ตอนที่ 112

2/4

Ep.112 -

อัพเกรดมีดเป็นระดับ …

“แล้วจะให้คนทั้งหมดขึ้นมาด้วยไหมครับ?”

ฉินเฟิงถาม แม้เขาจะมีคำตอบอยู่ในใจ

สำหรับตน

ต่อให้มีพระเจ้าเป็นศัตรูก็หาได้หวาดกลัวไม่ ตรงกันข้าม

เขากลัวสหายร่วมทีมที่จะทำตัวเป็นภาระซะมากกว่า

ถ้าเกิดให้คนทั้งหมดขึ้นมา

มันคงสร้างปัญหาให้แก่ฉินเฟิงมากเกินไป!

“ฉันไม่คิดว่าควรทำแบบนั้น

แต่ซูเอ๋อคงไม่ยอม” หลิวเซินซาน ตอบอย่างไม่มั่นใจ

ฉินเฟิงพยักว่าเข้าใจ

ฉินเฟิงหันไปมองอีกสามคน และกล่าวว่า

“อีกสักพักจะมีคนธรรมดาอีกกลุ่มหนึ่งขึ้นมาที่นี่ พอถึงเวลานั้น

หวังว่าพวกนายจะสามารถปกป้องพวกเขาได้ แม้สักหน่อยก็ยังดี!”

“แน่นอน เพราะยังไงซะ

พวกเราผู้ใช้พลังก็สมควรจะปกป้องคนธรรมดาอยู่แล้ว ยิ่งครอบครองความแข็งแกร่งมากเท่าไหร่

ก็ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบมากเท่านั้น!” แม้ปากยิ้มและจะกล่าวเช่นนั้น

แต่วังเฉินดูจะอึดอัดเล็กน้อย อันที่จริงแล้ว

ในหัวใจเขาไม่ต้องการจะให้คนธรรมดาขึ้นมาเป็นภาระที่นี่

แน่นอน ว่าในใจจริงๆแล้วฉินเฟิงรู้สึกไม่พอใจยิ่งกว่าวังเฉินซะอีก …

ก็ใครกันที่ดันสรรค์สร้างให้หลิวซูมีนิสัยเป็นแม่พระแบบนี้!

แต่เรื่องนี้ไม่อาจตำหนิหลิวซูได้

เพราะหลิวซูคือหนึ่งในหัวหน้าสาขาของหน่วยลาดตระเวนเมืองหาน

ที่แห่งนี้คือบ้านเกิดของเธอ!

ในทำนองเดียวกัน

หากเกิดภัยพิบัติเช่นเดียวกันในสถานชุมชนเฉิงเป่ย และมีเด็กกำพร้ากว่า 100

คนตกอยู่ในความดูแลของฉินเฟิง ---เขาก็คงให้คำมั่นว่าจะสู้ตาย

ปกป้องพวกเด็กๆด้วยกำลังทั้งหมดที่มีเหมือนกัน!

แต่ถ้าเป็นพวกคนแปลกหน้าหรือไม่สนิท

ยังไงเขาก็ไม่คิดช่วยเหลือ!

“ลุงหลิวครับ

รบกวนช่วยออกมาเก็บกวาดโกดังกับผมหน่อยนะครับ” ฉินเฟิงกล่าว

หลิวเซินซานย่อมพยักหน้าเห็นด้วย

เพราะสิ่งที่อยู่ในโกดังข้างๆมีมูลค่ากว่ากลายสิบล้าน

และหลิวเซินซานก็ไม่ต้องการที่จะสูญเสียมันไป

โชคยังดีที่เขามีอุปกรณ์รูนมิติอยู่สามชิ้น

มันจึงเพียงพอที่จะยัดวัตถุดิบสัตว์ร้ายระดับสูงลงไปได้  แต่เขามิได้ไปยุ่งกับพวกอาวุธปืนในโกดังแต่อย่างใด

เพราะสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานในการเอาชีวิตรอดของทุกคนและหลิวเซินซานเองก็ไม่ใช่คนขี้เหนียว

อาวุธปืนทั้งหมดจะถูกแจกจ่ายออกไป

กระทั่งในชีวิตก่อนหน้า

ฉินเฟิงและลุงหลิวเอง ก็พึ่งพาเจ้าปืนพวกนี้นี่แหละ

ถึงสามารถหนีออกมาจากเมืองหานได้

ฉินเฟิงเฝ้าดูหลิวเซินซานเก็บรวบรวมสิ่งของของเขา

จากนั้นก็ออกมา สั่งให้เหอหลิงกับเซ่าเซี่ยงเตรียมกระสอบทราย

นำพวกมันไปวางไว้ที่ชั้นสองเพื่อปิดกั้นทางเดิน ส่วนช่องหน้าต่าง

ก็โรยด้วยผงขับไล่สัตว์ร้าย

และสุดท้ายเว้นช่องว่างในระเบียงทางเดินไว้เล็กน้อยสำหรับหลบหนี

หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว

ฉินเฟิงก็เดินลงไปตามเส้น ลงสู่ลานจอดรถใต้ดิน

ในลานจอดรถเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายเช่นกันในเวลานี้

เมื่อฉินเฟิงเปิดประตูออกไป

เขาก็ได้รับการต้อนรับจากหนอนตัวยาวที่มีขนาดอวบอ้วนเท่ากับถังไม้ทันที!

--เป็นมังกรดิน!

“ลำแสงเปลวเพลิง!”

พลังสมาธิถูกกระตุ้นทันควัน

รังสีแสงสีดำแดงปะทุออกมา ปะทะเข้ากับร่างของมังกรดิน แรงระเบิดส่งมันลอยละลิ่วไปกลางอากาศในคราวเดียว

ระหว่างปลิวร่างของมันก็ทนต่อไปไม่ไหว ตัวแตกเป็นชิ้นๆ!

ซากมังกรดินร่วงหล่น

เผยโฉมในสภาพเละเทะสู่สายตา --มันคือสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับไส้เดือนขนาดยักษ์

ชมชอบในสถานที่ลึกและเปียกชื้น มักจะมุดออกมาจากพื้นดิน

เพื่อล่าสิ่งมีชีวิตเป็นอาหาร

อย่างไรก็ตาม

ความแข็งแกร่งของมังกรดินจะถูกประเมินตามขนาด น่ากลัวว่ามังกรดินในเลเวล S

รูปลักษณ์ของมันคงจะเหมือนมังกรจริงๆ ครอบครองความยาวนับกิโลเมตร

สะบัดตัวทีเดียวก็พลิกตลบไปทั้งผืนดิน!

ส่วนเบื้องหน้าที่ฉินเฟิงเจอ

หากอิงตามขนาด มันมีเลเวลอยู่แค่ G5 เท่านั้น ไม่มีอะไรน่ากังวลหรือเป็นห่วง

แต่หากเป็นคนธรรมดาที่ดันโชคร้ายพบเจอมัน

ชะตากรรมของพวกเขาคงไม่พ้นถูกกลืนกินอย่างน่าเศร้า!

ฉินเฟิงมุ่งหน้าไปยังประตูเหล็กของห้องใต้ดิน

“หลิวซู เปิดประตูด้วย ฉันมารับเธอ”

ฉินเฟิงต่อสายสื่อสารกับหลิวซู

หลิวซูที่อยู่ข้างในเปิดตามคำขอ

พริบตานั้นมลพิษที่ชวนให้ระคายเคืองทางจมูกก็ฟุ้งออกมา จนฉินเฟิงต้องขมวดคิ้ว

มี 20 คนกระจุกตัวกันอยู่ภายในห้องนี้

และเพราะความตึงเครียด ผู้ชายบางคนเลยจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ในขณะที่ช่องระบายอากาศ

สามารถรับได้แค่อ็อกซิเจนเท่านั้น มันไม่มีพลังงานมากพอที่จะระบายอากาศเสียได้

“สถานการณ์ภายนอกเป็นยังไงบ้าง?”

“ยังมีพวกแมลงโรคจิตหลงเหลืออยู่อีกรึเปล่า?”

“พวกทหารรักษาการณ์

เก็บกวาดเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?”

ไม่รอให้หลิวซูเปิดปาก

คนพวกนี้ก็ชิงถามตัดหน้าเธอ

ฉินเฟิงมองไปยังผู้คนที่เบียดเสียดกันเบื้องหน้าเขา

และถอยหลังกลับมา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น

แค่ดูข้อมูลจากอุปกรณ์สื่อสารก็น่าจะรู้แล้วนี่ ยังจะถามผมอีกทำไม?”

สีหน้าของผู้คนในห้องใต้ดินซีดเผือดลง

แน่นอน

ว่าพวกเขาย่อมได้รับข้อมูลจากอุปกรณ์สื่อสาร

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี ว่าเมืองหานได้ล่มสลายลง

ถูกยึดครองโดยเผ่าพันธุ์แมลงไปแล้วแบบนี้

กองทหารรักษาการณ์แตกกระเจิง

หลบหนีไปกับผู้คน … อย่างมากที่สุดพวกเขาทำได้ก็คือ

คอยหยุดพวกแมลงเอาไว้เบื้องหลัง ถ่วงเวลาให้ผู้คนหนีไปก็เท่านั้น

“ทุกคนไม่ต้องกังวลนะ

กองกำลังหลิงหานได้ออกแถลงการณ์ว่าจะมาช่วยทุกคนแล้วไม่ใช่หรอ?

ตอนนี้ข่าวน่าจะกระจายออกมาแล้ว ผู้ใช้พลังมากมายกำลังมุ่งหน้ามายังเมืองหาน

ขอแค่อดทนรออีกไม่กี่วันเท่านั้น!” หลิวซูเร่งปลอบประโลมทุกคน

ฉินเฟิงชิงกล่าว

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่ากองทัพหลิงหานจะของเธอจะมาถึงเมื่อไหร่

แต่ความจริงอันโหดร้ายที่เธอต้องรู้ก็คือ จากตำแหน่งที่เราอยู่ ห่างออกไปราวๆ

3กิโลเมตร มีราชันย์สัตว์ร้ายอยู่ที่นั่น!”

เมื่อสิ้นเสียง

บนใบหน้าของทุกคนพลันฟุ้งไปด้วยความหวาดกลัวและสยองเกล้า!

ทว่านี่คือผลลัพธ์ที่ฉินเฟิงต้องการ

“ในห้องใต้ดินนี่มีคนอยู่มากเกินไป

บางส่วนขอให้ออกมากับผมเถอะ วางใจได้ ผมจะปกป้องพวกคุณเอง!” ฉินเฟิงกล่าว

แม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้น แต่ในหูของผู้คน

มันกลับฟังราวเป็นเรื่องตลก

‘มีราชันย์สัตว์ร้ายอยู่ข้างนอกนั่น

แล้วจะปกป้องพวกฉันจากมันได้ยังไง?’

“ฉันจะไปกับเธอ

ฉันต้องการอยู่กับตาแก่หลิว!” เฉียวหยานแทรกตัวออกมา ณ จุดนี้ ขอย้ำสถานะของเธอ

ว่าเธอคือนายหญิงเจ้าของโรงแรม ที่ได้เห็นโลก และผู้คนมานักต่อนัก

และเธอรู้สึกได้ถึงความมั่นใจจากในน้ำเสียงของฉินเฟิง

หากเจ้าตัวเอ่ยปากว่าสามารถปกป้องได้

เขาย่อมทำได้

ส่วนคำพูดข่มก่อนหน้านี้

มันอาจจะเป็นเรื่องโกหกก็ได้!

“นายหญิง ฉันขอติดตามไปด้วยค่ะ!”

“นายหญิง ได้โปรดพาผมไปด้วย!”

พนักงานทุกคนที่อยู่ในห้องใต้ดิน ชายหนึ่งหญิงสามเดินออกมา

หากนับหลิวซูด้วยก็เป็นหกคน

“แต่ว่าพวกเขา … ” หลิวซูต้องการจะบอกว่าหากคนเหล่านี้ยังดึงดันอยู่ที่นี่  แม้จะปลอดภัย

แต่อาหารในชั้นใต้ดินเกรงว่าคงไม่เพียงพอ!

แต่เฉียวหยานกลับดึงแขนหลิวซูออกมาอย่างกระทันหัน

เธอเลยต้องกลืนคำพูดที่เหลือทั้งหมดกลับลงไป

“ยังมีใครอยากจะไปด้วยกันอีกไหม?”

ฉินเฟิงถามย้ำอีกครั้ง

ทว่าในแววตาของคนเหล่านั้นกลับกระพริบไหว

ทั้งหมดก้มศีรษะลง ไม่มีใครยอมเอ่ยอะไรสักคำ

ต้องทราบนะว่าชั้นใต้ดินนี้ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ

มันคือสถานที่ซึ่งเป็นของครอบครัวหลิวเซินซาน แม้จะไม่ใหญ่โต ทว่าหากอยู่กันซัก 6

คนมันก็เพียงพอ แต่ปัจจุบันกลับกระจุกตัวกันเป็น 20 คน

--ในเมื่อสถานการณ์ด้านนอกยังไม่สู้ดี และออกไปก็อาจตายได้ ดังนั้นคนเหล่านี้จึงไม่เต็มใจที่จะออกไป

“งั้นพวกคุณก็จัดการชีวิตตัวเอง

มุดหัวอยู่ในนั้นไปก็แล้วกัน” ฉินเฟิงกล่าว เขานำทั้งหกคนเดินจากไป

ประตูเหล็กที่อยู่เบื้องหลัง

แทบจะรอไม่ไหวที่จะปิดลง

“เจ้าคนพวกนี้น่ารังเกียจเกินไปแล้ว

ทั้งๆที่มันเป็นห้องใต้ดินของโรงแรมเราแท้ๆ!”

หนึ่งในพนักงานหญิงวัย 20

ปีกัดฟันกล่าว หลังจากที่พวกคนกลุ่มนี้เข้ามา

ก็เริ่มกินและดื่มเสบียงอย่างไม่เกรงใจ ไหนจะยกบุหรี่ขึ้นจุดสูบ

จนอากาศในห้องใต้ดินแย่ลงอีก

ไม่เพียงเท่านั้น แต่ผู้ชายบางคน

ในแววตาของพวกเขา ยังมองมาที่พวกเธออย่างไม่เป็นมิตร

สิ่งนี้ทำให้พวกผู้หญิงรู้สึกหวาดกลัวกันเป็นอย่างมาก

ในทางตรงกันข้าม ฉินเฟิงเนี่ยสิ

น่าเชื่อถือยิ่งกว่าคนพวกนั้นเยอะ

“อืม ช่างเถอะ

ยังไงก็ต้องแยกกันอยู่แล้ว ปล่อยให้พวกเขาเดินไปตามทางที่ตัวเองตัดสินใจเถอะ”

ระหว่างกล่าว ฉินเฟิงก็นำคนเหล่านี้

กลับไปยังแนวป้องกันชั่วคราวที่พวกวังเฉินเพิ่งสร้างขึ้น

ช่วงเวลานี้ แมลงสัตว์ร้ายไม่ได้ออกมาจากรอยแยกมิติอีกต่อไปแล้ว

ทว่าเมืองหานเองก็ล่มสลายลงโดยสิ้นเชิง ตกอยู่ในเงื้อมมือศัตรูโดยสมบูรณ์แล้วเช่นกัน

น่ากลัวว่าคนที่สามารถหลบหนีไปได้ คงมีไม่ถึง 1/10

ขณะเดียวกัน ด้านนอกของเมือง

กองทัพหลิงหานที่นำโดยนายพลผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล F7

เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับกองทัพแมลงสัตว์ร้ายที่แกร่งยิ่งกว่าฝ่ายตนเป็นหลายร้อยเท่า

ก็ไม่มีสิ่งใดที่นายพลจะสามารถทำได้ มากที่สุดคือส่งทีมช่วยเหลือเข้าไป

และจำต้องรออย่างน้อยหนึ่งวัน ถึงจะสามารถพาพลเมืองบางส่วนหลบหนีออกมาได้

ด้วยเหตุนี้เอง

ภายใต้บรรยากาศแห่งความสิ้นหวัง กลางคืนอันเงียบสงบค่อยๆคลืนคลานเข้ามาอย่างช้าๆ

ณ ช่วงเวลา ตี 1

ภายในเมืองเงียบสงบ

แต่ถึงอย่างนั้น ในบางครั้ง

ก็ยังมีเสียงร้องของแมลงสัตว์ร้ายที่ชวนให้ผู้คนหวาดกลัวดังขึ้นเป็นระยะๆ

เมื่อไร้ซึ่งคนควบคุมดูแล

ระบบไฟฟ้าทั้งเมืองก็ดับวูบลง

ทุกสิ่งจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด

ภายในห้องหลอม

หลิวเซินซานที่เหงื่อแตกพลั่กไปทั้งร่าง กำลังเผยถึงสีหน้าตื่นเต้น

“สำเร็จแล้ว!”

เบื้องหน้าเขา

คืออาวุธบางอย่างที่กำลังสาดแสงสีขาวทองแผ่ออกมา!!