3/4
Ep.141 -
อย่ามัวแต่พล่าม
“พวกนายมันก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่า
กระทั่งลำดับที่ 21 ก็ยังเอาชนะไม่ได้ รู้รึเปล่าวว่าในคลาสอบิลิตี้รุ่นที่ 69
ของพวกเรามีกันแค่ 21 คน?
แต่ความแข็งแกร่งของพวกแกยังสู้อันดับโหล่ไม่ได้เลย
แล้วนี่คิดจะสู้กับลำดับ 1 ของพวกเรา? ฝันหวานไปรึเปล่า!”
พอได้ยิน กลุ่มนักเรียนจากสถาบันซิต๋าแทบจะควันออกหู
จ้าวหยูกลั้นหัวเราะและกล่าวใส่ไฟ
“นั่นสิ ถ้าแค่โค่นเขา พวกนายยังทำไม่ได้ ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะมาท้าทายฉัน!”
ฟางเส้นสุดท้ายของเฉียนเต๋าขาดผึง
“ผายลมเถอะ! ลำดับ 1
คลาสอบิลิตี้มันจะแน่ซักแค่ไหนเชียว? พวกแกต้องเล่นตุกติกอะไรแน่ๆ
เจ้าพวกสถาบันเฉิงเป่ยไร้ยางอาย!” เฉียนเต๋าตะโกน “ทั้งหมดลงมือ
ฆ่าพวกมันให้ฉัน!”
คนฉลาดย่อมไม่ลงสนามที่ตนมิอาจคว้าชัยชนะได้
เนื่องจากเกรงว่าจะเสียหน้า เพราะฝั่งตนได้สูญเสียผู้ใช้อบิลิตี้ไปกว่า 3 คนแล้ว
ดังนั้นเฉียนเต๋าไม่มีความตั้งใจจะลงมือเพียงลำพัง
หลินเหมาเป็นคนแรกที่ระเบิดโจมตี
ความโกรธและโหดเหี้ยมฉายชัดในแววตา เขาไม่คิดยั้งมือใดๆ
“พฤาษาหน่วงเหนี่ยว!”
ครืน …
ผืนดินพลิกตลบ
รากไม้หนาผุดยื่นออกมาจากพื้นดิน เหวี่ยงเข้าใส่ฉินเฟิงและทั้งสาม
โจวฮ่าวกับจางเทียนโฉบหลบเร็วรี่ ทางฝั่งจ้าวหยูเรียกพลังเปลวเพลิงเข้าปะทะโดยตรง
เปลวเพลิงแผดเผารากไม้ยักษ์
เปลี่ยนรากต้นไม้ให้กลายเป็นขี้เถ้าอย่างรวดเร็ว
“แกร๊ก .. แถ๊ด
ๆๆๆ” *
*(เสียงยิงปืนกล ใครนึกคำดีๆกว่านี้ได้
รบกวนคอมเมนท์ให้ผมหน่อยนะคร้าบ)
เนื่องจากทางซิต๋ามีนักเรียนรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก
ดังนั้นเลยมีมือปืนเยอะเป็นพิเศษ เมื่อเกิดการปะทะ
หลายคนก็ระดมสาดห่ากระสุนอย่างไร้ปราณี
“อันที่จริงฉันยังอยากสู้กับพวกนายอย่างยุติธรรมอยู่หรอกนะ
แต่ในเมื่อเล่นลูกไม้ไร้ยางอายกันแบบนี้ … ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน!”
ฉินเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
อันที่จริง สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่เรียกว่าใจร้าย
แต่ยังโคตรจะโกงสุดๆ
“พรมโลกันต์!”
รูนไฟปะทุโหม โถมเข้าปกคลุมกลุ่มศัตรูอีกฝั่งทันที
“อ๊ากกกก”
นักเรียนซิต๋ากรีดร้องน่าสังเวช
เครื่องแบบของพวกเขาถูกแผดเผา เกิดแผลพุพองตามแขนขา ยังไม่พอ
เปลวเพลิงยังเกิดการระเบิดขึ้นในจุดที่พวกเขายืนอยู่โดยตรง
ตูม ตูม ตูมมมมม!
แรงระเบิดเหวี่ยงคนทั้งกลุ่มกระจัดกระจายออกไป
นกในป่าใหญ่ตกใจ
พากันกระพือปีกโผบินขึ้นสู่ฟากฟ้า
นักเรียนหลายคนจากตำแหน่งอื่นเมื่อได้ยินเสียงนี้ ต่างก็มีสีหน้าที่แตกต่างออกไป
และตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหลีกเลี่ยงสนามต่อสู้ในบริเวณดังกล่าว
ณ ใจกลางพื้นที่เปิดโล่ง ฉินเฟิงชูมือ
สะบัดเหวี่ยงอย่างไม่ใส่ใจ
“เพลิงโลกันต์ จงหวนคืน”
เปลวเพลิงมอดดับลงทันที
ในจุดเดียวกันกับที่มอดดับลง
เผยให้เห็นถึงกลุ่มคนกว่า 30 คน
บ้างหน้าคว่ำบ้างหน้าหงาย นอนหมอบกับพื้น
ไร้ซึ่งความสามารถในการต่อสู้อีกต่อไป
“จิ๊ จิ๊ … นายมันโหดร้ายเกินไปแล้ว!”
โจวฮ่าวส่ายหัว ก้าวเดินไปในจุดที่ยังเหลือไอร้อนระอุอยู่ เขาตรวจสอบคนเหล่านั้น
และพบว่าบางส่วนถูกแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่โชคยังดีที่ไม่ตาย
อาจเป็นเพราะฉินเฟิงควบคุมแรงระเบิดเอาไว้
ทว่าแน่นอน ถึงไม่ตายตอนนี้
แต่ก็นับว่าขาข้างหนึ่งได้ก้าวลงสู่ขุมนรกแล้ว
ปัจจุบันพลังสมาธิของฉินเฟิงแข็งแกร่งมาก
ดังนั้นเขาเลยสามารถควบคุมมันได้อย่างแม่นยำ อานุภาพของพรมโลกันต์ในตอนนี้
กับตอนที่ใช้สังหารแมลงสัตว์ร้ายในเมืองหาน มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันไม่ถึง
1/10ของคราวนั้นด้วยซ้ำ
เพราะหากมากไปกว่านี้
พวกนักเรียนต่างสถาบันคงไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้ และถูกเปลี่ยนกลายเป็นเถ้าถ่าน
“บ๊ายบาย ฉันไม่ขอส่งนะ”
โจวฮ่าวกระชากกระเป๋าของผู้ใช้วรยุทธโบราณคนหนึ่ง และดึงป้ายชื่อบนหน้าอกศัตรูออก
“สารเลว ไปลงนรกซะ!”
ผู้ใช้วรยุทธอีกคนข้างๆผุดลุกสู้ไม่ถอย แต่เพียงไม่กี่กระบวนท่า
ก็สยบแทบเท้าโจวฮ่าว และถูกถอดป้ายชื่อออก
แต่ระหว่างนั้นเอง ผ้าคลุมที่บดบังเครื่องแบบนักเรียนของเขาก็สะบัดออก
เผยให้เห็นถึงป้ายตรงหน้าอกของโจวฮ่าว
ป้ายชื่อลำดับ 1 ของผู้ใช้วรุยทธ …
ปรากฏสู่สายตาของศัตรูที่ยังมีสติหลงเหลือ
“นี่แก … ” เฉียนเต๋าถึงกับพูดไม่ออก
เดิมทีเขากำลังคิดจะระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายก่อนจากไป แต่ใครจะคาดคิด
ว่าอีกหนึ่งคนที่ซ่อนตัวอยู่กับพวกหางแถว
เจ้านักเรียนที่สวมเสื้อคลุม แท้จริงแล้วจะเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณอันดับ 1
!
ชัดเจนแล้วว่าที่พวกเขาเผชิญมิใช่ทีมหางแหว
หากแต่เป็นเสาเหล็กกล้าที่ยากสั่นคลอน!
“อย่ามาแตะตัวฉัน! ฉันจะไปเอง”
เฉียนเต๋าขบฟัน แต่ในใจยิ้มยินดี ยอมถอดป้ายชื่อของตนออกแต่โดยดี
ไม่นานเกินรอ
ช่องว่างมิติก็กลืนกินเฉียนเต๋าเข้าไปภายใน แต่ก่อนที่จะจากไป
ปรากฏประกายแสงสีเงินขึ้น
--ป้ายชื่อหลายอันร่วงตกลงมา
เดิมเหตุผลที่เฉียนเต๋ายิ้มนั่นก็เพราะเขาเลือกถอดป้ายชื่อออกเอง
และนำเอาป้ายชื่อที่ยึด พามันออกไปด้วย
เพื่อไม่ให้พวกฉินเฟิงและคนอื่นๆได้คะแนนเพิ่ม แต่น่าเสียดาย
ที่ดูเหมือนว่าทางสวนล่าจะมีการป้องกันช่องโหว่ดังกล่าวเอาไว้แล้ว
ดังนั้นป้ายชื่อที่เคยยึดมาจึงร่วงตกลงกลางอากาศ มิอาจนำออกไปด้วยได้!
ฉากนี้ชวนให้คนอื่นๆที่พบเห็นรู้สึกหมดหนทางอย่างช่วยไม่ได้
“อย่าเล่นตุกติกอะไรอีก ทิ้งกระเป๋าไว้
แล้วไปด้วยตัวเองดีๆซะ” ฉินเฟิงกล่าว
หลินเหมาข้องใจ กัดฟันกล่าว
“แกแข็งแกร่งมาก แกร่งขนาดนี้มาอยู่ในลำดับต่ำสุดของสถาบันเฉิงเป่ยได้ยังไงกัน? แกจะต้องโกงแน่ๆ คอยดูเถอะ
ฉันจะรายงานเรื่องนี้!”
“ก็เอาสิ ไสหัวไปฟ้องเลย
แล้วเวลารายงานอย่าลืมบอกไปด้วยนะ ว่าฉันชื่อฉินเฟิง!”
ว่าจบ
ฉินเฟิงก็กระชากป้ายชื่อของอีกฝ่ายออก
ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร
เขาก็จะใช้พลังของตนตามใจชอบ จะถูกฟ้องลดคะแนนหรือลดอันดับก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ
เพราะยังไงซะ
เป้าหมายในการมาที่สวนล่าใบไม้ผลิก็ได้บรรลุแล้ว
กว่าสามสิบคนของสถาบันซิต๋าถูกกำจัด
พวกเขาทิ้งป้ายชื่อมากกว่า 100 ไว้เบื้องหลังแก่ทีมของฉินเฟิง
เพียงยัดมันก็กินเนื้อที่ไปมากกว่าครึ่งกระเป๋าสะพายหลัง
ยังไม่พอ พวกเขายังทิ้งกล้วยเสริมกำลัง
และวัตถุดิบที่เก็บได้ระหว่างทางเอาไว้อีกมากมาย
“ฉินเฟิง นายมันน่าทึ่งเกินไปแล้ว
ฉันรู้สึกเหมือนกับว่า ถ้าอยู่ทีมเดียวกับนาย
ไม่ว่าเรื่องอะไรพวกเราก็สามารถทำได้!” จ้าวหยูถอนหายใจด้วยอารมณ์
แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ยิ่งไปกว่านั้นนะฉินเฟิง
ในเมื่อนายทรงพลังถึงขนาดนี้ ทำไมไม่แสดงมันออกมาในการทดสอบเมื่อวานล่ะ?
ทุกคนเลยพาลคิดกันไปว่านายเป็นพวกหางแถว … !”
“หางแถวไม่ดีตรงไหน
มันสามารถใช้แกล้งเล่นบทหมูกินเสือได้ ก๊ากฮะฮ่า! พูดแล้วก็ขำ
เธอได้เห็นสีหน้าเหมือนอมรังแตนของพวกเขาก่อนจะจากไปรึเปล่า?”
โจวฮ่าวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ส่วนจางเทียน
เขาเก็บกวาดสินสงครามอย่างเงียบๆ
ยกกระเป๋ากว่า 5 ใบขึ้นสะพายหลัง
“เฮ้อ … พอได้ทำแบบนี้แล้ว
ค่อยรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ขึ้นมาหน่อย … ”
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ จางเทียนยังไม่ได้แสดงบทบาทในฐานะฝ่ายรักษาเลย
เขาจึงตัดสินใจรับหน้าที่เป็นลูกหาบแทน อย่างน้อยก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น!
ทั้งสี่กำลังอารมณ์ดีกับสินสงครามที่ได้รับ
ฉินเฟิงกวักมือ ส่งสัญญาณให้เดินหน้าต่อ
….
ภายในสวนล่าใบไม้ผลิ
มันเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ผลิใบเต็มตัว งดงามราวภาพฝัน
แต่ในเวลานี้มีนักเรียนนับพันเข้ามา
เลยเกิดความวุ่นวายและเสียงต่อสู้ดังกังวานไปทั่ว
“โฮก!!”
เสียงร้องคำรามดังสะท้านออกจากปากเสือตัวใหญ่
“ทักษะลับ น่องวายุ!”
“ฝ่ามือปลิดชีพ!”
หนึ่งเท้า
หนึ่งฝ่ามือของโจวฮ่าวและจางเทียนกระแทกเข้าใส่ร่างของสัตว์ร้ายเสือยักษ์
เสือยักกระอักเลือดคำโตออกจากปากของมัน
และในที่สุดก็ร่วงลงกับพื้น
นี่คือนายพลสัตว์ร้ายเลเวล G
ซึ่งมันเกือบจะได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นราชันย์สัตว์ร้ายอยู่รอมร่อแล้ว แต่น่าเสียดายที่ดันมาเจอกับทีมของฉินเฟิง
มันเลยต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร
อันที่จริงสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้
หากพวกมันบังเอิญพานพบกับนักเรียนคนอื่นๆ เกรงว่าพวกเขาคงถูกสังหารไปนานแล้ว
แต่ผลลัพธ์กลับเป็นเจอกับทีมของฉินเฟิง
นับว่ามันโชคร้ายจริงๆ
“วันนี้น่าจะพอแล้ว
พวกเราจะพักกันที่นี่!”
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงท้ายของวัน
ผลประโยชน์ที่พวกเขาได้รับก็มากมายมหาศาล
แม้แต่กระเป๋าสะพายหลังก็ไม่สามารถยัดอะไรใส่ได้อีกต่อไป
และในปัจจุบัน
พวกเขาก็ได้เข้ามาใกล้กับใจกลางของสวนล่าใบไม้ผลิแล้ว
ยิ่งไม่กว่านั้น
วันนี้ทั้งวันพวกเขายังได้ต่อสู้กับนักเรียนจากสถาบันอื่นไปกว่า 7 ครั้ง
คราวนี้พวกเขาพบเจอคนจากสถาบันฮุนหนาน
มีกระทั่งนักเรียนจากสถาบันเฉิงหยาง
และนับว่าโชคยังดี
ที่ตะวันตกดินเสียก่อน การต่อสู้จึงยุติลง ทุกคนเลยพอได้พักหายใจในที่สุด
“พรุ่งนี้ช่วงเที่ยง
พวกเราก็จะได้ออกจากสวนล่าแล้ว นี่มันยอดไปเลย!”
จ้าวหยูกล่าวด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า
แม้ว่าจะได้รับวัตถุดิบมามากมาย
แต่ชีวิตในสวนล่ายังคงอันตรายเกินไป
เกรงว่าตอนนี้สิ่งเดียวเกี่ยวกับมันที่เธอรู้สึกดี
คงไม่พ้นเรื่องที่ไม่อาจเกิดรอยแยกมิติขึ้นมาได้
“เธอไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะ”
โจวฮ่าวเตือน เมื่อคืนนี้จ้าวหยูเพิ่งเคยนอนท่ามกลางสัตว์ร้ายเป็นครั้งแรก
เธอจึงแทบไม่ได้พักผ่อนเลย
ดังนั้นประสิทธิภาพในการต่อสู้วันนี้เลยลดหลั่นลงอย่างเห็นได้ชัด …
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved