ตอนที่ 264

2/4

Ep.264 -

ผลกระทบที่แท้จริงของกองทัพสัตว์ทะเล

แน่นอน ฉินเฟิงยังไม่ลืม

ว่าไป๋หลีเป็นเพียงจิ้งจอกอายุ 8 เดือน สุดท้ายทั้งสองเลยแยกกันอาบน้ำ

พอจัดการธุระของตนเองเรียบร้อย

ทั้งสองก็โยนตัวลงบนเตียงที่อ่อนนุ่ม นอนหลับด้วยความผ่อนคลาย

ในตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นี่คือการหลับที่สนิทและสบายที่สุดแล้ว

ขณะเดียวกัน

ทหารจากเมืองไห่ช่างแตกต่างจากพวกเขา เวลานี้ไซเรนระดับหนึ่งเริ่มแจ้งเตือน

กระแสกองทัพสัตว์ทะเลของจริงได้บุกโจมตีชายฝั่งของพวกเขาแล้ว

ก่อนหน้านี้เป็นเพราะการสกัดกั้นของฉินเฟิงและปราการศิลาดำ

ทั้งยังมีผงหอมวังวนสมุทร สัตว์ร้ายระดับสูงเกือบทั้งหมดจึงมุ่งหน้าสู่เกาะ

ช่วยลดวิกฤตฝั่งชายหาดเมืองไห่ได้เป็นอย่างมาก

ยังไงก็ตาม

เวลานี้ปราการศิลาดำถูกโจมตีซ้ำๆจนได้รับความเสียหาย

มันจึงไม่สามารถช่วยลดทอนอานุภาพของสึนามิได้อีกต่อไป

ได้แต่ปล่อยให้คลื่นยักษ์ซัดสาดผ่านเข้ามาโดยตรง!

เวลานี้ ผู้คนบนหอคอยรักษาการณ์

ทั้งหมดต่างจ้องมองคลื่นยักษ์ตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง สึนามิยิ่งใก้ลเข้ามา

ก็ยิ่งมีความสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทั้งชายฝั่งฟุ้งไปด้วยเสียงกรีดร้องหวาดกลัว

“วิ่ง!”

“หนีเร็ว!”

“หอคอยนี้เอาไม่อยู่แน่ๆ!”

“ทุกคนถอย!”

“อ๊า อย่าทิ้งฉันไว้!”

เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤต

กระทั่งคนจากกองทหาร ก็ยังไม่อาจรักษาระเบียบวินัยเอาไว้ได้

อย่างไรก็ตาม

แม้ปากจะบอกว่าวิ่งหรือล่าถอย แต่พวกเขากลับไม่มีทางหนีไปได้เลย

เพราะเมื่อสึนามซัดเข้ามาถึงชายฝั่ง

มันไม่ใช่แค่คลื่นสูงอีกต่อไป

แต่ยังท่วมทับหอคอยรักษาการณ์ที่เรียงรายอยู่บนชายฝั่งในชั่วพริบตา

ทั้งยังทิ้งกองทัพสัตว์ร้ายที่พัดพาติดมากับมัน

ในกรณีที่สัตว์ทะเลชนเข้ากับหอคอย

หอคอยจะมิอาจต้านทาน พังถล่มลงแทบจะทันที

หอคอยรักษาการณ์เหล่านี้เดิมก็มิได้โดดเด่นในด้านความทนทานอยู่แล้ว

มันมีไว้ใช้วางปืนใหญ่เพื่อยิงสกัดสัตว์ทะเลก็เท่านั้น

แต่ในปัจจุบัน

ทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำโดยสิ้นเชิง

ปืนใหญ่เมื่อถูกน้ำทะเลแทรกซึมเข้าไป

มันก็ไม่สามารถใช้งานได้!

ผู้ใช้พลังที่อยู่ที่นี่ จมอยู่ใต้น้ำโดยสมบูรณ์

“อยู่ไม่ได้แล้ว หนีเร็ว!”

บรรดาผู้ใช้พลังบางคนที่ฉลาดพอ

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ถูกต้องก็พากันหลบหนีไป

เพราะจะรอดหรือไม่ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเวลา

บ้างก็สามารถหนีขึ้นไปบนที่สูงได้

บ้างก็วิ่งไม่ทันถูกท่วมทับโดยน้ำทะเล

กว่า 800 ผู้ใช้พลังติดอยู่ในคลื่น

และภายในคลื่นที่กำลังท่วมผู้ใช้พลัง … มันแฝงไว้ด้วยสัตว์ร้าย!

อ๊ากกก!

“ไม่นะ!”

“อย่ากินฉัน!”

ผู้ใช้พลังพยายามตอบโต้อย่างบ้าคลั่ง

แต่ยามหยั่งเท้าอยู่บนพื้นดิน พวกเขายังไม่สามารถต่อกรกับมันได้ ฉะนั้นเวลานี้

ที่อยู่ในน้ำ และยังเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลจำนวนมากคงไม่ต้องกล่าวถึง

หลายคนถูกฆ่าตายแทบจะในทันที

น้ำทะเลสีเขียวถูกผสมไปด้วยเลือดสีแดงของมนุษย์ แต่เพียงครู่เดียวก็ไม่อาจค้นพบถึงร่องรอยของเจ้าของเลือดได้อีกต่อไป

หายนะที่แท้จริงบังเกิดขึ้นแล้ว!

หยางปิงเฝ้ามองฉากทั้งหมดนี้

แม้ว่าเขาจะได้ประกาศให้ผู้ใช้พลังถอยจากชายฝั่งแล้วก็ตาม แต่ไม่คาดคิดเลย

ว่าคลื่นจะรุนแรงถึงขนาดนี้

และที่ชวนให้สิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม

ก็คือสิ่งที่ตามมาเบื้องหลังมัน

“นั่นนายพลสัตว์ร้าย!

เป็นนายพลสัตว์ร้ายเลเวล E !”

“หนีเร็วเข้า!”

ปรากฏเสียงร้องโวยวายระงม

ไม่มีเลยสักคนที่คิดจะต่อสู้

ในสมองของพวกเขามีเพียงความคิดที่ว่าจะหลบหนีออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร

ท่ามกลางความโกลาหล

นายพลสัตว์ร้ายไล่สังหารอย่างบ้าคลั่ง

กว่าสามนายพลสัตว์ร้ายเลเวล E

สามารถขึ้นฝั่งมาได้สำเร็จ!

ณ จุดนี้ แม้เทียบกับตอนบนเรือเร็ว

ที่นายพลสัตว์ร้ายกว่า 7 ตัวถูกคลื่นซัดมา มันจะดีกว่ามาก แต่แค่ 3

ตัวในปัจจุบัน

มันก็เพียงพอแล้วที่จะปั่นป่วนเมืองไห่ให้ราวกับตกอยู่ในหม้อเดือด!

นั่นก็เพราะ .. เมืองไห่ตอนนี้

ไม่มีผู้ใช้พลังเลเวล D ประจำการอยู่เลย

สีหน้าของหยางปิงซีดเผือด

เช่นเดียวกันกับผู้ใช้พลังเลเวล E คนอื่นๆ

“ก็รีบตอบโต้เร็วเข้าสิวะ!

มัวยืนบื้อมันจะได้ประโยชน์อะไร? รีบลงมือเร็วเข้า!”

หวังจื่อเฉาในห้องบัญชาการ

เมื่อเห็นภาพที่ถูกส่งมาโดยโดรน ก็ตวาดสั่งการอย่างบ้าคลั่ง

สถานการณ์ในปัจจุบัน

อาวุธปืนใหญ่ท่วมไปด้วยน้ำทะเล ดังนั้นคนที่พอจะใช้ปืนใหญ่คุณภาพสูงได้

จึงเหลือแค่มือปืนเลเวล E

“บัดซบ!” หวังจื่อเฉาขบกราม กำหมัดแน่น

เอ่ยบัญชาการ “เรียกผู้ใช้พลังเลเวล E ทั้งหมด ไปสู้ในแนวหน้า!”

“รองเทศมนตรี ท่านก็เป็นเลเวล E

จำเป็นต้องไปด้วยหรือไม่?”

ไม่ใกล้ไม่ไกล เลขาที่กำลังหวาดกลัว

เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

“ฉันจะไปทำไม?

ถ้าไปแล้วใครจะคอยสั่งการ? ใครจะเป็นคนอนุมัติใช้งานขีปนาวุธพิเศษ? ถ้าเห็นว่าสถานการณ์เกินควบคุมเมื่อไหร่

ฉันจะใช้มันจัดการพวกนายพลสัตว์ร้ายเอง!”

เลขาพอได้ยินก็ถอนหายใจโล่งอก

อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องออกไปเสี่ยงชีวิต เพราะหากรองเทศมนตรีไป

เลขาอย่างเขาก็ต้องติดตามไปด้วย

“รับทราบท่านรองเทศมนตรี”

แม้บนใบหน้าของหวังจื่อเฉาจะแสดงออกให้เห็นเพียงคิ้วที่ขมวดมุ่น

แต่ภายในหัวใจกลับเต้นครึกโครมเป็นกลองชุด

หลังจากคลื่นยักษ์โถมทับพื้นที่ส่วนใหญ่ฝั่งชายหาดแล้ว

มันก็ไหลกลับคืนสู่ทะเลไป เหลือทิ้งไว้เพียงสัตว์ร้ายจำนวนมหาศาล

ในขณะที่ผู้ใช้พลัง ---รอดชีวิตเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น!

และคนที่รู้จักกระแสกองทัพสัตว์ร้าย

จะทราบกันดี ว่านี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด ภายในสิบชั่วโมงให้หลัง

จะมีคลื่นแบบนี้โถมเข้ามาอีกระลอก!

ช่างน่าฉงนจริงๆ

ที่จู่ๆคลื่นลูกนี้เพียงลูกเดียว กลับสามารถสูบกินชีวิตพวกเขาได้มากมายถึงขนาดนี้

อันที่จริง คนพวกนี้ยังไม่รู้

ว่าก่อนหน้านี้ที่พวกตนสามารถเผชิญหน้ากับคลื่นกองทัพได้อย่างสะดวกสบาย

มันเป็นเพราะมีฉินเฟิงคอยสกัดกั้นเอาไว้ แต่ในปัจจุบัน

ทั้งฉินเฟิงและปราการศิลาดำไม่อยู่แล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง

ความโหดร้ายที่แท้จริงของกระแสกองทัพสัตว์ทะเล จึงปรากฏสู่สายตาของพวกเขา

ฉินเฟิงหลับสนิทไปตลอด 10 ชั่วโมงเต็ม

ก่อนจะลุกตื่นขึ้นมา

เมื่อหันมองดูเวลา ก็พบว่าเป็นช่วง 7

โมงเช้าพอดี

“เสี่ยวไป๋ ตื่นเถอะ

ไปกินอาหารเช้ากัน” ฉินเฟิงกล่าว

ช่วงสิบวันที่ผ่านมา

ทั้งสองเอาแต่กินอาหารแห้งเพื่อประทังชีวิต

รสชาติเอร็ดอร่อยของอาหารสดแทบจะเลือนหายไปจากลิ้น

แม้ร่างกายของไป๋หลีจะเป็นสัตว์ร้าย

ไม่จำเป็นต้องกินอาหาร ขอแค่กินแก่นพลังงานก็สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็ตาม

แต่กระเพาะของฉินเฟิงยังต้องการอาหารอยู่

และตอนนี้ในเมื่อได้กลับมายังเมืองมนุษย์ พวกเขาก็เตรียมฉลองมื้อใหญ่!

เขาเปลี่ยนไปสวมใส่เสื้อผ้าลำลองสบายๆ

ส่วนไป๋หลีใส่ชุดเดรสยาวเหมือนเดิม แต่ยังคงติดตราสัญลักษณ์ผู้ใช้พลังไว้บนหน้าอก

ทั้งสองเดินเข้าสู่ร้านอาหาร

เวลานี้ ในร้านอาหารแทบจะว่างเปล่า

ไม่คึกคักเหมือนกับตอนงานประมูลกลุ่มหวันซ่ง

มีคนนั่งกระจายกันอยู่แค่สองสามโต๊ะเท่านั้น และหากสังเกตดีๆ

จะพบว่าถึงใบหน้าของพวกเขาเหล่านี้ถึงดูอ่อนเพลีย

แต่มันก็แฝงไว้ซึ่งความยินดีที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้

ร้านอาหารเป็นแบบห้องรับประทานกับห้องครัวเชื่อมติดกัน

แต่มีกำแพงกั้นไว้ และมีช่องสนทนาให้สั่งอาหาร ฉินเฟิงเดินไปหน้าช่องและกล่าว

“ผมมีวัตถุดิบเตรียมเอาไว้แล้ว อยากจะให้คุณช่วยปรุงมันจะได้ไหม?”

ว่าจบ ฉินเฟิงก็ดึงหนวดหมึกออกมา

วัตถุดิบชิ้นนี้หากมองเพียงผิวเผิน และเขาไม่อธิบาย คนอื่นๆคงไม่มีทางคาดเดาว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากอะไร

วัตถุดิบดังกล่าวสามารถใช้ทำเป็นอาหารมื้อใหญ่

ทว่ากลิ่นอายที่มันส่งออกมา กลับทำให้ลูกค้าสองสามโต๊ะในร้านต้องใจสั่น

เกิดอาการขนลุกอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ทางฝั่งพ่อครัวพลันรู้สึกเย็นยะเยืยก

คล้ายเลือดในกายกำลังถูกแช่แข็ง

“คุณลูกค้า

ไม่ทราบว่าวัตถุดิบชิ้นนี้คืออะไรกัน?

ทำไมมันถึงได้ให้ความรู้สึกน่าหวาดกลัวถึงขนาดนี้?” พ่อครัวถามเสียงสั่น

คล้ายตระหนักว่าคำถามนี้มันดูไม่เป็นมืออาชีพเอาซะเลย

พ่อครัวจึงบังคับสติอารมณ์ให้สงบลง ปรับน้ำเสียงให้ดูนุ่มนวล

“ฉันต้องการรู้ว่าวัตถุดิบที่จะใช้ทำอาหารมันคืออะไร

จะได้สามารถนึกเมนูอาหารที่เข้ากับมันได้”

ฉินเฟิงพยักหน้าว่าเข้าใจ

และกล่าวเสียงเบา “มันคือหนวดหมึกยักษ์ แข็งแกร่งมาก เป็นราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล E

แต่คุณไม่ต้องกังวล เพราะมันตายแล้ว”

ระหว่างกล่าว

พลังสมาธิของฉินเฟิงก็กวาดลงบนวัตถุดิบ สลายกลิ่นอายของราชันย์ปลาหมึก

พ่อครัวรับรู้ได้ว่ากลิ่นอายของวัตถุดิบได้หายไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทั้งคนทั้งร่างของเขากลับสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม

มันเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น!

“การได้ปรุงวัตถุดิบระดับราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล

E ถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถใช้คุยโม้ไปได้ชั่วชีวิต! คุณลูกค้าโปรดมั่นใจ

ฉันจะปรุงมันให้ดีที่สุดเพื่อคุณอย่างแน่นอน!”

พ่อครัวคว้าวัตถุดิบและหมุนกายเข้าครัว

งัดเอาทักษะทั้งหมดที่มีในชีวิตออกมา ปรุงราชันย์ปลาหมึก และเสิร์ฟมันทีละจาน

ทีละจาน เพียงกลิ่นของมันที่โชยออกมา ก็ชวนให้ผู้คนน้ำลายสอ

แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆผู้ใช้พลังเลเวล

G8 คนหนึ่งวิ่งหอบแฮ่กๆ ผลักประตูเข้ามาในร้านอาหาร เมื่อเห็นฉินเฟิงกับไป๋หลี

แววตาของเขาก็เปล่งประกายสดใสราวกับพบเจอพระมาโปรด

“ผู้ว่าการฉิน!”