ตอนที่ 212

2/4

Ep.212 -

งานประมูลเมืองไห่

หนุ่มๆทั้งสามคนที่ไป๋หลีชี้

น่าจะอยู่ในช่วงอายุซักราวๆ 20 ปี ทั้งหมดล้วนมีผิวสีขาวดั่งข้าวสาลี กล้ามเนื้อดูกระชับและสมส่วน

เหมือนคนได้รับการออกกำลังกายเป็นอย่างดี อีกทั้งบุคลิกภายนอกก็ยังดูไม่ธรรมดา

และหากสังเกตอย่างรอบคอบจะพบว่าคิ้วของทั้งสามได้รับการกัน

ตกแต่งเป็นสัดเป็นส่วน

อันที่จริงเหตุการณ์หลีหญิงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เพราะเมืองไห่น่ะเต็มไปด้วยผู้หญิงสวยๆ ในบรรดาพวกเธอมีทั้งคนที่เป็นผู้ใช้พลัง

รวมไปถึงผู้หญิงร่ำรวยอีกมากมาย

แต่ไม่คาดคิดเลย ว่าไอ้สามหน่อนี่

ดันเกิดความคิดที่จะมาฮุบไป๋หลีอย่างกระทันหัน

ฉินเฟิงผุดลุกขึ้นทันใด ปากเอ่ยกล่าว

“เอาซี่ เล่นก็เล่น”

กลุ่มชายหนุ่มกวาดตาขึ้นๆลงๆสำรวจฉินเฟิง

พวกเขาพบว่าอีกฝ่ายใส่กางเกงธรรมดา ไม่แบรนด์เนม

ทว่าอุปกรณ์สื่อสารในมือกลับมีราคาแพง

ก่อนสลับตรวจสอบไป๋หลีที่สวมทับด้วยชุดคลุมทอประกายรังสีแสง

ไม่บอกก็รู้ว่าทำมาจากสัตว์ร้ายระดับสูง

เลยสรุปได้ทันทีว่าเธอต้องเป็นผู้ใช้พลังที่ร่ำรวยและ--

--บ่งบอกชัดเจนว่าการแต่งตัวของทั้งสองแตกต่างกันเกินไป!

สามหนุ่มหันมามองหน้ากันและกัน

ทั้งหมดได้ข้อสรุปว่าฉินเฟิงน่าจะเป็น ‘ไอ้หน้าขาว’ ที่คอยเกาะไป๋หลี

ทั้งสามจึงแสดงความเป็นปรปักษ์กับฉินเฟิงทันที

ไป๋หลีแน่นอนว่าต้องการให้ฉินเฟิงมาร่วมทีมกับเธอ

และในเมื่อขาดอีก 1 ตันหยูที่อยู่ใกล้ๆเลยตกกระไดพลอยโจนไปด้วย

อีกทีมหนึ่งย่อมไม่พ้นสามหนุ่ม

พวกเขามีท่าทีดูมั่นใจเป็นอย่างมาก ส่งเสียงกระซิบกระซาบกันและกัน

“แบบนี้แหละดี พอเริ่มเกม

ผู้ใช้พลังหญิงจะต้องได้เห็นถึงความเป็นฮีโร่ของพวกเราอย่างแน่นอน”

“พอเริ่มเกม ได้จังหวะแล้วก็ส่งบอลมา

ฉันจะตบบอลอัดจมูกไอ้หน้าขาวนั่น ให้มันยืมไม่ขึ้นเลย!”

“วางใจได้เลย

ถ้ามีโอกาสฉันก็จะฟาดบอลใส่หน้ามันจนแบนเหมือนกัน!”

สามหน่อตกลงแผนการกันอย่างลับๆ

โดยไม่ทราบเลยว่าคำเหล่านี้ ฉินเฟิงได้ยินมันทั้งหมด

แรกเริ่มฉินเฟิงให้ไป๋หลีเป็นคนเสิร์ฟ

เพื่อให้เธอได้สัมผัสมัน และเรียนรู้การควบคุมความแข็งแกร่งของตนเอง

--บอลถูกส่งออกไป

ชายอีกทีมย่อตัวลง งัดบอลขึ้นมา

ให้ลอยสูงขึ้นหน้าตาข่าย

วินาทีต่อมา

อีกคนหนึ่งก็ทะยานตัวขึ้นตามบอล ง้างสุดมือ และเปรี้ยง! ตบบอลเล็งเข้าใส่หน้าของฉินเฟิงอย่าไร้ปราณี

หนุ่มหล่ออีกฝ่ายโชว์ทักษะการเล่นที่สุดยอดให้ไป๋หลีได้ชม

ขณะเดียวกันก็เล็งโจมตีฉินเฟิงให้เลือดกลบปาก

อย่างไรก็ตาม

ฉินเฟิงสามารถใช้สองมือสกัดเอาไว้ได้ แรงปะทะส่งผลให้บอลลอยสูงขึ้น

ฉากนี้คล้ายกับว่าฉินเฟิงทำได้สกัดลูกเท่านั้น ตันหยูก้าวออกมา

กระโดดขึ้นไปเตรียมตบสวน ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนบอลแล้ว แต่ในตอนนั้นเอง--

--วู้มมม!

สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ

ฉินเฟิงเพียงยกมือขึ้น บอลที่เกือบถึงมือตันหยูก็พลันเด้งสูงขึ้น

หลบฝ่ามือที่ตบฉาดของเขา และหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ

ไม่รอให้ใครทันสังเกตเห็น

ฉินเฟิงกระโดดเข้าหามัน

และฟาดบอลสวนกลับไปทางคนที่คิดตบบอลใส่หน้าเขาก่อนหน้าทันที

ชายคนนั้นไม่ทันคาดคิดว่าลูกบอลจะถูกตบสวนกลับมาเร็วขนาดนี้

แม้คิดพยายามสกัดกั้นมัน แต่ก็สายเกินไปแล้ว!

ตูม!

บังเกิดเสียงกระแทกที่ดังเกินกว่าปกติเล็กน้อย

ชายคนแรกถูกบอลอัดเต็มเบ้าหน้า ก้นกระแทกลงกับพื้น บอลกระเด้งสูงขึ้น

สายตาของอีกสองคนมองลูกบอล

หนึ่งในนั้นวิ่งไปรับมัน และส่งต่อให้อีกคนกระโดดตบสวนกลับไป

ชายที่ล้มลงกับพื้นรู้สึกเจ็บเล็กน้อยบนหน้าผาก

แม้จะคาดไม่ถึง แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ผุดลุกขึ้นกลับมาร่วมเกมอีกครั้ง

มุมปากของตันหยูกระตุก

เขามองไปยังหน้าผากของชายคนแรก

การตบบอลด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นส่งผลให้ใบหน้าครึ่งซีกบนของอีกฝ่ายกลายเป็นสีเขียวและม่วงคล้ำ

คราวนี้ไป๋หลีเป็นคนได้ตบบอล

เธอหัวเราะร่าและ

ตูม!

หนึ่งในสามหนุ่มหน้าหงาย

กลายเป็นปูดบวม อีกคนรับบอล และตบกลับมาอีกครั้ง แต่ทว่า

ตูม

ฉินเฟิงกระโดดขึ้นสกัดหน้าตาข่าย

ตบสวนกลับไป บอลกระดอนเข้าใส่กลางเบ้าตาของอีกคน

ตูม ตูม ตูม!

เวลาดำเนินไปกว่า ครึ่งชั่วโมง

แม้กลุ่มสามคนหนุ่มจะออกกำลังกายมาเป็นอย่างดี

ในเวลานี้ก็มีเหนื่อยบ้างเหมือนกัน

ตรงกันข้ามกับคนในทีมของไป๋หลี ที่ไม่เห็นจะมีท่าทีผิดแผกไปจากแรกเริ่มเลย

“ยอมแล้ว ไม่เล่นอีกแล้ว

พวกเราขอยอมแพ้!”

ทั้งสามคนรู้จักวอลเลย์บอลดี

เร่งอธิบาย “การนับคะแนนของวอลเลย์บอล

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าตบใส่หน้าใครได้มากกว่าคนนั้นชนะหรอกนะ!

ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าถ้านับคะแนนกันตามปกติ พวกเราได้แต้มมากกว่าพวกคุณ!”

ไป๋หลีถอนหายใจเล็กน้อย

มองทั้งสามด้วยความสงสาร

ฉินเฟิงยิ้ม เดินตรงไปหาทั้งสาม แล้วควักเงินให้

“เอ้านี่ รีบไปโรงพยาบาลซะ …

แต่ฉันคิดว่าด้วยใบหน้าแบบนั้น

พวกนายคงไม่สามารถล่อลวงผู้หญิงร่ำรวยได้อย่างน้อยก็ซัก 2 - 3 วัน!” ขณะกล่าว

ฉินเฟิงก็โอบเอวไป๋หลีและเดินจากไป

ทางด้านตันหยูเบื้องหลังเขาไม่ทราบจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

ฉินเฟิงผู้นี้

นับว่าเป็นคนที่ขี้หึงหวงอย่างแท้จริง

สามหนุ่มยังไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย

แต่พอหันมามองกันและกัน ทั้งหมดพลันตกตะลึง

“ทำไมหน้าของแกถึงมีสภาพแบบนี้!”

“ดูหน้าเอ็งด้วยเถอะ

อนาถยิ่งกว่าขอทานซะอีก!”

“พวกเราโดนเล่นเข้าให้แล้ว!”

“ว่าแต่เมื่อกี้เขาเอาเงินมาจากไหน?

เขาไม่ได้หยิบกระเป๋าขึ้นมาด้วยซ้ำ!”

“อย่า …

อย่าบอกนะว่าเป็นอุปกรณ์รูนมิติ!”

ทั้งสามคนกลืนน้ำลายอึกใหญ่

เพราะในกรณีนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ

ฝ่ายชายก็เป็นผู้ใช้พลังเช่นเดียวกับฝ่ายหญิงใช่หรือไม่?

ณ เวลานี้ สันหลังของพวกเขาเย็นวาบ

เห็นได้ชัดว่าเมืองไห่มีฤดูร้อนแทบทั้งปี แต่หลังพวกเขากลับหลั่งไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ

อย่างไรก็ตาม

พวกเขาก็สามารถรอดพ้นจากความตายมาได้ เพราะสุดท้ายฉินเฟิงยังคงปราณี

ไม่อย่างนั้นที่กระแทกใส่หน้าพวกเขาแต่แรกคงไม่ใช่บอล แต่เป็นมีด!

ได้กินทั้งอาหารเอร็ดอร่อย ,

ชมวิวทิวทัศน์ --ฉินเฟิงพาไป๋หลีไปเที่ยวที่ต่างๆในเมืองไห่อย่างสนุกสนาน

หากเทียบกับฟูเฉิง เมืองไห่หรูหราและสะดวกสบายกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ซูซิงฝูกับคนอื่นๆมาถึงเมืองไห่ล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนแล้ว

เขาเริ่มซื้อขายแลกเปลี่ยน ทั้งยังคอยรายงานเรื่องนี้ให้แก่ฉินเฟิง

ซึ่งสมคำร่ำลือในชีวิตก่อนหน้าจริงๆ

ซูซิงฝูเป็นนักธุรกิจชั้นยอด ซื้อมาขายไป แลกเปลี่ยนวัตถุดิบต่างๆเพียงไม่กี่วัน

จากเงินทุนเดิมที่ฉินเฟิงให้ไปเพียง 1 พันล้านเหรียญ

ปัจจุบันสามารถใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าได้เป็นจำนวนกว่า1.5 พันล้านเหรียญแล้ว!

ยังไม่พอ

ซูซิงฝูยังสามารถขายสินค้าบางส่วน นำมาเป็นเงินคืนทุนได้อีกด้วย

หากตลาดซื้อขายไม่เล็กจนเกินไป

เกรงว่าซูซิงฝูคงสามารถทำกำไรได้มากกว่านี้ อาละวาดกวาดเงินจนสาสมใจอย่างแน่นอน

ในวันที่สาม

การประมูลของกลุ่มหวันซ่งก็เริ่มขึ้น

การประมูลใหญ่ของกลุ่มหวันซ่งถูกจัดขึ้นในวันที่

3 กล่าวได้ว่างานประมูลที่แท้จริง ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!

ฉินเฟิงนำไป๋หลี

และหลิงหวูยี่ที่เดินทางมาล่วงหน้าพร้อมกับซูซิงฝู

เข้าไปยังห้องเพนต์เฮาส์ที่หรูหราที่สุดในเมืองไห่

ถูกต้อง งานประมูลในครั้งนี้

ถูกจัดขึ้นที่ชั้นบนสุด ในห้องที่หรูหราที่สุดของโรงแรม

ในขณะที่บุคคลที่เข้าร่วมเอง

ก็ไม่ได้มีจำนวนมากนัก

เบื้องหน้าของห้องสุดหรู

พิธีกรสาวกำลังเผยรอยยิ้มแย้ม เลื่อนสายตามองแต่ละท่านที่อยู่เบื้องหน้า

แม้จะมีทั้งคนแก่และเด็กสลับๆกันไป

แต่ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าบนหน้าอกของพวกเขา ทั้งหมดติดตราสัญลักษณ์--

เลเวล E!!

ทั้งหมดคือผู้ใช้พลัง ,

ทั้งหมดคือระดับสูงของสถานชุมชนขนาดใหญ่ ไม่ก็สมาชิกของตระกูลใหญ่ในเมือง

การปรากฏตัวของฉินเฟิงและอีกสองคน

กลายเป็นจุดสนใจของคนอื่นๆในห้องทันที

เพราะท้ายที่สุดแล้ว

ใบหน้าของทั้งสามยังเด็กมาก โดยเฉพาะไป๋หลี ที่อายุยังน้อย

แต่กลับครอบครองขุมกำลังอันแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ

บางคนรีบหันไปข้างๆเพื่อสอบถามสถานะของกลุ่มฉินเฟิง

“ฉินเฟิง!” ฉินเฟิงยังไม่ทันได้นั่งลง

เขาก็ได้ยินอีกเสียงที่คุ้นเคยไม่ใกล้ไม่ไกลแว่วเข้ามา

“นายพลฮั่น!”

ฉินเฟิงหันไปมองและพบกับฮั่นเจียน ในครั้งนี้

อีกฝ่ายมาในฐานะตัวแทนของเมืองเฉิงเป่ย

“ฉินเฟิง คุณก็มาด้วยสินะ”

ใบหน้าที่คุ้นเคยอีกคนปรากฏขึ้น --เป็นชิหลง

ท่ามกลางบรรดาเลเวล E

ภายในห้องฉินเฟิงรู้จักแค่ 2 คนนี้เท่านั้น แต่ไม่นาน ฮั่นเจียนก็แนะนำระดับสูงคนอื่นๆจากเฉิงเป่ยให้ฉินเฟิงได้รู้จัก

อีกทั้งยังได้สนทนากับชิหลงเล็กๆน้อยๆ

แต่ละฝ่ายต่างทักทายกันและกัน

สนทนาว่าในภายหลังหากมีเรื่องราวหรือปัญหาอะไรจะได้ร่วมมือกันสะดวก

ประโยคนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร

แต่เมื่อฉินเฟิงได้ยินคนรอบข้างกล่าวคำเช่นนี้ออกมา

ในหัวใจของก็คิดว่าช่างเป็นคำที่ไร้สาระเสียจริง

มีปัญหางั้นหรอ?

ร่วมมือกันอย่างงั้นหรือ? เกรงว่าพอผ่านพ้นงานประมูลไป …

หลังจากแก่งแย่งสินค้าประมูลกัน ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา

จะเหลือแค่เพียงความเกลียดชังล่ะสิไม่ว่า!

ในเวลานั้นเอง ประตูทางเข้าหลักได้ถูกเปิดออกอีกครั้ง

คนกลุ่มหนึ่งได้ปรากฏตัวเข้ามา

คนเหล่านี้ไม่คุ้นหน้า

การแต่งกายดูหยาบกระด้าง แต่ในบรรดาคนเหล่านั้น

ยังมีผู้หญิงที่แต่งตัวเปิดเผยเนื้อหนัง ชวนให้น่ามอง

ทว่ากลับมีกลิ่นอายคล้ายกับงูพิษ

“นั่นคนจากองค์กรมืด”

“พวกเขาเองก็มาที่นี่งั้นหรอ”

เส้นประสาทของผู้คนโดยรอบตึงเครียดขึ้นทันที

มีเพียงฉินเฟิงที่ยังคงสงบ

สองตาของเขาที่หรี่แคบลง คล้ายรู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว