ตอนที่ 238

2/4

Ep.238 -

เพิ่มความสำเร็จในฐานะนักล่าเงินรางวัล

“อ๊ากกก!”

แม้จะสวมใส่อุปกรณ์รูนสำหรับป้องกัน

แต่ไซคลอปส์ก็ยังไม่วายกรีดร้องน่าสมเพช

มังกรไฟโฉบงับเข้าที่คอของเขา

จากนั้นก็แปรสภาพเป็นเชือก รัดพันร่างของไซคลอปส์ แล้วฉุดลากเข้าหาฉินเฟิง

“ตายซะ!”

ฉินเฟิงระเบิดกำปั้น

กระทุ้งลงตรงตำแหน่งหัวใจของไซคลอปส์

ตูม!

อุปกรณ์รูนป้องกันของไซคลอปส์สาดแสงกระพริบไหวคล้ายมิอาจทานทน

เพราะหมัดของฉินเฟิง มันเทียบเท่าได้กับการระเบิดโจมตีของสัตว์ร้ายระดับราชันย์!

กร๊อบ!

สามารถได้ยินถึงเสียงกระดูกแตกหักดังออกมาจากร่างของไซคลอปส์

วินาทีต่อมา ทั้งคนทั้งร่างของไซคลอปส์ก็ถูกแรงส่ง ปลิวละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า

มังกรไฟคลายร่างของไซคลอปส์

โฉบย้อนศรกลับลงมา คราวนี้เป้าหมายคือปรมาจารย์หยิน

ร่างศพเองก็วิ่งเข้าหาปรมาจารย์หยินเช่นกัน

หมายจะปกป้องนายตน

ราชาคลั่งทะยานออกมาเบื้องหน้าอีกครั้ง

ระเบิดพละกำลังทั้งหมดที่มีพุ่งเข้าโรมรันกับฉินเฟิง

สองคน สี่หมัด และสี่เท้า

ระดมเข้าใส่กันอย่างบ้าคลั่ง ทุกการปะทะส่งเสียงสนั่นอึงอล

อย่างไรก็ตาม

นี่มันแตกต่างไปจากการปะทะกันในครั้งแรก ช่วงเวลานั้นฉินเฟิงยังคงออมมือ

แต่ปัจจุบันไม่คิดยั้งมืออีกต่อไป

ส่งผลให้การต่อสู้ด้วยพละกำลังจบลงอย่างรวดเร็ว

“ทักษะลับกลืนดารา!”

กำลังภายในของฉินเฟิงปะทุโหมอย่างกระทันหัน

โถมเข้าพัวพันราชาคลั่ง!

ต้องรู้นะว่าทักษะลับกลืนดาราของฉินเฟิงในตอนนี้ยกระดับไปอีกขั้นแล้ว

ดังนั้นเป็นธรรมดาที่อำนาจของมันจะมากขึ้น

ชั้นอากาศโดยรอบถูกปกคลุมโดยมัน

ราชาคลั่งราวกับติดอยู่ในหล่มโคลนที่มิอาจตะกายขึ้นมาได้

ฉินเฟิงก้าวไปข้างหน้า

สองมือฉกออกไปคว้าแขนของราชาคลั่งและ--

--เป๊าะ!

กระดูกแขนของราชาคลั่งถูกหักดังลั่น

“อ๊ากก!”

เขาโหยหวนน่าสังเวช

กำลังภายในปะทุคลุ้มคลั่ง ระเบิดกระบวนท่าวรยุทธทั้งหมดที่ตนมีเพื่อเอาชีวิตรอด

สำแดงมันออกมาอย่างน่าตื่นตา

ฉากพยุหะกระบวนท่าวรยุทธของผู้ใช้พลังเลเวล

E ช่างน่าสยองขวัญเป็นอย่างยิ่ง

แต่ชาวเมืองที่กำลังรับชมอยู่คงไม่ทันสังเกตเห็น

ว่าภายใต้การควบคุมของทักษะลับกลืนดาราของฉินเฟิง

ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของราชาคลั่งถดถอยลงเป็นอย่างมาก มิฉะนั้นแล้ว

แรงปะทะของมันคงดุเดือดยิ่งกว่าในตอนนี้

สภาพของราชาคลั่งในปัจจุบัน

มันก็แค่ตัวตลกในกำมือของฉินเฟิง

กร๊อบ!

ฉินเฟิงบิดแขนของราชาคลั่งอีกครั้ง

สำหรับราชาคลั่ง

สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดคือสองมือของเขา แต่เวลานี้สองแขนดันถูกหัก ดังนั้น

ต่อให้เขาจะเป็นสัตว์ประหลาดที่ร้ายกาจเพียง

แต่ก็ยังคงมีความหวาดกลัวซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ

และในที่สุดยามนี้มันก็เอ่อล้นออกมา เจ้าตัวตัดสินใจหลบหนีทันที เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆของตนเอง

ราชาคลั่งย่ำฝ่าเท้าจนพื้นดินแตกร้าว

พุ่งเตลิดหนีไม่คิดชีวิต

ฉินเฟิงหัวเราะหยัน

กลืนดาราปะทุโหมอีกครั้ง

แรงดึงดูดซัดกระหน่ำ

ฉุดลากอีกฝ่ายกลับมา

ฝีเท้าของฉินเฟิงเองก็เร่งความเร็วขึ้นอย่างกระทันหันด้วยกำลังภายใน

ทะยานออกไปซัดหนึ่งหมัดเข้าใส่ชายโครงของราชาคลั่ง

ซึ่งมันเป็นตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับตันเถียน!

ทักษะลับกลืนดาราเริ่มดูดซับกำลังภายในของอีกฝ่ายทันที

ทะเลเมฆไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก พริบตาเดียวเหือดหายจนเกลี้ยง

เมื่อสูญสิ้นกำลังภายใน

ราชาคลั่งก็มิอาจทำสิ่งใดได้กระทั่งจะปกป้องตนเอง

อีกมือหนึ่งของฉินเฟิงฉกออกไป

ตะปบลงเหนือหัวของราชาคลั่งและบิดกร๊อบ! ทันใด

หัวของราชาคลั่งหมุน 180 องศา

--คาดไม่ถึงเลยว่าตัวเขาจะต้องพบกับจุดจบเช่นนี้

ฉินเฟิงผละมือจากอีกฝ่าย

ร่างกายกำยำดั่งปราการเหล็กกล้า ร่วงกระแทกกับพื้น ส่งเสียงดังตึงใหญ่

ปัจจุบัน สถานการณ์พลิกผัน

ฉินเฟิงสามารถสังหารศัตรู 2 คนลงได้อย่างง่ายดาย

มังกรไฟยิ่งมาก็ยิ่งสาดเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ

กระทั่งร่างศพที่ทรงพลังก็ยังหวาดเกรงอำนาจของมัน

ความว่องไวเริ่มถดถอยลงอย่างช้าๆ ไม่นานก็แปรสภาพเป็นศพไหม้เกรียม

ปรมาจารย์หยินเองก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน

เร่งหาทางหลบหนีไป

“โอบกอดทมิฬ!”

ปรมาจารย์หยินปลดปล่อยอบิลิตี้ตนออกมา

ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณ อีกทั้งยังบดบังวิสัยทัศน์ของผู้คน

เจ้าตัวฉวยโอกาสนี้หันหลังและวิ่งจากไป

ทว่าท่ามกลางความมืดมิด

แสงสีเข้มทะมึนกลับกระทบลงบนร่างกายของเขา

“นี่มัน อย่าบอกนะว่า … ”

ปรมาจารย์หยินก้มหน้า

เฝ้ามองสภาพร่างกายที่ดูชราภาพลงอย่างรวดเร็ว เลือดฝาดบนมือของเขา

ที่แต่เดิมมีน้ำมีนวลสุขภาพดี บัดนี้เหี่ยวเฉาคล้ายใกล้สิ้นลมหายใจ

พริบตาเดียว

ผิวหนังของปรมาจารย์หยินก็เหี่ยวแห้ง ไร้ซึ่งความชุ่มฉ่ำ

“อ๋า? ฉันลืมซะสนิทเลย

ส่วนหัวยังมีประโยชน์อยู่นี่นา”

ขณะกล่าว ฉินเฟิงก็วาดมือออกไป

รูนแห่งความมืดถูกถอนออกจากร่างศัตรูอย่างรวดเร็ว

สภาพของปรมาจารย์หยินเริ่มดีขึ้น

แต่ก็ยังดูน่าสังเวชเกินกว่าจะบอกบรรยาย! เขาราวกับคนอดนอนมาหลายวัน

ปรมาจารย์หยินยังไม่ทันมีเวลาได้ยินดีกับชีวิตน้อยๆที่เพิ่งรอดตาย

ก็ถูกมีดกษัตริย์ครามในมือฉินเฟิง ตัดเป็นแนวขวาง

สะบั้นศีรษะตนลอยกระเด็นสู่ฟากฟ้า

เวลานี้รูนแห่งความมืดของปรมาจารย์หยินสลายหายไป

เมื่อวิสัยทัศน์ของฝูงชนกลับมาอีกครา

ทั้งหมดเห็นแค่เพียงศีรษะที่ลอยอยู่กลางอากาศ ร่างศพล้มตึง สลายกลายเป็นขี้เถ้า

ฉินเฟิงยืนหยัดทรนงอยู่บนเนินเขา

ท่าทีองอาจสง่างาม ชูแขนขึ้นเหนือหัว มังกรไฟทรงอำนาจหดกลับเข้ามาในมือของเขา

ฉากนี้มิจำเป็นต้องบอกบรรยายว่ามันน่าทึ่งเพียงใด

จากนั้นเขาก็คลิกลงบนอุปกรณ์สื่อสาร และกล่าวกับซูซิงฝูว่า

“ปิดอุปกรณ์สอดแนมซะ การเก็บกวาดสินสงครามหลังจากนี้

ไม่ใช่เรื่องเหมาะสมที่จะให้คนอื่นรับชม”

ซูซิงฝูปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย

สลับสับเปลี่ยนวิดีโอทันที

ผู้คนในสถานชุมชนเฟิงหลียังไม่ทันหายตกใจ

ภาพวิดีโอก็หายไปเสียแล้ว

‘การต่อสู้จบลงแล้วอย่างงั้นหรือ?’

‘นี่สินะการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้พลังระดับสูง?’

‘ราวกับไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะสามารถกระทำได้เลย’

‘มันจะน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!’

ภายในสถานชุมชนเฟิงหลี

ทุกผู้คนต่างระเบิดเสียงฮือฮาเกี่ยวกับการต่อสู้ในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน

ฉินเฟิงก็เริ่มเก็บกวาดสิ่งของต่างๆที่ศัตรูทั้งสามของเขาครอบครอง

หัวของทั้งหมดถูกตัดออก

ตามด้วยอุปกรณ์รูนมิติ และอุปกรณ์รูนที่พวกเขาสวมใส่ ถูกปล้นจนหมด

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกมันจะรวยกันถึงขนาดนี้!”

--อุปกรณ์รูนแสงสีเงินในเลเวล E

สามารถผลิตได้โดยวัตถุดิบระดับราชันย์สัตว์ร้ายเท่านั้น

ทั้งยังต้องใช้ต้นทุนในการผลิตเป็นเงินจำนวนมาก ชิ้นเดียวมีมูลค่าหลายร้อยล้าน

ถ้าเป็นของดีขั้นต่ำคงสัก 1 พันล้าน

แต่ทั้งสามกลับครอบครองอุปกรณ์รูนดังกล่าว

ฉะนั้นไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมฉินเฟิงถึงบอกว่าพวกเขาร่ำรวย

แต่ที่ฉินเฟิงไม่ทราบก็คือ

สิ่งต่างๆเหล่านี้ ทั้งสามล้วนได้รับการสนับสนุนจากเล่ยเฉิน

อย่างไรก็ตาม

มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉินเฟิงต้องประหลาดใจ

นั่นคือในพื้นที่มิติของปรมาจารย์หยิน มีการเก็บรวบรวมม้วนกระดาษที่เขียนเกี่ยวกับอบิลิตี้เอาไว้

---มันคือบันทึกการใช้รูนมืด

ไม่ว่าจะเป็นกรงเล็บกระดูกที่เขาปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้

หรือกระทั่งวิชาลับในการควบคุมร่างศพ!

“ยิ่งได้รู้จักมัน

ก็ยิ่งพบว่าอบิลิตี้มืดแข็งแกร่งเกินกว่าจินตนาการ สมควรเก็บพวกมันไว้

เพราะบางทีเทคนิคพวกนี้อาจจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ในสักวันหนึ่ง

ทั้งยังเหมาะสมที่จะใช้ต่อกรกับกองทัพสัตว์ร้าย!”

ฉินเฟิงเก็บม้วนกระดาษไว้กับตัว

ส่วนสินสงครามที่เหลือทั้งหมด นำมันไปขายในตลาดมืด!

หลังเก็บกวาดสินสงครามเสร็จสิ้น

ฉินเฟิงก็เปิดอุปกรณ์สื่อสารอีกครั้ง แต่คราวนี้ติดต่อไปหาจางฮั่วหยาง

“เป็นผมเอง

พอดีว่าผมได้หัวอาชญากรมาอีก 3 หัว แต่สถานชุมชนเฟิงหลีจำเป็นต้องมีคนคอยปกป้องในเวลานี้

ฉะนั้น คุณช่วยเป็นฝ่ายมาหาผม เพื่อทำการตรวจสอบยืนยันหน่อยจะได้ไหม?”

จางฮั่วหยางพอได้ทราบข่าว

ก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง พอได้สติรีบตอบตกลง

“ไม่มีปัญหา ฉันจะออกไปทันที!”

ในเวลาเดียวกัน

ซูซิงฝูก็เริ่มถ่ายทำโฆษณาตัวใหม่แล้ว!

เนื้อหาของโฆษณาในคราวนี้

ถูกแทนที่ด้วยชายสามคนกำลังคุกคามสถานชุมชนเฟิงหลี และเช่นเคย

ฉากต่อมาทั้งหมดถูกสังหารลงโดยฉินเฟิง

“เอ .. เหมือนว่าสีมันจะชัดมากไปหน่อย

แบบนี้คงจะน่ากลัวเกินไป งั้นทำให้มันอ่อนโยนลงสักนิดดีกว่า”

ซูซิงฝูเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดัดแปลงโฆษณาอีกเล็กๆน้อยๆ

โฆษณาฉากต่อสู้ถูกถ่ายทอดออกไป

และปิดท้ายด้วยประโยค--

“--ตราบใดที่คุณมาแวะเวียน

ทางสถานชุมชนเฟิงหลียินดีให้ความปลอดภัยแก่คุณอย่างเต็มที่!”

“แน่นอน ว่าบนโลกใบนี้

มักจะมีผู้คนที่ซุกซนอยู่เสมอ!”

และแล้วหัวของทั้งสามก็โชว์หราขึ้นบนโฆษณา

ผู้ใช้พลังเลเวล E

ในสามเฉิงต่างพากันตกอยู่ในความเงียบงัน

หลังจากเวลานี้ไป

หากมีคนต้องการสร้างความเดือดร้อน พวกเขาคงต้องคิดให้มากเข้าไว้!

...

ครึ่งวันต่อมา

เวลาประมาณเที่ยงคืน

ตลาดมืดของสถานชุมชนเฟิงหลีก็มีลูกค้ารายแรกมาเยือน และลูกค้ารายนี้

สวมใส่ชุดคลุมสีดำ เป็นชุดเดียวกันกับคนในโฆษณาที่ซูซิงฝูเพิ่งปล่อยออกไป …

สวมใส่ชุดเหมือนกันทุกประการ

ใช่แล้ว!

คนๆนี้คือหนึ่งในสมาชิกขององค์กรมืด ทั้งยังเคยได้พบกับฉินเฟิงมาก่อน ...