2/5
Ep.151 -
สวรรค์โปรดปราน
ท่ามกลางเสียงยกยอปอปั้น
ฉินเฟิงยังนิ่งสงบ
ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ
ซินเจี่ยเซิงพอเห็นก็เริ่มหงุดหงิด
เขารู้สึกราวกับหมัดเด็ดที่แสดงออกมาต่อยลงบนผ้าฝ้ายนุ่มๆ
“เป็นอะไรไป?
ตอนนี้เกิดกลัวขึ้นมารึไง? กระทั่งหมายเลขนักสู้ก็ยังไม่ยอมเผยมันออกมา ปอดแหกไปแล้วหรอ?”
ซินเจี่ยเซิงส่งหมายเลขนักสู้ของตนออกไปแล้ว
และมันยังบ่งบอกถึงระดับความแข็งแกร่งทางกายภาพและกำลังภายในของเขา
กล่าวได้ว่าแม้จะมีท่าทีหยิ่งผยอง
แต่เขาก็มิใช่ตัวโง่งมของรุ่นลูกรุ่นหลานแห่งตระกูลใหญ่
อย่างน้อยก็มีความแกร่งทางกายภาพและกำลังภายในอยู่ในระดับ ‘มากพรสวรรค์’
ซึ่งระดับมากพรสวรรค์นี้
ไม่ได้เกิดจากการโมเมขึ้นด้วยตนเอง หากแต่เป็นการประมวลผลจากการทดสอบเฉพาะของศูนย์ประลอง
โดยจัดระดับให้ตามคะแนนจากน้อยไปมาก อันได้แก่ ระดับสามัญ , ระดับชั้นยอด ,
ระดับมากพรสวรรค์ , ระดับสวรรค์โปรดปราน , ระดับคงกระพัน
ซึ่งการที่ซินเจี่ยเซิงเป็นถึงระดับ
‘มากพรสวรรค์’ นั่นหมายความว่าเขามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะสามารถทะยานขึ้นสู่เลเวล
E ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ถึงเวลานั้น ไม่ว่าจะไปที่ใดในเมืองเฉิงหยาง
เขาก็สามารถออกปาก มีสิทธิ์มีเสียง
ฉินเฟิงที่จริงมิได้ปอดแหก
แต่เขาไม่มีหมายเลขนักสู้ต่างหาก เพราะยังไงซะ เขาเพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก
ฉินเฟิงเปิดอุปกรณ์สื่อสารของตน
แล้วทำการเชื่อมต่อกับเครือข่ายสาธารณะ
“ยินดีต้อนรับสู่ศูนย์ประลองผู้ใช้พลังประจำเมืองเฉิงหยาง
ภายในศูนย์จะประกอบไปด้วย … ”
เสียงที่อ่อนโยนดังขึ้น
เห็นได้ชัดว่ามันคือเสียงตอบรับอัตโนมัติสำหรับบริการของศูนย์ประลอง
มีไว้ใช้อธิบายข้อกำหนดของการลงสู่สังเวียน
เห็นถึงฉากนี้
ไม่ต้องกล่าวถึงซินเจี่ยเฉิง คนอื่นๆที่รุมล้อมเขายังถึงขั้นพูดไม่ออก
“อ่าว
นั่นเขาเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกหรอกหรอ?”
“บางทีอาจจะไม่ใช่คนจากเมืองเฉิงหยางก็ได้”
หลังจากที่ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
เปลวเพลิงแห่งความโกรธของซินเจี่ยเฉิงก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง
ไอ้เด็กนี่ ที่แท้ก็แค่หมาจรจัด
แต่ริหาญมาท้าทายอำนาจของตระกูลซิน---
---แสดงว่ามันไม่เห็นตระกูลซินอยู่ในสายตาเลย!
“เฮ้ไอ้บ้านนอก
เพิ่งจะเคยมาเมืองเฉิงหยางเป็นครั้งแรกงั้นหรอ?
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมแกถึงกล้าล่วงเกินฉัน!
คราวนี้จะได้เห็นกันว่าแกจะตายยังไง!”
นี่ดั่งสำนวนที่ว่าเป็นแค่งูดิน
แค่ริอาจท้าทายมังกรเจ้าถิ่น ฉินเฟิงเพิ่งมาที่เมืองนี้เป็นครั้งแรก
ก็หาเรื่องทำให้ซินเจี่ยเซิงต้องขุ่นเคืองซะแล้ว
ฉะนั้นเป็นธรรมดาที่ฉินเฟิงจะต้องพบจุดจบไม่ดี
ผู้คนโดยรอบเอง
ก็เหมือนจะพอคาดเดาผลลัพธ์ได้แล้วเช่นกัน
และเริ่มพากันส่งเสียงสาปส่งหยาบคายออกมา
“เจ้าหนู ไม่ต้องไปฟังคนพวกนั้นหรอก
เห็นเครื่องมือทดสอบผู้ใช้พลังนั่นไหม นายก็แค่ไปยืนตรงนั้นและปล่อยให้มันสแกน
เสร็จสิ้นกระบวนการนายก็จะได้รับหมายเลขนักสู้ จากนั้น
นายสามารถใช้หมายเลขนักสู้ทำการ ‘ขอท้าประลองแบบสุ่ม’ ได้ แต่แน่นอน
ถ้าหากนายต้องการเลือก ‘จับคู่ประลอง’ กับนายน้อยซินโดยตรง ก็สามารถทำได้เช่นกัน
ขอแค่กรอกหมายเลขนักสู้ลงไปบนสังเวียน!”
ฉินเฟิงรับฟังสิ่งที่ชายคนนั้นพูดอย่างตั้งใจ
มันช่วยประหยัดเวลาได้มาก เขาก้าวเดินไปยังเครื่องมือที่ตั้งอยู่ในห้องโถงทันที
แสงจากเครื่องทดสอบสแกนผ่านร่างของฉินเฟิง
จากบนลงล่าง ศีรษะจรดเท้า
ช่วงเวลาต่อมา
เสียงจากเครื่องมือทดสอบก็ดังขึ้น
【ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!】
【ผลการทดสอบอายุกระดูก : 16 ปี】
【ผลการทดสอบความแข็งแกร่งทางกายภาพ :
ระดับสวรรค์โปรดปราน】
---ระดับสวรรค์โปรดปราน
นั่นเท่ากับว่าเขาเป็นมังกรในหมู่หงสา! เป็นลูกรักของพระเจ้า!!
ยิ่งไปกว่านั้นฉินเฟิงยังมีอายุแค่เพียง
16 ปี! นี่มิใช่หมายความว่าเขาเพิ่งปลุกพลังได้แค่ 3 เดือนเองหรอกหรือ?
ไม่รีรอให้ฝูงชนร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ
ผลการทดสอบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【ตรวจพบความผันผวนของพลังสมาธิ】
【ความเข้มข้นของพลังสมาธิ :
ระดับสวรรค์โปรดปราน 】
“ว่ายังไงน้าาา!!”
“หูฉันฝาดไปรึเปล่า?”
“เครื่องมันเพี้ยนไปแล้วมั้ง?”
ผู้คนเริ่มเกิดความสงสัยว่าเครื่องมือทดสอบอาจจะรวนหรือพัง
ต้องรู้นะว่า ความแข็งแกร่งทางกายภาพน่ะ
มันเป็นตัวบ่งบอกถึงพละกำลังกาย และของฉินเฟิงมันสูงมาก
นี่ชัดเจนว่าฉินเฟิงต้องเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณ
แต่ถึงกระนั้นความเข้มข้นพลังสมาธิของฉินเฟิงเองก็ยังอยู่ในระดับสวรรค์โปรดปรานเช่นกัน
เรื่องแบบนี้มันไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด
อีกด้านหนึ่ง
ซินเจี่ยเฉิงเองก็ดูจะตกใจไม่น้อย
เพราะกระทั่งซินเจี่ยเซิงที่ถูกป้อนทรัพยากรมากมายตั้งแต่เด็ก
และได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี ก็ยังเป็นได้แค่ผู้ใช้พลังเลเวล F6
ในระดับมากพรสวรรค์เท่านั้น แต่แค่นี้ก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว
เพราะเหตุผลเดียวกันนี้เอง
ซินเจี่ยเซิงเลยกลายเป็นคนหยิ่งผยอง เขาเลยกล้าหยามหยั่นฉินเฟิง
เพราะมั่นใจว่าต่อให้เป็นหน้าไหนในเลเวลเดียวกัน
ก็ไม่สามารถแข็งแกร่งพอจะต่อกรกับตนเองได้
ทว่าเมื่อครู่นี้
ความมั่นใจทั้งหมดที่มีทั้งหมด เมื่อเผชิญกับฉินเฟิง มันกลับแตกสลาย
หายไปสิ้นไม่มีหลงเหลือ!
นี่มันผีห่าซาตานตนใดกัน? อายุแค่ 16
ปี แต่กลับครอบครองเลเวลเดียวกับตน กระทั่งผลวัดจากเครื่องมือทดสอบ
ก็ยังอยู่ในระดับสวรรค์โปรดปราน
อย่างไรก็ตาม
ราวกับประชดประชันให้คนอื่นอึ้งยังไม่พอ ผลการทดสอบยังคงไม่จบลง!
【ตรวจพบพลังวรยุทธโบราณ】
【ความเข้มข้นกำลังภายใน :
ระดับคงกระพัน】
ราวกับหินมหึมาถูกทุ่มลงในแอ่งน้ำใหญ่
---ระดับคงกระพัน!!
ไม่คาดฝันเลยว่าระดับคงกระพันจะปรากฏกายขึ้น
หากใช้ห้าระดับ
อ้างอิงตามระดับของสัตว์ร้าย , ระดับคงกระพันจะเทียบเท่าได้กับระดับจักรพรรดิสัตว์ร้าย!
ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าว
มีความเป็นไปได้เฉพาะคนที่อยู่ในเลเวล D เท่านั้น
และการที่ระดับจักรพรรดิสัตว์ร้ายปรากฏกายขึ้น
คงไม่ต้องบอกบรรยายว่ามันน่าตื่นตะลึงเพียงใด
ซินเจี่ยเซิงเริ่มรู้สึกว่ากายเขากำลังสั่นสะท้าน
【ผลการทดสอบเสร็จสมบูรณ์】
สิ้นเสียงเครื่องทดสอบ
ข้อมูลก็ถูกผูกไว้กับอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิง
จากนั้นบัญชีนักสู้ก็ถูกจัดตั้งขึ้น
ฉินเฟิงก้าวลงจากแท่นทดสอบ
มองไปยังซินเจี่ยเซิงที่บัดนี้ใบหน้าขาวอมเทาราวกับขี้เถ้า
“เริ่มกันได้รึยัง?”
คำกล่าวของฉินเฟิงแม้แผ่วเบา
ทว่าสำหรับซินเจี่ยเซิง มันราวกับคำสบถสาปแช่งของปีศาจร้าย
‘เริ่มกันได้รึยังงั้นหรือ?’
ให้เริ่มอะไร?
เริ่มสู้เป็นตายไม่เกี่ยงบนเวทีอะนะ???
อย่างไรก็ตาม
ซินเจี่ยเซิงมิอาจกล่าวคำเหล่านั้นออกมาได้ ‘ความเข้มข้นกำลังภายในระดับคงกระพัน
, ความเข้มข้นพลังสมาธิและความแข็งแกร่งทางกายภาพอยู่ในระดับสวรรค์โปรดปราน ….
ใครจะไปกล้าเริ่มกับเอ็งวะ? บิดาคนนึงล่ะไม่กล้าแน่นอน!’
“เจ้าหนู อวดดีไปเถอะ
คิดว่าแค่แกแข็งแกร่งแล้วจะรอดไปได้งั้นหรือ
กล้าทำให้คนตระกูลซินอย่างฉันต้องขุ่นเคือง เตรียมรับผลการกระทำได้เลย!”
ซินเจี่ยเซิงกล่าวโกรธแค้น
แต่คราวนี้
เป็นสีหน้าของฉินเฟิงที่แปรเปลี่ยนไป
“อะไร? นี่แกกำลังพ่นอะไรออกมา?
อย่าบอกนะว่ารู้สึกกลัวแล้ว? ยอมรับมาเถอะว่าแก ‘ปอดแหก’ !”
ฉินเฟิงเปล่งวาจาเหยียดหยัน
ชัดเจนว่าไม่แยแสต่อคำขู่ของซินเจี่ยเซิง
สมองของซินเจี่ยเซิงเต้นตุบๆ
เขาคล้ายเดือดพาลจนเลือดขึ้นหัว จนเกือบจะกระโจนเข้าหาอีกฝ่ายอย่างพลันแล่น---
---แต่เขาก็ไม่กล้า!
หวาดกลัวที่จะต่อสู้กับฉินเฟิง
ต้องบอกว่าเวลานี้ความคิดในหัวเขาตีกันจนสมองกลายเป็นว่างเปล่า
รู้สึกแค่เพียงอยู่ต่อไปคงยิ่งอับอาย
แต่ยังไม่วายทิ้งคำขู่ส่งท้าย
“อย่าหนีไปไหนซะก่อนล่ะถ้าแกแน่จริง!”
สิ้นเสียง ซินเจี่ยเซิงก็หมุนตัว
และ--ฟิ้ว! พุ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ทำทีคล้ายหากชักช้า
ภัยพิบัติเบื้องหลังจะไล่กวดตนเองได้ทัน
เมื่อซินเจี่ยเซิงเผ่นหนีไป
ผู้คนที่แต่เดิมรายล้อมเขาก็กลายเป็นโง่งม พอเบนสายตามองฉินเฟิง
ก็แยกย้ายกันหลบเลี่ยงเปิดทาง
อย่างไรก็ตาม
ฉินเฟิงกลับไม่ยอมเดินจากไป เจ้าตัวชี้ไปยังคนๆหนึ่งกลางฝูงชน
“เมื่อกี้นายใช่ไหมที่บอกจะสู้กับฉัน
ไอ้คนที่บอกขอใช้แค่มือเดียวก็พอน่ะ?”
ชายคนนั้นสตั้น! เร่งโบกไม้โบกมือ
“ไม่ ไม่ ไม่ เลเวลของฉันต่ำกว่าพี่ชาย
สู้กันไม่ได้หรอก!”
ฉินเฟิงหัวเราะเย็นชา
ชายคนนั้นทำเหมือนกับซินเจี่ยเซิงเป๊ะ พูดจบก็หมุนตัว ฉีกวิ่งหนีไปทันที
ฉินเฟิงเลื่อนสายตาอีกครั้ง
ไปตกลงที่อีกคนหนึ่ง
“ส่วนนาย บอกว่าขอใช้แค่ 2
ขาก็เตะฉันปลิวได้ใช่ไหม? งั้นมาสู้กันซักตั้งเป็นไง
ฉันต่อให้ตัวเองใช้แค่ขาเดียวเลยเอ้า!”
เหงื่อเย็นเยียบทะลักออกมาจากแผ่นหลังของชายคนนั้นทันที
นั่นเพราะเขามีเลเวลสูงกว่าฉินเฟิง
ตนอยู่ใน F7 ทว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพอยู่ในระดับสามัญ
แม้อาจกล่าวว่าเป็นผู้ใช้พลังที่ดี
แต่เมื่อเทียบกับฉินเฟิงแล้วไม่นับว่าเป็นสิ่งใด!
อันที่จริงเขาไม่คู่ควรขัดรองเท้าให้ฉินเฟิงด้วยซ้ำ!
“อา! เมียฉันเพิ่งส่งข้อความมาพอดี
ว่าฝากซื้อน้ำปลากลับบ้านด้วย ขอตัวก่อนนะ!”
ว่าจบ ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบโต้ พุ่งตัวหนีไปทันที!
ทว่าไม่มีใครต่อว่าเขา
เนื่องจากทุกคนทราบดีว่าการหนีตอนนี้คือตัวเลือกที่ดีที่สุด
แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินเช่นกัน
“พวกนายทุกคนมีใครอยากจะสู้กับฉันบนสังเวียนรึเปล่า?
นี่เป็น ‘ครั้งแรก’ ที่ฉันมาที่นี่ แถมยังเป็นคน ‘บ้านนอก’ ฉะนั้นได้โปรดมา
‘สั่งสอน’ กันหน่อยเถอะ!”
ฉินเฟิงจงใจยัด 3 คำ ครั้งแรก บ้านนอก
สั่งสอน ที่ตนเคยถูกก่นด่า และเน้นย้ำมันเป็นพิเศษ
แต่คนเหล่านี้กลับไม่มีใครกล้าคิดว่าฉินเฟิงเป็นเพียงบ้านนอกอีกต่อไป
เนื่องจากอายุแค่นี้
แต่กลับแข็งแกร่งชนิดต่อต้านสวรรค์ บอกเลยว่าต่อให้ฉินเฟิงเอ่ยปากว่าตนเองมาจาก
‘เมืองหลวงอันดับหนึ่ง’ แห่งแผ่นดินใหญ่ในทวีปตะวันออก พวกเขาก็จะเชื่อ!!
“โอ๊ย จู่ๆฉันก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมา!”
“อา! ดาราที่ฉันตามเพิ่งไลฟ์สดพอดี!”
“ฮัลโหลที่รัก? อ้าว ลูกจะคลอดแล้วหรอ
ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!”
พริบตานั้นทั้งหมดราวกับไม่เคยรู้จักซินเจี่ยเฉิงมาก่อน
ไม่ทำทีเหมือนตอนเยาะเย้ยฉินเฟิง แต่แสร้งทำเป็นไม่ว่างติดธุระ อ้างเหตุผลง่อยๆ
แล้วแตกกระเจิงวิ่งหลบหนีไปคนละทิศทาง …
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved