Ep.1081 - เผ่าพันธุ์นับล้านปรากฏกาย
เผ่ามังกรยักษ์ที่แท้จริง
แต่ละตัวมีขนาดใหญ่พอๆกับมิติระดับสูง แม้จะอยู่ไกลแสนไกล
แต่ทุกเกล็ดของเผ่ามังกรกลับยังสามารถมองเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ในฝูงเผ่ามังกร ยังมีจ้าวเหนือหัวร่วมทางมาด้วยถึง
20 ตน แต่มีมังกรเลเวล SSS9 เพียง 5 ตนเท่านั้น
จ้าวเหนือหัวเผ่ามังกรคอยกระหนาบซ้ายขวาปกป้องทั้ง 5 ตน
บินผ่านมิติมวลหมู่ดาวรูนไปอย่างรวดเร็ว
ต้องรู้นะว่า ที่เฉียนมู่และจ้าวเหนือหัวคนอื่นๆย่อขนาดตัวลง
กระทั่งเผ่ามนุษย์ยักษา ยังลดความสูงเหลือเพียง 12 เมตร
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะได้สามารถโดยสารเรือสมบัติ เดินทางไปพร้อมกับผู้ใช้พลังคนอื่น
และไม่ต้องคอยรับมือกับพลังงานจักรวาล
แต่เผ่ามังกรยักษ์ที่อยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นจ้าวเหนือหัวหรือเลเวล SSS9
พวกมันกลับไม่หวาดกลัวพลังงานร้ายแรงในมิติมวลหมู่ดาวรูนเลย
สามารถบินไปข้างหน้าได้อย่างไม่มีอุปสรรคใด
นี่แหละหนอคือความต่างกันของเผ่าพันธุ์
เผ่ามังกรไม่สนใจพวกเขา
อาจเป็นเพราะเรือสมบัติทั้งเจ็ดลำมีขนาดเล็กเกินไป หรืออาจเป็นเพราะเผ่ามังกรไม่คิดหยุดเดินทาง
แล้วหันมาเล่นกับพวกเขา
อย่างไรก็ตาม
เวลานี้เฉียนมู่กับคนอื่นๆต่างชะลอเรือสมบัติโดยไม่รู้ตัว
พวกเขารอจนกระทั่งเผ่ามังกรหายลับสายตาไป ถึงค่อยเพิ่มความเร็วอีกครั้ง
“หากพวกเจ้าคิดเลื่อนขั้นเป็นจ้าวเหนือหัว
ก็จะต้องแก่งแย่งกับเผ่าพันธุ์นับล้านเพื่อช่วงชิง ‘แก่นแท้พลังงาน’
ถึงเวลานั้นอาจต้องเผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์ดุร้ายมากมาย แต่คิดเสียใจตอนนี้ยังทัน
พวกเจ้ายังสามารถเลือกล่าถอยกลับไปได้!” เฉียนมู่กล่าว
ต้องขอบอกว่าเผ่ามังกรยักษ์เมื่อครู่ทำให้พวกเขาตกใจมาก
ผู้ใช้พลังหลายคนที่เข้ารับการทดสอบ แสดงออกถึงสีหน้าลังเล แต่ในท้ายที่สุด
ทุกคนกัดฟันและไม่ยอมจากไป
ไหนๆก็มาแล้ว ทั้งหมดต่างตั้งมั่น
เฝ้าหวังว่าตนจะเหยียบย่างสู่ขอบเขตจ้าวเหนือหัวได้ในที่สุด
คงจะมีแค่ฉินเฟิงกับไป๋หลีที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้น
แม้พวกเขาจะแปลกใจเล็กน้อยในตอนแรก แต่จิตต่อสู้ยังคงแน่วแน่ มันลุกโชนไม่เปลี่ยนแปลง
สำหรับเผ่ามังกรยักษ์ พวกเขาแข็งแกร่งก็จริง
แต่ยังแกร่งไม่พอให้ฉินเฟิงหวาดกลัวจนต้องล่าถอยกลับไป
จ้าวเหนือหัวเฉียนมู่พอเห็นความไม่ย่อท้อของทุกคน
และเรือลำอื่นก็ไม่มีใครล่าถอยเช่นกัน ก็เริ่มเดินหน้าต่อ
ฉินเฟิงขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจปลดปล่อยอบิลิตี้มืดออกมา
ปกคลุมเรือสมบัติทั้งลำ
เฉียนมู่เร่งหันไปกล่าวเตือนฉินเฟิง
“อย่าพยายามใช้พลังสมาธิมากไป ไม่อย่างนั้นเมื่อถึงคราวจำเป็นขึ้นมาจริงๆ
เจ้าจะไม่สามารถต่อกรกับเผ่าพันธุ์อื่นๆได้ ชะตากรรมต่อจากนั้น คงไม่ต้องกล่าวถึง”
ฉินเฟิงกล่าวว่า “นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่อย่างน้อยทำแบบนี้
น่าจะช่วยให้พวกเราไม่ต้องเจออุปสรรคมากวนใจได้”
อบิลิตี้มืดของฉินเฟิง ไม่เพียงห่อหุ้มเรือสมบัติของเฉียนมู่เท่านั้น
แต่ยังขยายออกไปปกคลุมเรือสมบัติอื่นๆอีก 6 ลำ
รวมไปถึงเรือของปีศาจเสพวิญญาณและอันผิง
เพราะฉินเฟิงรู้ดี ว่าตอนนี้ หากมีหนึ่งในเผ่ามนุษย์ถูกค้นพบ
นั่นหมายความว่าทั้งหมดถูกค้นพบ ช่วงเวลานี้
คือก้าวที่สำคัญที่สุด ดังนั้นต้องสามัคคีกันไว้
ยิ่งไปกว่านั้น หากถูกพบตัว
พวกจ้าวเหนือหัวย่อมสามารถหลบหนีไปได้ แต่ผู้ใช้พลังคนอื่นๆ
ตายแน่นอนไม่ต้องสงสัย
กระทั่งฉินเฟิงยังไม่มั่นใจ
ว่าจะสามารถเอาชีวิตรอดท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์นับล้านได้หรือไม่
แต่ผลลัพธ์จะเป็นยังไง เอาไว้เข้าสู่มิติบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ค่อยว่ากัน
ต้องขอบอกว่า หลังจากฉินเฟิงปลดปล่อยอบิลิตี้มืด
ได้มีจ้าวเหนือหัวเผ่าแมลงนำฝูงของมันบินเฉียดผ่านเรือสมบัติเช่นกัน
แต่ไม่มีตัวไหนสนใจพวกเขา จากการรับรู้ของพวกมัน
คงคิดว่าพวกเขาเป็นแค่ทวีปรูนมืดเท่านั้น
“นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเดินทางได้อย่างราบรื่นแบบนี้
แต่จำนวนของเผ่าพันธุ์ที่พบ มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ยังต้องผ่านมิติมวลหมู่ดาวรูนไปอีกสองครั้ง ถึงจะไปถึงมิติบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้”
เฉียนมู่กล่าวผ่านพลังสมาธิ
ดูเหมือนว่าอาจเป็นเพราะอบิลิตี้มืดของฉินเฟิง มันเลยช่วยให้เขาผ่อนคลายลงมาก
ดังนั้นเฉียนมู่เลยพอมีเวลาให้พักหายใจ แล้วพูดขึ้นมาได้บ้าง
“นานๆครั้งในมิติบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ จะให้กำเนิดแก่นแท้พลังงาน
แก่นแท้นี้มีผลเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการเป็นร่างพลังงานเท่านั้น
หากตัวตนระดับจ้าวเหนือหัวก้าวเข้าไปในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
พวกเขาจะถูกอำนาจจากแก่นแท้พลังงานหลอมละลายโดยตรง”
“อะไรนะ!?” เหล่าผู้ติดตามต่างตกใจกับข้อมูลนี้
แม้แต่ตัวตนทรงอำนาจก็ยังถูกละลาย มันเป็นอะไรที่น่ากลัวมากจริงๆ
“ดังนั้น นี่จึงเป็นโอกาสของพวกเจ้า
หลังเข้าไปในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้ว เจ้าจะได้พบกับเลเวล SSS9 จากเผ่าพันธุ์อื่น
ถึงเวลานั้น จงตามหาแก่นแท้พลังงาน และสังหารศัตรูตนอื่นๆเสีย--
--เมื่อสัตว์ร้ายเหล่านั้นตาย พวกมันจะถูกย่อยสลายอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นของเหลวพลังงาน หลังจากดูดซับแล้ว
จะช่วยให้พวกเจ้าพัฒนาสู่ขอบเขตจ้าวเหนือหัวได้เร็วขึ้น”
“ฉันหวังว่าทุกคนจะกลับออกมาแบบมีชีวิต
เพราะถึงอย่างไรพวกฉันก็ต้องการทรัพยากรเหมือนกัน ถ้าพวกเจ้าไม่ตาย
พลังงานครึ่งหนึ่งที่นำกลับมาได้ ต้องมอบให้พวกฉัน นี่คือการแลกเปลี่ยน
เป็นค่าตอบแทนที่จ้าวเหนือหัวพาพวกเจ้ามาที่นี่”
ทุกคนพยักหน้ารับทราบ
ระหว่างแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านพลังสมาธิกัน ในที่สุด
เรือสมบัติก็ข้ามผ่านมิติมวลหมู่ดาวรูนสุดท้าย เข้าสู่กระแสวังวน หลังผ่านเข้ามา
ทิวทัศน์ในสายตาของพวกเขาก็เปลี่ยนไป คราวนี้ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืดมิด
ความมืดมิดเหล่านี้ เปรียบเสมือนความว่างเปล่าในจักรวาล
แต่ในความมืดมิด ณ สถานที่ห่างไกล ปรากฏจุดแสงสีขาวเรืองรอง
เรือสมบัติถูกปกคลุมไปด้วยอบิลิตี้มืดพอดี เลยสามารถเห็นแสงเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน
ทั้งหมดรีบมุ่งหน้าไปยังแสงสีขาวนั่น
“ไป๋หลี พิกัดของที่นี่ เธอจดจำมันไว้ได้ไหม?” ฉินเฟิงกล่าว
มิติบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงตัวแทนของพลังงานอันมหาศาล
ฉินเฟิงไม่กังวลเรื่องที่ว่าเขาจะสามารถตัดผ่านสู่จ้าวเหนือหัวได้หรือไม่ แต่เมื่อรู้ตำแหน่งแล้ว
ในกรณีนี้เขาจะสามารถพาเพื่อนหรือลูกน้องมาเองได้
เพียงแต่ว่าคำตอบของไป๋หลี ทำให้ฉินเฟิงต้องผิดหวัง
“พิกัดมิติของที่นี่ มันเป็นต้นกำเนิดมิติ
ไม่สามารถบันทึกหรือจดจำได้”
“ต้นกำเนิดมิติ? มันคืออะไร?” ฉินเฟิงมองไป๋หลีอย่างคาดไม่ถึง
“ฉันคือสัตว์ยักษ์มิติ และในร่างกายของฉันเอง
ก็มีมิติอยู่ข้างในเช่นกัน ซึ่งมันเรียกว่าต้นกำเนิดมิติ ส่วนที่นี่
พิกัดมิติของมันแปลกประหลาดมาก ราวกับว่าทุกอย่างกลายเป็นศูนย์
สามารถรับรู้ได้แค่ว่ามันคือต้นกำเนิดมิติ ดังนั้น
ต่อให้ฉันทำเครื่องหมายมิติเอาไว้ที่นี่ แต่พอออกไปข้างนอก
พิกัดของมันก็จะระบุว่าอยู่ในต้นกำเนิดมิติของฉัน พอเทเลพอร์ตไป
สุดท้ายก็จะกลับมาที่ตัวเองยืนอยู่ พอจะเข้าใจไหม?”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้!” ประโยคข้างต้น
ช่วยไขข้อข้องใจที่ว่าทำไมจ้าวเหนือหัวถึงต้องนั่งเรือ
ไม่สามารถใช้งานตัวเชื่อมมิติเข้ามาได้
ก็เพราะมันไม่มีพิกัดมิตินี่เอง!
เรือทั้งเจ็ดเคลื่อนไปข้างหน้า และในที่สุด
แสงสีขาวก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นและชัดเจนขึ้น
จุดแสงเกาะกลุ่มกันเป็นจานใบใหญ่
น่าหลงใหลราวกับภาพเหมือนของทางช้างเผือก
และท่ามกลางแสงนี้ เผ่าพันธุ์นับล้านกำลังแช่อยู่ข้างใน
คล้ายกำลังชำระล้างทั้งร่างกายและจิตใจ
“นี่แหละคือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์!” เฉียนมู่กล่าว
ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อเข้าใกล้แสงนี้ อบิลิตี้มืดที่คอยปกคลุมเรือสมบัติทั้งเจ็ดก็ค่อยๆถูกสลายออกไป
แม้แต่เผ่าพันธุ์ที่มักซ่อนเร้น ก็ยังถูกเปิดเผยออกมา ถึงจุดนี้
พวกเขาค่อยพบว่าตนเองถูกห้อมล้อมไปด้วยเผ่าพันธุ์นับล้าน
“นี่มันเผ่ายุงเฟิ่นสือ! (ยุงโมเลกุล)” เฉียนมู่หน้าถอดสี
รอบกายพวกเขา แท้จริงแล้วถูกรายล้อมไปด้วยยุงตัวเล็กๆ แต่เวลานี้เมื่อถูกแสงไฟสว่างสาดส่อง
พวกเขาถึงค่อยตระหนักถึงการดำรงอยู่ของมัน
ปรากฏว่าเป็นยุงนับพันตัว หลายตนมีระดับถึงจ้าวเหนือหัว
ส่วนที่เหลือ ทั้งหมดล้วนมีเลเวลอยู่ที่ SSS9
เผ่าพันธุ์ที่รวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่เช่นนี้
นับเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวง
“รีบหนีจากพวกมัน!”
เฉียนมู่ตะโกนลั่น ฉีกหลบไปทางอื่นทันที
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved