Ep.1001 - ความปรารถนาเล็กๆของเจียวหลินฮาน
ทางฝั่งฉินเฟิง เขาไม่ได้สนใจคนอื่น
ตั้งหน้าตั้งตาดูดกลืนอักษรรูนเข้าตัว
สำหรับรูนน้ำเขาไม่ได้ดูดกลืน เพราะอยากเปิดโอกาสให้ตงหยางบ้าง
มันจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการยกระดับของตงหยาง
อย่างไรก็ตาม การกระทำของเขา สำหรับทั้งตงหยางและเจียวหลินฮาน
มันกลับเป็นการเบิกเนตร ทำลายความรู้ความเข้าใจที่มีของทั้งสอง!
ผลพวงที่เกิดจากการดูดกลืนรูนของฉินเฟิง ร้ายแรงกว่าตงหยางมาก
อย่าลืมนะว่าท่ามกลางมหาสมุทรนี้ มิใช่ว่าสัตว์ร้ายทุกตัวจะคิดหลบหนี
บางตัวหากถูกกระตุ้น ก็พร้อมสร้างปัญหาเช่นกัน
ณ เวลานี้ ภาพอันงดงามดั่งดวงไฟอันเฉิดฉาย
ได้ปรากฏขึ้นบนผิวน้ำทะเล
“สายพันธุ์แมงกะพรุน! แถมยังเป็นจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล S !”
เจียวหลินฮานหัวใจหล่นวูบ
ด้วยความแข็งแกร่งของเขา หากต้องเผชิญกับนายพลสัตว์ร้ายเลเวล S
ย่อมไม่หวั่นเกรง ทว่าสำหรับการดำรงอยู่ระดับราชันย์สัตว์ร้ายขึ้นไป
เขาไม่สามารถรับมือ
อย่างไรก็ตาม
เจียวหลินฮานเองก็คาดไม่ถึงว่าสัตว์ร้ายในมหาสมุทรจะน่ากลัวขนาดนี้
เพราะอย่างน้อยบนบก แม้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง
แต่สิ่งมีชีวิตในระดับจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล S ยากนักที่จะปรากฏตัว
สิ่งมีชีวิตเช่นนี้บุกเข้ามา
ทำให้ร่องรอยของความหวาดกลัวเริ่มผุดขึ้นในหัวใจของเจียวหลินฮาน
เจ้าตัวคิดว่าสมควรจะหนีไปเลยดีหรือไม่?
ส่วนตงหยาง เวลานี้เขายังไม่รู้ตัว
เจ้าตัวไม่สามารถมุ่งสมาธิไปกับหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกันได้
เรื่องของสัตว์ร้ายปล่อยให้คนอื่นจัดการ
“ไป๋หลี ไปช่วยพวกเขาด้วย”
ฉินเฟิงสื่อสารผ่านจิตวิญญาณกับไป๋หลี
ตัวเขาแม้อยู่ในระหว่างกระบวนการยกระดับเช่นเดียวกัน แต่ระดับความอันตรายแตกต่างกับตงหยางอย่างสมบูรณ์
ตงหยางใช้พลังสมาธิทั้งหมดของเขา พยายามเรียนรู้
ทำความเข้าใจอักษรรูนเบื้องหน้า หากเกิดกรณีที่การตัดผ่านสู่เลเวล S ล้มเหลว
ระดับพลังสมาธิของตงหยาง จากในเลเวล A9 อาจตกลงเหลือ A5
กระทั่งอาจเกิดความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้
แต่ฉินเฟิงน่ะต่างออกไป พลังสมาธิของเขาได้มาเหยียบในขอบเขตเลเวล
S แล้ว หรือกล่าวว่าเขาเคยมีประสบการณ์ตัดผ่านสู่เลเวล S มาก่อน
อีกอย่างอักษรรูนในสถานะของเหลวพวกนี้
เมื่อเทียบกับการตัดผ่านโดยใช้อักษรรูนสถานะของแข็งอย่างพวกศิลาศักดิ์สิทธิ์แล้ว
มันง่ายกว่ามาก แทบไม่รู้สึกกดดันเลย
“ได้สิ!” ไป๋หลีไม่คัดค้าน
ร่างเธอกระพริบไหวไปปรากฏกายขึ้นกลางทะเล
ช่วงเวลาต่อมา
น้ำทะเลในบริเวณเดียวกันกับที่เกิดแสงเฉิดฉายเริ่มผุดเป็นฟอง
บ่งบอกว่าในตำแหน่งดังกล่าวกระจายไปด้วยพิษร้าย
ดูเหมือนว่าจักรพรรดิแมงกะพรุนจะสังเกตเห็นการปรากฏตัวของไป๋หลี
เลยดีดตัวขึ้นมาบนผิวทะเล สาดแสงจรัสไปทุกทิศทาง
จุดแสงสว่างจากตัวมัน ปกคลุมล้อมรอบไป๋หลี
มีกระทั่งอักษรรูนพิษที่เริ่มร่ายระบำ ก่อตัวเป็นเขตแดน
สำหรับคนที่ตกอยู่ข้างใน ถูกพันธนาการสิ้น ไร้หนทางหลบหนี
“เธอไปทำอะไรที่นั่นกัน? หาที่ตายชัดๆ”
เจียวหลินฮานเกิดความลังเล ไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า
เขาคาดไม่ถึงว่าจู่ๆไป๋หลีจะหุนหันพลันแล่นเช่นนี้
เนื่องจากมีความสนใจในตัวฉินเฟิง
ดังนั้นเจียวหลินฮานพอจะทราบสถานะของไป๋หลีอยู่บ้าง
ว่าเธอคือสัตว์ยักษ์มิติแสนหายากที่เปลี่ยนร่างมาอยู่ในรูปลักษณ์ของมนุษย์
แต่เอาจริงๆ ลึกๆในใจของเจียวหลินฮาน เขาคิดว่าไป๋หลีเป็นเพียงสัตว์ร้ายเลเวล S
ระดับสามัญเท่านั้น ที่รอดตัวมาได้ถึงทุกวันนี้
เกรงว่าคงเป็นเพราะอบิลิตี้มิติซะส่วนใหญ่
แต่ครั้งนี้ ที่เธอกำลังยั่วยุคือจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล S
กระโจนออกไปเช่นนั้นไม่ใช่แส่หาที่ตายหรือ?
อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าไป๋หลีเป็นสัตว์ยักษ์มิติ
บางทีเธออาจพอถ่วงเวลาได้บ้างก็ได้
“มิสไป๋ ถ้ายังไงช่วยล่อจักรพรรดิสัตว์ร้ายตัวนี้ออกไป-- ”
ไม่ทันจบประโยค เจียวหลินฮานก็ต้องตกตะลึงกับฉากเบื้องหน้า
ตามร่างของไป๋หลี ผุดพรายไปด้วยเส้นด้ายที่ถูกถักทอด้วยสีเงิน
และเส้นด้ายแต่ละเส้น ยามปลิวไสวล้วนกรีดอากาศที่ว่างเปล่า สร้างรอยแยกมิติขึ้น
ฟึบ ฟึบ ฟึบ ฟึบบบ!
ตำแหน่งที่เกิดรอยแยกมิติ เสมือนดั่งพายุทอร์นาโดหมุนวน
สับสะบั้นจุดแสงแมงกะพรุนรอบกายไป๋หลี
แมงกะพรุนยักษ์ถูกตัดกลายเป็นฟิล์มใส มิอาจต้านทานใดๆ
เนื้อโดนแล่กลายเป็นชั้นบางๆ เทคนิคเขตแดนของมันถูกทำลายทันที
ภาพตรงหน้าไม่ต่างจากที่ฉินเฟิงคาดไว้
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของไป๋หลีในปัจจุบัน
ต่อให้เธอต่อกรกับราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล SS ก็ยังพอรับมือไหว นับประสาอะไรกับศัตรูในระดับต่ำกว่า
แม้ฉินเฟิงไม่แปลกใจ ทว่าเจียวหลินฮานไม่คิดเช่นนั้น
‘สัตว์ยักษ์มิติตัวนี้ แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ? ’
เจียวหลินฮานสูดหายใจลึก ก่อนหันมาสำรวจไป๋หลีอย่างจริงจัง
ไม่มองเธอเป็นแค่สัตว์ยักษ์มิติธรรมดาๆอีกต่อไป
‘ถ้าได้ทำสัญญากับสัตว์ร้ายเช่นนี้บ้าง ทรัพยากรใดที่ต้องการ
ฉันคงสามารถคว้ามันมาได้!
‘ฉินเฟิงคนนี้ ช่างโชคดีซะจริงๆ’
ในสายตาของเจียวหลินฮาน ปรากฏร่องรอยของความริษยา
หางตาเบนมองฉินเฟิงบนท้องฟ้า ทันใดนั้นในหัวใจเกิดความคิด
ว่าระหว่างอีกฝ่ายไม่มีสมาธิ ตนจะสามารถล่อลวงเด็กสาวตรงหน้าได้หรือไม่?
ไป๋หลีใช้เวลาไม่นานนัก
ก็สามารถกำจัดตัวปัญหาอย่างสัตว์ยักษ์ได้ แมงกะพรุนเป็นจักรพรรดิเลเวล S
ดังนั้นสินสงครามจากมันมีแก่นอบิลิตี้ให้ฉินเฟิง แม้แมงกะพรุนจะมีพิษ
แต่ก็ล้วนเป็นพิษทางจิต หรือก็คือเกิดจากพลังสมาธิ ในส่วนแก่นอบิลิตี้ของมัน บริสุทธิ์ผุดผ่องมาก
ประกอบไปด้วยพลังสมาธิมหาศาล เหมาะแก่การให้ไป๋หลีดูดซับ
ไป๋หลีกอดแก่นอบิลิตี้ กัดแทะมันด้วยความปิติยินดี
ร่างของแมงกะพรุนค่อยๆละลาย ไม่สามารถเก็บรวบรวมเป็นวัตถุดิบได้
ขณะเดียวกันสารพิษในตัวมันกระจายออกไป ดังนั้นในระยะเวลาอันสั้น คาดว่าไม่น่าจะมีสัตว์ทะเลบุกมาโจมตี
เจียวหลินฮานคว้าโอกาสนี้ ก้าวเข้ามาเอ่ยกับไป๋หลี
“มิสไป๋ คุณชอบกินแก่นอบิลิตี้สัตว์ร้ายงั้นหรือ?”
เจียวหลินฮานสอบถาม หากเธอชอบกิน
เขาจะมอบแก่นอบิลิตี้สัตว์ร้ายสักสองสามก้อนให้ไป๋หลี
แลกกับการยกเลิกพันธสัญญากับฉินเฟิง และให้มาทำสัญญากับตัวเขา
นี่ช่างเป็นแผนการที่ฉลาดยิ่งนัก
ไป๋หลีเหลือบมองเจียวหลินฮาน
เวลานั้นเจียวหลินฮานประสานสายตากับไป๋หลี คู่ดวงตาของเธอ จริงๆแล้วเป็นสีเงิน
ไม่เพียงเท่านั้น ทว่าภายในดวงตามันราวกับมีท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาราในจักรวาล
คล้ายสามารถมองทะลุใจคน
ไป๋หลีกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “ใช่
ฉันจำเป็นต้องใช้เจ้าสิ่งนี้เพื่อยกระดับ
แต่ปกติแล้วฉันมักขี้เกียจเกินกว่าที่จะออกไปล่าพวกมัน
โชคดีที่มีฉินเฟิงคอยหามาให้ คิดว่าน่าจะต้องใช้แก่นอบิลิตี้เลเวล S ซัก …
สองสามพันก้อนล่ะมั้ง ฉันถึงสามารถตัดผ่านขึ้นเป็นเลเวล SS ได้ ”
รอยยิ้มบนใบหน้าที่ที่เคยปิติยินดีของเจียวหลินฮานพลันกลายเป็นแข็งทื่อ
แก่นอบิลิตี้เลเวล S หลายพันก้อน? ถ้าสามารถหามาได้ขนาดนั้น
เจียวหลินฮานคงไม่มอบให้ไป๋หลี แต่ใช้มันกับตัวเอง ปิดด่านฝึกตนสักสิบหรือยี่สิบปี
เพื่อเข้าสู่เลเวล SS เองไม่ดีกว่าหรอ!
เจียวหลินฮานกัดฟัน
เขาเดาว่าไป๋หลีต้องอ่านความคิดของเขาออกแล้วแน่ๆ เลยเป็นเหตุให้เอ่ยปากเช่นนั้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า หากคิดตัดผ่านขึ้นสู่เลเวล SS
มันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายกันบ้าง! แต่ฉินเฟิงไม่น่าจะแข็งแกร่งถึงขนาดนั้น
เขาคงไม่เข้มแข็งพอที่จะช่วยคุณล่าสัตว์ร้ายจำนวนมากได้” เจียวหลินฮานกล่าว
เขายังคงไม่ยอมแพ้ รู้สึกว่าไป๋หลีแค่จงใจพูดแบบนั้น เพราะในความเป็นจริง
ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรที่ฉินเฟิงหรือไป๋หลีหามาได้ เกรงว่าทั้งหมด
สุดท้ายคงตกเป็นของฉินเฟิง
เพราะคงไม่มีใครโง่ ประมาณว่าเมื่อได้ทรัพยากรมหาศาลมา
แต่ดันไปมอบให้สัตว์ร้ายพันธสัญญาหรอก
“ไม่นะ ค่าใช้จ่ายที่ว่านั่นฉินเฟิงเป็นคนจ่ายทั้งหมด! เขาแข็งแกร่งมาก
อีกอย่างแค่ฆ่าเลเวล S สักคนสองคน ก็น่าจะได้ทรัพยากรจำนวนมากมาไว้ในมือแล้ว”
ไป๋หลีกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฮี่ฮี่ แต่คุณไม่ต้องกังวลไป
เพราะฉินเฟิงฆ่าแค่คนจากองค์กรมืดเท่านั้น สำหรับคนของพันธมิตรมนุษย์
ถ้าไม่ยั่วโมโหเขา เขาจะไม่ลงมือ”
เจียวหลินฮานรู้สึกได้ ว่าประโยคช่วงท้ายของไป๋หลี
ส่อเจตนาคุกคามอย่างรุนแรง
มันคือการข่มขู่อย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม
เมื่อนึกถึงความสามารถในการต่อสู้ของไป๋หลีเมื่อครู่
เจียวหลินฮานก็ตัดสินใจว่าขอทนไปก่อน
“อา! ฝั่งนั้นเหมือนจะมีสัตว์ทะเลปรากฏตัว ฉันขอไปตรวจสอบดูก่อน”
ไป๋หลียิ้มเยาะในใจ ขณะเดียวกันสื่อสารทางจิตวิญญาณกับฉินเฟิง
“ตอนนี้พูดความจริงไปก็ไม่มีใครเชื่อ”
“อย่าอารมณ์เสียเลย เพราะเขาอ่อนแอเกินไป
ดังนั้นเลยไม่เข้าใจมุมมองของผู้แข็งแกร่งที่ยืนอยู่เหนือกว่าตัวเอง” ฉินเฟิงกล่าว
ตอนนี้ฉินเฟิงค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สามารถสังเกตได้ว่า
อบิลิตี้ต่างๆที่เมื่อก่อนกว่าจะใช้ได้ช่างยากเย็น
เวลานี้กลับปลดปล่อยได้อย่างง่ายดาย
ตราบใดที่ความแข็งแกร่งมาถึงจุดหนึ่ง
เส้นทางในอนาคตจะเริ่มง่ายขึ้น ง่ายขึ้นเรื่อยๆ
อย่างน้อยอะไรที่ในสายตาคนอื่นๆเห็นว่ายาก ในมุมมองของฉินเฟิง
ตราบใดที่มีโอกาส เพียงเอื้อมมือเขาก็สามารถคว้ามันมาครอบครองได้!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved