ตอนที่ 188

2/4

Ep.188 -

กลับสู่เฟิงหลี

นี่คือข้อมูลที่ศาสตราจารย์หวางพกติดตัวออกมาจากฐานทดลอง

มองไปยังดิสก์หน่วยความจำ

แววตาของฉินเฟิงพลันทอประกาย แนบมันลงด้านข้างอุปกรณ์สื่อสารอย่างระมัดระวัง

จากนั้น ข้อมูลมากมายก็ถูกปล่อยออกมา

มีหลายส่วนที่ฉินเฟิงไม่สามารถทำความเข้าใจได้

และไม่อยากจะมองมันเช่นกัน เนื่องจากข้อมูลมันเยอะเกินไป เขาเลยจำกัดการค้นหาแค่ที่ต้องการ

แม้พลังสมาธิของฉินเฟิงจะแข็งแกร่งมาก

แต่เมื่อเห็นข้อมูลที่เขาไม่อาจทำความเข้าใจได้

ก็เกิดอาการปวดหัวแทบแตกเป็นเหมือนกัน

ทว่าหลังจากเห็นข้อมูลหนึ่งซึ่งไม่ยากจนเกินไป

เป็นรายชื่อของผู้ให้การสนับสนุนห้องทดลองของเมืองฟูเฉิง สีหน้าของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยน

เห็นได้ชัดว่าภายในเมืองฟูเฉิง

ฐานทดลองแห่งนี้มิได้เป็นความลับแต่อย่างใด

ไม่ว่าคนในรายชื่อเหล่านี้จะสมัครใจ

หรือไม่เต็มใจก็ตาม แต่ฝ่ายไหนก็ล้วนหันมาสนับสนุนฐานการทดลอง

สิ่งนี้ทำให้ฉินเฟิงรู้สึกว่า ฐานทดลองขององค์กรมืด ได้แทรกซึมเข้าไปในส่วนลึก

หรือที่เรียกกันว่ากระดูกสันหลังของสถานชุมชนเสียแล้ว

มันราวกับโรคระบาดที่ไม่มีวันสามารถรักษาหาย

เป็นปรสิตคอยกัดแทะสถานชุมชนให้เน่าฟอนเฟะลง

‘จากนี้ไป

คงจะเป็นการดีกว่าถ้าฉันไม่ไปเหยียบฟูเฉิงสักพัก เพราะเหตุการณ์ใหญ่ครั้งต่อไปไม่มีเรื่องจำเป็นให้กลับเข้าไป’

ฉินเฟิงขบคิด ในสมองอดบ่นอย่างช่วยไม่ได้ ‘ไอ้องค์กร Z นี่มันอะไรกันแน่นะ

ทำไมยิ่งค้นหาก็เหมือนยิ่งดำลึกลงสู่หุบเหวอันไร้ที่สิ้นสุด’

ในชีวิตก่อน

ฉินเฟิงเคยปะทะกับองค์กรมืดมากมาย

ทั้งหมดล้วนมีความสามารถในการทดลองที่เทียบเคียงกันได้ แต่เขากลับไม่เคยได้ยินชื่อขององค์กร

Z มาก่อนเลย

แต่สิ่งนี้ยังช่วยยืนยันถึงความลึกลับของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

ยังไงก็ตาม ความลึกลับที่เปรียบดั่งปริศนาอันดำมืดนี้

ฉินเฟิงยังคงตัดสินใจค้นหามันต่อไป

เขาต้องการเรียกร้องหาคำอธิบายให้แก่ชีวิตก่อนหน้าของตนเอง

และตอนนี้

ยังมีอีกหนึ่งคนที่อยากล้างแค้นเหมือนฉินเฟิงพ่วงเข้ามา

แถมยังเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งไม่เลวเลย ฉะนั้นเขาเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็ว

คงสามารถขุดรากถอนโคนองค์กร Z ขึ้นมาได้

รถศึกสุดหรูเดินทางต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่า

2 วัน ในที่สุดก็มาถึงสถานชุมชนเฟิงหลี

เพียงเดือนเดียว

สถานชุมชนเฟิงหลีเปลี่ยนแปลงไปมาก โครงสร้างส่วนใหญ่ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง

และการกลับมาของฉินเฟิง ทำให้ทุกคนตื่นเต้น

“ลูกพี่

ทางฟูเฉิงมอบโลโก้ผู้ใช้พลังเลเวล E ให้คุณจริงๆด้วย!”

วังเฉินเห็นสัญลักษณ์บนอกของฉินเฟิงและไป๋หลีก็อุทานออกมา

แม้เขาจะทราบว่าฉินเฟิงสามารถก้าวขึ้นสู่เลเวล

E แต่การได้รับตราสัญลักษณ์ มันจะแตกต่างออกไป เพราะนี่หมายถึง

ทางการได้ยอมรับว่าเจ้าของๆมันแข็งแกร่งอย่างแท้จริง

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอายุของฉินเฟิง

ปัจจุบันเขาอายุเท่าไหร่กัน? แค่16ปีเท่านั้นเอง!

แต่ความแข็งแกร่งที่ครอบครองกลับน่าสยองเกล้าถึงเพียงนี้!

“ก็นะ แต่ขอบอกเลยว่า

ของอย่างอื่นที่ฟูเฉิงมอบให้ก็ไม่เลวเหมือนกัน!” ฉินเฟิงกล่าว

แต่เขาไม่ได้บอกวังเฉินและคนอื่นๆว่าคืออะไร

“ใครก็ได้ ช่วยไปซื้อยาย้อมผมกับคอนแทคเลนส์มาให้หน่อย

เปลี่ยนโฉมสหายคนนี้ของฉันดูเหมือนคนธรรมดาที” ฉินเฟิงชี้ไปทางหลิงหวูยี่

“รับทราบค่ะท่านผู้ว่าการ

ฉันจะจัดการทันที!” แชงนาในฐานะเลขาของฉินเฟิงขานรับอย่างรวดเร็ว

แต่ก่อนจะเดินจากไป เธอยังโค้งคำนับให้ฉินเฟิงเล็กน้อย ในแววตาทอประกายสำนึกคุณและจงรักภักดี

“ท่านผู้ว่าการ

หนึ่งในคนที่ท่านพากลับมาก่อนหน้านี้ เป็นป้าของฉัน ขอบคุณท่านมากจริงๆ!” กล่าวจบ

แชงนาก็ถอยจากไปอย่างเงียบๆ

วังเฉินยิ้มแล้วหันมาพูดกับฉินเฟิง

“ป้าคนที่ว่า คือคนที่คุณจ้างเธอรับหน้าที่เก็บกวาดวัตถุดิบในเมืองหานก่อนหน้านี้

เรียกว่าซ่างเซี่ยน ทั้งสองมีชะตาชีวิตที่น่าสงสารไม่ต่างกัน

ตอนนี้ทางเราเลยจัดที่พักให้อยู่ด้วยกัน คอยปลอบประโลมกันไป”

