ตอนที่ 895

Ep.895 - สิ่งมีชีวิตเลเวล S มาเยือน

ฉินเฟิงกลับเมืองเฟิงหลี และเนื่องจากการปรากฏตัวของหมาจักรกล

ฉินเฟิงเลยเรียกชูฟ่านกลับจากมิติธารโลหิต และมอบหมาจักรกลให้แก่อีกฝ่าย

ส่วนชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 9 ที่ฉินเฟิงได้รับมา

เขาแจกจ่ายมันออกไป คนที่ได้รับยังคงเป็นคนสนิทที่เขาไว้วางใจ

เริ่มจาก ซูซิงฝู , หลิวเซินซาน , หลินเต๋อหรง และชูฟ่าน

ทั้งสี่คนคนนี้ ล้วนเป็นบุคคลสำคัญของกลุ่มเฟิงหลี

แต่ทุกคนดันมีความสามารถในการต่อสู้ค่อนข้างอ่อนแอ

ในขณะที่ซูซิงฝูเป็นนักธุรกิจคนสำคัญ ,

หลิวเซินซานเป็นผู้ดูแลแผนกการผลิตทั้งหมดของกลุ่มเฟิงหลี ตำแหน่งมีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่ากัน

หลินเต๋อหรงเป็นผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของฉินเฟิง

มีฐานะไม่ต่างจากปู่แท้ๆของเขา และฉินเฟิงจะไม่ยอมสูญเสียเขาไปอีกในชีวิตนี้

ชูฟ่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ และสูญเสียสัตว์ร้ายจอมเขมือบไปแล้ว

ตอนนี้ชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์เหมาะสมที่สุดที่จะใช้รักษาชีวิตเขา

ส่วนชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออีก 5 ชุด

ฉินเฟิงเลือกมอบให้นักสู้ของกลุ่ม อันได้แก่ วังเฉิน , โจวฮ่าว และจิ่นเฟย

ที่ล้วนเป็นคนหนุ่มที่มีศักยภาพ ควรค่าแก่การฝึกฝน

ในทางตรงกันข้าม

ฉินเฟิงกลับมอบชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์ให้กับเลเวล B เพียงสองคนเท่านั้น

หนึ่งคือมือปืนจินห่าว อีกคนเป็นเหอเล่อหมิง

แน่นอน เมื่อมีหมาจักรกล

ตราบใดที่สามารถจัดหาวัสดุของเกราะศักดิ์สิทธิ์ได้

การผลิตมันไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป อีกทั้งยังสามารถพัฒนาให้ดียิ่งกว่าเดิม

ชนิดที่ว่าต่อไปทุกคนอาจได้สวมใส่มัน

อีกอย่าง ก่อนหน้านี้พวกเขากำลังวิจัยชุดเกราะจักรกลใหม่อยู่พอดี

เมื่อได้รับเทคโนโลยีจากเผ่าวิญญาณมา หากเอ่ยว่านับจากนี้ไป

อนาคตของมิตินี้อาจเปลี่ยนแปลงไปในอีกทิศทางหนึ่ง ก็ใช่ว่าจะเอ่ยได้ไม่เต็มปาก

แต่ที่แน่ๆ อย่างน้อยที่สุด การปรากฏตัวของฉินเฟิง

ได้เปลี่ยนแปลงทิศทางการวิจัยของแซด !

ยากนักที่ฉินเฟิงจะมีโอกาสได้กลับเมือง

และยากยิ่งกว่าที่เขาบังเอิญเจอแซดพอดี!

“ฉินเฟิง!” แซดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

เขาหยิบหลอดทดลองสีฟ้าออกมา กล่าวว่า “ยาปลุกพลังที่เพิ่งค้นคว้าใหม่ของฉัน

สามารถปลุกจิตวิญญาณนักสู้ที่มีอัตราความเสถียรได้มากถึง 95% แล้ว

นายสนใจจะทดสอบดูไหม”

“นี่คุณยังไม่ยอมแพ้ที่จะใช้ผมเป็นหนูทดลองอีกหรอ?” ฉินเฟิงเลิกคิ้ว

“ฉันแค่อยากให้นายเป็นพยานในความสำเร็จของฉัน! จนถึงตอนนี้

นายยังไม่เห็นด้วยกับการทดลองของฉันอีกหรอ?”

“ก็อาจจะนะ แต่อย่างน้อยที่แน่ๆผมจะยังไม่ทดลองมันตอนนี้”

“น่าเสียดายจริงๆ ถ้านายให้ความร่วมมือกับงานวิจัยของฉัน

บางทีนายอาจได้ขึ้นเป็นเลเวล S แล้วก็ได้!”

ฉินเฟิงมองแซดที่กำลังตีหน้าเศร้าเสียใจ เกรงว่าแซดคงยังไม่รู้

ว่าตอนนี้กำลังภายในของเขาได้มาถึงระดับผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ในสภาวะครอบครองดารามากกว่า 9 ดวง!

