า 1000 เมล็ด!

นี่ช่างเป็นทรัพยากรที่ชวนให้น้ำลายสอ

กระทั่งผู้ใช้พลังเลเวล E

เงินจำนวนกว่า 5 หมื่นล้าน ก็ถือว่ามากมายมหาศาล นับประสาอะไรกับรุ่นเยาว์ภายนอก

เกรงว่าหากมาได้เห็นมัน พวกเขาคงจะกลายเป็นบ้า

ฉินเฟิงหย่อนตัวลงนั่ง เอ่ยเชิญชวน

“ได้มาเยอะเลย

เธอเองก็กินมันด้วยกันสิ”

ไป๋หลีกระโดลงจากไหล่ฉินเฟิงด้วยความสนใจ

ยื่นปากไปงับเมล็ดบัวและกลืนมันลงไป

กลิ่นช่างหอมละมุน รสชาติหวานกรอบ

--อร่อยมาก!

ฉินเฟิงเอาบ้าง

เขาหยิบขึ้นมาเมล็ดหนึ่ง โยนเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ

กระแสไอเย็นไหลเข้าสู่ภายในร่างกายตน คล้ายเริ่มกระบวนการชำระล้างร่างกาย

ไม่นานนัก

ฉินเฟิงก็รู้สึกว่าตามตัวเขาขับเหงื่อออกมา

แต่เหงื่อพวกนี้ล้วนปนเปื้อนไปด้วยคราบสีดำเป็นชั้นๆ

ดูเหมือนว่าผลของเมล็ดบัวจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

ดอกบัวพิสุทธิ์ถือว่าเป็นสมุนไพรในส่วนของเลเวล

E ตอนนี้ฉินเฟิงมีกายเนื้อระดับราชันย์สัตว์ร้าย

ดังนั้นชิ้นเดียวย่อมไม่ส่งผลลัพธ์ได้ดีเท่าที่ควร

เม็ดแล้วเม็ดเล่าถูกโยนเข้าปาก

ไหลลงสู่ช่วงท้อง ฉินเฟิงรับรู้ได้ถึงพลังงานในร่างกายที่กำลังแพร่กระจายอยู่ตลอดเวลา

คราบดำและคราบสกปรกเริ่มถูกขับออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

โชคยังดีที่สวนแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงสระบัว แต่ยังมีอีกลำห้วยไหลผ่าน  ฉินเฟิงกระตุ้นพลังสมาธิ

ยกเอาน้ำจากห้วยมาชะล้างกายภายนอก

เขาล้างตัวไปด้วย กินไปด้วย

จนเวลาล่วงเลยไปกว่าครึ่งชั่วโมง เมล็ดบัวก็หมดไปกว่า 100 เมล็ด

ฉินเฟิงรู้สึกแค่เพียงร่างกายและจิตใจของเขากลายเป็นบริสุทธิ์

ผุดผ่องอย่างหาที่ใดเปรียบ

กลิ่นอายสังหารก่อนหน้านี้เองก็ดูเหมือนจะถูกชำระล้างไปพร้อมกับมัน

ร่องรอยของความชั่วร้ายที่ปกคลุมในหัวใจเขามลายหายไปอย่างเงียบๆ

ห้วงสติอารมณ์ และสภาวะจิตใจ

แจ่มแจ้งและปลอดโปร่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ดอกบัวพิสุทธิ์เป็นของดีจริงๆ!”

ฉินเฟิงรู้สึกว่ามันคือสมบัติอย่างแท้จริง

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีราคาสูงนัก

ในตอนนั้นเอง

เสียงฝีเท้าพลันดังขึ้นจากทางเดินเบื้องหลัง

โจวฮ่าวที่ตามผิวหนังท่วมไปด้วยสีแดงเลือดก้าวเข้ามา

ฉินเฟิงพอเห็นสภาพของโจวฮ่าว

ก็ตระหนักได้ทันทีว่าอีกฝ่ายสามารถยกระดับทางกายภาพขึ้นมาเป็นนายพลสัตว์ร้ายได้แล้ว

โจวฮ่าวเองก็เห็นฉินเฟิง

แววตาของเขาฟุ้งไปด้วยความตื่นเต้น

แต่ไม่นาน

สายตาของโจวฮ่าวก็ตกลงบนเมล็ดบัวที่วางกองอยู่บนพื้น

โจวฮ่าวสูดกลิ่นหอมอ่อนๆในอากาศ

ก่อนจะเบนสายตาไปมองสระบัวพิสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นเหม็นในระยะไกล

“นี่มันเมล็ดจากดอกบัวพิสุทธิ์ไม่ใช่หรอ?

ทำไมถึงมีกองอยู่บนพื้นมากมายขนาดนี้ แล้วนายจะนั่งลงหน้ามันทำไมกัน

รู้ไหมว่าสภาพนายไม่ต่างจากพวกขายของแผงลอยข้างถนนเลย” โจวฮ่าวเอ่ยแซว

ฉินเฟิงไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

มีสักครั้งไหมที่พอได้คุยกันแล้วเขาไม่ถูกมันกวนตีน?

แต่พอลองก้มมองดูตัวเองดีๆ

ก็รู้สึกว่าเหมือนจริงๆ สภาพตอนนี้ท่อนบนไม่สวมเสื้อผ้า กางเกงขายาวบัดนี้ขาดวิ่น

ทั้งยังเป็นรู และเพื่อที่จะดูดซับเลือดมังกร ฉินเฟิงตอนนี้เลยเท้าเปล่า

ปัจจุบัน

เขาตกอยู่ในสภาพแทบไม่สวมใส่อะไรเลย นอกจากกางเกงขาดๆตัวหนึ่ง มองไปก็เหมือนคนแร้นแค้นจริงๆนั่นแหละ

แต่จะให้เรียกชุดอื่นมาสวมใส่ก็ไม่ได้

เนื่องจากสุสานเทพสงครามไม่อนุญาตให้เปิดใช้งานพื้นที่มิติ

มิฉะนั้นแล้วเลือดมังกรคงถูกช่วงชิงไปหมด ไม่เพียงพอสำหรับผู้คนทั้ง 5,000 คน

แน่นอน ไป๋หลีสามารถเปิดพื้นที่มิติได้

แต่เขาปรากฏกายในสภาพยาจกต่อหน้าทุกคนไปแล้ว

หากเวลานี้จู่ๆมีเสื้อผ้าสวมใส่ขึ้นมา มันจะไม่น่าสงสัยหรอ?

“นายโชคดีนะที่ฉันพกบางอย่างติดตัวมาด้วย”

โจวฮ่าวถอดกระเป๋าสะพายข้างหลังเขา

ฉินเฟิงมองกระเป๋าของโจวฮ่าวด้วยความประหลาดใจ

“ทุกคนใครๆก็ใช้อุปกรณ์รูนมิติกันทั้งนั้น

ทำไมนายถึงพกของแบบนี้มากัน?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่น่าถาม

ก็ฉันมันเป็นคนมองการณ์ไกลน่ะสิ!”

โจวฮ่าวเปิดกระเป๋า

ฉินเฟิงพบว่าภายในกระเป๋าใบใหญ่มีหลายสิ่งถูกเก็บเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ร้ายตากแห้ง

, ถุงพลาสติกแบบปิด และขวดโหลทั้งเล็กใหญ่ รวมไปถึงเสื้อผ้า

ขวดโหลที่ว่าคืออุปกรณ์ที่ใช้ในการบรรจุของเหลวจากการต่อสู้ในทุ่งล่า

ตอนนี้มีกว่า 10 ขวดอยู่กับตัวโจวฮ่าว ทั้งหมดถูกเติมเต็มไปด้วยเลือดมังกร

ทั้งยังมีขวดบางส่วนถูกห่อเอาไว้ และแบกอยู่บนหลังนางพญามดทอง

ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดเลย

ของเหลวทั้งหมดในขวดคือเลือดมังกร!

“ร้ายกาจ! นายสมควรแล้วที่จะได้รับมัน”

กระทั่งฉินเฟิงเองก็ยังไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

เขาค่อนข้างเซอร์ไพรส์เล็กน้อย หัวเราะชอบใจ

โจวฮ่าวเองก็หัวเราะ

“นี่มันแน่นอนอยู่แล้ว ฉันเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี

เพราะไม่รู้ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง”

ฉินเฟิงพยักหน้า

“เลยทำให้นายสามารถเก็บเกี่ยวทรัพยากรได้มากถึงขนาดนี้ไง จากที่ดูคร่าวๆ

แค่นี้ก็น่าจะพอให้นายตัดผ่านไปถึงเลเวล E ได้แล้ว ส่วนฉันถูกไล่ล่าก่อนจะเข้ามา

เลยไม่มีเวลาได้เตรียมตัวอะไร ”

อันที่จริงเขาไม่ต้องเตรียมตัวอะไรก็ได้

เพราะไป๋หลีสามารถเปิดพื้นที่มิติได้อยู่แล้ว แต่เมื่อเพื่อนฉลาด

เขาก็พร้อมเอ่ยปากชม

โจวฮ่าวพอได้ยินคำพูดของฉินเฟิง

สีหน้าของเขาก็เริ่มหนักอึ้งขึ้น รีบถามอย่างรวดเร็ว

“ยังไงก็เถอะ ฉินเฟิง

เกิดอะไรขึ้นกับนายกัน? ทำไมถึงไปมีปัญหากับตระกูลซงล่ะ

แล้วเมื่อกี้นายบอกว่ากำลังถูกไล่ล่า? เป็นพวกตระกูลซงใช่ไหม?”

แต่เรื่องนี้เกรงว่าจะไม่มีเวลาทันได้อธิบาย

เพราะพลังสมาธิของฉินเฟิงที่ปลดปล่อยอยู่โดยรอบ

ได้ค้นพบว่าข้างนอกมีอีกคนหนึ่งกำลังก้าวเข้ามา

ฉินเฟิงส่งสัญญาณให้โจวฮ่าวอย่างรวดเร็ว

เขาจงใจเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “เฮ้สหาย ฉันอยากจะซื้อกระเป๋าของนาย จะได้รึเปล่า

แลกกับเมล็ดบัว!”

รุ่นเยาว์ที่ตามเข้ามาคืออัจฉริยะของตระกูลโหว

---โหวฟาง!