ตอนที่ 127

1/4

Ep.127 -

กลับสู่เฉิงเป่ย

“ยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง!”

กล่าวได้ว่าการกลับไปของฉินเฟิงในครั้งนี้

เขาได้รับผลประโยชน์มหาศาล

มากกว่า 30

ผู้ใช้พลังติดตามฉินเฟิงกลับมา และในกลุ่มนี้มีถึง 4 คนที่เป็นเลเวล F

นอกจากนี้ยังมีคนธรรมดาอีกราวๆ 600

คนที่ตัดสินใจติดตามฉินเฟิงกลับไปยังสถานชุมชนเฟิงหลี

คนเหล่านี้ถูกกระตุ้นโดยคำกล่าวของฉินเฟิง

อันที่จริงแล้ว เนื่องจากเมืองหานล่มสลาย คนยากจนส่วนใหญ่ที่รอดมาได้เลยกลายเป็นไร้ที่อยู่

และเกิดความคิดว่าจะย้ายไปยังสถานชุมชนแห่งใหม่อยู่เหมือนกัน

แต่ทุ่งล่าน่ะอันตราย

ดังนั้นเลยมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถพาครอบครัวตัวเองออกไปยังสถานชุมชนอื่นได้

ตรงกันข้าม หากไปตามคำขอของฉินเฟิง

พวกเขาย่อมถูกคุ้มครองระหว่างการเดินทางอย่างไม่ต้องสงสัง

ฉินเฟิงได้มอบแสงสว่างใหม่ให้แก่พวกเขา!!

และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ

ทั้งหมดตระหนักดี ว่าฉินเฟิงทรงพลังเพียงใด

“มิสเตอร์ฉินเป็นผู้ใช้อบิลิตี้

ดังนั้นความสำเร็จในอนาคตของเขาย่อมไม่เลวร้ายอย่างแน่นอน!”

“มีผู้นำแบบนี้

ผู้นำที่สามารถปกป้องพวกเราได้ เขาดีกว่าชิเทียนไห่เป็นไหนๆ!”

“หลิวเซินซานก็ตามไปด้วย

ฉะนั้นคนสวยอย่างหัวหน้าหลิวคงไปด้วยเหมือนกัน!”

“สถานชุมชนแห่งใหม่

จะต้องดีกว่าที่เก่าแน่นอน!”

ฝูงชนเกิดความคิดเช่นนี้

เลยตัดสินใจติดตามฉินเฟิงไป

เนื่องจากผู้ร่วมขบวนมีมากเกินไป

ระหว่างทาง บางจุดในทุ่งล่าฉินเฟิงเลยจำเป็นต้องพาพวกเขาอ้อม

และบางครั้งก็ให้ไป๋หลีรับหน้าที่ป้องกัน ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมา

สัตว์ร้ายที่มีจมูกไวต่อกลิ่นอายจึงไม่กล้าโจมตีขบวนรถยนต์

การเดินทางเลยเป็นไปอย่างราบรื่น!

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

ในที่สุดฉินเฟิงก็กลับมาถึงสถานชุมชนเฟิงหลี

เวลานี้สถานชุมชนเฟิงหลีกำลังเร่งก่อสร้าง

เนื่องจากการรุกรานของสิ่งมีชีวิตต่างมิติ

วัสดุก่อสร้างจึงเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่นมีการเติมเมือกของแมลงลงในปูนซีเมนต์

เพื่อเสริมความแน่นของปูน และแห้งได้เร็วขึ้น

วัสดุก่อสร้างต่างๆได้รับการปรับปรุงใหม่

มีบทบาทที่ใหญ่กว่าเดิม

อย่างอาคารสูงสิบชั้น

มันสามารถสร้างได้เร็วสุดโดยใช้เวลาแค่ 1 เดือน

นั่นหมายความว่าสำหรับสถานที่ชุมชน หากมีกำลังคนมากพอ

มันอาจเป็นรูปเป็นร่างได้ภายในครึ่งปี!

เมื่อฉินเฟิงกลับมาถึง

ซูซิงฝูก็ออกมาทักทายเขา

ไม่ได้เจอกันเพียงครึ่งเดือน

ซูซิงฝูก็ยังเป็นเหมือนเดิม แต่ฉินเฟิงกลับกลายเป็นลึกล้ำไม่อาจคาดหยั่ง!

“ผู้ว่าการ คุณกลับมาแล้ว

หายไปเที่ยวตั้งครึ่งเดือน คุณนี่แอบขี้เกียจเหมือนกันนะ!”

ตำแหน่งผู้ว่าการ

โดยปกติแล้วจะออกให้ตามที่เมืองเฉิงหยางเห็นว่าเหมาะสม

โดยปกติก็จะมี--

--สถานที่ชุมชนเหนือ , ใต้ , ออก และตก

เป็นสถานชุมชนที่แข็งแกร่งที่สุดนอกเมืองเฉิงหยาง ผู้นำชุมชนเลยได้รับตำแหน่งนี้

ในความเป็นจริงแล้วก็ยังมีเขตอื่นๆที่อยู่ถัดออกไปเหมือนกัน

แต่เนื่องจากมันอยู่ไกลจากเมืองเฉิงหยาง ดังนั้นผู้นำเมืองเลยไม่ได้รับตำแหน่งนี้

สรุปง่ายๆว่าเมืองอื่นๆจะมีสถานะคล้ายคลึงกับเมืองหานนั่นเอง

แต่สถานชุมชนของฉินเฟิงไม่ได้อยู่ไกลถึงขนาดนั้น

และปัจจุบันก็มีเส้นทางสาธารณะแล้ว ที่นี่เลยกลายเป็นเขตใหม่

และผู้ว่าการเขตเฟิงหลี

แน่นอนว่าต้องเป็นฉินเฟิง

“ขอโทษจริงๆ ผมสร้างปัญหาให้คุณซะแล้ว

… แต่น่ากลัวว่าจากนี้ไป คุณคงยุ่งมากกว่าเดิม!” ฉินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากทักทายกันเล็กๆน้อยๆ

ทั้งสองก็บอกเล่าถึงสถานการณ์ทางฝั่งตนที่เกิดขึ้น ฉินเฟิงมอบพลเมือง 600

คนให้แก่ซูซิงฝู ปล่อยให้เขาจัดการ ท่ามกลางคนใหม่

ฉินเฟิงฝากให้ดูแลหลิวเซินซานและครอบครัวเป็นพิเศษ

จากนั้น ฉินเฟิงก็นำคนใส่รถบัส 3 คัน

มุ่งหน้าสู่สถานชุมชนทางตอนเหนือ

ข้างในรถ มีเด็กกำพร้าอยู่กว่า 100 คน

, กลุ่มวัยรุ่นสาวจำนวนหนึ่ง

และสมาชิกกลุ่มแรกๆที่ร่วมฝ่าวงล้อมไปด้วยกันอย่างแม่และลูกที่ยอมเอาเทปกาวปิดปากตามคำสั่งของฉินเฟิง

คนเหล่านี้ได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากฉินเฟิง

ณ ประตูทางเข้าเมือง

เมื่อเห็นว่ามีรถศึกสามคันตรงเข้ามา มันก็ถูกทหารรักษาการณ์หยุดเอาไว้ทันที

“ลงมา! แล้วรับการตรวจสอบซะ!”

นี่คือหน้าที่ของกองทหาร

เป็นกระบวนการในการปกป้องสถานชุมชนเฉิงเป่ย เพราะหากจู่ๆก็ปรากฏกลุ่มคนจำนวนมากเดินทางเข้าเมืองอย่างกระทันหัน

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะอนุญาตให้ผ่าน

เพราะใครจะรู้

บางทีบนตัวผู้มาเยือนอาจจะมีไวรัสหรือปรสิตปนเปื้อนอยู่ก็ได้

แบบนั้นมีแนวโน้วว่าจะเป็นอันตรายคุกคามต่อคนภายในเมือง

ฉินเฟิงผลักประตูลงจากรถ

แต่เขายังไม่ทันจะได้พูด ดวงตาของคนที่อยู่ตรงข้ามก็เปล่งประกายด้วยความประหลาดใจ!

“ฉิน … ไม่สิ

ทำความเคารพท่านผู้ว่าการฉิน!”

เขาจดจำรูปลักษณ์ของฉินเฟิงได้

และโค้งคำนับลงทันที

ฉินเฟิงเองก็ผงะตกใจ

ก่อนจะย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์บนเทือกเขาพ่อแม่ลูกเมื่อไม่นานมานี้

ที่เจิ้งหยางพูดเรื่องโฆษณาชวนเชื่ออะไรสักอย่างกับเขา

ตรงจุดนี้เองที่น่าจะทำให้ทหารจดจำเขาได้

ยังไงก็ตาม

โฆษณาที่ว่าก็คงจะเหมือนกับดาบสองคม เพราะแม้ในสายตาคนอื่นๆเขาจะกลายเป็นวีรบุรุษ

และถูกเรียกว่าผู้ว่าการ แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากรอยแยกมิติปิดลง

เวลามันก็ผ่านไปแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น

ผู้คนเลยยังกังวลว่าอาจมีโรคระบาดหลงเหลืออยู่

และไม่ยินยอมให้คนนอกเข้าเมืองไปง่ายๆ

“สวัสดี

คนพวกนี้คือเด็กกำพร้าที่ผมพากลับมาจากเมืองหาน

ตั้งใจว่าจะไปส่งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเมืองน่ะ!”

“นี่ … ”ทหารรักษาการณ์ลังเล

แต่สุดท้ายกัดฟันกล่าว “ถ้าอย่างนั้นเชิญผู้ว่าการฉินเข้าไปได้ ส่วนคนพวกนี้

ทางเราจะแจ้งหน่วยแพทย์ให้มาดำเนินการตรวจร่างกายในภายหลัง และฉีดยาปฏิชีวนะให้”

“ขอบคุณ”

“ไม่จำเป็นต้องสุภาพหรอกผู้ว่าการฉิน

นี่คือสิ่งที่พวกเราควรทำ” ทหารรักษาการณ์ส่งสัญญาณมือให้เปิดประตู

ฉินเฟิงกลับขึ้นรถ

และขับเข้าไปในสถานชุมชน

ภายในสถานชุมชนเฉิงเป่ยแน่นอนว่าเจริญกว่าเมืองหาน

และเนื่องจากมันอยู่ใกล้กับเมืองเฉิงหยางมากเกินไป ใกล้จนชนิดเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่รอบนอก

ดังนั้นเลยได้รับอานิสงส์จากเมืองเฉิงหยาง พลอยมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนกัน

สิ่งปลูกสร้างสูงตระหง่าน ,

ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาด้วยเครื่องแต่งกายสีสันเฉิดฉาย ,

ผู้ใช้พลังที่ไม่สามารถพบเจอได้บ่อยๆในเมืองหาน เดินให้ว่อนอยู่ทุกที่

มีแม้กระทั่งเด็กหลายคนที่กำลังไปโรงเรียนด้วยความสุข

ทั้งหมดขับผ่านย่านการค้า

ปรากฏตึกสูงที่ภายนอกตึกติดตั้งไว้ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่สู่สายตา

และมันกำลังฉายวิดีโออยู่

ในวิดีโอนี้

กำลังฉายภาพฉินเฟิงที่กุมมีดกษัตริย์ครามในมือของเขา โบกสะบัดห้ำหั่นกับซากศพเลเวล

F และสามารถตัดหัวซากศพเพลิงลงได้ในที่สุด เนื่องจากมีโดรนถ่ายภาพจากบนท้องฟ้า

ดังนั้นภาพที่ออกมาจึงสมบูรณ์แบบ มันยอดเยี่ยมอย่างหาที่ใดเปรียบ

ระหว่างออกอากาศ

ข้อความที่ให้ความรู้สึกน่าทึ่งกินใจก็ปรากฏขึ้น

“วีรบุรุษ

ไม่เคยใช้วันเวลาไปเปล่าๆบนท้องถนน!”

“วีรบุรุษ

ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางสนามรบตลอดกาล!”

“วีรบุรุษ

คือคนที่กล้าหาญและทุ่มเทเพื่อผู้คน!”

“วีรบุรุษ

จะอยู่เคียงข้างกับพวกคุณเสมอไป!”

นี่น่าจะเป็นวิดีโอโปรโมตที่เจิ้งหยางกล่าวไว้ในตอนต้น

แม้ในวิดีโอนี้

จะไม่ได้เรียกฉินเฟิงว่าเป็นวีรบุรุษออกมาตรงๆ แต่ไม่ต้องสงสัยเลย

ว่าทุกคนที่ดูมันย่อมเข้าใจ

ว่านี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการปราบปรามกองทัพซากศพบนภูเขาแม่

และฉินเฟิงนั่นแหละคือวีรบุรุษ!

ไม่เพียงแค่นั้น

แต่ผลลัพธ์ยังกลายเป็นว่าเขาได้ขึ้นเป็นผู้นำสถานชุมชนแห่งใหม่

หลังจากนั้น ภาพหน้าจอก็เปลี่ยนไป

มันเป็นภาพของฉินเฟิงอีกครั้ง

ซึ่งไม่รู้ว่าถูกถ่ายเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่

แต่ในวิดีโอ เป็นฉินเฟิงที่กำลังหันหลัง ยืนหยัดอยู่บนปลายยอดภูเขาสูง

ขณะเดียวกันก็กุมมือของไป๋หลี เหม่อมองออกไปยังขอบฟ้าที่ตะวันกำลังลาลับ

ต่อมา ตัวหนังสือขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้น :

สถานชุมชนเฟิงหลี กำลังเฝ้ารอให้คุณไปสัมผัส!

หลังจากดูจนจบ …

สีหน้าของฉินเฟิงก็กลายเป็นดำคล้ำ!

โฆษณาฉากนี้จะต้องเป็นซูซิงฝูที่แอบถ่ายเอาไว้ในตอนนั้นแน่ๆ

แถมยังใส่รูปของไป๋หลีลงไปอีก

ที่สำคัญอีกฝ่ายไม่ได้ขอเขาก่อน!

พอฉินเฟิงจินตนาการว่ามีคนจำนวนมากได้เห็นรูปลักษณ์ของไป๋หลี

เขาก็เริ่มกลายเป็นอารมณ์เสีย

เพราะจิ้งจอกน้อยเป็นของเขาคนเดียว!

ในขณะที่สีหน้าของฉินเฟิงมืดครึ้ม

คนอื่นๆที่อยู่ในรถ กลายตกตะลึงโดยสิ้นเชิง

แม้พวกเขาจะทราบว่าฉินเฟิงน่ะทรงพลัง

แต่การที่สามารถปรากฏตัวขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ได้ มันให้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด

“นั่นมิสเตอร์ฉิน!”

“ลูกพี่ร้ายกาจจริงๆ

ถึงขั้นมีภาพตัวเองฉายบนจอตึก!”

“ที่แท้มิสไป๋หลีก็เป็นดาราดังหรอกหรอ

อยากถ่ายรูปกับเธอจังเลย!”

ช่วงเวลานั้น

ฝูงชนเริ่มรู้สึกขึ้นมาอีกครั้ง ว่าฉินเฟิงเป็นคนที่ไม่สามารถคาดหยั่งได้จริงๆ!

ฉินเฟิงที่ตกอยู่ภายใต้สายตาและสถานการณ์นี้

ถึงกลับไร้คำจะกล่าว