ฉินเฟิงพยักหน้า ความเป็นอยู่ทางอารมณ์ที่ดีของลูกน้อง

จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน

และฉินเฟิงไม่ต้องการทำให้เลขาของเขารู้สึกทุกข์และขมขื่น

ดังนั้นให้คนที่เข้าใจกัน ช่วยปลอบกันถือเป็นวิธีที่ดี

พอพูดถึงเรื่องนี้

ก็ชวนให้นึกถึงอีกปัญหาที่น่าคิด : เมืองหานน่ะมีขนาดเล็ก

แต่ฉินเฟิงกลับนำพลเมืองจากทางนั้นกลับมาเป็นจำนวนมาก

เกรงว่าหลังจากที่ชิเทียนไห่ฟื้นฟูเมืองหานแล้ว

น่ากลัวว่าสุดท้ายเมืองแห่งนั้นก็คงล่มสลายลงอยู่ดี

แต่ใครจะสน! เพราะนี่คือยุคสมัยที่ผู้แข็งแกร่งคือราชา

และฉินเฟิงมาถึงเลเวล E แล้ว

ดังนั้นชิเทียนไห่ไม่กล้าส่งคนมาชิงตัวพลเมืองกลับคืนจากฉินเฟิงอย่างแน่นอน

ไม่ช้าแชงนาก็กลับมา

และเริ่มเปลี่ยนสีผมของหวูยี่ คนอื่นๆเมื่อทราบข่าวเรื่องฉินเฟิง

ก็ทยอยกันมารายงานตัว

ในหมู่พวกเขา เป็นธรรมดาที่หลิวซูจะงานหนักสุด

เพราะเธอรับผิดชอบในการตรวจนับวัตถุดิบ

เวลานี้

เมื่อเห็นว่าซูซิงฝูยังมาไม่ถึง หลิวซูก็เอ่ยเสียงกระซิบ “ผู้ว่าการ

คราวนี้คุณนำสิ่งต่างๆกลับมาได้มากมาย

เทียบเท่ากับมีเงินทุนจำนวนมากอัดฉีดเข้ามาในสถานชุมชนเฟิงหลี

สัดส่วนการถือหุ้นอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลง ฉันคิดว่า … ”

หากเป็นก่อนหน้านี้

หลิวซูคงไม่ยอมปริปาก แต่ปัจจุบันฉินเฟิงได้กลายเป็นผู้ใช้พลังเลเวล E แล้ว

เป็นธรรมดาที่บางสิ่งบางอย่างจะแตกต่างออกไป

ภูเขาลูกเดียว

ไม่อนุญาตให้เสือสองตัวอยู่ร่วมกันได้ สถานชุมชนเฟิงหลี เห็นได้ชัดว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก

“อืม ฉันพอจะเข้าใจ แต่ช่วยรอก่อน

ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา!” ฉินเฟิงกล่าว “คนเราไม่สมควรโยนตัวเองลงสู่ความหายนะ

ดั่งสำนวนอย่าข้ามแม่น้ำแล้วเร่งรื้อสะพาน หากวันนั้นมาถึงจริงๆ

ฉันจะตกลงกับผู้ว่าการเจิ้งเอง”

หลิวซูพยักหน้าเข้าใจ

เฝ้ารอจนกระทั่งฉินเฟิงแข็งแกร่งขึ้น

มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงเวลานั้นการจะต่อรองกับเจิ้งหยางคงเป็นเรื่องง่าย

ส่วนปัจจุบัน

ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดถึงเรื่องนี้

สักพักหนึ่ง ซูซิงฝู , เหอหลิง ,

เซ่าเซี่ยง ก็เดินเข้ามา และอธิบายถึงความปลอดภัยในทุ่งล่าของสถานชุมชน

ว่าตั้งแต่ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง การเคลื่อนไหวของสัตว์ร้ายก็ค่อนข้างลดลง

ไม่มีปัญหาใหญ่อะไร

แต่สิ่งที่ทางซูซิงฝูกล่าว

กลับทำให้ฉินเฟิงต้องสั่นสะท้าน

ซูซิงฝู มอบบัตรเชิญปิดทองให้กับฉินเฟิง

ปากกล่าวอธิบาย

“งานประมูลระดับเฉาฟ่านของกลุ่มหวันซ่งจะจัดขึ้นที่เมืองไห่

ลูกพี่คิดว่าควรจะส่งใครไปดี?” ซูซิงฝูเอ่ยถาม

ภายในงานนี้

ย่อมมีสมบัติถูกนำออกมาประมูลนับไม่ถ้วน!

