Ep.752 - ยกระดับ
【ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!
โปรดทราบ เกาะนรกกำลังเปิดขึ้นแล้ว
มีเวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง โปรดเตรียมตัวให้พร้อม!】
ภายในอาคารใต้ดินขนาดใหญ่ ผู้คนเกือบทั้งหมดต่างสวมชุดคลุมดำ
ไม่ก็หน้ากาก พยายามปกปิดหน้าตาหรือรูปลักษณ์ของตนให้ออกมาน้อยที่สุด
คอยเหลียวซ้ายแลขวา สังเกตผู้คนรอบข้างอย่างระมัดระวัง
ผู้คนในที่แห่งนี้ เทียบกับในตอนงานประมูลของคลับมังกรดำแล้ว
มันมากกว่าซะอีก!
ฉินเฟิงสวมหมวกเกราะศักดิ์สิทธิ์
ตามด้วยหน้ากากขาวที่ไม่มีลวดลายหรือการตกแต่งใดๆ
กลิ่นอายก็ปิดซ่อนเอาไว้อยู่ใต้รูนมืด
อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆรอบข้างเขา
สามารถระบุได้ว่าฉินเฟิงเป็นแค่เลเวล B เท่านั้น ดังนั้นเลยมีผู้ใช้พลังเลเวล A
หลายคนแกล้งเดินชน ทำเป็นมองไม่เห็นเขา บางส่วนก็มองฉินเฟิงด้วยสายตาดุร้าย
ช่างแตกต่างกับก่อนหน้านี้นัก
เพราะพวกเขา
คือกลุ่มคนที่เคยหวาดกลัวฉินเฟิงจนแทบฉี่ราดมาก่อนทั้งสิ้น!
ฉินเฟิงใช้รูนมืดกลบซ่อนกลิ่นอาย คนอื่นๆก็ทราบถึงเรื่องนี้
แต่ยังมีคนอีกมากใช้งานมันเช่นกัน ดังนั้นไม่มีใครทันนึกว่าเป็นฉินเฟิง
ในขณะที่บางคนที่ทรงพลังมากๆ ก็ไม่คิดปิดซ่อนตัว
แต่เลือกแสดงความแข็งแกร่งของตนให้คนอื่นๆหวาดกลัวแทน
ฉินเฟิงเดินตามกระแสของผู้คน เดิมเขาซื้อตั๋วไว้สองใบ
แต่วันนี้พอลองใช้พลังสมาธิกวาดเข้าไปตรวจสอบในเขตแดนลับ
เขาก็ตระหนักว่าคงมีแค่ตนเท่านั้นที่ต้องใช้ตั๋ว--
--เพราะไป๋หลีจำศีลไปแล้ว!
ตั้งแต่ซื้อเขตแดนลับแห่งเวลามา สิ่งแรกที่ไป๋หลีทำ
ก็คือจัดการซ่อมแซม รักษาเสถียรภาพของรอยแยกมิติในเขตแดนลับ
จากนั้นก็เริ่มกลืนกินแก่นสัตว์ร้ายทั้งหมด รวมไปถึงแก่นอบิลิตี้สัตว์เทวะเลเวล A
ที่ฉินเฟิงประมูลมา
จากนั้น ไป๋หลีก็เปลี่ยนร่างกลับเป็นจิ้งจอก และผล็อยหลับไป
การหลับในครั้งนี้ คล้ายเป็นการจำศีล ในความคิดของฉินเฟิง
เดิมเดาว่าน่าจะแค่ 3 - 4 วันหรือทันตอนเปิดเกาะนรกพอดี แต่ภายในนั้นใช้เวลามากถึง
3 - 4 ปี!
ร่างจิ้งจอกของไป๋หลีเกิดการเปลี่ยนแปลงทุกวัน
ขนยาวสีเงินเปล่งปลั่งมากขึ้น มองไปไม่ต่างจากดวงดารา หากแต่ร่างกายไม่ใหญ่โตขึ้น
สาเหตุอาจเป็นเพราะใช้เทคนิคเปลี่ยนรูปตลอดเวลา เพราะทุกครั้งในการต่อสู้
แทบนับครั้งได้เลยที่ไป๋หลีใช้ร่างจริงของตัวเอง เกรงว่าครั้งนี้เธอเลยเลือกที่จะวิวัฒนาการในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมากกว่า
ดังนั้นในระหว่างหลับใหล ร่างของเธอจึงไม่ใหญ่ขึ้น
ทั้งยังมีแนวโน้มว่ากำลังหดเล็กลง แต่เรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือ
ความแข็งแกร่งของเธอ กำลังพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง
วันแรกในเขตแดนลับที่ฉินเฟิงตรวจสอบดู
ไป๋หลีสามารถยกระดับไปเลเวล B6 , วันที่สองเลเวล B7 และวันที่สาม B8
ส่วนในวันนี้ เธอได้ไปถึงเลเวล B9 แล้ว
บางทีในวันถัดมา ไป๋หลีอาจสามารถยกระดับขึ้นเป็นสัตว์เทวะเลเวล
A !
“เร็วเข้า ใกล้ถึงตาพวกเราแล้ว!”
เสียงของบุคคลหนึ่งดังมาจากข้างหลังฉินเฟิง
เขาถอนพลังสมาธิจากเขตแดนลับ และเริ่มมุ่งหน้าต่อ
ในอาคารใต้ดินทั้งหลัง
ส่วนที่แปลกประหลาดที่สุดคือบริเวณตรงกลาง ปรากฏกระแสวังวนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
30 เมตร พร้อมอักษรรูนมิติรอบๆที่กำลังส่องแสงสีเงิน
ด้านในของกระแสวังวนเป็นสีเงินและดำ
--นี่คือช่องทางวังวนสู่นรก!
ในสถานที่แห่งนี้ มีเพียงช่วงเวลานี้ของปีเท่านั้น
ที่มันจะปลอดภัย คุณสามารถเข้าไปในวันธรรมดาก็ได้เหมือนกัน แต่ค่าใช้จ่ายแพงมาก
และในกรณีนั้นมีเพียงคนของคลับมังกรดำเท่านั้นถึงสามารถเข้าได้
กระนั้น เกาะนรกยังถือว่าอันตรายอยู่ดี ถ้าไม่ปล่อยให้คนอื่นๆเข้ามาเก็บกวาดมัน
เกรงว่าต่อให้เป็นคลับมังกรดำ ก็คงไม่สามารถควบคุมมันได้
และอาจถึงขั้นพบเจอกับวิกฤตครั้งใหญ่
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงวางแผนขว้างหินก้อนเดียวได้นกสองตัว
ผลเลยกลายมาเป็นดั่งเช่นปัจจุบัน
ไม่นาน คนข้างหน้าได้กระโดดลงไปในกระแสวังวน และแล้วก็ถึงคราวของฉินเฟิง
ฉินเฟิงกระโดดลงไปในอึดใจเดียว
ถูกกลืนหายเข้าไปในช่องวังวนอันมืดมิด
ฉินเฟิงสัมผัสได้เพียงวิสัยทัศน์ของเขากลายเป็นมืดมิด ต่อมา
กฏเกณฑ์ของมิติก็เริ่มทำการขับไล่ เหวี่ยงตัวเขาออกจากมิติเดิม ผ่านไปเพียงพริบตา
แต่กลับให้ความรู้สึกนับหมื่นปี สภาพแวดล้อมโดยรอบ ในที่สุดก็เปลี่ยนแปลงไป
ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า อุณหภูมิร้อนระอุ
คาดว่าน่าจะมากกว่า 40 องศา!
ตำแหน่งที่ฉินเฟิงปรากฏตัว คือกลางอากาศ รอบๆเป็นป่าอันไพศาล
และเนื่องจากไม่ทันได้ปลดปล่อยการรับรู้
ดังนั้นเขาเลยไม่ทราบถึงสถานการณ์โดยรอบว่าเป็นอย่างไร!
ร่างของฉินเฟิงร่วงลงอย่างไม่อาจควบคุม
แต่ไม่นานเขาก็เหยียบกิ่งไม้ได้
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เท้าข้างหนึ่งของฉินเฟิง
พลันถูกเถาวัลย์รัดพันอย่างกะทันหัน เขาไม่ทันตั้งตัว
ก็ถูกพละกำลังมหาศาลฉุดลากลงมา
ต้องไม่ลืมนะว่า
ปัจจุบันความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉินเฟิงน่ะมหาศาลมาก
ฉะนั้นพละกำลังที่สามารถฉุดลากเขาได้ ย่อมน่าสะพรึงอย่างหาที่ใดเปรียบ
ฉินเฟิงชักมีดกษัตริย์ครามออกมาทันที บิดลำตัวตัดเถาวัลย์
แต่ในเวลานั้นเอง เถาวัลย์อีกกว่า 7 - 8 เส้นพลันฉกเข้ามา
ม้วนพันทั้งตัวฉินเฟิง!
ช่วงเวลานี้
ฉินเฟิงได้ร่วงผ่านยอดสูงของต้นไม้ซึ่งเต็มไปด้วยพุ่มหนาแล้ว ณ เวลานี้
ไม่มีใบไม้คอยบดบังสายตาเขาอีกต่อไป จึงสามารถมองเห็นถึงฉากทั้งหมดได้อย่างชัดเจน
--ปรากฏดอกไม้สีสันสดใส ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 20 เมตร
กำลังบานสะพรั่งเบื้องหน้าเขา
และเนื่องจากมันมีขนาดใหญ่เกินไป
ดังนั้นลวดลายทุกเส้นบนกลีบดอก จึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นขวากหนามแหลมคมอย่างหาที่ใดเปรียบ , ซากศพสัตว์ร้ายนับไม่ถ้วนที่แขวนอยู่บนนั้น
, ขนปุกปุยของสัตว์ร้าย และสุดท้ายกระดูกสีขาวๆ
ฉากนี้ทำให้ดอกไม้ต้นนี้น่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
และที่กำลังขยุกขยิกอยู่รอบๆมัน ก็คือเถาวัลย์นั่นเอง
เถาวัลย์นับไม่ถ้วนกำลังร่ายระบำ แต่ละเส้นล้วนมีความยาวนับหลายร้อยเมตร
“นี่มันพืชกลายพันธุ์ระดับจักรพรรดิเลเวล B !”
นึกไม่ถึงเลย ว่าแค่โผล่มา
ก็ต้องรับมือกับสิ่งที่ยากจะจัดการแบบนี้
ในหลายๆครั้ง พืชกลายพันธุ์ น่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ร้ายซะอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชที่วิวัฒนาการเป็นระดับราชันย์หรือจักรพรรดิ
ฉินเฟิงล้มเลิกความคิดที่จะขัดขืน
แม้เถาวัลย์เหล่านี้จะทรงพลังมาก แต่เขาได้รับการปกป้องโดยชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์
ฉะนั้นต่อให้เถาวัลย์มีหนามพิษ แต่ก็ไม่สามารถทำร้ายฉินเฟิงได้ชั่วคราว
มันทำได้เพียงห่อฉินเฟิงทีละชั้น ทีละชั้น
จากนั้นลากเขาเข้าไปยังเบื้องหน้าดอกไม้กลายพันธุ์กินคน
กลีบดอกไม้ขนาดใหญ่เริ่มแยกออก สวาปามฉินเฟิงเข้าไปในคำเดียว
หนามที่เกิดจากกลีบดอก พยายามเจาะเข้าสู่ร่างของฉินเฟิง ยังไม่หมด
ตามหนามแหลมแต่ละจุด ยังปลดปล่อยเมือกไหลออกมา กลิ่นของมันมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง
เพียงสูดดม ก็รู้สึกราวกับหลอดลมกำลังถูกละลาย
ฉินเฟิงกลั้นหายใจ
สาดส่องสายตามองไปรอบตัวที่เต็มไปด้วยสีแดงสดใส
พร้อมระเบิดพลังสมาธิอันทรงอำนาจออกมาทันที
“เทคนิคเพลิงบรรจบ!”
อักษรรูนไฟลุกไหม้ไปทั่ว แผดเผากรดเมือกจนเกิดเป็นเสียงฟองฟ่อด
กลีบดอกไม้สีแดงเพลิง ลุกพรึ่บติดไฟในพริบตา ลาวาเดือดปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของฉินเฟิง
ฉากนี้ไม่ต่างกับการจุดพลุไฟขนาดใหญ่จากใจกลางกลีบดอกไม้!
วู้ม วู้มมมม
ดอกไม้กินคนส่งเสียงโหยหวนน่าเวทนา
มันเร่งเปิดปากใหญ่ กลีบดอกไม้สั่นไหว
และถุยสิ่งแปลกปลอมอย่างฉินเฟิงและธารลาวาออกมาทันที
เสาลาวาอันน่าหวาดกลัวยิ่งกว่ายามปะทุจากปล่องภูเขาไฟ
พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เถาวัลย์ทั้งหมดถูกเผาจนม้วนงอ พวกมันตัดสินใจละทิ้งศัตรู
หดกลับเข้ามาพันรอบดอกไม้ ปกป้องเจ้านายเอาไว้
อย่างไรก็ตาม คนอย่างฉินเฟิงมีหรือจะปล่อยศัตรูไป?
มีดกษัตริย์ครามปรากฏขึ้นอีกครั้งในมือเขา
“กระบวนท่ามีดเปลวเพลิง!”
รังสีใบมีดยืดยาว ขยายออกไปไกลถึง 20 เมตร
สะบั้นกำแพงเถาวัลย์ทันที
กำแพงเถาวัลย์ราวกับมีชีวิต ตวัดเข้าต่อต้าน
แต่อย่าลืมสิว่าฉินเฟิงยังใช้งานเทคนิคเพลิงบรรจบอยู่
เถาวัลย์เส้นไหนคิดขัดขวางคมมีดในมือเขา จะถูกมังกรไฟผุดจากลาวาขึ้นมากลืนกินทันที
ส่วนเส้นที่ถูกตัดก็ตกลงในธารลาวา โดนหลอมละลายไป
ฉินเฟิงเสมือนดั่งเครื่องตัดหญ้า
ทั้งตัดทั้งหั่นวัชพืชอย่างรวดเร็ว!
ภายในป่า กองไฟเริ่มแผดเผา เพลิงไหม้ลุกโหม
พืชกลายพันธุ์ดอกไม้กินคนระดับจักรพรรดิที่เดิมคอยหาเหยื่ออยู่ที่นี่
บัดนี้ถูกย่างเป็นสีเทาด้วยน้ำมือของฉินเฟิง
หึ่ง หึ่ง!
พลังสมาธิของฉินเฟิงพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากต่อสู้มาหลายครั้ง
และดูดซับเอาพลังสมาธิจากมนุษย์ผู้ใช้อบิลิตี้มานับไม่ถ้วน
จนสุดท้ายเกือบบรรลุเงื่อนไข และเมื่อเสริมด้วยพลังงานจากการตายของดอกไม้กินคน
พลังสมาธิของฉินเฟิง ก็ยกระดับไปอีกขั้น
ก้าวขึ้นสู่เลเวล B3!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved