ตอนที่ 174

4/4

Ep.174 -

ไป๋หลีลงมือ

“คิดหนีหรอ?” ไป๋หลีหัวเราะคิกคัก

ปลายส้นสูงสะกิดลงบนพื้นเบาๆ

ทั้งคนทั้งร่างดีดทะยานไปด้วยความเร็วที่ว่องไวยิ่งกว่านางพญามดทอง

ปัจจุบัน เหลือเพียงชิหลงที่ยืนงงงัน

ปากอ้ากลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก

เจ้าตัวกำลังสงสัยว่าตาของตนอาจกำลังมีปัญหาใช่หรือไม่?

เวลานี้ ยามเมื่อเขามองไปยังไป๋หลี

จะสามารถมองเห็นถึงร่องรอยของความกลัวอย่างมิอาจปกปิดได้

ไป๋หลีร้ายกาจเกินไป!

“ผู้บัญชาการชิ คุณเป็นอะไรรึเปล่า?”

บนอุปกรณ์สื่อสาร เสียงของฉินเฟิงดังขึ้น ที่เขาสามารถติดต่อกับชิหลงได้

เพราะก่อนหน้านี้ได้เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายท้องถิ่น

ซึ่งตัวตนระดับสูงสามารถสื่อสารหากันได้

“เอ่อ ฉันยังสบายดี พอดีว่าแฟนของคุณ …

มิสไป๋ได้ช่วยฉันเอาไว้” น้ำเสียงของเขาฟังดูลังเล เหมือนว่ายังไม่อยากจะเชื่อ

เขาไม่คาดฝันจริงๆ ว่าไป๋หลีจะทรงพลังถึงขนาดนี้

ฉินเฟิงมิได้ตื่นเต้นตกใจใดๆ มันคือสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้ก่อนแล้ว

เพราะหากไป๋หลีไม่สามารถจัดการกับนางพญามดทองได้ มันคงกลายเป็นเรื่องตลก!

ไป๋หลีน่ะเป็นถึงราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล

E ดังนั้นเธอย่อมทรงพลังยิ่งกว่านางพญามดทอง!

“งั้นก็ปล่อยให้ไป๋หลีจัดการเถอะ

ส่วนผู้บัญชาการชิ ถ้าพักผ่อนเพียงพอ ขอให้มาช่วยสนับสนุนที่รังมดด้วย

จำนวนของพวกมันมีมากเกินไป ตอนนี้พวกเลเวล G เริ่มล้มตายกันไปหลายคนแล้ว!”

“เข้าใจแล้ว ฉันจะรีบกลับไป!”

“รับทราบ ผมจะรอคุณ”

ฉินเฟิงมองไปยังสงครามชุลมุนเบื้องหน้าเขา

มดเหล็กดำเมื่อเห็นนางพญามดทองทะลวงฝ่าออกไป พวกมันก็ต้องการติดตาม นอกจากนี้

ยังมีนายพลสัตว์ร้ายบางตัวที่สามารถบินได้ สามารถฝ่าวงล้อมออกมาได้เช่นกัน

เนื่องจากทุกคนที่ปิดล้อมที่นี่

ส่วนใหญ่แล้วเป็นเลเวล G ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขัดขวางสัตว์ร้ายเลเวล F

จำนวนมหาศาลขนาดนี้

ภายใต้การกรีฑาทัพของมดเหล็กดำ

ผู้ใช้พลังเลเวล G ถูกฉีกกระชากไม่แตกต่างไปจากเศษกระดาษ

บ้างก็ถูกหัวกระแทกเข้าใส่จนกระดูกซี่โครงแตกเป็นเสี่ยงๆ ทิ่มแทงอวัยวะภายใน

สงครามสกัดกั้นในครั้งนี้

นับว่านองเลือดจริงๆ ฝูงชนจำนวนมากพยายามต่อสู้ดิ้นรนสุดกำลัง

ฉินเฟิงคอยสกัดกั้นอยู่ที่ทางแยก

พรมโลกันต์ยังคงถูกปลดปล่อยออกไปอย่างต่อเนื่อง มีดกษัตริย์ครามโบกสะบัด

สังหารนายพลสัตว์ร้ายที่กำลังบินว่อน

แต่ก็ยังไม่อาจช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นในตอนนี้ได้

โชคดีที่ไม่นานเกินรอ ชิหลงก็ตามมาสมทบ

วูซซซ วูซซ วูซซซ วูซซ!

ห่ากระสุนสีแดงปะทุออก

ยามปะทะระเบิดเปลวไฟลุกโชติช่วง อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงขึ้นอย่างกระทันหัน

---กระสุนระเบิดไฟ!

ภายใต้ทะเลเพลิง มดเหล็กดำไหม้เกรียม

กลายเป็นขี้เถ้าทันที

เมื่อมือปืนเลเวล E เปิดฉากลงมือ

สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้จริงๆ

แต่กระสุนเลเวล E

ที่ทรงพลานุภาพย่อมมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว เกรงว่าสงครามในครั้งนี้

น่ากลัวว่าชิหลงอาจไม่สามารถกู้คืนทุนที่เสียไปของเขาได้!

รูนไฟกลายพันธุ์ของฉินเฟิงปะทุออก

และถูกเรียกกลับคืนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มสงครามจนถึงปัจจุบัน

กินเวลาไปแล้วก็หลายชั่วโมง และมันไม่เคยหยุดให้ได้พักหายใจเลย

ฝั่งผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล G และ F ต่างทรมานจากการฝืนใช้พลังสมาธิของพวกเขาที่ไม่อาจปรับตัวได้ทัน

ต้องปลีกตัวกลับไปยังสถานที่ปลอดภัย พักผ่อนเอาแรง และสลับสับเปลี่ยนกันต่อสู้

แต่ทุกคนที่ได้เห็นการต่อสู้ของฉินเฟิง

ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า

คงมีเพียงปีศาจเท่านั้นถึงจะครอบครองความสามารถในการต่อสู้แบบนั้นได้

ฉินเฟิงสังหารมดเหล็กดำมากขึ้นเรื่อยๆ

เขารู้สึกว่าพละกำลังกายของตนเติบโต มันแกร่งขึ้น แกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และเนื่องจากการกอบกู้กวาดล้างเมืองหานเป็นระยะเวลากว่า 10 วันที่ผ่านมา

ส่งผลให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉินเฟิงจึงได้ทะยานขึ้นไปถึงเลเวล F9 แล้ว

และในวันนี้ความแข็งแกร่งทางกายของเขายังคงเติบโตขึ้นไม่หยุด

กระทั่งกระดูกยังทานทนยิ่งกว่าเดิมมากนัก และบนปราการรูปชามใหญ่ทั้งหมด

ไม่รู้ว่ามีมดเหล็กดำตกตายไปแล้วกี่ตัว

ผสานไปกับมดเหล็กดำกลุ่มใหญ่ที่ถูกปืนใหญ่พลังงานของชิหลงระเบิดสลายหายไปเมื่อครู่

พลังพิเศษติดตัวของฉินเฟิงเลยสามารถกลืนกินพลังงานมาอีกล็อตหนึ่ง

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนสังหารมันก็ตาม

ราวกับมีปากใหญ่ที่มองไม่เห็น

กำลังสูบกินพลังงานโดยรอบอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างร่างกายของฉินเฟิงไม่หยุดยั้ง

จนในที่สุด

ฉินเฟิงก็รู้ได้เพียงร่างกายของเขากำลังสั่นเทา และอาการสั่นนี้

มันยังก่อให้เกิดคลื่นความผันผวน แผ่กลิ่นอายอันตรายออกมา

และทุกผู้คนที่ได้สูดกลิ่นอายนี้

รู้สึกคล้ายกำลังถูกกดดันอย่างมิอาจต้านทาน

ภายใต้ความกดดันดังกล่าว

ผู้ใช้พลังโดยรอบหันขวับมามองฉินเฟิงด้วยความประหลาดใจ ลมหายใจถึงขั้นติดขัด

อดยืดหลังตรงเพื่อแสดงออกถึงความเคารพเทิดทูนไม่ได้

“เลเวล E !”

“มิสเตอร์ฉินตัดผ่านขอบเขตขึ้นสู่เลเวล

E แล้ว!”

“นี่ใช่ไหม …

ที่เรียกกันว่าความแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดา?”

การต่อสู้เป็นตัวเร่งพัฒนาที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้แข็งแกร่งขึ้น

หลายคนค้นพบว่า หลังจากการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง ตนเองจะแข็งแกร่งขึ้นมาก

ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนทักษะหรือพละกำลังกาย ก็ไม่อาจเทียบเท่าได้กับการใช้วิธีนี้

ผู้ที่ต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง จะสัมผัสได้ถึงความตายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม

หลังจากมนุษย์ถูกฉีดยากระตุ้นแล้วต่อสู้เป็นเวลายาวนาน

ร่างกายจะเกิดการเร่งเร้า

สร้างเอนไซม์ชนิดพิเศษที่ช่วยเสริมพัฒนาการขึ้น

นั่นเองคือที่มีของความแข็งแกร่งนี้

อย่างไรก็ตาม

การตัดผ่านเข้าสู่ขอบเขตใหม่ในระหว่างการต่อสู้

นับว่าน้อยครั้งนักที่จะเกิดขึ้นได้

แต่หลังจากที่ผู้คนมองไปยังซากศพมดเหล็กดำรอบกายฉินเฟิง

พวกเขาต่างก็คิดเห็นเหมือนกัน

ว่าที่ฉินเฟิงสามารถทำได้มิใช่เพราะโชคช่วยหรือเหตุบังเอิญ!

แต่นั่นเพราะเขาทุ่มเทมากพอ

ฆ่าสังหารไปมากมาย!!

ดังนั้นความแข็งแกร่งของฉินเฟิงที่เพิ่มขึ้น

มันคือผลรางวัลจากความพยายามทุ่มเทของเขา

ฉินเฟิงรับรู้ถึงพละกำลังภายในร่างกาย

และอดไม่ได้ที่จะยิ้มด้วยความพอใจ

ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงเลเวล E ซักที!

ขณะเดียวกัน มดเหล็กดำในสนามรบ

จำนวนของมันก็เริ่มถดถอยลงแล้ว ด้วยการสนับสนุนจากชิหลง

ความเร็วในการกวาดล้างพุ่งสูงขึ้นจนฉุดไม่อยู่

ทว่าในทำนองเดียวกัน แม้มดเหล็กดำเลเวล

F จะตกตายลงอย่างต่อเนื่อง

และพลังงานของพวกมันถูกสูบกลืนมายังร่างของฉินเฟิงไม่หยุดหย่อน แต่ปริมาณที่จำเป็นต่อการยกระดับสู่เลเวลต่อไป

มันกลับถดถอยลงเป็นอย่างมาก

นี่มิใช่หมายความว่าพลังงานเหล่านี้อ่อนแอ

แต่ปัจจุบัน หากฉินเฟิงต้องการพัฒนาขีดความแข็งแกร่งของตนเอง

เขาจำเป็นต้องสูบกลืนพลังงานที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม!

หลังจากเลเวล E เป็นต้นไป กระบวนการพัฒนาการจะยาวนานและเชื่องช้าลงเป็นอย่างมาก

บางคน อาจไม่สามารถทะยานขึ้นสู่เลเวล D

ได้เลยตราบชั่วชีวิต

ในสถานชุมชนเฉิงเป่ย

ยากนักที่จะมีใครบางคนสามารถยกระดับขึ้นสู่เลเวล D ได้

นั่นเพราะข้อจำกัดทางด้านทรัพยากร และระยะเวลาที่พวกเขาต้องสูญเสียมันมากมายเกินไป!

กระบวนการนี้อาจกินเวลานับสิบปี!

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ใช้พลังในเลเวล E

หลายคนเลยได้กลายเป็นตัวตนระดับสูงสุดของสถานชุมชนในหลายๆแห่ง

ไม่ใช่เพราะพวกเขาแข็งแกร่งชนิดทรงพลัง แต่การยกระดับมันยากเย็นเกินไป

นี่เองที่บีบบังคับให้พวกเลเวลสูงๆมุ่งเน้นความสนใจไปยังเมืองอื่น

เพื่อรับทรัพยากรสำหรับการยกระดับที่มากยิ่งกว่าเดิม

ผู้ใช้พลังที่สามารถทะยานขึ้นสู่เลเวล

D คนล่าสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเขตเฉิงเป่ยเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 8 ปี

และสุดท้ายก็ออกจากเมืองเฉิงเป่ยไป

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงที่มาจากอนาคต

เกรงว่าอีกไม่นานคงสามารถทำลายสถิตินี้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว

กระบวนการยกระดับของฉินเฟิงน่ะไม่เหมือนกับคนอื่น!

กวาดมองไปยังสถานการณ์โดยรอบที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เป็นที่เรียบร้อย

ก็ปรากฏเสียงดังกึกก้องมาจากในระยะไกล ร่างใหญ่โตสีทองร่วงกระแทกลงบนถนน

เห็นได้ชัดว่ามันตัวใหญ่มาก แต่กลับให้ความรู้สึก

---ไม่ต่างไปจากตุ๊กตาที่พังแล้วเลย!!

เมื่อทุกคนมองไปยังร่างที่ใหญ่โต

ทั้งหมดต่างสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว รู้สึกตื่นตระหนกและหวาดกลัว

กำลังคิดจะหันหลังวิ่งหลบหนีไป

แต่เมื่อได้ลองเพ่งมองดูดีๆอีกที

จะค้นพบว่า ร่างใหญ่สีทองที่ว่าใกล้จะตายอยู่รอมร่อแล้ว!

ทั้งร่างของนางพญามดทองเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์

เปลือกที่เปรียบดั่งเกราะเหล็กกล้าสีทองอร่ามของมันเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว

เปิดเผยให้เห็นกระทั่งเนื้อสีขาวนวลราวหิมะที่อยู่ภายใน

ดูน่าเอร็ดอร่อยเป็นอย่างยิ่ง

ไป๋หลีสวมรองเท้าส้นสูง

เดรสกระโปรงยาวสีขาวเดินเข้ามาอย่างไม่สนโลก แต่ท่าทีที่ดูสงบ

กลับทำให้สายตาของนางพญามดทองแสดงออกถึงความหวาดกลัว

ช่วงเวลาต่อมา

นางพญามดทองก็คืบคลานมาหยุดอยู่เบื้องหน้าไป๋หลี โค้งศีรษะลง

คล้ายกำลังอ้อนวอนขอความเมตตา

ผู้คนที่เห็นฉากนี้

ต่างตะลึงงันจนแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง

พวกเขาจะไม่ทราบได้อย่างไรว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ในตอนนี้ สถานการณ์มันชัดเจนแล้ว

---นางพญามดทองได้ยอมศิโรราบต่อไป๋หลี!!

และในมือของไป๋หลีในขณะนี้

กำลังถือคู่ปีกอันละเอียดอ่อนราวปีกแมลงปอ ที่ยาวกว่า 3 เมตรอยู่

มันคือปีกของนางพญามดทองที่ถูกเด็ดออกไป!