ในตอนนั้นเอง อุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงส่งเสียง ติ๊ดๆๆ

ขึ้นอย่างกะทันหัน

เป็นสายจากวังเฉิน

ฉินเฟิงค่อนข้างประหลาดใจเล็กน้อย “ผมต้องรับสายนี้”

ฉินเฟิงไม่ต้องการสนทนาเรื่องการทดลองเกี่ยวกับแซด

ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอีกฝ่าย เขาเลยทำเหมือนนี่เป็นสายสำคัญ

เดินแยกตัวออกมาและกดรับสาย

“ประธาน ฉันไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าเรื่องนี้คุณจะตอบรับไหม”

วังเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย

“มีอะไรเกิดขึ้น?” ขณะเอ่ยถาม บนอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิง

สายที่สอง , สาม และสี่ ก็โทรเข้ามา

หน้าผากของฉินเฟิงเริ่มยับย่น เริ่มบังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีในใจ

วังเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายกล่าวว่า “เมื่อครู่มีสัญญาณขอความช่วยเหลือถูกส่งมาจากสถานชุมชนเฟิงหลี

ใจความว่าเกิดรอยแยกมิติบนภูเขาพ่อแม่ลูก สิ่งมีชีวิตคล้ายโครงกระดูกปรากฏขึ้น

ความแข็งแกร่งของพวกมันน่าสะพรึงกลัวมาก และตอนนี้กำลังบุกทำลายสถานชุมชนอยู่!”

“ว่ายังไงนะ!?”

ฉินเฟิงตกใจมาก ต้องรู้นะว่า สถานชุมชนแห่งนั้น

ถูกไป๋หลีคงความเสถียรของมิติเอาไว้แล้ว

ผสานไปกับการดำรงอยู่ของอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติ

แล้วจะมีรอยแยกมิติปรากฏขึ้นอีกครั้งได้อย่างไร?

แต่ทันใดนั้นเอง ฉินเฟิงก็เหมือนฉุกคิดได้ถึงบางอย่าง

เอ่ยถามอย่างรวดเร็ว “โครงกระดูกที่หลุดออกมา มีความแข็งแกร่งระดับไหน?”

วังเฉินกัดฟัน “ว่ากันว่าบนอุปกรณ์สื่อสาร

ตรวจพบว่ามันเป็นการดำรงอยู่ในเลเวล S

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกองทัพเลเวล C

สถานชุมชนเฉิงเป่ยที่อยู่ใกล้เคียงและเมืองเฉิงหยางทั้งหมดเริ่มอพยพครั้งใหญ่แล้ว”

ปรากฏตัวตนทรงอำนาจขึ้นในเขตสามเฉิง

นี่เท่ากับเป็นการสังหารหมู่

และร้ายแรงมากพอที่จะถล่มสถานชุมชนเฟิงหลีจนล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิง

หากเลือกรอกำลังเสริมจากเมืองหลวงมังกร

ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน บางทีกว่าจะถึงเวลานั้น เลเวล S

คงสนุกไปกับการฆ่าแล้ว

สำหรับการร้องขอให้ช่วยเหลือสถานชุมชนเฟิงหลี

มีคนติดต่อหาวังเฉิน เขาคิดเรื่องนี้อยู่นาน สุดท้ายติดต่อหาฉินเฟิง

ซึ่งแม้ฉินเฟิงตอนนี้จะอยู่ในเลเวล A

บางทีอาจต่อกรคู่ต่อสู้เลเวล S ไม่ได้

แต่พวกผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดต่างล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของไป๋หลี

คาดว่าไป๋หลีอาจเป็นถึงสัตว์เทวะเลเวล A

เช่นนั้นน่าจะแกร่งพอที่จะหยุดหายนะนี้ได้ใช่หรือไม่?

บนอุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิง คนอื่นๆที่โทรมา

พวกเขาล้วนต้องการถามความเห็นของฉินเฟิง และยังมีสองคนในนั้น

เลือกติดต่อเขาโดยตรงเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

“ตกลง ผมเข้าใจแล้ว คุณไปเตรียมคนกลุ่มหนึ่งเอาไว้ให้พร้อม

ให้พวกเขาขับเรือเหาะ โจมตีจากระยะไกล ส่วนผมกับไป๋หลี

จะไปหยุดหยุดศัตรูเดี๋ยวนี้!”

“รับทราบท่านประธาน!”

ฉินเฟิงวางสายสื่อสาร

จากนั้นถ่ายทอดคำพูดผ่านพันธสัญญาทางจิตวิญญาณ เรียกไป๋หลีมา

ฉินเฟิงกดไม่รับการติดต่อจากหลายสาย แต่มีอยู่สองสายที่กดรับพร้อมกัน

ปลายสายเมื่อเห็นฉินเฟิงกดรับ เขามีความสุขมาก

ฉินเฟิงเปิดบทสนทนา “เทศมนตรีไป่ , ผู้ว่าการเจิ้ง

ผมจะไปเดี๋ยวนี้ รบกวนผู้ว่าการจัดระเบียบประชาชน

เร่งช่วยพวกเขาออกจากสถานชุมชนด้วย”

“อา! ได้ ได้เลย!” เจิ้งหยางตอบรับร้อนรุ่ม

ไป่เทียนหยางเองก็รู้สึกซาบซึ้งใจไม่แพ้กัน “ฉินเฟิง ขอบคุณมาก

ขอบคุณจริงๆ!”

ณ ขณะนี้ ไป๋หลีได้มาปรากฏตัวข้างกายฉินเฟิงแล้ว เมื่อครู่ไม่ได้มีคนโทรหาแค่ฉินเฟิงเท่านั้น

แต่ยังโทรหาเธอด้วย

ฉินเฟิงกล่าวกับไป่เทียนหยาง “เทศมนตรีไป่

ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดถึงเรื่องนี้ ผมขอวางสายก่อน และจะรีบไปทันที”

สิ้นเสียง สายสนทนาก็ถูกตัด

ฉินเฟิงเตรียมตัวเดินทางไปกับไป๋หลี

แซดเดินเข้ามา เอ่ยถามด้วยสีหน้าสนใจ “นายต้องการให้ฉันช่วยไหม

ข้อแลกเปลี่ยนก็ไม่มากอะไรนัก ฉันจะช่วยนายหยุดสิ่งมีชีวิตเลเวล S ตัวนี้

แลกกับผลึกโลหิตเลเวล A สัก 10 ชิ้นเป็นไง?”

เมื่อเทียบกับการต้องไปงมเข็มในกอหญ้าบนมิติธารโลหิตแล้ว

การหยุดสิ่งมีชีวิตเลเวล S จากต่างมิติ ง่ายยิ่งกว่าซะอีก!

แต่ฉินเฟิงในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแซดอีกต่อไป

“ไม่จำเป็น! ไปเถอะไป๋หลี!

”ฉินเฟิงไม่มัวเสียเวลาพูดไร้สาระกับแซด

ไป๋หลีเมื่อรับคำสั่ง เปิดช่องว่างมิติโดยตรง

ทั้งสองก้าวเข้าไป หายวับในทันที

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าแซดไม่ใช่คนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

“ฉันจะไปดู! อยากรู้เหมือนกันว่าความแข็งแกร่งในตอนนี้ของนาย

มันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว เรื่องที่สามารถฆ่าเผ่ามังกรจะจริงรึเปล่า ...”

ข้อมูลดังกล่าว แม้สามารถปกปิดผู้ใช้พลังระดับต่ำได้

แต่ไม่สามารถปกปิดมันจากแซดในฐานะเลเวล S ได้ ซึ่งเรื่องพวกนี้

อยากได้ข้อมูลหรือไม่ขึ้นอยู่กับแซดต้องการจะรู้มันรึเปล่า

แน่นอน แซดรู้ว่าฉินเฟิงสังหารเผ่ามังกร

แต่ไม่รู้ว่าฉินเฟิงมีกำลังภายในของผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล S นอกจากนี้เขายังหลงคิดว่าฉินเฟิงคงร่วมมือสังหารกับคนอื่นๆ

มิใช่สถานการณ์เผชิญหน้า 1-1 กับเลเวล S

ไม่ต้องกล่าวถึง เรื่องที่ว่าชาวเผ่ามังกรเลเวล S

ไม่เหมือนกันกับสัตว์ร้ายเลเวล S บ่อยครั้งมักเป็นฝ่ายสัตว์ร้าย

ที่ทรงพลังยิ่งกว่า

ระหว่างขบคิด แซดค้นหาอุปกรณ์รูนมิติ

จากนั้นบดขยี้ตัวเชื่อมมิติ เดินทางไปยังเมืองเฉิงหยาง

ด้วยความเร็วของเขาหลังเปิดใช้งานจิตวิญญาณนักรบ เชื่อว่าใช้เวลาไม่ถึงสามนาที

เขาสามารถเดินทางจากเมืองเฉิงหยาง ไปยังทิศทางของสถานชุมชนเฟิงหลี

ขณะเดียวกัน ฉินเฟิงกับไป๋หลีได้มาถึงสถานชุมชนเฟิงหลีแล้ว

ที่แห่งนี้ คือจุดเริ่มต้นของฉินเฟิง ไม่ว่าจะเป็นการได้รับศิลานรก

หรือจัดตั้งสถานที่ชุมเฟิงหลีแห่งแรก ทุกอย่างทั้งหมดตั้งอยู่ที่นี่

ทว่าปัจจุบัน--

--สถานที่ดังกล่าวได้กลายเป็นนรกไปแล้ว!