ตอนที่ 840

Ep.840 - วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน

กำลังภายในของฉินเฟิง มหาศาลไม่ต่างจากมหาสมุทร

ชนิดที่ว่าหากมัดพวกมันมารวมกัน สามารถเทียบเคียงได้เลยกับเลเวล S

และถ้าแค่นี้ยังน่ากลัวไม่พอ

ก็ต้องย้ำเตือนว่าเขาครอบครองกระบวนท่าวรยุทธเลเวล S อยู่เช่นกัน

กระบวนท่าวรยุทธที่สามารถเข้าถึงเลเวล S ต่อให้อยู่ห่างออกไปนับหลายพันเมตร

ก็สามารถเด็ดหัวศัตรูได้อย่างไม่มีปัญหา ตอนนี้ ทักษะหมื่นวิญญาณสะบั้น

เป็นไพ่ตายใบสุดท้ายของฉินเฟิง หากยังไม่ถึงช่วงวินาทีสำคัญ

มันจะไม่มีทางถูกปลดปล่อยออกมา

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การปลดปล่อยกระบวนท่าวรยุทธเลเวล S

มันสูบกินกำลังภายในมากเกินไป

ยังไงก็ตาม เวลานี้ ฉินเฟิงจำเป็นต้องใช้มัน!

จากรอบทิศทาง แต่ละคนล้วนระเบิดเขตแดนประจำตัวออกมา

แสดงออกชัดว่าต้องสังหารเป้าหมายให้จงได้

ทำกันถึงขนาดนี้ ฉินเฟิงก็ไม่มีความคิดจะออมมือเช่นกัน!

“วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน!”

ฉินเฟิงรู้สึกได้ ว่าตันเถียนของเขาราวกับถูกเจาะเป็นรูรั่ว

ทะเลสาบกำลังภายใน ไหลทะลักออกไปอย่างรวดเร็ว

หนึ่งทะเลสาบ

สิบทะเลสาบ

ร้อยทะเลสาบ!

อ้างอิงตามกำลังภายในของผู้ใช้วรยุทธโบราณธรรมดา

สิบทะเลสาบสามารถยกระดับเป็นหนึ่งมหาสมุทรได้

และสิบมหาสมุทรคือการดำรงอยู่ในระดับเลเวล S !!

ดังนั้น การโจมตีของฉินเฟิงในครั้งนี้

เทียบเท่ากับเป็นการโจมตีกระบวนท่าวรยุทธในระดับเลเวล S

ปลดปล่อยอำนาจโจมตีระดับสูงสุดออกมาในคราเดียว

เพียงพริบตา สีสันของสวรรค์และปฐพีคล้ายเปลี่ยนสีไป

วู้ม วู้ม วู้ม วู้มมมม!

มีดกษัตริย์ครามส่งเสียงร้องฉวัดเฉวียน จากนั้น

ร่างเงาที่ปรากฏขึ้นโดยการอัดฉีดกำลังภายในของฉินเฟิง ก็เริ่มจับตัวกัน

เป็นรูปเป็นร่างขึ้นทันที ระเบิดอำนาจคุกคาม

ภูติผีวิญญาณราวกับได้รับการปลดปล่อย ลุกฮือออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เสี้ยวพริบตาเดียวข้ามผ่านชั้นอากาศไปไกลกว่าร้อยเมตร

ฉินเฟิงกวาดมีดกษัตริย์ครามเป็นแนวนอน

วาดออกในท่วงท่ากงล้อครึ่งวงกลม

อสูรโลหิตที่อยู่ภายในระยะโจมตีของหมื่นวิญญาณสะบั้น

ถูกรังสีมีดชักนำจิตวิญญาณ กรีดฝ่าแนวกั้นเขตแดนสระโลหิต สับลงบนร่างของพวกมัน

เมื่อสามารถเข้าถึงตัวเป้าหมาย จิตวิญญาณก็เริ่มกัดแทะ

สร้างความเจ็บปวดแก่อสูรโลหิตอย่างสุดแสน

มนุษย์คนอื่นๆที่อยู่รอบข้างฉินเฟิง

ทั้งหมดถูกกวาดโจมตีด้วยกระบวนท่านี้เช่นกัน เทคนิคเขตแดนของพวกเขาถูกกรีดเป็นทางยาว

โดนบดขยี้อย่างไร้ปราณี

ฟุฟฟฟฟ

มนุษย์คนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตร ถูกปราณมีดตัดผ่านร่าง

โดนสังหารสิ้น

ฟัฟ ฟัฟ ฟัฟ ฟัฟ ฟัฟฟฟฟ!

คนแล้วคนเล่า ถูกสับสังหารลงในคราวเดียวด้วยฝีมือของฉินเฟิง!

ตูม ตูม ตูมมม!

เขตแดนของคนอื่นๆถูกแรงปะทะกระเด็นไปคนละทิศทาง

ฉินเฟิงแม้มีหนึ่งใจแต่แยกสมาธิกระทำสองสิ่งในคราเดียว

ปลุกเร้าลาวาเหลวผ่านพลังสมาธิของเขา เข้าต้านทานพวกที่ยังเหลือรอดต่อไป

“มาลองกันอีกสักตั้ง!” ฉินเฟิงคำรามกราดเกรี้ยว

ลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ “วิญญาณสะบั้น : หมื่นตัดเฉือน!”

ปลายมีดของฉินเฟิง ชี้ไปยังทิศทางใด

ศัตรูในจุดนั้นล้วนกลายเป็นเถ้าถ่าน

ขณะเดียวกัน กว่า 100 ทะเลสาบกำลังภายในถูกสูบกลืนหายไปทันที

แต่หลังจากการสังหารศัตรูเหล่านี้ พลังสมาธิและพลังงานขนาดใหญ่

ก็ไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกาย ช่วยฟื้นฟูพลังสมาธิของฉินเฟิงอีกครั้ง

ด้วยกลยุทธ์นี้ ยิ่งฉินเฟิงสังหารไปมากเท่าไหร่

เขาก็ยิ่งแข็งแกร่งดุร้ายขึ้นเท่านั้น

ฆ่า ฆ่า ฆ่า!

ท่าวิญญาณสะบั้นของฉินเฟิงที่ปลดปล่อยออกมาตั้งแต่เริ่มต่อสู้

สูบกลืนกำลังภายในไปกว่า 300 ทะเลสาบแล้ว แต่ขณะเดียวกัน มนุษย์ที่อยู่รอบข้าง

บัดนี้สูญสลายไม่เหลือแม้แต่ร่าง ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้อีกต่อไป

จากเดิม 30 ผู้ใช้พลังเลเวล A ตอนนี้ตายไปกว่าครึ่ง

ส่วนอสูรโลหิต ไม่เหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว

“ฟู่ว … ฟู่ว .. ” ฉินเฟิงหอบหายใจหนักหน่วง

การระเบิดกำลังภายใน และคอยควบคุมพลังสมาธิไปพร้อมๆกัน

สร้างแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแก่เขา

คล้ายกับว่าศักยภาพทั้งหมดที่มีของตน ถูกบีบออกมาใช้

“ฮะฮ่า … ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า มีความสุขจริงๆ!”

สายตาของฉินเฟิง กวาดไปยังศัตรูที่เหลืออยู่

ภายในแววตาสะท้อนประกายกระหายเลือด พวกที่ถูกจ้องมอง

เผลอชักฝีเท้ากลับโดยพร้อมเพรียง

อย่างไรก็ตาม การกระทำที่พลั้งเผลอโดยไม่รู้ตัวนี้ชะงักลง

สายตาของพวกเขาถูกดึงดูดไปยังเสื้อคลุมราชวงศ์เพลิงศักดิ์สิทธิ์

ในแววตาสว่างวาบไปด้วยความละโมบ

เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์นี้

คือตัวแทนที่ใช้แสดงถึงอำนาจของพวกเขา ผู้ใดได้รับไป ผู้ใดสามารถเป็นเจ้าของ

นั่นหมายความว่าคนผู้นั้นจะได้กลายเป็นบุคคลที่มีอำนาจสูงสุด

มนุษย์เหล่านี้แตกต่างจากมนุษย์ในมิติของฉินเฟิง

พวกเขามีอายุขัยที่ยาวนานกว่ามาก และคนก่อนที่ครอบครองเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์

มีชีวิตอยู่มานับพันปี!

ในกลุ่มมนุษย์ คนที่อยู่แนวหน้าสุด

เป็นรัฐมนตรีผู้ภักดีต่อฝ่าบาท แต่ตอนนี้พวกที่อยู่เบื้องหลังเขา

พวกที่โชคดียังวิ่งเข้ามาไม่ถึงรัศมีโจมตี จิตใจของทั้งหมดกลายเป็นเหม่อลอย

ตอนนี้ ไม่มีกระสุนคอยรับหน้าให้พวกเขาอีกต่อไป

หากต้องการได้ครอบครองเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาต้องลงมือด้วยตัวเอง!

“เสื้อคลุมจะตกอยู่กับใคร

ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเองแล้ว!”

“ฆ่าาาาา!”

“เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ต้องตกเป็นของข้า!!”

สิ่งประดิษฐ์ในระดับเทวะ ไม่ว่าเวลาใด

ก็ดึงดูดผู้คนนับไม่ถ้วนได้เสมอ

ฉินเฟิงตอบรับคำท้าทายของคนเหล่านี้ ในเมื่อเป็นฝ่ายหาเรื่อง

เช่นนั้นก็จงจ่ายราคาที่เหมาะสม และราคาที่ว่าเป็นแค่คำสั้นๆ--

--นั่นคือ : ความตาย!

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ตำแหน่งใจกลางซากปรักหักพัง

เวลานี้สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง แผ่นดินไหม้เกรียมถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

ทว่าฝั่งมนุษย์หรืออสูรโลหิตสุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็ถูกเผาเป็นเถ่าถ่าน

ไม่มีใครเหลียวแลหรือจดจำการดำรงอยู่ของพวกเขา

นอกจากพวกที่กระโจนเข้ามา คิดช่วงชิงเสื้อคลุมในตอนแรกแล้ว

หลังจากนั้นยังมีมนุษย์หลายคนถูกควบคุมโดยอสูรโลหิต

พบเจอที่ใดฉินเฟิงล่าสังหารสิ้น จนในที่สุดก็สามารถล้างบางพวกมันได้ทั้งหมด

จนตอนนี้ ไม่มีใครปรากฏตัวอีกเลยในระยะหมื่นเมตร

ฉินเฟิงระดมพลังสมาธิของเขา เก็บรวบรวมสินสงคราม

แม้ที่เขาได้รับ จะเป็นแค่ผลึกโลหิตในส่วนของแค่เลเวล A ก็ตาม

แต่สมบัติชิ้นนี้ยังถือเป็นสิ่งที่ผู้ใช้พลังเลเวล S เฝ้าโหยหา!

ไป๋หลีช่วยเก็บกวาดสนามรบเช่นกัน แต่ระหว่างนั้นเอง

ช่วงจังหวะกระโดดขึ้นไปบนยอดตั้งตระหง่านของพระราชวังที่พังทลายลงครึ่งหนึ่ง

เธอก็เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่าง

“ที่รัก มาตรงนี้เร็ว เหมือนที่นี่จะมีของดี!”

ไป๋หลีตะโกน

แม้ตอนนี้ฉินเฟิงไร้ซึ่งร่องรอยใดๆจากคราบเลือด

แต่เนื่องจากการต่อสู้ที่ผ่านๆมาจนถึงจุดนี้

ส่งผลให้เขายังคงมีกลิ่นอายของเลือดติดอยู่ตามตัว หากผู้ใดได้พบเห็น

จะรู้สึกถึงความอันตราย

ทว่าเมื่อไป๋หลีเรียกเขา

ท่าทีการแสดงออกของฉินเฟิงก็ผ่อนคลายลง

“มาแล้วๆ มีอะไรงั้นหรอ”

“ที่นี่มีศิลาจองจำอยู่ คิดว่าน่าจะมีอะไรดีๆซ่อนไว้ข้างใน”

“โอเค เธอช่วยหลีกทางออกไปหน่อย”

ศิลาจองจำเป็นสิ่งที่หายากมาก

มันสามารถยับยั้งกระบวนท่าวรยุทธและอบิลิตี้ได้

อักษรรูนที่เกิดจากพลังสมาธิหรือกำลังภายในเมื่อกระทบกับสิ่งนี้จะมลายหายไป แม้เอ่ยว่าจองจำแต่มันไม่ใช่คุก

ศิลาจองจำพวกนี้ มักถูกติดตั้งไว้ในสถานที่เดียวเท่านั้น และสถานที่ๆว่า

ส่วนใหญ่ใช้ในการปิดผนึกสมบัติ ไม่ให้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่น

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อไป๋หลีค้นพบศิลาจองจำ

เธอถึงได้ตื่นเต้นนัก

ศิลาจองจำทรงพลังมาก แต่มันยังแพ้ทางบางสิ่งบางอย่าง

บางสิ่งที่ว่าก็เช่น แรงระเบิดจากดินปืนระดับต่ำ

ด้วยเหตุนี้ ฉินเฟิงไม่คิดสุภาพ

หยิบปืนใหญ่มือออกจากอุปกรณ์รูนมิติ ตั้งมันลงบนไหล่เขาและยิงออกไปทันที

ตูมมม!

ซากปรักหักพังถูกระเบิดแยกจากกัน เศษอิฐและหินกระจายไปทั่ว

สิ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในถูกเปิดเผยออกมา

“ว้าว!” ไป๋หลีร้องอุทาน

ปรากฏว่าข้างในกองพะเนินไปด้วยเหรียญพลังงานอย่างกะทันหัน

ดูเหมือนว่าจะเป็นสกุลเงินของมิติแห่งนี้

ไม่หมดเพียงแค่นั้น นอกจากนี้ยังมีแก่นพลังงาน ,

แก่นอบิลิตี้อีกเป็นจำนวนมาก กองรวมๆกันเป็นภูเขา

ฉินเฟิงย้อนนึกไปถึงชายชราที่เพิ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้

มนุษย์คนอื่นๆเรียกเขาว่า ‘ฝ่าบาท’ ดูเหมือนว่า …

ฉินเฟิงจะค้นพบสมบัติของราชวงศ์เข้าให้ซะแล้ว!

จู่ๆก็เจอเหรียญพลังงานกองใหญ่เช่นนี้

แถมยังได้รับมันมาเปล่าๆโดยแทบไม่ต้องเปลืองแรง ถือเป็นโชคหล่นทับโดยแท้!

ไป๋หลีทำตัวเป็นเด็กน้อยอยู่ไม่นิ่ง เริ่มเก็บรวบรวมสมบัติ

อย่างไรก็ตาม ในเวลานนั้นเอง

ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสะท้อนไปด้วยรูนแสง ก็ก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ

เขาไม่ได้แสดงเจตนาถึงความเป็นศัตรู

กระทั่งความเร็วในการขยับฝีเท้าก็ถูกควบคุมไว้อย่างดี

ฉินเฟิงย่อมตระหนักได้ถึงอีกฝ่าย เหลียวหลังกลับไปมอง

ชายคนนั้นหยุดกึกทันที

“ข้า- ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้กับเจ้า!” พลังสมาธิของคนๆนั้น

ถ่ายทอดคำพูดเข้ามาอย่างรวดเร็ว