Ep.1087 - อนาคตใหม่ (จบบริบูรณ์)
ณ ดาวเคราะห์บลูสตาร์
ยุคเดินทางข้ามมิติปี 101
เป็นเวลากว่าร้อยปีแล้วที่ยุครอยแยกมิติครั้งใหญ่ได้ผ่านพ้นไป
เป็นเพราะฝีมือของจ้าวเหนือหัวคนแรกของมิติบลูสตาร์
ที่อัดฉีดแก่นแท้พลังงานปริมารณมหาศาลลงไป
ส่งผลให้ดาวบลูสตาร์ขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า
กลายเป็นโคตรดาวเคราะห์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
โลกใบนี้เลยอุดมไปด้วยทรัพยากร มนุษย์ที่เกิดมาจึงมีความแข็งแกร่งมาก
หลังจากก้าวสู่วัยหนุ่ม พวกเขาจะมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยอยู่ที่เลเวล E
หากเป็นเมื่อร้อยปีก่อน เรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้
ในเดือนมิถุนายน หลังจบการศึกษาระดับมัธยมต้น
วัยรุ่นกลุ่มใหม่เดินทางมายังตึกใหญ่แห่งหนึ่ง
ภายในห้องโถงปลุกพลังคึกคักและมีชีวิตชีวามาก เด็กอายุ 16 ปีเดินเข้ามา
พูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น
“ยืนยันตัวตนเรียบร้อย หมายเลข 2190891355546
ผ่านเกณฑ์การกระตุ้นยีน , ผ่านเกณฑ์อายุ กรุณาไปยังห้องรังไหม
เพื่อทำการฉีดยาปลุกพลัง”
“อยากจะรู้จัง ว่าจิตวิญญาณนักรบแบบไหนจะตื่นขึ้น!
จิตวิญญาณนักรบของพ่อฉันคือลิงวัชระ(กายเพชร) ส่วนแม่ฉันเป็นเสือดาวสายฟ้า(ว่องไว)
แต่ถ้าให้พูดตามตรง
ฉันอยากมีร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนจิตวิญญาณนักรบของพ่อมากกว่า!”
วัยรุ่นพึมพำ
เดินไปยังห้องรังไหมด้วยความตื่นเต้น
เมื่อเขาไปถึงห้องรังไหม
ก็หย่อนตัวลงบนหนึ่งในถังแก้วรูปทรงไข่ที่ตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปหมด
ถังแก้วที่เขาหย่อนตัวลงเริ่มทำงาน
“ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด! ยืนยันตัวตนถูกต้อง หมายเลข 219 … ”
“ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เริ่มทำการฉีด … ”
วัยรุ่นเหล่านี้
ทั้งหมดมาที่นี่เพื่อปลุกจิตวิญญาณนักรบของพวกเขา
ในมิติบลูสตาร์ มนุษย์ได้กลายเป็นผู้ทรงอำนาจเหนือสิ่งใด
มิใช่ตัวตนที่สามารถตอแยหรือล่วงเกินได้อย่างง่ายดายอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้
ก็คงต้องเอ่ยถึงบุคคลผู้หนึ่งซึ่งทุกคนเรียกขานเขาว่า ‘มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่’
ชายผู้นี้คือคนที่แม้แต่จ้าวเหนือหัวยังให้การยอมรับ
ว่าคือมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง
เพราะการทดลองของเขา
สามารถสร้างจ้าวเหนือหัวคนแรกให้ถือกำเนิดขึ้นมาได้
มิใช่ใครอื่น เป็น ดร.แซด
หนึ่งร้อยปีก่อน หลังจากที่ฉินเฟิงได้ขึ้นเป็นจ้าวเหนือหัว
และเดินทางกลับสู่มิติบลูสตาร์
จากนั้นก็เริ่มเผยแพร่ยาปลุกพลังชนิดใหม่ให้เป็นที่นิยม
ยาปลุกพลังชนิดใหม่นี้
มันแทบจะล้มล้างระบบการฝึกฝนของมนุษย์ในมิตินับไม่ถ้วน
นอกจากนี้ยังทำลายสถานการณ์ที่ว่าหากคิดกลายเป็นจ้าวเหนือหัว จำเป็นต้องได้รับการยกระดับในมิติบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
แม้ฉินเฟิงจะยกระดับในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม
แต่เหตุผลจริงๆที่เขาสามารถขึ้นเป็นจ้าวเหนือหัวได้
สุดท้ายเป็นเพราะยาปลุกพลังตัวนี้
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ 10 ปีให้หลัง
หลังจากที่ปล่อยยาปลุกพลังชนิดใหม่ไป จ้าวเหนือหัวคนที่สองของมิติบลูสตาร์ก็ถือกำเนิดขึ้น
มิใช่ใครอื่น เป็นหลงกงจากตระกูลหลง!
ต่อมา
หลี่หยวนกับหลงถิงก็สามารถก้าวสู่ขอบเขตจ้าวเหนือหัวได้เช่นกัน
ในบรรดากลุ่มเฟิงหลีที่ก่อตั้งโดยฉินเฟิง
บุคคลระดับจ้าวเหนือหัวผุดขึ้นเหมือนกับหน่อไม้แตกหน่อหลังหน้าฝน แหวกผ่านใต้ดิน
เชิดหน้ารับแสงตะวันทีละต้น ทีละต้น จนกลายเป็นจำนวนที่น่าหวาดกลัว
แล้วอีกอย่าง สมาชิกกลุ่มเฟิงหลี
ไม่ได้ต้องฝึกฝนเป็นร้อยปีเหมือนพวกตระกูลหลี่ ตระกูลหลง
แต่พวกเขาสามารถก้าวขึ้นเป็นจ้าวเหนือหัวกันได้ตั้งแต่ยังหนุ่ม! อายุแค่ 30 - 40
ปี เท่านั้น ซึ่งยังถือว่าน้อยมากท่ามกลางมิตินับไม่ถ้วน
ด้วยเหตุนี้เอง
มนุษย์จากมิติอื่นๆจึงเดินทางมาที่มิติบลูสตาร์เพื่อขอซื้อยาปลุกพลังชนิดใหม่
ในที่สุด ซูซิงฝูก็ได้ก้าวสู่ตำแหน่งเดิมในชีวิตก่อนอีกครั้ง
เขาได้กลายเป็นนักธุรกิจอันดับหนึ่ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ระดับโลก
แต่เป็นระดับจักรวาล!
ขณะเดียวกันผู้ที่สามารถสรรสร้างยาปลุกพลังชนิดใหม่ขึ้นมาได้
ก็ตกเป็นเป้าสายตาของจ้าวเหนือหัวมากมาย ทุกคนต่างรู้ดี ว่าหากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับยาตัวนี้
เท่ากับมีสมบัติล้ำค่าในมือ
ดังนั้นแซดเลยกลายเป็นที่หมายปองของทุกคน
อย่างไรก็ตาม ดร.แซด นักวิจัยเจ้าของยาปลุกพลังชนิดใหม่
ช่างน่าแปลกใจนัก
ที่เขากลับเป็นคนเดียวที่ไม่สามารถวิวัฒนาการขึ้นเป็นจ้าวเหนือหัวได้
เฉกเช่นเดียวกับหมอที่ไม่อาจรักษาตัวเอง
แม้จะผ่านมาเป็นร้อยปีแล้วก็ตาม
แต่ดร.แซดก็ยังไม่ค้นพบวิธีการเลื่อนขั้นเป็นจ้าวเหนือหัว
เกรงว่านี่อาจเป็นบทลงโทษของพระเจ้าที่มอบต่อเขา
ส่วนเรื่องนี้ เขาจะเก็บมันมาใส่ใจหรือไม่
คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้
…
ณ ศูนย์ทดลองในมิติบลูสตาร์
แซดยังคงสวมเสื้อกาวน์สีขาวแบบเดียวกับเมื่อ 100 ปีก่อน
เฝ้ามองทารกในห้องกระจกแยกด้วยความตื่นเต้น
“โอ้สวรรค์
นี่นับเป็นการทดลองที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของฉันเลย!”
สีหน้าของฉินเฟิงกลายเป็นเย็นชา กล่าวว่า
“ลูกสาวของผมไม่ใช่ตัวทดลองของคุณ”
ส่วนไป๋หลีที่อยู่ข้างๆ เธอไม่สนใจมนุษย์ทั้งสองคน
เจ้าตัวใช้พลังมิติ
ยื่นมือเข้าไปจับลูกบอลหยอกล้อกับทารกน้อยที่กำลังลืมตาโตด้วยความสนุกสนาน
แน่นอน ทารกคนนี้ไม่ใช่มนุษย์แท้ๆ แต่เธอมีหูจิ้งจอกและหาง
ผมเองก็เป็นสีเงินทั้งหมด แต่ดวงตาที่เบิกกว้างเป็นสีน้ำตาลของฉินเฟิง
ส่วนอื่นๆของร่างกายก็เหมือนทารกทั่วไป
อธิบายถึงขั้นนี้ ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ว่าเธอเป็นเลือดผสม
อย่างไรก็ตาม ทารกที่อยู่ในห้องแยก ร่างของเธอสั่นไหวเป็นระยะๆ
เลยสามารถเห็นได้ว่าที่จริงแล้วเธอเป็นร่างพลังงาน
นี่คือลูกสาวของฉินเฟิงกับไป๋หลี
หลังจากก้าวขึ้นเป็นจ้าวเหนือหัว
ร่างกายจะถูกเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงาน การตั้งครรภ์ตามปกติไม่สามารถทำได้
แต่หากใช้พลังงานที่มี ดูเหมือนจะให้กำเนิดทารกได้ง่ายยิ่งกว่าการตั้งครรภ์
ตราบใดที่จ้าวเหนือหัวทั้งสองยอมสละพลังงานชีวิตบางส่วน
แล้วให้พลังงานจากทั้งสองหลอมรวมกัน ชีวิตใหม่จะถือกำเนิดขึ้นได้อย่างราบรื่น
ประเด็นก็คือ พ่อแม่ทุกคนล้วนต้องการให้ลูกได้ดี
ดังนั้นด้วยพลังงานที่ถ่ายทอดมา ลูกหลานของจ้าวเหนือหัวจึงทรงพลังเป็นอย่างมาก
อาจกล่าวได้ว่าหากจ้าวเหนือหัวมีโอกาสตกตายจากการสู้รบ บาดเจ็บสาหัส
หรือแม้แต่ใช้พลังของพวกเขาจนหมด การให้กำเนิดลูก ก็เป็นอะไรในทำนองที่คล้ายๆกัน
นี่เองคือสาเหตุให้ทายาทของจ้าวเหนือหัวแข็งแกร่งมาก
อันที่จริงเป็นเพราะเรื่องที่ฉินเฟิงโคตรแข็งแกร่ง
กับเรื่องที่เขาปลุกจิตวิญญาณนักรบ ทำให้มีอยู่หลายครั้งหลายครา
ที่พลังของเขากลืนกินพลังงานของไป๋หลี
เขาและเธอให้กำเนิดทายาทล้มเหลวอยู่หลายครั้ง
ทารกน้อยที่อยู่ตรงหน้า
เลยได้รับพลังชีวิตของฉินเฟิงไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น
องค์ประกอบเซลล์ส่วนใหญ่เป็นพลังชีวิตของไป๋หลี บวกกับวิธีการบางอย่างของแซด
ทำให้การให้กำเนิดครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ
เนื่องจากต้องใช้เวลาเป็นร้อยปีถึงจะได้เห็นหน้าทารกน้อยคนนี้
ฉินเฟิงจึงให้ความสำคัญกับเธอมาก
“ได้เวลาอาหารเย็นของว่านน้อยแล้ว อย่าไปกวนเด็กสิ”
ฉินเฟิงโอบแขนไป๋หลี กล่าวอย่างอ่อนโยน
ว่านน้อยคือชื่อของเด็กคนนี้ เพราะอย่างไรเสีย
เขาให้กำเนิดลูกช้าไปร้อยปี
ดังนั้นจึงไม่สามารถตั้งชื่อให้คล้องจองกับลูกของโจวฮ่าวได้
แต่ตั้งให้คล้องกับหลานของโจวฮ่าวแทน ด้วยเหตุนี้เอง ชื่อของทารกน้อยจึงมีนามว่า
ฉินว่าน
“รู้แล้วน่า!” ไป๋หลีพยักหน้า ถอนมือออกจากช่องว่างมิติ
แซดก้าวออกมาข้างหน้า
หยิบแก่นพลังงานขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอลออกมา
จากนั้นก็โยนมันเข้าไปในห้องกระจกแยก
โดยกะระยะให้ตกลงข้างหน้าฉินว่านพอดี
ฉินว่านที่จากเดิมน่ารักสดใส จู่ๆหน้าอกพลันแหวกออก
อสรพิษหน้ามนุษย์ที่มีใบหน้าเหมือนเธอผลุบออกมาจากอก
กัดกินแก่นพลังงานเสี้ยงดังกร้วม กร้วม
“ช่างสมบูรณ์แบบ! ตอนนี้เธอสามารถกินแก่นราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล
B ได้แล้ว แบบนี้ขอเวลาแค่ไม่ถึงเดือน ความแข็งแกร่งของเธอจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ในเลเวล
A!”
ฉินเฟิงที่อยู่ข้างๆ เงียบไม่ได้เอ่ยอะไร
แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นฉินว่านกินอาหาร
แต่ลึกๆแล้วเขาก็ยังเกิดความรู้สึกไม่ยอมรับ
อยากจะแหงนหน้าแล้วตะโกนบอกฟ้าจริงๆว่า
‘ลูกสาวฉันไม่ใช่สัตว์ประหลาด!!!’
เจ้าตัวน้อยอายุแค่สามเดือนเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเธอได้มาถึงเลเวล
B แล้ว หากหลุดไปภายนอก สามารถทำลายล้างเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งได้เลย
แม้ว่าเธอจะสืบทอดรูปลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของไป๋หลี
แต่ความสามารถที่แท้จริงของเธอ กลับได้รับสืบทอดจิตวิญญาณนักรบเทาเที่ยของฉินเฟิง
ฉินว่าน ถือเป็นมนุษย์คนแรก ที่เกิดมาพร้อมจิตวิญญาณนักรบ
แต่เธอยังเด็กเกินไป ยังไม่รู้เรื่องราว
เธอเลยยังไม่สามารถควบคุมพลังอันแสนอันตรายนี้ได้
ส่วนสำหรับแซด นี่คือหัวข้องานทดลองชิ้นใหม่!
เพราะหลังจากมนุษย์มีชีวิตอยู่มานานปี
มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ที่หลังคลอด ทารกน้อยจะมีจิตวิญญาณนักรบเป็นของตัวเอง
เขาตั้งสมมติฐานว่า ที่เป็นแบบนั้น ใช่เพราะพ่อแม่อ่อนแอ
ลูกเลยไม่สามารถสืบทอดจิตวิญญาณนักรบได้ใช่หรือไม่?
มีเพียงลูกหลานของจ้าวเหนือหัวจริงๆน่ะหรือ
ที่จะสามารถให้กำเนิดลูกพร้อมจิตวิญญาณนักรบได้?
หากเขาทำการวิจัย แล้วล้มล้างทฤษฎีนี้ ช่วยให้รุ่นลูกรุ่นหลานทุกคนที่เกิดมามีจิตวิญญาณนักรบเล่า?
อนาคตของมนุษยชาตินับจากนี้ … จะรุ่งเรืองถึงเพียงไหน?
(จบลงอย่างแท้จริง)
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved