2/4
Ep.462 - ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของผูไซ
ด้วยเหตุนี้ ในวันแรก
โลกภายนอกจึงไม่มีใครล่วงรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตผูไซ
อย่างไรก็ตาม กำแพงมีหูประตูมีช่อง รอบๆอาณาเขตของแอปไซ
มีกองกำลังมากมายประจำการอยู่ และเกรงว่ากองกำลังเหล่านั้น
น่าจะส่งสายลับมาคอยสอดส่องในเมืองผูไซเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว
เลยเป็นเหตุให้ข่าวหลุดออกมา และเริ่มแพร่กระจายออกไป จากสิบเป็นร้อย
จากร้อยเป็นพัน
ไม่นาน ทุกคนไม่ว่าจะภูมิภาคใกล้ไกล
ต่างก็ล่วงรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่ามีบางสิ่งที่แสนล้ำค่าปรากฏขึ้น!
--เป็นผลึกชีพจรธรณีที่กระทั่งตัวตนทรงอำนาจอย่างเลเวล A ก็ยังถูกล่อลวง!
ฝูงชนพากันแห่แหนเข้ามา
อย่างไรก็ตาม ตัวตนที่แข็งแกร่งระดับเลเวล A
คอยเฝ้าดูอยู่ด้านนอก มิได้เข้ามาด้วยตนเอง
ด้วยเหตุนี้ เลเวลสูงสุดที่มาเยือนได้คือเลเวล B เท่านั้น
แต่บางคนก็ติดภารกิจประจำตำแหน่ง อย่างเช่นกวงเว่ยที่รับผิดชอบในหลงฉวน
เขาไม่สามารถเคลื่อนไหว หากไม่ได้รับอนุญาต
สรุปสั้นๆเลยก็คือ มีเลเวล B ที่สามารถมาได้ไม่มากนัก
ต่อให้มาได้ก็คงช่วงหลังๆ ทว่าในส่วนของเลเวล C มีเริ่มทยอยกันเดินทางมาบ้างแล้ว
ไม่ต้องกล่าวถึงเลเวล D ที่น่าจะมากันเป็นจำนวนหลักกองทัพ
แต่ด้วยลำดับความแข็งแกร่งแล้ว
พวกเขาคงสามารถมีส่วนช่วยร่วมได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เพราะแม้สัตว์ร้ายที่อ่อนแอที่สุดจะอยู่ในเลเวล E แต่ตราบใดที่พวกมันกินผลึกธรณีเข้าไป
ทั้งหมดจะเกิดการวิวัฒนาการ
และใช้เวลาแค่ชั่วพริบตา
มันสามารถยกระดับกลายเป็นสัตว์ร้ายทรงพลังเช่นเดียวกับราชันย์เลเวล D
แบบนี้ผู้ใช้พลังเลเวล D ธรรมดาๆ จะสามารถต่อกรกับมันได้หรือ?
ทั้งนี้ทั้งนั้น การเดินทางจำเป็นต้องใช้เวลา พวกเขามิได้ครอบครองพลังมิติเหมือนไป๋หลี
มิอาจมาถึงได้ในทันที
ฉินเฟิงซึ่งเป็นคนแรกที่ได้กินเนื้อชิ้นโต
เลยยังสามารถสวาปามมันได้แต่เพียงผู้เดียว
ยัดชิ้นเนื้อหอมหวานไปเรื่อยๆอย่างเต็มปากเต็มคำ
ขอบเขตของเทือกเขาเริ่มกว้างขึ้น กว้างขึ้นเรื่อยๆ
คนของแอปไซได้แต่รั้งอยู่ด้านนอก ไม่กล้าบุกเข้ามาข้างใน
ส่วนฉินเฟิงยิ่งนานก็ยิ่งรวบรวมผลึกธรณีได้มากขึ้นเรื่อยๆ
คอยสังหารแมลงสัตว์ร้ายระดับราชันย์ตนแล้วตนเล่า
ที่ในสายตาเขาเป็นเพียงตัวอ่อนแอไปอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมาถึงวันที่สามหลังเกิดเรื่อง
ผู้คนมากมายก็เริ่มเดินทางมาถึงที่นี่
“หมดเวลาแล้วล่ะ ไป๋หลี ถอนตัวได้”
ฉินเฟิงละมือจากการสังหาร ส่งพลังสมาธิแจ้งแก่ไป๋หลี
วูซซซ!
ไป๋หลีปรากฏกายขึ้นจากอากาศที่ว่างเปล่า
ในช่วงเวลาสามวันที่ผ่านมานี้ ต่อให้เป็นเธอ ใบหน้าน้อยๆก็ยังมอมแมม
ถูกปกคลุมไปด้วยเศษดินโคลน และทั้งหมดเกิดจากการรวบรวมเอาผลึกธรณีที่อยู่ใต้ดิน
อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงรู้ดี ว่าผลึกธรณีที่พวกเขาได้รับ
เกรงว่าจะเป็นจำนวนแค่ 1/10 ของในที่นี้เท่านั้น
แต่ตอนนี้มีผู้คนทยอยกันมามากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว หากฉินเฟิงถูกพบว่าอยู่ลึกเข้ามาในเทือกเขา
ต่อให้เขาลงมือด้วยตนเอง ไม่ได้โกงใคร แต่คงไม่พ้นถูกริษยาอยู่ดี
เขาจะปล่อยให้เหตุการณ์แบบในครั้งก่อนๆเกิดขึ้นอีกไม่ได้
จึงตัดสินใจพาไป๋หลีกลับเรือเหาะ
ทั้งสองเข้าห้องน้ำ
ฉินเฟิงชะล้างคราบสกปรกอยู่นานกว่าจะกลับมาสะอาดดังเดิม
เมื่อเสร็จธรุะ ฉินเฟิงก็ตรงไปยังห้องนักบินของเรือเหาะ
“ลูกพี่!”
“เจ้านาย!”
ทุกคนก้มหัวแสดงความเคารพฉินเฟิง ช่วงเวลาสามวันที่ผ่านมา
ฉินเฟิงแม้ไม่ได้อยู่บนเรือเหาะ
แต่ทั้งหมดต่างได้เห็นถึงความสามารถในการต่อสู้ของฉินเฟิง
ในแววตาของพวกเขาฟุ้งไปด้วยความยำเกรง
นอกจากนี้ เนื่องจากสังหารสัตว์ร้ายมากเกินไป บนกายของฉินเฟิง
เลยยังมีจิตสังหารและกลิ่นอายของเลือดหลงเหลืออยู่
และกลิ่นอายเลือดที่ว่า
มันคือกลิ่นของระดับราชันย์และจักรพรรดิ
เพียงจ้องมองหรือสูดดมก็ชวนให้ผู้คนรู้สึกผวา
“อืม สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?” ฉินเฟิงถาม
จิ่นเฟยเร่งกล่าวรายงาน “แอปไซ
เจ้าเมืองผูไซได้นำคนของเขามาล้อมรอบภูเขาลูกนี้ และอ้างว่านี่คือภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประจำเผ่าของพวกเขา
คนอื่นห้ามเข้า มิฉะนั้นจะถูกพวกเขาลงโทษ ทางเราแม้บินอยู่เหนือนน่านฟ้า
แต่ไม่ได้เข้าไป ดังนั้นพวกเขาเลยไม่เข้ามาวุ่นวาย”
“อ่าฮะ” ฉินเฟิงพยักหน้า ไอ้ชื่อภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของผูไซนี่
สามารถนำมาใช้อ้างได้ทุกสถานการณ์เลยสินะ แต่น่าเสียดาย ที่แอปไซจะทำอย่างไรย่อมไม่อาจครอบครองภูเขานี้แต่เพียงผู้เดียว
“วันนี้มีผู้คนเดินทางมาไม่น้อย
ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ใช้พลังเลเวล D แต่พวกเขาทำได้แค่วนไปรอบๆ พวกนี้คือแนวหน้าของกองทัพ
ปัจจุบันข่าวเมืองผูไซเป็นที่ฮือฮามากในเครือข่ายนักสู้ อีกไม่นานผู้ใช้พลังระดับสูงยิ่งกว่าคงมาเยือนที่นี่”
“งั้นรออีกสักวันเถอะ
ผมเชื่อว่าผู้ใช้พลังระดับสูงจะมาถึงในเร็วๆนี้” ฉินเฟิงกล่าว
เลเวล D ไม่อาจฝ่าฝืนกฏของเมืองผูไซ
แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเลเวล C จะฝ่าไม่ได้
ฉินเฟิงพักผ่อนหนึ่งวันเต็มๆ ในวันถัดมา
เบื้องล่างภูเขาศักดิ์สิทธิ์ผูไซ ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งมาเยือน
และในบรรดาคนกลุ่มนี้ มีเลเวล C ร่วมเดินทางมาด้วยถึง 5 คน
“เจ้าเมืองแอปไซ อย่าคิดจะฮุบสิ่งดีๆเอาไว้คนเดียว
การที่คุณปิดล้อมภูเขาเอาไว้แบบนี้ รังแต่จะทำให้ผู้คนขุ่นเคือง ฉันไม่ได้มาเปล่าๆ
แต่ได้รับคำสั่งจากท่านผู้ใช้พลังเลเวล B
และท่านกำลังรอให้ฉันนำสมบัติกลับไปมอบให้!”
ผู้ใช้พลังเลเวล C มาถึงก็เขียนเสือให้วัวกลัว
เปล่งวาจาข่มขู่ทันที
ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของแอปไซฟุ้งไปด้วยความโกรธ
แต่กลับแสดงออกได้เพียงรอยยิ้มบนใบหน้า “ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
คือสถานที่สำคัญที่สุดของชนเผ่าเรา คนธรรมดาไม่อาจก้าวเข้าไปได้
เพราะข้างในมันอันตรายเกินไป ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อรับประกันความปลอดภัยของทุกคน
แต่ว่านะ ถ้าเป็นเลเวล C ล่ะก็สามารถเข้าไปได้ หากมีไม่กี่คนถือว่าพอรับไหว!”
เพราะคนยิ่งน้อย อัตราการเจอสมบัติก็ยิ่งน้อยลงไปด้วย
หากคำนวณง่ายๆว่าสมาชิกกองกำลังของเลเวล C คนหนึ่งมี 50 คน ฉะนั้นเลเวล C 20
คนก็จะเท่ากันกองกำลัง 1,000 คน เกรงว่าหากเกิดกรณีนั้น
ต่อให้ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ขนาดไหน สุดท้ายคงถูกทำลายจนราบ
เพราะคนที่บุกเข้าไป ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ใช้พลัง
เหล่าเลเวล C สัมผัสได้ว่าบนยอดเขา
แมลงสัตว์ร้ายกระจายตัวอยู่ทุกพื้นที่
รู้สึกได้กระทั่งกลิ่นอายของราชันย์และจักรพรรดิ
สีหน้าของทั้งหมดแปรเปลี่ยนไป
“เจ้าเมืองผูไซกล่าวได้มีเหตุผล เพราะสุดท้าย พวกเราคงไม่สามารถปล่อยลูกน้องไปสู่ความตายได้
ฉะนั้นเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็ไปกันเฉพาะกลุ่มเลเวล C เถอะ”
คนๆหนึ่งตอบตกลงอย่างรวดเร็ว พร้อมบอกให้ลูกน้องผู้ใช้พลังเลเวล D
แยกออกไปตั้งค่ายในจุดที่ไกลออกไป
จากนั้น เลเวล C ทั้งห้าก็เริ่มก้าวเข้าไปในภูเขา
ภายใต้การจับจ้องอันโหดเหี้ยมของแอปไซ
นั่นเพราะเจ้าตัวคิดว่า สมบัติเหล่านี้คือของตน
ในเมื่อคนเหล่านี้คิดเข้ามาช่วงชิง เป็นธรรมดาที่ต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก
อันที่จริง แนวคิดของแอปไซมิได้ผิดอะไร แต่ถ้าจะบอกว่าผิด
ก็คงผิดที่เขาอ่อนแอเกินไปนั่นแหละ
การสนทนาระหว่างแอปไซกับเลเวล C ฉินเฟิงก็ได้ยินมันเช่นกัน
เขาเฝ้ารอจนกระทั่งทั้ง 5 หายขึ้นไปบนภูเขา จึงค่อยก้าวออกมา
“เจ้าเมืองผูไซ” ฉินเฟิงเอ่ยทักทาย
ใบหน้าของแอปไซยังคงบิดเบี้ยว ไม่ทันปรับสีหน้าตน
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของฉินเฟิง เขาพลันสะดุ้งทันใด
แต่เมื่อเห็นว่าคนที่มาคือฉินเฟิง เจ้าตัวก็เริ่มย้อนนึก
และจำได้ว่าเคยเห็นคนๆนี้มาก่อนเมื่อสิบวันที่แล้ว
“ที่แท้ก็มิสเตอร์ฉิน มีอะไรงั้นหรือ?
อย่าบอกนะว่าคุณก็ต้องการเข้าสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ด้วย?” แอปไซถาม
ฉินเฟิง “ใช่”
สีหน้าของแอปไซกลายเป็นน่าเกลียด เอ่ยปากกล่าว “มิสเตอร์ฉิน
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สถานที่ๆใครก็สามารถเข้าไปได้ หากยังไม่ก้าวขึ้นสู่เลเวล C
ไปก็เหมือนกับเอาชีวิตไปทิ้ง ในฐานะสหาย ฉันขอแนะนำคุณ ว่าอย่าเข้าไปเลย”
แม้นี่จะฟังดูเหมือนคำแนะนำ แต่มันคือคำเตือนเช่นกัน
ฉินเฟิงหัวเราะและกล่าว “ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไป ยังไงก็ตาม
ผมจะไม่เข้าไปอย่างเปล่าประโยชน์ และตั้งใจจะมอบเงินจำนวนหมื่นล้านเป็นตั๋วค่าเข้า
ไม่ทราบว่าเจ้าเมืองผูไซ จะพอยืดหยุนกฏเกณฑ์ได้หรือไม่?”
จริงๆแล้ว ที่ฉินเฟิงทำแบบนี้ ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล
เพราะหากเลเวล D เข้าไปในภูเขาศักดิ์สิทธิ์
มีโอกาสสูงมากที่จะเสียชีวิต พวกเขาเหล่านี้
อาจมีหลายคนสามารถเป็นกำลังสำคัญแก้พันธมิตรมนุษย์ในอนาคต
แต่สุดท้ายหากต้องจบชีวิตลงในภูเขาศักดิ์สิทธิ์มันคงไม่ดี
ในชีวิตก่อนของฉินเฟิง เจ้าเมืองผูไซลอบสังหารผู้ใช้พลังเลเวล
C ที่ฝ่าฝืนกฏเข้าไป ต่อมาเลยถูกประกาศจับโดยพันธมิตรมนุษย์ หลังจากนั้นบรรดาเลเวล
D ที่รั้งอยู่จึงสามารถเข้าไปได้
เพราะแอปไซที่เป็นตัวการขัดขวางได้หลบหนีไป
แต่ในปัจจุบันกล่าวได้ว่าคนๆนี้คืออุปสรรค
ดังนั้น ฉินเฟิงเลยต้องการเพิ่มอุปสรรคไปอีกขั้น
โดยการเพิ่มเงื่อนไขเงินหมื่นล้าน นี่มิใช่เงินที่เลเวล D
ทุกคนจะสามารถนำออกมาจับจ่ายได้
สิ่งนี้จะช่วยกีดกันผู้คนได้เป็นจำนวนมาก
กล่าวได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่ทั้งเขาและแอปไซ วิน - วิน กันทั้งคู่
และแน่นอน ว่าคนละโมบอย่างแอปไซย่อมเห็นด้วย!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved