ตอนที่ 680

Ep.680 - ให้เช่าวันละแสนล้าน

ทันทีที่บุคคลคนนี้ปรากฏตัว

อุปกรณ์โดรนสังเกตการณ์ก็ถ่ายทอดภาพของเขากลับมาบนจอได้อย่างชัดเจน

อีกฝ่ายที่แท้คือคนที่เคยต่อสู้กับฉินเฟิงเพื่อแย่งชิงไห่หลิง

เป็นไป่เว่ยผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล B จอมสร้างปัญหา!

ช่วงเวลานี้ อีกฝ่ายก้าวออกจากประตูด้วยความสุข

และลงมือชำแหละสัตว์ทะเลเลเวล B ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม

เนื่องจากเขาเป็นผู้ใช้พลังเลเวล B ดังนั้นเพียงกวาดพลังสมาธิออกไป

ก็สังเกตเห็นความผิดปกติโดยรอบทันที

บนผิวน้ำ โดรนสังเกตการณ์สองตัวถูกพบโดยเขา

หวือออ!

ศรน้ำสองดอกผุดจากผิวทะเล

พุ่งเข้าทำลายโดรนทั้งสองแหลกไปในพริบตา

จากนั้น ไป่เว่ยก็เริ่มตื่นตัว ไม่ประมาทดั่งตอนแรกอีกต่อไป

“รีบระดมคนออกมาชำแหละสินสงครามเร็วเข้า อาจมีศัตรู!”

ไป่เว่ยร้องโวยวาย

ผู้คนบนเรือดำน้ำเฟิงหลีกรูกันออกมา

ในบรรดาคนเหล่านั้นมีซุนเทียนหยวนซึ่งเคยติดตามฉินเฟิงรวมอยู่ด้วย

ทั้งหมดเร่งชำแหละร่างสัตว์ทะเลเลเวล B

ในเวลาเดียวกันก็ตื่นตัว หันซ้ายหันขวาตลอดเวลา เกรงว่าจะมีศัตรูมาโจมตีพวกเขาจริงๆ

เพราะหากไร้ซึ่งการปกป้องจากเรือดำน้ำ กลางทะเลถือว่าอันตรายมาก

และตอนนั้นเอง จากในมุมบอดที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น

โซ่เหล็กหนาถูกยิงออกไป

สายโซ่เหล็กพอกระทบเป้าหมาย ก็ม้วนเข้าพันรอบเรือดำน้ำเฟิงหลี

ตรึงเอาไว้ไม่คิดปล่อยให้หนีรอด

“กล้าดียังไงถึงทำแบบนี้ อยากเห็นอานุภาพเรือดำน้ำของบิดาสิท่า

เดี๋ยวจัดให้!”

ไป่เว่ยหัวเราะด้วยความโกรธ

ขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยพลังสมาธิออกไป คิดหมายทำลายโซ่เหล็ก

แต่ชั่วอึดใจ ดันปรากฏโซ่เหล็กเหมือนเส้นแรกตรงเข้ามา

เข้าม้วนพันเรือดำน้ำของเขาเพิ่มเป็นร้อยเส้น

“ได้ไงกัน!?”

ไป่เว่ยเริ่มบังเกิดความสับสน

ต่อให้เป็นพวกคนจากองค์กรมืดที่ไม่คิดใช้เรือดำน้ำยิงต่อสู้กัน

แต่พวกมันก็ไม่น่าจะถึงขั้นต้องใช้โซ่เหล็กจำนวนมากขนาดนี้มิใช่หรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น โซ่พวกนี้ แต่ละเส้นกระจายเป็นรูปพัด

ความหมายก็คือทุกเส้นตรงมาจากคนละทิศทาง

บ่งบอกว่าเรือดำน้ำของฝ่ายตรงข้ามมีขนาดใหญ่กว่าพวกเขามาก

แม้ไป่เว่ยจะพยายามอย่างแข็งขัน แต่ก็ไม่สามารถหยุดมันได้

ยังไม่พอ เลเวล C ของตนเองพลอยโดนลูกหลง ทั้งหมดถูกโซ่เหล็กชนตกทะเล

โซ่เหล็กนี้ เห็นได้ชัดว่าดัดแปลงมาจากวัสดุคุณภาพสูงเช่นกัน

เคร้ง เคร้ง เคร้ง!

โซ่เหล็กบางเส้นม้วนซ้อนทับกัน เกิดเสียงกระแทกวุ่นวาย

จากนั้นโซ่เหล็กก็เริ่มขยับ คล้ายกับว่าต้นทางของมันกำลังลอยตัวขึ้น

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะสู้ไม่ได้ ระดมยิงพวกมันเดี๋ยวนี้!”

ไป่เว่ยคำรามเกรี้ยวกราด

แต่บนเรือดำน้ำตอนนี้เหลือคนอยู่แค่คนเดียว และฉากตรงหน้าทำให้เขาตื่นตะลึง

สมองหยุดการทำงาน แข็งค้างราวกับคนหูหนวก ไม่ได้ยินคำสั่งใดๆ

ขณะเดียวกัน เพียงสิ้นเสียงคำรามของไป่เว่ย

ก้อนสีดำบางอย่างเริ่มผุดขึ้นมาจากผิวทะเล

จากนั้น เงาร่างมหึมาก็ค่อยๆโผล่พ้นน้ำ ลอยตัวสูงขึ้น

สูงขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายสัตว์ยักษ์อันน่าพรั่นพรึงอย่างหาที่ใดเปรียบก็ปรากฏสู่สายตา

สัตว์ยักษ์ตัวนี้ ระหว่างค่อยๆโผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำ

สำหรับผู้คนที่มองมันจากเบื้องหน้า ให้ความรู้สึกราวกับมันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด

ไม่ต่างจากขุนเขาทอดยาวไกลสุดสายตา!

หากไม่ใช่ว่าตำแหน่งที่มันผุดขึ้นมาบนผิวน้ำ

แถวๆนั้นมีสายโซ่เหล็กยื่นออกมาล่ะก็ ไป่เว่ยคิดจริงๆ

ว่าตนคงโชคร้ายได้พานพบหนึ่งในสิบสัตว์ยักษ์แห่งทะเลนรกเข้าเสียแล้ว

กระนั้น เครื่องจักรลำนี้ก็ยังน่าหวาดกลัวอยู่ดี

ทั้งยามมองยังชวนให้ผู้คนรู้สึกมึนงง ดวงตาพร่ามัว

ตัวมันไม่ต่างจากยักษาแห่งท้องทะเล

หากเทียบเปรียบกับเครื่องจักรดั่งสัตว์ยักษ์ตัวนี้ เรือดำน้ำเฟิงหลีของไป่เว่ย

ไม่ต่างอะไรจากเด็กทารก

“เห~~ มิสเตอร์ไป่พูดได้น่าสนใจจริงๆ

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เรือดำน้ำเฟิงหลีกลายเป็นของคุณ?

แถมยังบอกว่าจะแสดงพลังของเรือดำน้ำให้ผมดูอีก”

ชัดเจนว่าสิ่งที่ไป่เว่ยโวยวายก่อนหน้านี้

อีกฝ่ายได้ยินมันทั้งหมด เมื่อสนทนากันได้ก็ฉวยโอกาสล้อเลียนสวนกลับทันที

อย่างไรก็ตาม

เห็นได้ชัดว่าไป่เว่ยไม่กล้าเปล่งคำหักล้างในเวลานี้

นั่นเพราะเครื่องจักรอันน่าหวาดกลัวตรงหน้า แค่เห็นขนาด ไม่ต้องบอกก็ทราบว่าทรงพลังแค่ไหน

ต่อให้เรือดำน้ำเฟิงหลีทรงพลังแล้วอย่างไร? มันไม่มีทางเทียบกับเขมือบฟ้าได้แน่นอน

“ใครกัน แกเป็นใคร? คิดจะทำอะไรกับพวกเรา”

แข้งขาไป่เว่ยสั่นหงึกๆ อันที่จริงเขาสามารถจดจำเสียงของอีกฝ่าย

ในฐานะผู้ใช้อบิลิตี้ การรับรู้ของพวกเขามีประสิทธิภาพมาก

สามารถแยกแยะรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆได้อย่างง่ายดาย

ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่ไป่เว่ยแอบชิงเรือดำน้ำเฟิงหลี

ไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งมีปัญหากับฉินเฟิงมา

ดังนั้นไป่เว่ยจะลืมเลือนเสียงนี้ไปได้อย่างไร

ช่วงเวลานี้ ส่วนหัวของเขมือบฟ้า หันมายังทิศทางของไป่เว่ย

ผิวนอกของเขมือบฟ้าตำแหน่งหนึ่งพลันบิดไปอีกทาง ประตูผละเปิดออก

หลายร่างก้าวออกมาพร้อมกัน

เป็นฉินเฟิง , หยูหยางเต๋า และเหอเจี๋ย

ตำแหน่งยืนของฉินเฟิงในตอนนี้ อยู่สูงกว่าไป่เว่ยอย่างสิ้นเชิง

แต่เนื่องจากมีโซ่เหล็กคอยรัดพัน ทำให้เรือดำน้ำเฟิงหลีถูกลากมาอยู่ใกล้ๆกับขอบของเขมือบฟ้า

ห่างกันแค่ 50 เมตรเท่านั้น ตราบใดที่ฉินเฟิงกระโดดลงไป

ย่อมสามารถเข้าถึงตัวฝ่ายตรงข้าม

“ฉินเฟิง เป็นแกจริงๆ เป็นไปได้อย่างไรกัน

ไม่ใช่ว่าแกตายไปแล้วหรือ?”สีหน้าของไป่เว่ยแสดงออกถึงความสับสนตื่นตระหนก

และเขาไม่เพียงตื่นตระหนก ลึกๆในหัวใจยังเริ่มเกิดความหวาดกลัว!

เดิมที ข่าวการเสียชีวิตของฉินเฟิง

ไป่เว่ยทราบเรื่องก่อนใครจากปากซุนเทียนหยวน!

ด้วยเหตุนี้ หลังจากเหอเจี๋ยจากไป

ไป่เว่ยก็เข้าปล้นเรือดำน้ำเฟิงหลีทันที เขาสังหารเลเวล C บางคนบนเรือ

และขับมันมุ่งหน้าลงสู่ทะเลลึก

ทั้งยังวางแผนที่จะเข้าเทียบในท่าเรืออื่นๆหลังจากนี้ เพื่อแปลงโฉมมันใหม่

ยังไงก็ตาม ก่อนจากไป ฉินเฟิงได้ทิ้งพลังงานจำนวนมากไว้บนเรือ

ในเมื่อเป็นพลังงานของคนอื่น หากใช้มันจนสาแก่ใจ ไป่เว่ยย่อมไม่รู้สึกเจ็บปวด

สุดท้ายเลยตัดสินใจออกล่าสัตว์ทะเล

และเนื่องเพราะการใช้งานระบบต่อสู้ของเฟิงหลีเป็นเรื่องง่าย

ทำให้เขาออกล่าสัตว์ร้ายในทะเลจนเพลิน รู้ตัวอีกทีเป็นเวลาห้าวันติดต่อกันแล้ว เลยไม่ทราบข่าวการกลับมาของฉินเฟิงตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน

ไป่เว่ยยังพานคิดไปถึงกลุ่มเฟิงหลีที่ฉินเฟิงทิ้งไว้เบื้องหลัง

ว่ามันจะต้องมั่งคั่งด้วยเงินตรา อุดมไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างแน่นอน

ดังนั้นหลังจากการล่าครั้งนี้ เจ้าตัวยังมีแผนเลาะไปตามแนวชายฝั่ง มุ่งหน้าสู่อาณาเขตรัฐทะเลเหนือ

จากนั้นก็เทียบท่าแล้วเข้ายึดครองกลุ่มของฉินเฟิง

แต่ไม่คาดฝันเลย ว่าฉินเฟิงดันไม่ตายอย่างกะทันหัน

ทั้งยังได้เผชิญหน้ากับตัวเป็นๆ

แต่ประเด็นก็คือ เมื่อพบเจอกับสัตว์ยักษ์เบื้องหน้าตน

มุมปากของไป่เว่ยพลันกระตุกไม่หยุด แทบอยากร้องไห้!

เจ้าสิ่งนี้มันคือบ้าอะไรกัน!

ฉินเฟิงมองไปยังการแสดงออกดั่งมารดาท่านเสียชีวิตของไป่เว่ย

กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา “อะไรกัน มิสเตอร์ไป่ไม่สนใจจะตอบคำถามหน่อยหรือ?”

สายตาของไป่เว่ยเบนตกลงบนร่างของฉินเฟิง

เขาจำได้ว่าฉินเฟิงน่ายังเป็นผู้ใช้พลังเลเวล C8

ฉะนั้นอาจฉวยโอกาสนี้สังหารอีกฝ่ายได้ แต่พริบตาที่เพ่งมองเจ้าตัวกลับพบว่าอีกฝ่ายยกระดับขึ้นเป็นเลเวล

B แล้ว!

ไป่เว่ยลอบร้อง ‘ไอ้แม่ย้อย’ ในใจ

ผ่านไปแค่หกวัน แต่ฉินเฟิงสามารถยกระดับถึงสามขั้นติดต่อกัน

หรือว่าจริงๆแล้วเลเวลที่ฉินเฟิงแสดงออกก่อนหน้านี้คือเรื่องโกหก?

แต่คิดยังไงก็ไม่สมเหตุสมผลเลย

อย่างไรก็ตาม โดยไม่มีข้อสงสัย

ไป่เว่ยรู้สึกว่าหากเขาต้องสู้กับฉินเฟิงอีกครั้งในเวลานี้

บวกกับขนาดอันใหญ่โตหาที่ใดเปรียบของเขมือบฟ้า มองยังไงก็ไม่มีทางชนะได้เลย

“ประธานฉิน … ผู้การฉินนี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด!”

ไป่เว่ยหนังหน้าด้านหน้าทน เพื่อหนทางรอดชีวิตอันน้อยนิด

เขายอมแสร้งทำตัวสับสนเป็นไอ้โง่!

“โห? เข้าใจผิด?

เรือเฟิงหลีของผมที่อยู่ในมือคุณตอนนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดด้วยรึเปล่า?”

ฉินเฟิงถาม

ใบหน้าของไป่เว่ยเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ สายตาของเขาส่ายไปมา

ก่อนตกลงบนร่างของเหอเจี๋ย และคล้ายนึกอะไรบางอย่างออก

“ประธานฉิน ฉันไม่ใช่จิ้งจอกขี้ขโมย

แต่พอทราบถึงอุบัติเหตุของคุณ เลยคิดว่าเรือเฟิงหลีคงตกเป็นของเมืองตงไห่แล้ว

ดังนั้นเลยต้องการเช่าเรือดำน้ำลำนี้  และกะว่าเมื่อล่าสัตว์ทะเลกลับไป

จะจ่ายค่าเช่าให้”

ฉินเฟิงกระจ่างแก่ใจ ว่าวาจาของไป่เว่ยในตอนนี้--

--เป็นแค่ข้ออ้าง!

ฉินเฟิงแสยะยิ้มเย็นและกล่าว

“คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าแก่ทางเมืองตงไห่หรอก โอนมาให้ผมตรงๆเลยก็ได้!”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา!” ไป่เว่ยพยักหน้าร้อนรน

ฉินเฟิงกล่าวต่อว่า “งั้นก็ดี ค่าเช่าคิดวันละแสนล้าน

ทั้งหมดรวมเป็นหกแสนล้าน โอนเข้าบัญชีมาเลย!”

“ว่าไงนะ หกแสนล้าน? นี่คุณคิดจะปล้นกันหรือ!!”

ไป่เว่ยอดกระทืบเท้าไม่ได้

“จะไม่จ่ายใช่ไหม? งั้นก็ไสหัวไป! ว่ายน้ำกลับฝั่งเองซะ ฉันขอยึดเรือคืน!”

ฉินเฟิงตวาดด้วยความโกรธแค้น