โดยปกติแล้ว

การประมูลของกลุ่มหวันซ่งจะแบ่งออกเป็นสามระดับ อันได้แก่ ระดับสวรรค์ ,

ระดับปฐพี  และระดับเหนือขอบเขต

แม้ชื่อจะฟังดูหรูหรา แต่สองอันดับแรกเป็นเพียงงานประมูลระดับต่ำ

สินค้าประมูลระดับสูงสุดคือกลุ่มเลเวล

E และอาจมีสมบัติเลเวล D ปรากฏขึ้น ซึ่งนั่นเป็นส่วนสำคัญในช่วงท้าย

แน่นอน

ว่างานแสดงสินค้าขนาดใหญ่นี้เป็นความลับ

แต่บางครั้งก็มีเทศการเทกระจาดถูกจัดขึ้นโดยเฉพาะ

เพื่อเป็นการระบายสินค้าขายไม่ออก ที่มักจะอยู่ในเลเวล G

และตรงส่วนนี้

มีช่องว่างให้ทำกำไรได้มากมาย

“ผมขออาสาเอง คุณก็ต้องไปด้วย” ฉินเฟิงกล่าวตามตรง

ใบหน้าอวบอัดของซูซิงฝูฟุ้งไปด้วยความตื่นเต้นทันที

“งั้นผู้ว่าการ

คุณเตรียมทุนที่จะใช้เอาไว้เท่าไหร่? ”

ปัจจุบันภายในสถานชุมชน

มีเกราะเหล็กดำจำนวนนับหมื่น สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงใช้แลกเปลี่ยน

แต่ยังใช้แทนสกุลเงินได้

ฉินเฟิงคิดเกี่ยวกับมันอยู่พักหนึ่งและกล่าว

“ผมจะมอบทุนให้กับคุณ 1,000 ล้านเหรียญ

เพื่อใช้เป็นพื้นฐานการสร้างคลังสินค้าของสถานชุมชนเฟิงหลี”

ดวงตาของซูซิงฝูสว่างไสวขึ้นทันใด

แต่ฝั่งหลิวซูกลับตะลึงงัน

เธอกัดฟันกล่าว “ผู้ว่าการ ตอนนี้คลังของเราไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น”

แน่นอน

ว่าต่อให้ในคลังของสถานชุมชนของพวกเขาจะเต็มไปด้วยเกราะเหล็กดำนับหมื่นชิ้น

แต่มันก็สามารถตีเป็นเงินได้แค่ราวๆ 2 - 3 ร้อยล้านเหรียญเท่านั้น

“อ่า เรื่องนั้นฉันรู้ดี

ขอเวลาแค่ไม่ถึงครึ่งเดือน ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง” ฉินเฟิงกล่าว

หลิวซูทำได้เพียงพยักหน้าและถอยกลับมา

….

เรื่องสำคัญๆต่างๆได้รับการปรึกษา

และมอบหมายโดยฉินเฟิงจนเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันฉินเฟิงมีผู้ใช้พลังมากมายอยู่ใต้อาณัติ และเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

เขาเร่งจัดการเรื่องสถานะของหลิงหวูยี่

ระหว่างนี้ก็มอบหมายหน้าที่ให้ดำรงตำแหน่งอาวุโสกิตติมศักดิ์ของสถานชุมชนเฟิงหลีเป็นการชั่วคราว

เป็นตำแหน่งที่แม้ดูโผงผาง

แต่ไม่ต้องทำอะไร ขอแค่คอยดูแลสถานชุมชนเฟิงหลีก็พอ

เสร็จธุระ

ฉินเฟิงก็พาไป๋หลีกลับมายังสถานชุมชนเฉิงเป่ย

เนื่องจากสถานชุมชนเฟิงหลียังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์

ดังนั้นในเฉิงเป่ยเลยยังคงคึกคัก

เนื่องจากปัญหาด้านสถานะของหลิงหวูยี่

มันทำให้ฉินเฟิงย้อนนึกไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับไป๋หลีในช่วงแรกที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้

เขานึกขึ้นได้ว่าก็นานแล้วนะที่ไม่ได้ไปเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

แต่วันนี้เวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว ฉินเฟิงตัดสินใจพักผ่อนก่อน ตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้นค่อยไปพบผู้อำนวยการหลินเต๋อหรง

และคิดจะชักชวนอีกฝ่าย ให้มาเข้าร่วมกับสถานชุมชนเฟิงหลี

และหวังว่าผู้ว่าการเขตเจิ้งจะไม่ตำหนิเขา

เพราะท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ที่จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องชุมชน

นับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากเหลือเกิน!