ตอนที่ 477

2/5

Ep.477 - ตราผู้การรัฐ

“นายพลซื่อโปรดวางใจ ผมเตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว”

“งั้นดีก็ ถ้านายเตรียมแผนไว้แล้วก็ดี”

ซื่อฉิงคิดว่าฉินเฟิงคงตัดใจยอมแพ้ เลยแค่ย้ำเตือนสติเขา

จากนั้นสนทนาอีกสองสามประโยค ก็วางสายไป

ฉินเฟิงไม่ต้องการให้ใครโทรมากวนอีก ปิดอุปกรณ์สื่อสาร

จมลงสู่ห้วงหลับไหล

หลังจากนี้ หากใครต้องการจะติดต่อเขา ทำได้อย่างเดียวคือรอ!

เมื่อฉินเฟิงตื่นขึ้น ก็พบว่ามันเป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว

หลายชั่วโมงที่ผ่านมา ซูซิงฝูลุยงานมิได้พักผ่อน

โครงสร้างของกลุ่มองค์กรยังได้รับการจัดตั้งขึ้น

ได้รับคำสั่งซื้อไม่ต่ำกว่าหลายร้อยรายการ ทรัพยากรของกลุ่ม

ทุกอย่างถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน

ฉินเฟิงไม่ได้กังวลอะไรเกี่ยวกับทางฝั่งซูซิงฝู

เวลานี้ ฉินเฟิงเพียงเปิดอุปกรณ์สื่อสาร ก็พบกับโฆษณาของตน

ที่ถูกโปรโมทถล่มทลาย ประกาศไปทุกพื้นที่

ไม่ว่าใครต่างก็รู้ถึงการก่อตั้งและทิศทางธุรกิจของกลุ่มเฟิงหลี

พวกเขาคือกลุ่มการค้าที่อาศัยการผลิตจักรกลเป็นหลัก ซึ่งไม่มีใครเคยคิดทำแบบนี้อย่างเต็มรูปแบบมาก่อน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว กลุ่มหวันซ่งที่เป็นยักษ์ใหญ่เอง

ก็ทำการผลิตอาวุธปืนขายเช่นกัน

นี่ถือเป็นการแย่งส่วนแบ่งผลประโยชน์จากทางกลุ่มหวันซ่ง

และอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจนัก ต้องทราบนะว่าทุนของกลุ่มหวันซ่งหนามาก

มิใช่อะไรที่คนธรรมดาจะเทียบได้

อย่างไรก็ตาม อาวุธที่เปิดตัวของฉินเฟิง มันดีเกินไปจริงๆ

เทคโนโลยีนี้ กระทั่งทางหวันซ่งก็ยังไม่เชี่ยวชาญ

ตลาดปืนถูกแบ่งออกครึ่งหนึ่งโดยฉินเฟิงทันที

ทางด้านหวันซ่ง แม้อยากขัดขวาง แต่ก็ไร้หนทาง

ไม่อาจทำอะไรกับมันได้

เพราะสุดท้าย อาวุธที่ฉินเฟิงกำลังนำออกมาขาย

มันเป็นอาวุธปืนทั้งหมด และในส่วนนี้

ทางหวันซ่งไม่มีกำลังหรือความรู้มากพอที่จะแข่งขัน

แน่นอน ทั้งหมดนี้เป็นแค่ยอดสั่งซื้อ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน ,

การขนส่งสินค้า ล้วนยังมิได้เป็นรูปเป็นร่าง ไม่มีกระทั่งยอดชำระเงินล่วงหน้า

แต่ฉินเฟิงครอบครองทรัพยากรทางการเงินอันน่าสะพรึงกลัว ดังนั้นนี่ไม่ใช่ปัญหา

และข่าวดังกล่าว ย่อมลอยไปถึงหูของซางฮัน , เหอเล่อหมิง ,

ฟูเหวินจู และซื่อฉิงอย่างรวดเร็ว

กระทั่งกวงเว่ยและเล่ยหยิงยังล่วงรู้

“ฉินเฟิงคนนี้ ทำอะไรแต่ละอย่างช่างน่าทึ่งจริงๆ” ฟูเหวินจูเห็นโฆษณาและประสิทธิภาพของอาวุธเหล่านั้น

ก็อดชื่นชมไม่ได้

ฉินเฟิงใช้ออกเพียงกลยุทธ์เดียว

เปลี่ยนจากรับมาเป็นรุกได้อย่างง่ายดาย

สินค้าที่เขานำออกมาขาย มิใช่สำหรับพันธมิตรมนุษย์ ,

มิใช่สำหรับเฉพาะซางฮัน แต่มันถูกแจกจ่ายไปยังทุกคน

ถึงเวลานี้ ต่อให้ซางฮันคิดเอ่ยปากเรียกร้อง

ขอเมืองลอยฟ้าจากฉินเฟิง แม้จะยอมจ่ายในราคางาม ก็มิอาจทำได้อีกต่อไป

เพราะความลับนี้ ทุกคนต่างสามารถล่วงรู้มันได้เช่นกัน

และหากฉินเฟิงได้กลายเป็นพ่อค้าปืนรายใหญ่ที่สุด

ถึงเวลานั้นหากซางฮันพยายามจะเรียกร้องอีกครั้ง มันก็ไม่ต่างกับเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจข่มขู่ประชาชน

และคนที่เดือดร้อนจะไม่ใช่มีแค่ฉินเฟิง

แต่เป็นทุกคนที่ทำธุรกิจร่วมกับเขา

ถึงเวลานั้น ต่อให้ซางฮันเป็นผู้ใช้พลังเลเวล A

ชื่อเสียงคงตกต่ำ ถดถอยลงไปหลายส่วน

“จ้าวพรมแดน เรื่องที่พวกเราหารือกันก่อนหน้านี้

จะยังดำเนินตามแผนเดิมต่อไหม?” เหอเล่อหมิงเอ่ยถาม

ซางฮันปวดหัวตุบ เจ้าคนที่ชื่อฉินเฟิง

ยังไงก็ไม่ยอมเสียเปรียบเลยสินะ

“ไม่ต้องแล้ว ฉันจะขอซื้อมันเอง!”

เดิมซางฮันต้องการผูกขาดเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ไม่คาดคิดเลย

ว่าฉินเฟิงจะชิงตัดหน้าเธอ แต่ไม่รู้เหมือนกัน ว่าอาวุธปืนที่ฉินเฟิงปล่อยออกมา

มันจะเป็นรุ่นที่ทรงพลังที่สุดหรือไม่

อีกด้านหนึ่ง ซื่อฉิงและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา

เงียบเป็นเป่าสาก

ซื่อฉิงรู้สึกขบขันเล็กน้อย ก่อนถอนหายใจยาว “เดิมที

ฉันหลงคิดว่าฉินเฟิงจะยอมแพ้ มอบมันให้แก่ซางฮัน

แลกกับการให้ซางฮันเป็นผู้สนับสนุนเขาอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่คิดเลยว่า … ”

“บอส ฉินเฟิงทำแบบนี้ ต่อให้เขาได้รับผลประโยชน์มหาศาล

แต่นั่นไม่เท่ากับเป็นการล่วงเกิน ทำให้จ้าวพรมแดนไม่พอใจหรือ?

แบบนี้มันไม่ฉลาดเลย”

เนื่องจากพวกเขาเคยด่าฉินเฟิงต่อหน้ามาก่อน

ลูกน้องของซื่อฉิงจึงไม่มีความประทับใจต่อฉินเฟิง หลังจากทุกอย่างพลิกล็อค

ตอนนี้เมื่อนึกย้อนไปถึงคำพูดของฉินเฟิง ที่พวกเขาคิดว่าโง่เง่า

บัดนนี้กลับกลายเป็นพวกเขาซะเองที่ดูเหมือนคนโง่

คนเหล่านี้ไม่ชอบฉินเฟิง ดังนั้นไม่คิดเอ่ยปากชื่นชม

ทำได้เพียงอยู่ฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

“เรื่องด่ากันเอาไว้พอแค่นี้ ฉันคิดว่าที่ฉินเฟิงทำแบบนี้

มันเกิดจากทัศนคติของเขา”

“ทัศนคติอะไร?”

“ก็ทัศนคติที่ว่า … เขาไม่ต้องการมีใครคอยหนุนหลัง”

“นี่ … ” ลูกน้องซื่อฉิงไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาดี

สมควรกล่าวว่าฉินเฟิงมั่นใจในพรสวรรค์หรือจะเรียกว่าโอหังดี?

คู่ดวงตาของซื่อฉิงกระพริบไหว ตกอยู่ในการไตร่ตรอง

“บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ไว้หน้าพันธมิตรมนุษย์

เพราะด้วยสถานะของเขาในตอนนี้ ไม่ว่าสถานที่ใด ก็ล้วนยินดีอ้าแขนต้อนรับเขา”

พ่อค้าปืน

ผู้ซึ่งอนาคตจะกลายเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือ

อิทธิพลย่อมแตกต่างจากคนอื่นๆ

และตัวปืนเอง คืออาวุธที่ง่ายที่สุด สำหรับใช้เป็นกำลังรบ!

เที่ยงวันถัดมา ฟูเหวินจูกับเหอเล่อหมิงแยกกันเดินทางมายังเมืองลอยฟ้า

ฉินเฟิงมิได้เชิญอีกฝ่ายขึ้นไปในเมืองลอยฟ้า แต่นำทั้งสองมายังเรือเหาะ

โดยให้มันลอยลำอยู่ภายใต้รัศมีโจมตีของเมืองลอยฟ้าแทน

กล่าวอีกนัยนึงก็คือ ตราบใดที่ฉินเฟิงสั่งการ

ปืนใหญ่พลังงานสามารถสังหารฟูเหวินจูและเหอเล่อหมิงได้ตลอดเวลา

แม้ฟูเหวินจูจะเข้าใจถึงเรื่องนี้ดี แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้มาเห็นภายในเรือเหาะ

ก็ถือว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาพวกเขาเป็นอย่างมาก

“ท่านนายพลทั้งสองเชิญนั่ง”

ฉินเฟิงผายมือ ส่งสัญญาณให้ทั้งสองนั่งลง และสั่งให้คนไปชงชา

“เรือเหาะลำนี้สวยไม่เลวเลย พอได้มาเห็นด้วยตัวเอง

ทำเอาฉันอยากจะสั่งซื้อไว้สักลำ!”

“ฉันเห็นด้วย ถ้าใช้มันในกรณีที่เดินทางกันเป็นกลุ่ม

เรือเหาะค่อนข้างปลอดยภัยมาก

แบบนี้ต่อให้เป็นในทุ่งล่าก็ยังเหมาะแก่การอยู่อาศัย!”

“ถูกต้อง”

ฉินเฟิงยิ้มบาง

“ดูเหมือนว่าผมจะได้ลูกค้าเพิ่มอีกสองรายซะแล้ว”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ของดีใครเล่าจะไม่อยากซื้อ”

ทั้งสามสนทนาเกี่ยวกับเรื่องสัพเพเหระ หยั่งเชิงกันและกัน

ต่อมาจึงได้เริ่มเข้าสู่หัวข้อหลัก

“ฉินเฟิง ครั้งนี้คุณได้รับความคับข้องใจ

จ้าวพรมแดนเลยจัดการประชุมเป็นการส่วนตัว เปิดลงคะแนนโหวต เพื่อล้างความผิด

และคืนความยุติธรรมให้แก่คุณ” ฟูเหวินจูกล่าว

เหอเล่อหมิงกล่าวต่ออย่างตรงประเด็น

“ตอนนี้คุณสามารถเข้าสู่เครือข่ายนักสู้ และเช็คในบัญชีส่วนบุคคลได้เลย

ทางพันธมิตรได้โอนเงินกว่า 5 ล้านล้าน แก่คุณแล้ว นี่ถือเป็นค่าชดเชย”

หลังจากนั้น

ทั้งสองก็บอกกล่าวเกี่ยวกับบทลงโทษของเล่ยหยิงและกวงเว่ย

ฉินเฟิงย่อมรู้ถึงเรื่องนี้ก่อนแล้ว เพราะเจิ้งเฉียนคอยติดตาม

ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของเล่ยหยิงอยู่เสมอ

ภายในวันเดียว เล่ยหยิงเรียกได้ว่าแทบกลายเป็นบุคคลล้มละลาย

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอุปกรณ์รูนระดับสูงของเขาหลายชิ้นที่ถูกจำนองไป

แต่ทรัพย์สินหมุนเวียนทั้งหมด

ทั้งอสังหาและอุตสาหกรรมในสี่เมืองทะเลเหนือและสามเฉิง

ล้วนถูกนำประมูลออกสู่สาธารณะ แม้จะช่วยให้ได้รับเงินเพิ่มมาอีกไม่กี่แสนล้าน

แต่ก็ค่อยๆสะสมทีละน้อย ทีละน้อยให้ได้ตามจำนวน เพื่อให้ได้เงินก้อนมารวมกัน

อย่างไรก็ตาม

เล่ยหยิงเหมือนจะตระหนักได้ว่าจากนี้ไปกลุ่มเล่ยถังคงเหลือแต่ในนาม ดังนั้น

เมื่อกลับไป เขาจึงบังคับให้สมาชิกเลเวล E ทุกคนถอนเงินออกมาคนละ 100 ล้าน

และเลเวล D ทุกคน คนละ 1,00 ล้าน เพื่อนำมารวมกับเงินที่ต้องนำมาจ่ายอย่างกะทันหัน

อันที่จริง เล่ยหยิงคิดดีแล้ว

เพราะเมื่อมีเงินก้อนเหล่านี้ค้างเอาไว้ อย่างน้อยสมาชิกมากมาย เพื่อเงินก้อนนี้

น่าจะไม่ยอมละทิ้งกลุ่มเล่ยถังไป

แต่ที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ

สิ่งนี้ทำให้สมาชิกหลายคนเกิดความคับแค้นเป็นอย่างมาก บางคนยอมสูญเสียเงินส่วนนั้น

และขอถอนตัวจากกลุ่มเล่ยถังไป

ในระยะเวลาอันสั้น เพียงคืนเดียว กลุ่มเล่ยถังได้ตายลง

เหลือทิ้งไว้เพียงชื่อ

“คำตัดสินนี้ ผมพอใจมาก” ฉินเฟิงพยักหน้า

อย่างน้อยจุดประสงค์ของเขาก็ถือว่าสำเร็จ

บางครั้ง การตายอย่างง่ายดาย ก็ยังไม่เจ็บปวดเท่าการมีชีวิตอยู่

แต่ไม่เหลืออะไรเลย

เช่นเดียวกับเล่ยหยิงในเวลานี้

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ว่าเล่ยหยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากฝีมือของฉินเฟิงหลายครั้ง

ความแข็งแกร่งย่อมลดทอน ไม่เหมือนดังที่เคยเป็น

“ตราบใดที่คุณพอใจมันก็พอแล้ว เอาล่ะ ตอนนี้ก็เรื่องสุดท้าย”

สีหน้าของเหอเล่อหมิงกลายเป็นจริงจัง

กล่องใบหนึ่งปรากฏขึ้นในมือเขา

“ฉินเฟิง ตอนนี้ฉัน

ในฐานะตัวแทนจากทางพันธมิตรมนุษยชาติทางตอนเหนือเขตหัวเซี่ย

ขอประกาศแต่งตั้งคุณเป็นผู้การรัฐประจำสี่เมืองทะเลเหนือ

และขอมอบตราประจำตัวให้แก่คุณ”

ฝากล่องถูกเปิดออก ภายในคือตราแบบเดียวกับของเกาหยูคังทุกประการ

--สัญลักษณ์ของผู้การรัฐเลเวล C !