1/4
Ep.155 -
ชนะติดต่อกันอีกครั้ง
เต๋าชิชางน่ะเป็นคนที่มักจะซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเสมอ
เขาฉกาจในการลอบสังหาร ดังนั้นการต่อสู้บนสังเวียน
จึงนับว่าเป็นข้อเสียเปรียบสำหรับเขา
“เดิมทีฉันไม่ต้องการใช้เจ้าสิ่งนี้
แต่ว่านะเจ้าหนู …. แกไม่ตายไม่ได้จริงๆ!”
เต๋าชิชางปลุกเร้ากำลังภายใน
ถ่ายเทลงไปในจักรกลอย่างดุเดือด
สะบัดฝ่ามือเล็งไปทางฉินเฟิงและ --ลั่นไกออกไป!
พริบตาที่ฉินเฟิงเห็นสิ่งที่พุ่งออกมา
ทั้งคนทั้งร่างของเขาก็เริ่มตื่นตัวขึ้นทันที
“นั่นมันเข็มบิน!”
อีกฝ่ายงัดเอาอาวุธลับขึ้นมาใช้!
--ในบรรดาผู้ใช้วรยุทธโบราณ
แม้เท่าที่เห็นมักจะใช้หมัดลุ่นๆ
แต่พวกเขาเองก็ไม่มีปัญหาขาดแคลนในด้านอุปกรณ์ต่อสู้ เช่นเดียวกับผู้ใช้อบิลิตี้
อาวุธที่พวกเขาสามารถใช้งานได้ก็ร้ายกาจเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
อาวุธที่ถ่ายเทกำลังภายในลงไป ผลลัพธ์ที่เกิดจากมันจะน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น ที่กล่าวมาน่ะมันคืออาวุธรูน
ซึ่งมิใช่สิ่งที่อาวุธปืนธรรมดาจะสามารถเทียบเปรียบได้
ก่อนจะเกิดใหม่
ฉินเฟิงใช้เวลาตระเวนเรียนรู้อยู่นาน
แต่เขาก็ยังไม่ค่อยกระจ่างชัดเกี่ยวกับอำนาจของวัตถุเหล่านี้
ทันทีที่ไกถูกลั่น
พลังสมาธิของฉินเฟิงก็ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด
วินาทีต่อมา เกือบจะในทันที
ละอองสีดำนับสิบนับร้อย ที่แต่ละเข็มบางเบาเพียงขนวัวก็พุ่งเข้าใส่ฉินเฟิง
“ทักษะลับกลืนดารา!”
ไม่เพียงปลุกเร้าพลังสมาธิ
ฉินเฟิงยังกระตุ้นกำลังภายในทั้งหมดของเขา
ผสานไปกับกำลังภายในที่ขโมยมาก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ในตันเถียน
มีอย่างน้อยมากกว่าร้อยกลุ่มหมอก สูงกว่ากำลังภายในของอีกฝ่ายถึง 9 เท่า!!
“ปลดปล่อยแรงผลัก!”
อำนาจผลักดันมหาศาลพลันระเบิดออก ม้วนเข้าใส่เข็มบินอย่างโกรธเกรี้ยว
เดิมเข็มบิน แม้มีขนาดเล็ก
แต่ทั้งหมดก็ปกคลุมไปด้วยอำนาจป้องกันที่ใช้ยับยั้งกำลังภายใน
ทว่าเมื่อเจอกับการดำรงอยู่อย่างทักษะลับกลืนดาราที่สามารถดูดกลืนกำลังภายในของฉินเฟิง
กำลังภายในบนเข็มบินพลันถูกสลาย หมดสิ้นซึ่งอำนาจทำลาย แรงยิงแผ่วตกลง
และถูกเข้าควบคุมโดยพลังสมาธิต่อทันที พริบตานั้นเข็มบินม้วนตลบ
และพุ่งสวนคืนกลับไป!
ปุ ปุ ปุ ปุ ปุ!
ทั่วทั้งใบหน้าของเต๋าชิชางพลันปรากฏรอยจ้ำสีแดงเล็กๆ
หากเพ่งมองอย่างใกล้ชิด จะพบว่า มันเป็นรูขนาดเท่าขนวัว!
กลิ่นอายของเขาเริ่มสูญสิ้น
พลังพิเศษดูดกลืนของฉินเฟิงเริ่มทำงาน
กลืนกินพลังงานและกำลังภายในของฝ่ายตรงข้ามทันที
บัดนี้ … เต๋าชิชาง ---
ได้จบชีวิตลงอย่างไม่ยุติธรรม!
จนกระทั่งเต๋าชิชางเสียชีวิต
ฝูงชนโดยรอบถึงกล้าหายใจ รู้สึกราวกับในที่สุด
มือของใครบางคนที่คอยบีบคอของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา ยอมคลายมันลง
ฉินเฟิงทิ้งตัว
นั่งขวาทับซ้ายอย่างไม่ลังเล ควบคุมลมหายใจต่อหน้าผู้คนมากมาย
กำลังภายในมหาศาลถูกกระตุ้นใช้งานกระทันหัน
ส่งผลให้สีหน้าของเขากลายเป็นซีดเซียว คล้ายตรากตรำทำงานมาอย่างหนัก
บนหน้าผากหลั่งไหลไปด้วยเม็ดเหงื่อ
ฉากตรงหน้าทำให้ผู้คนคิดว่าฉินเฟิงคงฝืนกำลังตนเองมากเกินไป
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ฉินเฟิงก็ฝืนกำลังไปมากนั่นแหละ
ทว่าการเก็บเกี่ยวที่เพิ่งได้รับมามันกำไรยิ่งกว่า
ในตอนแรก
เส้นลมปราณของฉินเฟิงถูกบังคับให้ขยายออกจากการปลดปล่อยกำลังภายในแปลกปลอมของผู้อื่นที่เพิ่งถูกฉกชิงมา
นี่ถือว่าเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม
แต่ร่างกายของเขาก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจากพลังงานของเต๋าชิชาง
กำลังภายในของเต๋าชิชางก็ถูกสูบเข้ามาเช่นกัน
ฉะนั้นมันจึงมีส่วนช่วยเติมเต็มกำลังภายในเก่าที่หายไปในตันเถียน
อย่างไรก็ตาม
ฉินเฟิงมีรากฐานที่ดีมาก่อนแล้วในตอนอยู่เลเวล G
ผสานไปกับกลุ่มหมอกกำลังภายในเดิมกว่า 40 กลุ่ม ทำให้แม้จะฝืนไปบ้าง
แต่ตันเถียนของฉินเฟิงยังมั่นคง มีเสถียรภาพ!
เดิมทีในตันเถียนท่วมไปด้วยกลุ่มหมอก
ทว่าถูกกวาดออกไปอย่างรีบร้อนในการปะทะก่อนหน้านี้ พอลองเพ่งมองดูใหม่อีกที
ฉินเฟิงพบว่าปัจจุบันเหลืออยู่ทั้งสิ้น 74 กลุ่มหมอก
“พลังพิเศษดูดกลืน!”
อบิลิตี้ติดตัวของฉินเฟิงถูกเปิดใช้งาน
มันเริ่มกลืนกินกำลังภายในอย่างบ้าคลั่ง
แทบจะไม่ต้องรอ
กำลังภายในส่วนหนึ่งก็ถ่ายเทกลับมาผ่านเส้นลมปราณที่ขยายใหญ่อีกครั้ง
หวนคืนสู่ตันเถียน
หลังจากที่ทำเช่นนี้ซ้ำๆอยู่หลายครั้ง
ในที่สุดฉินเฟิงเลยรู้ว่าหลังจากการกลืนกินกำลังภายในแล้วส่งคืนกลับมาในแต่ละครั้งปริมาณที่จะถูกส่งกลับมาจะอยู่ในรูปแบบ1/4
ไม่ก็ 1/3
แต่เพราะในครั้งนี้
เนื่องจากกระทั่งคนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเป็นนักสู้เลเวล F ระดับชั้นยอด
ดังนั้นกำลังภายในที่ชิงมาจึงมีสภาพดีตั้งแต่ต้น หลังจากหลอมโดยพลังกลืนกิน
ฉินเฟิงเลยได้รับกลับมามากถึง 30 กลุ่มหมอก
ปัจจุบัน หากเทียบตัวฉินเฟิงกับเลเวล F
ธรรมดาๆที่มีกลุ่มหมอกกำลังภายในเพียง 10 ฉินเฟิงจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาถึง 7
เท่า!
ยังไม่พอ
เขาสังหารผู้คนไปมากมายในการประลองวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนสุดท้ายเต๋าชิชาง
ผลลัพธ์ของมันส่งผลให้ร่างกายของฉินเฟิงเริ่มเกิดการพัฒนาไปอีกขั้น
“เขาก้าวขึ้นสู่เลเวล F7 แล้ว!”
เสียงรอบข้างยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง
สามารถตัดผ่านอุปสรรคได้ในสถานที่แบบนี้
ฝูงชนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา!
แม้จะดูเหมือนง่ายที่ฉินเฟิงสามารถอัพเลเวลได้ที่นี่
แต่ในมุมมองของคนอื่นๆ การจะทำเช่นนี้ได้เป็นเรื่องยากเย็นนัก
เพราะการคืบคลานไปในแต่ละขั้น
อย่างไรก็ต้องการเวลา ไม่เหมือนกับฉินเฟิง ที่หลังต่อสู้ไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง
เขาก็สามารถตัดผ่านอุปสรรคได้แล้ว!
นอกจากนี้การไต่ลำดับการต่อสู้ก็เป็นสิ่งที่ยากเย็นเช่นกัน
แต่ฉินเฟิงกลับชนะการต่อสู้ติดๆกันในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ตามกฏของศูนย์ประลอง
ฉินเฟิงสามารถท้าทายได้ห้านักสู้ในแต่ละครั้ง จากนั้นก็จำเป็นต้องหยุดพัก 1 วัน
แล้วถึงสามารถท้าประลองต่อเนื่องอีกห้ารอบในครั้งต่อไปได้
หรืออีกความหมายนึงก็คือ การท้าประลองที่ตัวเขาทำอยู่ในขณะนี้
แท้จริงแล้วจำต้องใช้เวลามากถึง 1 สัปดาห์ ถึงจะเรียกว่าปกติ --- การท้าทายกว่า
15 คนในคราวเดียว มันทั้งเหนื่อยล้าและกินพลังงานมากเกินไป
ไม่มีใครเขาทำกันหรอก!!
ฉินเฟิงผ่อนลมหายใจออกเฮือกหนึ่ง
เขาค่อยๆลืมตาขึ้น
และพบว่าผู้คนรอบข้างกำลังจ้องมองเขาอย่างเหม่อลอย
คล้ายกับต้องการให้เขาเอ่ยเลือกท้าประลองคนต่อไป
โดยที่พวกเขาไม่ทราบด้วยซ้ำ
ว่าช่วงเวลาเมื่อครู่ที่ผ่านมา มีแสงสีเงินลอยล่อง
กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณโดยรอบอย่างลับๆ
---มันคือฝีมือของไป๋หลีที่แยกตัวฉินเฟิงออกจากผู้คน ระหว่างนั้น
หากมีใครกล้าทำตัวผลีผลาม เกรงว่าร่างกายของเขาคงถูกจับแยกออกส่วนซะก่อนจะถึงตัวฉินเฟิง
แต่โชคยังดี
ที่ระหว่างนั้นไม่มีใครกล้าเสนอหน้าเข้ามา
‘เขาจะยังเลือกขอท้าทายต่อไหมนะ?’
นี่คือสิ่งที่ในใจของทุกคนกำลังคิด
เพราะปัจจุบันชนะมาถึง 19
ครั้งติดต่อกันแล้ว ฉะนั้นอย่างน้อยก็ต้องชนะอีกสักครั้งถึงจะถูกต้อง
ฉินเฟิงเองก็คิดเหมือนกัน
ดังนั้นเขาต้องการจะท้าทายต่อ
ทว่าในเวลานั้นเอง
อุปกรณ์สื่อสารของเขาก็ส่งเสียง ติ๊ดๆ ขึ้น
【หมายเลขนักสู้ XXXX
ขอท้าประลองกับคุณ! อีกฝ่ายมีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล F9
ฉะนั้นคุณสามารถนับรวมเป็นชัยชนะในครั้งต่อไปได้】
เวลานี้ ปรากฏร่างๆหนึ่งยืนอยู่ใต้เวที
“สวัสดีฉินเฟิง ฉันเรียกว่า ‘เฉิงโจว’
เป็น ‘ผู้ใช้อบิลิตี้’
ฉันอยากจะถามว่าพวกเราพอจะประลองแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ไหม? แน่นอน
ฉันเองก็จะทุ่มสุดฝีมือ และถ้าหากว่ามันเป็นการขัดผลชนะต่อเนื่อง
ก็หวังว่านายจะไม่ใส่ใจ!”
เสียงของคนใต้เวที
เป็นธรรมดาที่จะผ่านเข้ามาถึงหูของฉินเฟิง เขาชะโงกหน้าออกไปมองฝ่ายตรงข้าม
และพบว่าอีกฝ่ายกำลังแผ่กลิ่นอายชืดชาเล็กน้อยออกมา น้ำเสียงเองก็เย็นชา
แข็งกร้าวไม่แพ้กัน คู่ดวงตาเป็นสีดำเหล็ก
ไม่รอให้ฉินเฟิงเอ่ยตอบ
ฝูงชนโดยรอบก็พากันกรีดร้องขึ้นทันที
“นั่นเฉิงโจว!”
“อัจฉริยะหนุ่มแห่งตระกูลเฉิง!”
“ตอนนี้เขาอยู่ในเลเวล F9 แล้ว
ทั้งๆที่ยังมีอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น!”
อีกแค่ก้าวเดียวก็จะทะยานขึ้นสู่ผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล
E --ต้องรู้นะว่า ในศูนย์ประลองส่วนใหญ่มักจะเป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้วรยุทธโบราณด้วยกัน
เนื่องจากจำนวนของผู้ใช้อบิลิตี้มีน้อยมาก กล่าวได้ว่าหาได้ยากยิ่ง
และพวกเขาไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด ดังนั้นจึงแทบไม่ปรากฏตัวขึ้นในศูนย์ประลอง
ทางฝั่งมือปืนก็เช่นกัน
ต่อสู้แต่ละครั้งต้องสูญเสียกระสุนไปเป็นจำนวนมาก
และการต่อสู้ของพวกเขามันมีอานุภาพทำลายล้างสูงเกินไป ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่
นอกจากนี้พวกคนรวยยังชอบยิงกระหน่ำแบบไม่เกรงใจ แต่ทั้งหมดนั่นคือความบันเทิง
สำหรับคนจนมันเปรียบดั่งการใช้เงินจุดพลุอย่างสนุกสนาน
ดั่งที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นมือปืนจึงไม่ได้รับสิทธิ์ให้ต่อสู้บนสังเวียน
ขณะเดียวกันผู้ใช้อบิลิตี้ก็จะไม่มาเข้าร่วม
แต่ปัจจุบันฉินเฟิงสามารถชนะต่อเนื่องได้ถึง
18 ครั้ง แค่นั้นก็ก่อให้เกิดความฮือฮาไปทั้งเมืองเฉิงหยางแล้ว และแน่นอน
หลังจากสังหารเต๋าชิชาง ก็เท่ากับว่าเขาชนะต่อเนื่อง 19 ครั้งติด!
แต่หลังจากที่เห็นฉินเฟิงปลดปล่อยอบิลิตี้ออกมา
เฉิงโจวก็เกิดคันไม้คันมือ อยากจะประลองกับฉินเฟิงดู
ฉินเฟิงเองก็เข้าใจถึงประกายเจิดจ้าที่ฉายอยู่ในแววตาของเฉิงโจว
ว่ามันหมายถึงอะไร
ชายคนนี้
มองยังไงก็ไม่ใช่คนที่ซินเจี่ยเซิงส่งมาสร้างปัญหาแก่ตน แล้วอีกอย่าง
เฉิงโจวก็ขอท้าสู้โดยตรง มิใช่การสุ่มจับคู่
เมื่อคิดถึงจุดนี้
ฉินเฟิงก็พยักหน้ารับอย่างเรียบง่าย
“ก็เอาสิ ฉันตกลง!”
ฉินเฟิงคลิ๊กปุ่ม OK บนอุปกรณ์สื่อสาร
เฉิงโจวที่ยืนอยู่นอกเวที ในที่สุดก็มีสิทธิ์ก้าวขึ้นมา!
“ปรับเปลี่ยนพื้นที่ประลองกันสักหน่อยดีกว่า
สำหรับพวกเรา เวทีนี้มันเล็กเกินไป” เฉิงโจวกล่าว
ฉินเฟิงมิได้คัดค้าน
ต้องไม่ลืมนะว่าฉินเฟิงสามารถรับรู้ทุกสิ่งอย่างรอบตัวได้ในระยะ
300 เมตร ซึ่งความสามารถดังกล่าวยังเป็นตัวแทนที่บ่งบอกว่า ฉินเฟิงสามารถระเบิดอบิลิตี้ของเขาได้ในระยะ
300 เมตรเช่นกัน!
เอ่ยได้ว่าหากเขาปลดปล่อยพรมโลกันต์เพียงครั้งเดียว
มันจะทอดยาวไกลออกไปถึง 300 เมตร! เทียบเท่าได้กับ 3 เท่าของลู่วิ่งในสถาบัน!
การระเบิดโจมตีของสองผู้ใช้อบิลิตี้
การกินขอบเขตจนเกินเลยมักเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะสามารถใช้พลังสมาธิควบคุมได้ก็ตาม
แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่พิสัยที่เวทีในปัจจุบันจะสามารถรองรับได้อย่างแน่นอน!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved